|
Inet สร้างแบรนด์อย่างแตกต่าง ที่ทุกคนสัมผัสได้
หลังจากรุ่นแรกออกสู่ตลาด inet แบรนด์น้องใหม่ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของ inet ไม่ว่าจะเป็นทีมงาน นโยบายของบริษัทนั้น มีความแตกต่างน่าสนใจ สะท้อนถึงมุมมองใหม่ๆ ในการทำตลาดโทรศัพท์มือถือในไทย ร่วมเปิดมุมมองในการสร้างแบรนด์ครั้งนี้กับผู้กุมบังเหียน inet คุณอรรถวิชญ์ เอกธนิตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ท คอนเน็ค จำกัด กับแบรนด์มือถือที่ชื่อว่า inet

inet อยู่ในตลาดมานานเท่าใด
inet เป็นโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์ที่อยู่ในตลาดมาประมาณ 4 เดือนครับ ซึ่ง inet นั้นย่อมาจากคำว่า Intelligence Network เพราะเรามองว่า ต่อไปเน็ตเวิร์คจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างที่จะฉลาด ทำได้ทุกอย่าง ต่อไป Handset เป็นแค่ Device เท่านั้นเอง และต่อไปจะยังมีสินค้าอีกมากเลย ที่จะเข้ามาในตลาด เช่น แอร์การ์ด เน็ตบุ๊ค โน้ตบุ๊ค ที่สำคัญเมื่อเครือข่าย 3G มา จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกมากในตลาดของอุปกรณ์สื่อสารไร้สายอีกมากครับ
inet เป็นแบรนด์ในเครือ IEC หรือไม่
ไม่ใช่ครับ ตอนนี้ส่วนใหญ่คนมักจะเข้าใจผิดว่า IEC ลงทุนทำโทรศัพท์มือถือแบรนด์ของตนเองคือแบรนด์ inet ซึ่งจริงๆ แล้ว IEC ทำตลาด เป็นตัวแทนขายโทรศัพท์มือถือหลากหลายแบรนด์ คือ IEC มีเครื่องในตลาดหลากหลายแบรนด์มาก IEC จึงเป็นผู้แทนจำหน่ายรายหนึ่ง โดย inet ก็จะมีแผนการตลาดของตนเองอย่างชัดเจนและเป็นอิสระ และ inet เราก็ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้แทนจำหน่าย ผู้ขายทุกๆ รายเท่าเทียมกันครับ
inet มีโทรศัพท์แบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม
inet จะมีโทรศัพท์มือถือที่แบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มครับ แต่ ณ ตอนนี้ ที่เรานำเข้ามาจำหน่ายในตลาดขณะนี้ มี 3 กลุ่มในตลาดครับ คือ กลุ่มเอนเตอร์เทนเมนต์โฟน เช่น ลำโพงมาก เน้นมัลติมีเดีย ความบันเทิง กลุ่มเบสิกโฟน และกลุ่มแฟชั่นโฟน อย่างพวกทัชสกรีน เป็นต้น ส่วนอีกกลุ่มที่ยังไม่นำเข้ามาก็คือกลุ่มสมาร์ทโฟน ที่เรายังไม่นำเข้ามาก็เพราะว่าเราก็รอเครือข่าย 3G ครับ แต่ทุกอย่างได้พัฒนาเรียบร้อยแล้วครับ พร้อมที่จะนำเข้ามาแล้ว รอเพียงแค่ความพร้อมของตลาดเท่านั้นครับ เซกเมนต์ใหญ่ที่สุดของ inet ก็ต้องเป็นตลาดล่างครับ คือเครื่องโทรศัพท์มือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ทั้งกลุ่มเบสิกโฟน และกลุ่มเอนเตอร์เทนเมนต์โฟน ที่เน้นเสียง เพลงและภาพ ส่วนเซกเมนต์อื่นก็ไปได้ดีครับ เพียงแต่อาจจะยังไม่ได้ใหญ่มากเท่าเซกเมนต์นี้ครับ
Inet มีโทรศัพท์มือถือในตลาดอยู่กี่รุ่น
ตอนนี้เรามีสินค้าอยู่ในตลาด 25 รุ่น ปีหน้าเราก็คาดว่าจะนำเข้ามาอีก 25 รุ่นเช่นเดียวกัน โดยรุ่นไหนที่ตกรุ่นไป เราก็จะมีรุ่นใหม่มาเข้มาแทนที่ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะออกประมาณ 3 – 4 รุ่นต่อเดือนครับ
25 รุ่นน้อยไปหรือไม่ ในขณะแบรนด์อื่นนำเข้ามาเดือนละหลายสิบรุ่น
คือเราทำตลาดนี้มานาน เรามีความรู้ทั้งเรื่องตลาดขายปลีก ทั้งเรื่องตลาดขายส่ง อย่างเรื่องตลาดขายปลีกเองนั้น ถ้าจำนวนรุ่นเยอะเกินไป ผู้ขายก็จะงง ขายไม่ได้ เพื่อให้เรามั่นใจว่าสินค้าที่เราขายกลับมาเป็นกำไร เราต้องให้สินค้าหมดภายใน 3 เดือน จะได้มีความชัดเจนและมีฟีตแบ็คกลับเข้ามาครับ ไม่ใช่ว่าเรามี 100 รุ่นก็นำเข้ามาทั้ง 100 รุ่น ผมมองว่าไม่ใช่การทำการตลาดที่ดี เราจะเคลียร์เป็นรุ่นๆ ไป ผมทำตลาดมานาน คือผมมองว่าสุดท้ายแล้วจะดีกับเราเอง และโดยเฉพาะลูกค้าเราก็ไม่ต้องแบกสต๊อค ของตกรุ่นเยอะ ผมคิดว่าทำตลาดแนวนี้จะดีกว่า คือซื่อตรงกับตนเองและซื่อตรงกับลูกค้าด้วยครับ
ผลตอบรับที่ผ่านมาของ inet
ยอดขายที่ผ่านมาของ inet เป็นที่น่าพอใจมากครับ เป็นไปตามที่เราได้คาดหวังไว้ ในแต่ละเดือนก็ขายได้เดือนละสองถึงสามหมื่นเครื่องครับ
เป้าหมายของ inet คืออะไร
ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้ตั้งเป้าเยอะเหมือนแบรนด์อื่นๆ ที่ต้องการจะเป็นเบอร์ 1 หรือเบอร์ 2 อะไร ผมต้องการคงสภาพของผมไว้ มาร์เก็ตแชร์ประมาณ 2 – 3 เปอร์เซ็นต์ เพราะผมมองว่าขายเดือนละสองถึงสามหมื่นเครื่องก็โอเคแล้ว เหตุผลคือผมไม่สามารถที่จะดูแลคุณภาพของสินค้าได้มากกว่านี้ในช่วงนี้ ผมคิดว่าทำในระดับที่สบายใจดีกว่า ผมไม่ได้มีพนักงานเยอะมาก คือเราทำสินค้าที่สบายใจ ลูกค้าซื้อไปก็สบายใจ คนที่ขายของเราก็สบายใจ ทุกคนที่ขาย inet ต้องมีกำไร ซึ่ง inet คงไม่ได้ไปแข่งกับเฮาส์แบรนด์รายใหญ่ๆ โดยตรงครับ เพราะถ้าไปแข่งกับรายใหญ่ ทำใหญ่ๆ เท่ารายอื่น สินค้าก็อาจจะไม่มีคุณภาพได้ ต้องคอยตามแก้ปัญหาต่างๆ และสุดท้ายแบรนด์ก็จะอยู่ได้ไม่นานครับ
อะไรที่ทำให้ inet คิดต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่ต้องการสร้างตัวเลขมากๆ
เรากำลังทำสิ่งที่สบายใจครับ เพราะว่าถ้าเราทำมากกว่าระดับที่เรารับได้ คุณภาพสินค้าก็จะควบคุมไม่ได้เท่านี้ แต่ถ้าระดับนี้ ผมสามารถควบคุมคุณภาพได้ และมีเวลาศึกษาฟีเจอร์ของสินค้าต่างๆ ศึกษาฟีตแบ็คจากผู้ใช้ อีกทั้งผู้ค้า ทุกฝ่ายสบายใจ ไม่ต้องแบกรับเครื่องซ่อม แบกสต๊อคอะไหล่มากมาย แบรนด์ก็อยู่ได้ทนและอยู่ใจของผู้บริโภค ไม่มาเร็วไปเร็วครับ
แนวทางการตลาดของ inet เป็นอย่างไร
เริ่มจาก inet มีตัวแทนจำหน่ายที่มีชื่อเสียง แข็งแรง และการจัดโปรโมชั่นหน้าร้านให้ผู้ซื้อตัดสินใจง่ายขึ้นครับ เราควบคุมคุณภาพสินค้า จะเน้นคุณภาพเป็นหลัก เรามีออฟฟิศดูแลควบคุมคุณภาพสินค้าที่ต่างประเทศโดยเฉพาะ มีการศึกษาตลาดมาก ดูว่าผู้ซื้อต้องการอะไร เพื่อที่จะหาสินค้าที่ตรงตามความต้องการผู้บริโภคให้มากที่สุด ผมมองอีกมุมหนึ่งว่าเราเหมือนเป็น OEM ที่มองว่าเราเป็นผู้ที่ทำสินค้าที่ผู้บริโภคอยากจะได้ครับ ในปี 2553 เราจะทำการตลาดในกรุงเทพฯควบคู่กับ IEC มากขึ้น ส่วนต่างจังหวัดนั้นจะมีการทำอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง ทำแตกต่างเป็นพื้นที่ๆ ไปครับ inet จะมีการสร้างแบรนด์แบบมั่นคง และอยู่ในตลาดได้นานดีกว่า เราจะเล่นในจุดที่เราถนัด แข็งแกร่งที่สุด เชื่อว่าเรามีจุดที่แข็งที่คนอื่นไม่มีครับ
ในปี 2553 เราจะได้เห็นโทรศัพท์ฟีเจอร์เด็ดๆ แบบใดบ้างจาก inet
ปีนี้ผมเชื่อว่าจะมีโทรศัพท์เทรนด์ใหม่ๆ ออกมา ที่แน่ๆ เครือข่าย 3G มาแล้ว inet ก็จะมีสินค้าใช้กับเครือข่าย 3Gได้ครับ นอกจากที่จะมีโทรศัพท์มือถือที่รองรับระบบได้แล้ว ก็ต้องมีแอบพลิเคชันรองรับด้วย โชคดีที่ทาง IEC มีบริษัทลูกทำซอฟต์แวร์อยู่ เรากำลังพัฒนาสินค้าที่มีแอบพลิเคชันแตกต่างจากรายอื่นๆ ปีนี้คงได้เห็นครับ ซึ่งเราได้เตรียมการล่วงหน้ามา 3 – 4 เดือนแล้ว เกี่ยวกับการจะนำโทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3G เข้ามา เบื้องต้นเราทำตามที่ทางโอเปอเรเตอร์อยากได้ โจทย์คือ ในตลาด 3G เราจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร เพราะถ้าเราทำตลาดเหมือนกับตอน 2G แล้วทำไมคนจะต้องมาใช้ 3G เพราะเมื่อมาสู่ยุค 3G จะมีทั้งวอยซ์กับดาต้าควบคู่กัน จะต่างกันแล้ว และจะเกิดบริการเสริมอีกมากมายที่เครือข่าย 2G ไม่มีครับ
inet มีบริการหลังการขายรองรับลูกค้าอย่างไรบ้าง
inet มีคอลล์เซ็นเตอร์ไว้รองรับลูกค้าคือเบอร์ 1369 หากลูกค้าซื้อเครื่องแล้วมีปัญหาภายใน 15 วันเราเปลี่ยนเครื่องให้ทันที และรับประกัน 1 ปีครับ รวมทั้งบริการซ่อมภายใน 7 วันจาก IEC Easy Fix 7 วัน แต่ถ้าเครื่องเราซ่อมไม่ขาด อาการยังไม่หาย 2 - 3 ครั้ง เรายินดีเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ทันทีครับ
สิ่งสำคัญของ inet คือคุณภาพและบริการหลังการขายครับ ไม่ว่าลูกค้าจ่ายมากหรือจ่ายน้อย ความรู้สึกนั้นไม่ต่างกัน ซึ่งการทำแบรนด์ของ inet นั้นมาจากจิตใจเรา เราต้องมีความรู้สึกในแง่บวกก่อน นี่คือแบรนด์ที่เราอยากสื่อออกไปว่า inet มีความจริงใจและเป็นแบรนด์ที่มีวิญญาณและจิตใจที่ทุกคนสัมผัสได้
|