|
RS Digital ความสำเร็จบนคอนเทนต์ดิจิทัล
วันนี้หันไปทางไหนก็เห็นแต่คนใช้เสียงรอสายด้วยกันทั้งนั้น ช่างถือเป็นยุคทองของคอนเทนต์ดิจิทัลบนโทรศัพท์มือถือจริงๆ เพราะหลายค่ายก็ออกบริการดาวนืดหลดแบบบุฟเฟ่ต์กันทั้งนั้น ซึ่งหนึ่งนั้นก็มีเจ้าของคอนเทนต์รายใหญ่ในประเทศไทยอย่างอาร์เอสดิจิทัลด้วย ซึ่งฉบับเรานี้จะพาไปพบกับหัวเรือใหญ่ คุณพอล มนัสถาวร ผู้อำนวยการสายงานอาร์เอสดิจิตอล บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) มาพูดถึงตลาดของคอนเทนต์ดิจิทัลให้ฟังกัน
ช่วยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของอาร์เอสดิจิทัล
อาร์เอสดิจิทัลเริ่มต้นเมื่อประมาณ 6 – 7 ปีก่อนครับ หลังจากที่มีพวกริงโทนต่างๆ แล้ว ซึ่งพวกริงโทนเริ่มมาตั้งแต่ปี 2001 -2002 ช่วงนั้นเป็นช่วงแรกๆ เลย ผมเข้ามาอยู่ในอาร์เอสประมาณ 5 ปีก่อน ก่อนหน้านี้ผมก็ทำพวกริงโทนมา พอดีผมได้ติดต่อกับทางเฮีย คือคุณสุรชัย ว่าสนใจไหม ซึ่งตอนนั้นก็ยังมองกันว่าตลาดมันยังเล็กอยู่ ตอนนั้นก็จะมีคนทำคอนเทนต์โพวายเดอร์อยู่ไม่กี่ราย พอทำมาเรื่อยๆ ริงโทนก็เริ่มโตมากขึ้นตามลำดับครับ พอตลาดของริงโทนโตขึ้น ทางอาร์เอสก็มองว่า เราก็น่าจะมีทีมงานที่ทำคอนเทนต์ทางดิจิทัลไปเลย ผมก็ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงาน อาร์เอสจึงเป็นรายแรกๆ ที่เข้ามาทำแบบจริงๆ จังๆ เพราะว่าเราก็มองอยู่แล้วล่ะว่าในอนาคต คอนเทนต์แบบเดิมๆ ณ 4 – 5 ปีก่อนเริ่มจะมีทิศทางลงมาเรื่อยๆ แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เราก็เห็นว่า เรามาถูกทางละ คอนเทนต์ของธุรกิจเพลงจะไปทางดิจิทัลทั้งหมดครับ
คู่แข่งในตลาดคอนเทนต์ดิจิทัลมีมากน้อยแค่ไหน
ต้องเทียบกับคนเป็นเจ้าของคอนเทนต์ด้วยกันครับ ซึ่งก็จะมีหลักๆ 2 ราย เราเป็นหนึ่งนั้นครับ ส่วนรายอื่นก็มี แต่มาร์เก็ตแชร์จะน้อย ซึ่ง 2 รายหลักนี้ต่างคนก็มีคอนเทนต์เป็นของตนเอง คือเราต้องมองว่าธุรกิจดิจิทัลนี้ ไม่ใช่ว่ามีแค่คอนเทนต์อย่างเดียวแล้วเราอยู่ได้ มันต้องมีทั้งคอนเทนต์และมีเดียที่จะโปรโมทคอนเทนต์ต่างๆ อีกด้วยครับ แต่ถ้าถามว่าแต่ละรายนั้นถือเป็นคู่แข่งกันโดยตรงไหม จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่นะครับ เพราะเพลง ก็ของใครของมัน กลุ่มเป้าหมายก็ของใครของมันครับ คอนเทนต์ก็ไม่สามารถแทนกันได้อยู่แล้วครับ

คอนเทนต์โฟวายเดอร์ ถือว่าเป็นพันธมิตรหรือไม่
เรามองว่าเป็นพันธมิตรทางการค้า ไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่งนะครับ เพราะว่าพันธมิตรของเราเขาจะซื้อคอนเทนต์เราไปขายต่อ คือมองในแง่ว่า เราทำตลาดคนเดียว เราก็ทำไม่ไหวเหมือนกัน เพราะมันจะมีมีเดียอื่นๆ ที่พาร์ทเนอร์เขาไปทำได้ดีกว่า เช่น นิตยสารต่างๆ เป็นต้น เราจึงไม่จำเป็นต้องลงไป เพราะว่ามีพาร์ทเนอร์เขาลงไปอยู่แล้ว ซึ่งตลาดมันเป็นตลาดที่สามารถที่จะเอื้อประโยชน์กันได้ โดยไม่จำเป็นว่าเราต้องทำคนเดียว เพราะว่าคอนเทนต์ดิจิทัลมันดีตรงที่ว่า คนก็ต้องวิ่งกลับมาเอาคอนเทนต์ที่อาร์เอสอยู่ดี คือเราทำกับพาร์ทเนอร์จริง ก็ไม่ได้ให้เขาเอาคอนเทนต์เลย เราจึงได้รู้ว่าขายได้เท่าใดครับ
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราสามารถขายได้เท่าใด
ตัวเลขจะขึ้นที่ระบบหลังบ้านเราเลยครับ นี่คือข้อดีการทำของการทำดิจิทัล พาร์ทเนอร์ก็จะมีการเชื่อมต่อโอเปอเรเตอร์ เขาก็จะซื้อคอนเทนต์เป็นเบราซ์ไป เดือนนี้ซื้อเท่าไหร่ก็ว่าไป เวลาเกิดการดาวน์โหลดขึ้นมา มันก็จะวิ่งกลับมาหาระบบเราอยู่ดี แล้วเราก็จะทราบทันทีว่าพาร์ทเนอร์ไหนดาวน์โหลดไปเท่าไหร่ จะทำให้เราสามารถคอนโทรลเรื่องของเพลง เรื่องโปรโมทได้ เรามองว่าเป็นพาร์ทเนอร์กัน ทำธุรกิจร่วมกันมากกว่าคู่แข่งครับ
ข้อดีของคอนเทนต์ดิจิทัลคือ
ข้อดีของคอนเทนต์ดิจิทัลคือ เราไม่ต้องห่วงในเรื่องของรีเทิร์น เวลาเราทำเราก็ทำแค่ไฟล์ๆ เดียว คนมาใช้กันเป็นแสนๆ คน ก็ใช้ไฟล์นั้นไฟล์เดียว ต้นทุนก็จะไปหนักที่การโปรโมทให้เพลงนั้นๆ ฮิต ซึ่งจริงๆ ทางอาร์เอสก็เป็นคนทำอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นเจ้าของคอนเทนต์ครับ
ถ้าให้แบ่งคอนเทนต์ แบ่งเป็นกี่ประเภท
แบ่งเป็น 2 ประเภทครับ คือเสียงรอสาย แล้วก็มีเรื่องของโมบายดาวน์โหลด อย่างเสียงรอสายเป็นระบบที่ดีคือก๊อปปี้ ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ได้ ส่วนโมบายดาวน์โหลดคอนโทรลยาก ละเมิดกันมาก เทคโนโลยีก็เป็นตัวช่วย อย่างการตัดเพลง ผู้ใช้สามารถที่จะตัดเพลงเองได้ เรื่องของทรูโทนไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะทำเองได้ ส่งหากันเองได้ สิ่งที่ทำได้ในฐานะเราเป็นเจ้าของคอนเทนต์คือ พัฒนาคอนเทนต์เซอร์วิสใหม่ๆ ออกมา เพราะถ้าเราไม่ทำเซอร์วิสใหม่ๆ ออกมา เราก็จะสู้เขาไม่ได้ อยู่ไม่ได้ครับ ดังนั้นฟูลซองเราจึงทำให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นครับ ส่วนลูกทุ่งของเรายังดีอยู่ คือยังขายแผ่นได้ดี แต่ลูกทุ่งก็เริ่มดาวน์โหลดมากขึ้น ประเด็นคือว่า เขาใช้ไม่ค่อยเป็น เขาอยากได้แต่ใช้ไม่ค่อยเป็น เราต้องไปให้ความรู้ก่อน พอง่ายแล้วเขาติดใจ ก็จะเริ่มใช้ถี่ขึ้น ตอนนี้ตลาดลูกทุ่งเชื่อไหมว่า ดาวน์โหลดฟูลซองเยอะกว่าสตริงนะ สตริงตอนนี้ดาวน์โหลดวิดีโอกันเยอะ เพราะสตริงในช่วงหลัง จะเป็นเด็ก จะเป็นคนที่ใช้มือถือที่ดีขึ้นหน่อย ที่ดูวิดีโอได้ดีๆ ตอนนี้มันเริ่มกลับกัน ตลาดฟูลซองนี่ลูกทุ่งอย่างอาร์สยามเยอะมาก ในขณะที่ตลาดวิดีโอ ยังเป็นของอาร์เอสอยู่ครับ

ความพร้อมของตลาดต่างจังหวัด
เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ เท่าที่เราลงไปสัมผัสกัน ไปโรดโชว์ตามที่ต่างๆ คือเวลาเราทำเซอร์วิส เราก็จะคิดชื่อภาษาอังกฤษ ปัญหาก็อยู่ตรงนี้ล่ะ คือคนต่างจังหวัดเขาไม่รู้ว่าเซอร์วิสนี้คืออะไร เขารู้แค่ว่า เขาอยากได้แบบนี้ๆ เราทำการตลาดกลุ่มในเมือง เราก็คิดชื่อที่ดูเก๋ แต่พอไปถึงตรงนั้น เราต้องคิดชื่อให้มันง่ายๆ ให้เขาเข้าใจด้วย เราถึงได้ส่งทีมงานลงเดินสายไปกับค่ายเพลง ตามภาคต่างๆ เพื่อไปแนะนำวิธีการใช้งาน ไม่นานลูกค้าก็ทำเองได้ เพราะไม่ได้ยากเลย เพียงแต่ไม่เคยมีใครไปสอนเขาเท่านั้นเอง เลยเป็นที่มาว่ามันก็ไปได้ดีครับ ถือว่ายังมีอัตราการเติบโตที่ยังดีครับ คืออาศัยเข้าถึงตัวผู้ใช้บริการเป็นหลัก ง่ายกว่าแล้วก็ต้นทุนไม่เยอะเท่ากับการทำแมส คือแมสยิงทีวีครั้งหนึ่งถึงมันจะครอบคลุมพื้นที่หมด แต่คนอาจงง อย่างที่เราตั้งชื่ออย่างขบวนการเหมา ก็ง่าย ฟังเป็นภาษาไทย เข้าใจง่ายเลยว่าคืออะไร
กลุ่มเป้าหมาย
เมื่อก่อนเรามักจะเน้นกลุ่มเป้าหมายดาวน์โหลดเป็นวัยรุ่น แต่จริงๆ แล้วกลุ่มลูกทุ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมีเงินด้วย และก็เป็นกลุ่มที่มีส่วนร่วมกับศิลปิน ตอนนี้ดิจิทัลในส่วนของลูกทุ่งกำลังเติบโตมาเรื่อยๆ แต่ยังเป็นอันดับ 2 รองจากแผ่น CD อยู่ แต่กลับกันกับทางอาร์เอสเพลงสตริงที่ดิจิทัลมาเป็นอันดับหนึ่งแล้วครับ
จากเมื่อก่อนเพลงละ 40 บาท กลายมาเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ กระทบด้านใดบ้าง
ไม่กระทบเลยครับ คือจะมีคน 2 แบบคือ วัยรุ่นจะชอบบุปเฟ่ต์ เพราะซื้อทีละเพลงไม่ไหว เลยสมัครรายเดือนดีกว่า และมีอีกกลุ่มหนึ่งคือ ยังไงก็ไม่สมัคร ซื้อเป็นเพลงๆ ดีกว่า ตอนนี้ที่สมัครแพ็คเกจกันเข้ามามากก็จะเป็นวัยรุ่นและกลุ่มลูกทุ่ง คือค่อนข้างที่จะเป็นสเต็ปอยู่ คือไม่ใช่ว่าออกแพ็คเกจออกมาแล้วทุกคนจะหันมาใช้กันหมด บุฟเฟ่ต์ทำให้ราคาคอนเทนต์ลดลงและช่วยให้ขยายฐานลูกค้าด้วย คนที่ไม่เคยใช้ก็อยากจะลองใช้ เราก็จะได้ลูกค้าฐานใหม่ๆ มากขึ้น นั่นคือเป็นการตอบโจทย์ว่า รายได้สามารถขึ้นไปได้ทั้งที่สถานการณ์ต่างๆ ไม่ค่อยดีครับ
แต่ละปีอาร์เอสดิจิทัลเต็บโตมากน้อยแค่ไหน
โดยถัวเฉลี่ยจะเติบโตโดยรวมประมาณ 20 – 30 % ครับ และในตลาดยังมีผู้ที่ไม่ได้ใช้อีกมาก เราจึงมองว่าถ้าเราดูฐานรวมจากลูกค้าโทรศัพท์มือถือทั้งหมดยังใช้ VAS ไม่ค่อยมาก เราน่าจะมีฐานลูกค้า 10% ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมดน่าจะเหมาะสมครับ
นอกจากเสียงรอสาย เพลง วิดีโอ อาร์เอสดิจิทัลยังมีคอนเทนต์อะไรอีก
เราเริ่มที่จะเน้นเกม ตอนนี้เรากำลังแพลนเรื่องของเกมออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ต้องใช้เน็ตเวิร์คโอเปอเรเตอร์เข้าช่วย และปีนี้ 2010 แน่นอน เราจะมีคอนเทนต์เกี่ยวกับฟุตบอลโลกด้วย เพราะเราได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดอยู่แล้วครับ ซึ่งต้องติดตามกันว่า เราจะมีคอนเทนต์อะไรที่ถูกใจใหม่ๆ ออกมาบ้างครับ
โดยในการออกแบบและคิดคอนเทนต์ของอาร์เอสดิจิทัลนั้น เราจะคำนึงอยู่ 3 เรื่องคือ 1. เรามีเซอร์วิสที่โดนใจไหม 2.เรื่องของราคาที่ต้องเหมาะสม 3.ลูกค้าเข้าใจในตัวเซอร์วิสที่เราให้บริการหรือไหม เพื่อให้คอนเทนต์จากอาร์เอสดิจิทัลนั้นเป็นคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและเข้าใจทุกความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริงครับ
|