|
จากคอนซูเมอร์โปรดักต์สู่เทเลคอม ความท้าทายใหม่ของแม่ทัพโนเกียไทย
ในท่ามกลางสภาวะแบบนี้ ที่ตลาดโทรศัพท์มือถือก็โดนผลกระทบไปด้วย ที่สำคัญเจ้าตลาดอย่างโนเกียเพิ่งมีการปรับเปลี่ยนแม่ทัพคนใหม่ โดยได้ คุณชูมิท คาพูร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาคุมบังเหียน วันนี้แม่ทัพคนนี้จะมาเปิดใจพร้อมกับทิศทางก้าวต่อไปของโนเกียหลังจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งไปหมาดๆ

ก่อนหน้าที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปในโนเกียประเทศไทย คุณชูมิท คาพูร์ มีประสบการณ์การทำงานในด้านใดบ้างครับ
ก่อนที่ผมจะมาร่วมงานกับทางโนเกีย ผมได้ร่วมงานกับ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล จำกัด (P&G) เป็นเวลา 12 ปี และผมได้มีโอกาสในการทำงานหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศอินเดีย เยอรมนี มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์และประเทศไทย เป็นต้น โดยได้ทำหน้าที่ในหลายแผนก ทั้งรับผิดชอบในด้านการตลาด รับผิดชอบการบริหารช่องทางการจัดหน่ายและบริหารพัฒนาธุรกิจด้วยครับ
หลังจากนั้นผมก็ได้เข้ามาร่วมงานกับทางโนเกีย ผมเคยดำรงตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารการจัดจำหน่ายและการค้าปลีกของโนเกียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียเป็นเวลา 1 ปี มีตำแหน่งหน้าที่ในการวางกลยุทธ์สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย บริหารจัดการลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจระดับพรีเมี่ยมของโนเกียและการค้าปลีกครับ
เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปในโนเกียประเทศไทยเมื่อใดครับและมีความรู้สึกอย่างไรครับ
ผมเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และผมมีความรู้สึกยินดีและก็ตื่นเต้นมาก ที่ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของโนเกียประเทศไทย เพราะว่าโนเกียประเทศไทย ถือว่าเป็นโนเกียที่มีความแข็งแกร่งมาก เมื่อเปรียบเทียบกับโนเกียประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคด้วยกัน อีกเหตุผลหนึ่งคือ ประเทศไทยนั้นถือว่าเป็นตลาดที่สำคัญของโนเกียอย่างมากครับ
มีเป้าหมายหลักอะไรบ้างครับ
ในการเข้ารับตำแหน่งนี้ ผมมีเป้าหมายหลักอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือ 1. รักษาแบรนด์โนเกียให้เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือต่อไป เพื่อทำให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 2. เรื่องของทีมงาน ซึ่งทีมงานโนเกียมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ดังนั้นจะสร้างผลงานที่โดดเด่นยิ่งๆ ขึ้นไปครับ
จากที่เคยอยู่ในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมา คิดว่าจะนำประสบการณ์มาใช้อย่างไรได้บ้างครับ
จากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา อย่างเช่นสินค้าดูแลเส้นผม อาหาร ของใช้ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ทุกคน และปัจจุบันโทรศัพท์มือถือก็ได้เปลี่ยนจากสินค้าฟุ่มเฟือยมาเป็นสินค้าที่ต้องมีความจำเป็นต้องใช้งานไปแล้ว เพราะฉะนั้นในการทำงานในบางมุมก็จะคล้ายและใกล้เคียงกันครับ ว่าจะทำอย่างไรให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่าย ทำอย่างไรทำให้มีสินค้าจำหน่ายในทุกร้านค้า ผู้บริโภคสามารถเข้ามาหาซื้อได้อย่างสะดวก อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การสร้างความเชื่อมั่นในการค้า การเชื่อมั่นในแบรนด์ที่มีคุณภาพ การชื่นชอบในแบรนด์ ในส่วนตรงนี้จะคล้ายคลึงกันทั้ง 2 ธุรกิจครับ

มองตลาดภาพรวมของโทรศัพท์มือถืออย่างไรครับ
ผมมองว่า ตลาดทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ นั้น มีแนวโน้มไปในทางที่ใกล้เคียงกันก็คือ จะมีลักษณะที่ทรงตัว ไม่ได้มีอะไรที่หวือหวาเท่าใดนัก คือมีความเป็นไปได้ที่ผู้คนจะมีการจับจ่ายน้อยลง ซึ่งอาจจะทำให้ตลาดนั้นอาจมีการหดตัวเล็กน้อยตามสภาพ แต่โดยรวมแล้ว ผมคาดการณ์ว่าจะทรงตัวมากกว่า
อย่างมาร์เก็ตแชร์ของโนเกียที่ออกมา จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยหลายอย่างเข้ามามาก ทั้งเรื่องของตลาดมีความเคลื่อนไหวตลอด เรื่องความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตลาด แต่ในปี 2008 ปีที่แล้ว มาร์เก็ตแชร์ของโนเกียทั่วโลกก็อยู่ที่ 39% เพิ่มขึ้น 1% จาก 38% ในปี 2007 ดังนั้นเป้าหมายของเราคือการเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ และการเพิ่มมาร์เก็ตแชร์นี้จะเพิ่มเฉพาะที่ใดที่หนึ่ง แต่คือสิ่งที่โนเกียทั่วโลกครับ
ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ จะทำอย่างไรให้ยอดขายของโนเกียยังคงเติบโตต่อไป
เรามุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและจะต้องตอบสนองความต้องการตรงนั้นให้ได้ สิ่งที่ผมตั้งใจจะทำนั่นก็คือ จะทำให้สินค้าของโนเกียเรามีช่องทางจำหน่ายให้มากที่สุดครับ ให้สินค้าไปยังร้านค้าต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าต่างๆ ของโนเกียให้มากที่สุด และต้องทำความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าผู้ใช้ ตลาดของคู่ค้า ของพันธมิตรทางธุรกิจทั้งหลายและให้มั่นใจว่า โนเกียจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการนั้นๆ ได้อย่างดีครับ
จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการที่จะจ่ายเงินน้อยลง แต่ต้องการจ่ายเงินแล้วได้ความคุ้มค่า มูลค่าที่มากขึ้นกับเงินที่เขาจ่ายไป ซึ่งโนเกียไม่ได้มองเช่นนี้เฉพาะประเทศไทย แต่พฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นกับทั่วโลกเหมือนกัน เพราะภาวะเศรษฐกิจนี้เกิดขึ้นเหมือนกันทั่วโลก เราจึงมองว่าการเพิ่มประสิทธิภาพให้เพิ่มมากขึ้นเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งเรื่องของอินเทอร์เน็ต มิวสิค เกม แผนที่ที่ตอบสนองความต้องการได้มากขึ้นและใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นและเป็นการผสมผสานกันระหว่างคุณภาพ ดีไซน์และเทคโนโลยีครับ
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์ค่อนข้างมีบทบาทมากในตลาด โนเกียจะรับมืออย่างไร
การแข่งขันเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เพราะว่าเมื่อมีการแข่งขันกันสูงๆ ประโยชน์ก็จะไปตกที่ผู้บริโภค และเราตะหนักและให้ความสำคัญกับแบรนด์อื่นๆ ทุกรายเหมือนกันหมด เพราะว่าโนเกียไม่ได้เพียงที่จะตอบสนองลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่โนเกียเป็นแบรนด์ที่มีสินค้ารองรับผู้ใช้ทุกกลุ่มและมากที่สุด ตั้งแต่ผู้ใช้พื้นฐานไปจนถึงระดับไฮเอนด์ ซึ่งโนเกียก็ต้องยิ่งทำงานมากขึ้น พยายามทำความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดให้มากขึ้น รับรู้ในความต้องการของผู้บริโภคว่าผู้บริโภคต้องการอะไรและก็พยายามที่จะตอบโจทย์ตรงนั้นให้ได้มากที่สุดครับ
พอจะบอกได้ไหมครับว่าหลังจากนี้ โนเกียจะมีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้เห็นกันบ้าง
แน่นอนอย่างที่ทราบกันดีสำหรับ Nokia 5800 ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าโนเกียเข้าใจและมองสภาพตลาดได้ถูกต้อง จึงทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดีทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ เทคโนโลยีและอยู่ในกลุ่มราคาที่เป็นวงกว้างเข้าถึงได้ง่าย และในกลางปี 2009 นี้ก็จะมี Nokia N97 ที่ถือเป็นไฮไลท์ของเราที่มีความเพียบพร้อมครบครันทุกอย่าง นอกจากนี้ยังมีรุ่นที่จะทยอยเปิดตัวภายหลังให้ตื่นเต้นอีกมากมายครับ
สำหรับแผนการตลาดของโนเกียในปีนี้เป็นอย่างไรครับ
ถึงแม้ว่าในช่วงนี้จะมีสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง แต่โนเกียเองก็ยังมีการลงทุนต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้จะเน้นการทำตลาดและการทำแคมเปญให้มากขึ้น โดยจะเน้นไปที่ตัวของผู้บริโภคเองว่ามีความต้องการอย่างไรและจะขยายช่องทางการจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภค ผมคิดว่าจะสามารถนำสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ
แม้เศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาลงก็ตาม แต่โนเกียยังมีความพร้อมที่จะรับมือกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะเรามีทีมที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพ สามารถสร้างการเติบโต
|