|
Samsung NO.1 ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งมือถือไทย
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อซัมซุงกำลังก้าวทะยานสู่เบอร์ 1 ตลาดโทรศัพท์มือถือในไทยแล้ว หลังจากที่แชมป์เก่านั้นผูกขาดกับตำแหน่งนี้มายาวนาน อะไรที่เป็นความลับหรือแผนการตลาดที่ทำให้ซัมซุงประสบความสำเร็จในวันนี้ มาหาคำตอบกับคุณ มนาเทศ อันนวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กัน

ขณะนี้ตัวเลขของซัมซุงที่ขึ้นสู่เบอร์หนึ่ง ในตลาดโทรศัพท์มือถือในไทยคือเท่าใด
ในปี พ.ศ. 2552 คือช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายน โทรศัพท์มือถือแบรนด์ซัมซุงมีส่วนแบ่งการตลาดทางด้านมูลค่านั้น อยู่ที่ประมาณ 33% ห่างจากเบอร์สอง ซึ่งเป็นแชมป์เก่าเล็กน้อยครับ ถ้ามาดูทางด้านตัวเลขส่วนแบ่งจำนวนเครื่อง ซัมซุงมีโอกาสที่จะขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งมากครับ ถ้าหากรวมตัวเลขของเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 ซัมซุงจะมีโอกาสได้เป็นที่ 1 ทั้งทางด้านมูลค่าการตลาดและตัวเลขส่วนแบ่งจำนวนเครื่องครับ
นอกจากโทรศัพท์มือถือซัมซุงจะเป็นเบอร์หนึ่งแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นเป็นที่หนึ่งอีกด้วยใช่ไหม
ใช่ครับ ความจริงขณะนี้ ซัมซุงเราเป็นเบอร์หนึ่งในสินค้ามากถึง 11 กลุ่ม และโทรศัพท์มือถือก็เป็นสินค้าตัวล่าสุด ตัวที่ 11 ที่เราก้าวขึ้นมาเป็นที่ 1 ครับ
คิดว่าจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ที่ทำให้ซัมซุงเติบโตมาก มาจากอะไร
ถ้าดูจริงๆ แล้ว จุดพลิกผันที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ก็จะเริ่มตั้งแต่ ซัมซุงเปิดตัวรุ่น Star ซึ่งเป็นทัชโฟนที่ในขณะนั้น มีราคาดีที่สุด พอถัดจากรุ่น Star ก็จะเป็นกลุ่มของ Candy Family จะเห็นได้ว่า ลักษณะการทำตลาดของซัมซุงเราในกลุ่มของทัชโฟน ซัมซุงเราค่อนข้างที่จะเป็น Family Model ทั้งนั้น นับตั้งแต่กลุ่มรุ่น Star, Star Wi-Fi, Star TV, Star diamond แล้วก็มาถึงกลุ่มของ Candy จะมีรุ่น Candy, Candy Wi-Fi, Candy Chat, Candy 3G ซึ่งก็จะเป็นครอบครัวเหมือนกัน คือซัมซุงจะมีโทรศัพท์มือถือที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างหลากหลายและลงลึกถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้สามารถจะมีทางเลือกได้มากยิ่งขึ้นครับ รวมไปถึงรุ่นล่าสุด Samsung ONE รุ่นล่าสุด ก็เป็นอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเราถือว่า ONE มีกลุ่มผู้ใช้ที่ค่อนข้างที่จะชัดเจนครับ
ขณะนี้สภาพตลาดโดยรวมในไทยในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
เราคาดว่าตลาดรวมของโทรศัพท์มือถือจะอยู่ที่ประมาณ 9 ล้านเครื่อง หรือมูลค่าประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท (ในเดือนมกราคม – พฤศจิกายน) โดยตลาดสมาร์ทโฟน โตในปริมาณ 500 – 600% มูลค่าเติบโตอยู่ที่ประมาณ 300% โทรศัพท์มือถือประเภททัชโฟน ขณะนี้กำลังเป็นเทรนด์ที่ผู้ใช้กำลังสนใจ และก็ใช้มากขึ้น แต่ว่าพอมีคนสนใจมากขึ้น ทัชโฟนก็จะมีราคาที่ลดลง นั่นก็ทำให้เห็นว่าปริมาณเครื่องนั้นโตมากกว่ามูลค่าครับ
กลยุทธ์ทางการตลาดในปีนี้ ซัมซุงจะมุ่งไปทางใดบ้าง
1. มอบนวัตกรรมโทรศัพท์มือถือที่ตอบสนองผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ คือในปีนี้จะมีการออกรุ่นใหม่ประมาณ 20 รุ่น ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ โดยมีฮีโร่โปรดักต์ในแต่ละกลุ่มที่มีจุดเด่น จึงรวมทุกรุ่นในการทำตลาดกว่า 50 รุ่นในปีนี้ครับ 2. เน้นในเรื่องของคอนเทนต์แอบพลิเคชันต่างๆ สินค้าของซัมซุงในอนาคตจะเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่จะเชื่อมต่อกันได้ทั้งทีวี คอมพิวเตอร์ มือถือ พรินเตอร์ จะเห็นว่าสินค้าของซัมซุงหลายตัวสามารถที่จะเชื่อมต่อกันได้ อย่างที่เรากำลังจะมีแอบพลิเคชันสโตร์ เพื่อจะใช้เป็นตัวกลางในการสร้างประสบการณ์ใหม่ของลูกค้าเกี่ยวกับคอนเทนต์ต่างๆ แต่แอบพลิเคชันสโตร์ คาดว่าจะเปิดเมื่อประเทศไทยมีความพร้อมมากกว่านี้ เพราะไทยยังมีปัญหาอยู่หลายอย่าง เช่น ละเมิดลิขสิทธิ์ อาจจะเป็นปลายปีนี้หรือปีหน้าครับ 3. มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางด้านการตลาดที่ครบวงจรด้วยการเพิ่มสัดส่วนการสื่อสารทางด้าน Above the line 360 องศา โดยซัมซุงมีงบการตลาดประมาณ 8 - 10% ของยอดขาย 4. พัฒนาช่องทางจำหน่ายให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพด้วยการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยวางแผนการเดินตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่ง สร้างการเติบโตและทำให้คู่ค้าแข็งแรงผ่านโปรแกรม Samsung Sure

ปี พ.ศ. 2553 โทรศัพท์มือถือซัมซุงจะมีจุดเด่นทางด้านเทคโนโลยีอะไรบ้าง
ซัมซุงเราไม่เคยหยุดนิ่งอยู่แล้วในเรื่องของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ เพราะเราเน้นการนำเสนอทางเลือกให้ผู้ใช้ตลอดมา โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและทัชโฟนที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ซัมซุงเองเราก็เป็นแบรนด์ที่มีให้ผู้ใช้ได้เลือกใช้ระบบปฏิบัติการอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์โมบาย แอนดรอยด์ และในปี พ.ศ. 2553 นี้ ซัมซุงก็จะมีระบบปฏิบัติการใหม่ อีก 2 แพลตฟอร์มคือ ลิโม และ บาดา ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโทรศัพท์มือถือใหม่ล่าสุดที่ซัมซุงพัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อรองรับการใช้งานแอบพลิเคชันอิสระให้มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้เทรนด์ของโลกขณะนี้คือ Social Networking ซัมซุงก็ได้ให้ความสำคัญในคอนเทนต์เหล่านี้มากๆ โดยจะมีสินค้าที่รองรับการใช้งานคอนเทนต์เหล่านี้เพื่อให้ติดต่ออัปเดตไลฟ์สไตล์ของสังคมออนไลน์ด้วย
ซัมซุงได้ออกรุ่นใหม่ รุ่น ONE ตั้งใจเพื่อมาเจาะตลาดทัชโฟนเฮาส์แบรนด์หรือไม่
ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ONE นี้เป็นโทรศัพท์มือถือทัชโฟนที่เราภูมิใจนำเสนอ ด้วยชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นอันดับหนึ่ง และมีการเล่นคำ Every One หมายถึงสำหรับทุกคนด้วย ONE เป็นทัชโฟนสำหรับกลุ่มของคนทุกๆ คนและกลุ่มของคนเพิ่มเริ่มต้นการใช้งานทัชโฟน หรือเป็นคนที่ไม่เคยใช้งานทัชโฟนมาก่อนเลย และใช้งานฟังก์ชันเบื้องต้น อาจจะเป็นเด็กหรือวัยรุ่นก็ได้ คนอายุ 35 ก็ได้ ถ้าถามถึง ONE กับตลาดเฮาส์แบรนด์ ส่วนหนึ่งเรามองว่ามีการคาบเกี่ยวกัน แต่เราค่อนข้างจะมองแยกกันนะครับว่า ตลาดทั่วไป คนที่ใช้แบรนด์กับคนที่ไม่ใช้แบรนด์จะค่อนข้างแยกกันชัดเจน กลุ่มผู้บริโภคคือกลุ่มที่ยังไม่เคยใช้ทัชโฟนเลย และต้องการที่จะหันมาใช้ทัชโฟน อันนั้นคือกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเราสามารถจะบอกถึงคนที่ใช้อินเตอร์แบรนด์ก็ได้ หรือคนที่ใช้เฮาส์แบรนด์ก็ได้ ขณะเดียวกัน คนที่ใช้เฮาส์แบรนด์ที่เป็นทัชโฟนอยู่แล้ว ระดับราคาของทัชโฟนที่เป็นเฮาส์แบรนด์ที่ราคา 3,000 บาทโดยประมาณ การที่บอกว่าเพิ่มอีก 1,000 บาทหรือไม่ถึงพันบาท แต่คุณได้โทรศัพท์ซัมซุงเป็นอินเตอร์แบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือในเรื่องคุณภาพ มีสาขาบริการเยอะกว่าครอบคลุมทั่วประเทศครับ ที่ผ่านมาถ้าดูตลาดต่างจังหวัด จะมีราคาเครื่องอยู่ที่ 2 - 3 พันกว่าบาท เราทำราคาลงมาใกล้เคียงก็น่าจะทำให้เป็นที่ยอมรับได้
มองอนาคตของโทรศัพท์มือถือว่าจะไปทางไหน
สมาร์ทโฟนจะมาแรงมากๆ ในเรื่องของคอนเทนต์และแอบพลิเคชันครับ ต่อไปคนจะสนใจเรื่องของฮาร์ดแวร์น้อยลง จะไปเน้นเรื่องของซอฟต์แวร์มากขึ้น ประเทศไทยฮาร์ดแวร์ยังมีส่วนสำคัญอยู่ ซอฟต์แวร์ผมเชื่อว่า ปลายปีนี้จะเริ่มมา ปีหน้าน่าจะแรงครับ
และสิ่งที่คุณจะได้เห็นข้อได้เปรียบของซัมซุง คือซัมซุงจะเป็นผู้ที่ควบรวมแอบพลิเคชันต่างๆ เหล่านี้ กับอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันครับ
|