Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


HTC ประเทศไทย เปิดตำนาน HTC Legend ภาคสองต่อจาก HTC Hero สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 2.1 (?clair) with HTC Sense เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ซึ่งเครื่องรุ่นนี้ก็มาจากความสำเร็จของ HTC Hero นั่นเอง สังเกตได้ว่าเครื่องรุ่นนี้จะมีการออกแบบคล้ายๆ กับ HTC Hero แต่สิ่งที่แตกต่างคือ มีการพัฒนาปรับปรุงในเรื่องของวัสดุที่ใช้ประกอบตัวเครื่อง รวมไปถึงระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ที่มาพร้อมรูปแบบการใช้งานที่ง่าย และเร็วขึ้น 









รูปทรงของ HTC Legend เป็นแบบ Bar Type คล้ายกับรุ่น HTC Hero โดยเฉพาะส่วนท้ายของเครื่องที่ออกแบบให้โค้งงอขึ้นมาเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ขนาด และวัสดุโดยรุ่นนี้ใช้วัสดุที่ทำจากอะลูมิเนียมแบบ Unibody ที่ดูเรียบหรู เบา และทนทาน มีให้เลือก 2 สีคือสีแดง และน้ำตาล รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมามีช่องลำโพงสนทนา และไฟแสดงสถานะ ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลซึ่งเป็นจอสี AMOLED 16 ล้านสีที่ทีความคมชัด พร้อมระบบสัมผัสแบบมัลติทัชขนาด 3.2 นิ้ว และใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง

พลิกมาด้านหลังเครื่องตรงส่วนที่เป็นพลาสติกคล้ายยางด้านบนเป็นส่วนของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED และช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ส่วนด้านล่างเป็นส่วนของฝาหลัง นอกจากนี้ด้านซ้ายข้างเครื่องยังมีปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านบนมีช่องสำหรับเสียบชุดหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร กับปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสาย USB แบบ microUSB สำหรับเสียบชาร์จ และสายดาต้าลิงค์ในช่องเดียวกัน ช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ และช่องไมโครโฟน


Sim1…ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังสีดำด้านล่างดันเลื่อลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วกดลงบริเวณด้านขวาของฝาล็อคช่อง และเปิดฝาล็อคช่องออกมา
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านขวาล่างตามรูปสัญลักษณ์สีแดงด้านล่าง





การใส่ SIM CARD
ก่อนใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง HTC Legend ให้ถอดฝาหลังสีดำที่อยู่ด้านท้ายด้านหลังของเครื่องออกมาก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวตั้ง จากนั้นใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้เปิดช่องสำหรับใส่ SIM Card ออกมา โดยนอกจากมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แล้วยังมีช่องใส่แบตเตอรี่ และช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card รวมอยู่ด้วย ซึ่งวิธีเปิดฝาล็อคช่องใส่ SIM Card ออกมานั้นให้ใช้นิ้วกดลงบริเวณด้านขวาที่มีตัวอักษร OPEN บนฝา แล้วฝาก็จะเปิดออกมา สำหรับช่องใส่ SIM Card จะอยู่บริเวณด้านขวาล่าง โดยด้านบนเป็นช่องใส่แบตเตอรี่ และด้านซ้ายล่างเป็นช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์สีแดงที่อยู่ด้านล่างดันเลื่อนเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้ปิดฝาล็อคช่อง และฝาหลังกลับเข้าไปตามเดิม แล้วทำการเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป

การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่ตรงกลางด้านบนเครื่อง ให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะสั่น 1 ครั้งและเปิดขึ้นมาพร้อมภาพโลโก้ HTC ตามด้วยตัวอักษร quietly brilliant และเสียงประกอบ จากนั้นเครื่องจะค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอใช้งานซึ่งเป็นหน้า Lock Page ซึ่งการปลดล็อคหน้าจอสามารถทำได้สองวิธีคือ วิธีแรกกดที่ปุ่ม Menu อีกวิธีใช้นิ้วแตะบนหน้าจอด้านบนแล้วรูดหน้าจอลง จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าจอหลักซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.1 (?clair) พร้อมอินเทอร์เฟส HTC Sense โดยมีหน้าจอสำหรับวาง Widget ต่างๆ ได้ทั้งหมดอยู่ 7 หน้าจอด้วยกัน เพียงใช้นิ้วแตะแล้วรูดหน้าจอไปทางซ้าย หรือขวา หน้าจอด้านถัดไปก็จะปรากฏขึ้นมา หรือใช้ปุ่ม Track Pad เลื่อนไปมาก็ได้ และหากเข้าโปรแกรมไหนอยู่แล้วอยากกลับมายังหน้าจอหลักก็สามารถกดปุ่มรูปบ้านหรือ HOME เพื่อเรียกหน้าจอหลักออกมาแสดงได้ทันที และในแต่ละหน้าจอสามารถเลือกวาง Widget ต่างๆ ไว้ในตำแหน่งใดก็ได้ที่ต้องการ
open+open page…กดที่ปุ่มด้านซ้ายบนข้างเครื่องเพื่อเปิดและปิดเครื่อง

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ซึ่งอยู่ใต้หน้าจอแสดงผลทั้งหมด 5 ปุ่ม ประกอบด้วยปุ่ม Home (รูปบ้าน), ปุ่ม Menu, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่มค้นหาเครื่อง ถัดลงมาตรงกลางเป็นปุ่มควบคุมแบบ Optical Sensor ทำหน้าที่คล้ายเมาส์ช่วยให้ง่ายต่อการการควบคุมทิศทางของ Curser และกดลงตรงกลางเพื่อเข้าสู่เมนูหรือโปรแกรมนั้นๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านซ้ายข้างเครื่องคือ ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าขนาดตัวเครื่องหากเทียบกับ HTC Hero ถือว่าค่อนข้างสูสีไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไรนัก แถมยังคางงอนเหมือนกันอีกต่างหาก แต่ HTC Legend จะได้เปรียบในเรื่องของความบาง และตัวเครื่องที่เป็นอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักที่เบาไม่แตกต่างจากพลาสติกที่ใช้ใน Hero เท่าไรนัก โดยรวมแล้วถือว่าเหมาะมือกำลังดี และถือจับใช้งานได้อย่างสะดวก
Design1-4

เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักทำได้ 2 วิธี วิธีแรกกดที่ปุ่ม Menu แล้วเลือก All programs ส่วนอีกวิธีคือใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปลูกศรชี้ขึ้นด้านซ้ายล่างของหน้าจอ หน้าจอเมนูหลักก็จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งเมนูใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีดังนี้

  • Calculator เมนูใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข
  • Calendar เมนูปฏิทินสำหรับสร้างกำหนดการนัดหมายต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ
  • Call History เมนูสำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ
  • Camcoder เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายวิดีโอ
  • Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่ง
  • Clock เมนูนาฬืกาสำหรับเทียบเวลาเมืองต่างๆ ตั้งปลุก จับเวลา และตั้งเวลาเตือน.ให้ทราบ
  • Desk Clock เมนูสำหรับเปลี่ยนหน้าจอให้แสดงนาฬิกาดิจิทัลพร้อมวันที่
  • Facebook เมนูสำหรับเชื่อมต่อเข้าสู่สังคมออนไลน์ Facebook
  • FM Radio เมนูสำหรับรับฟังวิทยุ FM Stereo
  • Footprints เมนูใช้งานโปรแกรม Footprints สำหรับถ่ายภาพ และเก็บบันทึกข้อมูล พิกัดตำแหน่งของสถานที่นั้นๆ เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับระบบ GPS นำทางไปได้
  • FriendStream เมนูโปรแกรม Social Network ที่รวมคอมเม้นท์ของเพื่อนๆ ในสังคมออนไลน์ต่างๆ ไว้ในหน้าเดียวกัน
  • Gmail เมนูใช้งานเชื่อมต่อกับ Google Mail เพื่อสมัครใช้งาน รับ และเช็คเมล์ที่ส่งมาได้
  • Internet เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Web Browser
  • Java เมนูสำหรับใช้งานโปแกรมจาวาแอบพลิเคชัน
  • Learn More เมนูสำหรับเรียนรู้การใช้งานของเครื่องผ่านทางเว็บไซต์
  • Mail เมนูรับส่งอีเมล์ผ่าน Microsoft Exhange ActiveSync และ POP3/IMAP ได้ โดยใช้งานได้ทั้งหมด 5 บัญชี
  • Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ Google Maps
  • Market เมนูสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ มาใช้งานบนเครื่อง
  • Messages เมนูสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS
  • Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
  • News เมนูโปรแกรมสำหรับดึงข่าวจากเว็บต่างๆ มาแสดงบนหน้าเว็บเพจ
  • PDF Viewer เมนูสำหรับดูและอ่านไฟล์เอกสารตระกูล PDF
  • Peep เมนูใช้งาน Twitter
  • People เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
  • Phone เมนูใช้งานโทรศัพท์
  • Photos เมนูแกลอรี่ภาพสำหรับดูภาพที่ถ่ายจากกล้องดิจิทัล อัลบั้มที่อัปโหลดใน Facebook และ Flickr
  • Plurk เมนูโปรแกรม Social Network ที่มีลักษณะการใช้งานคล้าย Twitter
  • Quickoffice เมนูอ่านและดูไฟล์เอกสารประเภท Word
  • Serach People เมนูสำหรับค้นหารายชื่อทั้งที่อยู่ในซิมการ์ดและในเครื่อง รวมถึงรายชื่อในเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ
  • Settingsเมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
  • Setup เมนูสำหรับตั้งค่าเริ่มต้นการใช้งานของเครื่อง
  • Stocks เมนูสำหรับเช็คหุ้นออนไลน์แบบเรียลไทม์
  • Talk เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชท Google Talk
  • Teeter เมนูเกมลูกบอลที่ใช้ความสามารถของ G-Sensor ในการเล่น
  • Voice Recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
  • Weather เมนูเช็คสภาพอากาศแบบเรียลไทม์
  • Youtube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ YouTube.com


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ให้ใช้นิ้วแตะบนหน้าจอเลือกที่เมนู Phone ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นอย่าง Smart Dial และคีย์บอร์ดเสมือนสำหรับกดโทรออกได้เลย ส่วนการค้นหาเบอร์โทรนั้นมีวิธีค้นหาเบอร์โทรที่บันทึกไว้ในเครื่องอยู่ 2 วิธีคือ วิธีแรก พิมพ์เบอร์ที่จำได้แค่ไม่กี่หลัก ระบบจะทำการค้นหาเบอร์โทร และรายชื่อที่เกี่ยวข้องออกมาให้เลือก ส่วนอีกวิธีคือ พิมพ์ตัวเลขลงไป โดยดูตัวอักษรที่อยู่ในตัวเลขนั้นๆ เป็นหลัก ระบบจะทำการค้นชื่อที่มีตัวอักษรนั้นขึ้นมา ตัวอย่างเช่น ต้องการโทรหา Joy ก็ให้กด 569 จะเห็นชื่อและเบอร์ปรากฏขึ้นมาให้เลือกโทรออกทันทีโดยใช้นิ้วแตะที่ปุ่ม Call

ส่วน People หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับดูรายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อนั้นทำได้โดยใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อค้นหารายชื่อที่ต้องการ หรือกดที่ปุ่มค้นหาด้านขวาสุดใต้หน้าจอเพื่อเข้าสู่หน้าจอ Search People แล้วพิมพ์ชื่อบนช่องสี่เหลี่ยมด้านบน ส่วนการเพิ่มรายชื่อนั้นให้กดที่ปุ่ม Menu แตะเลือกที่เมนู New Contact สามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ของผู้ติดต่อได้ครบถ้วน ในส่วนของการเช็คดูข้อมูลการโทรต่างๆ นั้น (Call History) ทั้งเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย พร้อมรายละเอียดชื่อผู้ติดต่อ เบอร์โทร เวลาที่ใช้ และจำนวนเวลาที่ใช้งาน

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messages สำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS ส่วนการรับอีเมล์นั้นสามารถรับส่ง Email ผ่านทาง Microsoft Exchange ActiveSync หรืออีเมล์ของบริษัท และอีเมล์ของผู้ให้บริการรายอื่นๆ ที่รองรับ POP3/IMAP ได้ โดยรองรับการใช้งานบัญชีอีเมล์ได้มากกว่า 1 บัญชี ซึ่งการตั้งค่าเพื่อใช้งานอีเมล์นั้น ทำได้ง่ายเพียงแค่พิมพ์ชื่ออีเมล์ และใส่พาร์ดเวิร์ด แล้วทำการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพียงแค่นี้ก็ใช้งานได้แล้ว นอกจากนี้ยังรองรับการรับส่ง E-mail ผ่าน Gmail ซึ่งเป็นบริการของ Google ได้อีกด้วย

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลระดับ 5.0 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED เลือกโหมดการถ่ายได้ 2 โหมดคือ Photo และ Video โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2592 x 1728 พิกเซล ซูมดิจิทัล พร้อมทั้งมีระบบ Auto Focus, เปิด/ปิดแฟลชอัตโนมัติ, ตั้งค่ารับแสง, ปรับความคมชัด, ปรับความเข้มสี, ปรับความคมของภาพ, เลือกเอฟเฟกต์สี, ปรับสมดุลแสงสีขาว, ปรับค่า ISO, เลือกถ่ายออกมาเป็นแบบภาพปกติ (4:3) หรือแบบ Widescreen (3:2) ได้, เลือกคุณภาพ, ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ, กำหนดค่าพิกัดตำแหน่งลงในภาพถ่าย Geo-Tag photos, ปรับความถี่ของแสงหรือ Flicker adjustment, เปิด Time stamp ลงวันที่และเวลาในรูปถ่าย และเลือกที่จะเปิดใช้งานการแสดงเส้นตารางได้

ส่วนวิธีการถ่ายภาพนั้นทำได้โดยใช้นิ้วแตะบนหน้าจอเลือกตำแหน่งที่ต้องการถ่ายแล้วกดที่ปุ่ม Optical Sensor เพื่อถ่ายภาพ หากต้องการซูมภาพ ให้ใช้นิ้วแตะแล้วเลื่อนขึ้นลง จะเป็นการซูมเข้าออก และภาพที่ถ่ายเสร็จแล้วจะอยู่ในเมนู Photos สามารถดูภาพซูมขยาย แบบสไลด์โชว์ ตั้งเป็นภาพประกอบรายชื่อ ภาพพื้นหลัง และ Footprints สำหรับนำทางไปยังสถานที่ในภาพถ่ายนั้นได้ และส่งต่อผ่านบลูทูธ อัปโหลดเข้าเว็บล็อกต่างๆ ได้เช่น Facebook, Flickr เป็นต้น ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียง โดยเลือกความละเอียดได้สูงสุดระดับ VGA 640 x 480 พิกเซล เลือกบันทึกไฟล์ในรูปแบบ MP4 และ H.263 และกำหนดความยาวของวีดีโอได้ 1 MB, 2 MB, 10 วิ, 30 วิ, 1 นาที, 3 นาที หรือ No Limit

ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล โดยรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ .AAC, .AMR, .OGG, .M4A, .MID, .MP3, .WAV, .WMA ค้นหาเพลงที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำได้จากการเลือกประเภทศิลปิน อัลบั้ม ชื่อเพลง และ Playlists ด้วยระบบเล่นเพลงซ้ำ และเพลงสุ่ม พร้อมโชว์ภาพอัลบั้มปกศิลปิน (ถ้ามี) และสามารถเลือกเพลงเพื่อตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้ โดยกดที่ปุ่มเมนู แล้วแตะเลือกที่เมนู Set as ringtone รวมทั้งสามารถดูไฟล์วิดีโอได้ในเมนู Photos โดยรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอ .3GP, .3G2, MP4, WMV และสามารถดูไฟล์วิดีโออื่นๆ ที่มีอยู่ได้ โดยใช้นิ้วเลื่อนแตะที่รูปลูกศรเพื่อดูไฟล์วิดีโอถัดไปหรือย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันวิทยุ FM ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ ตั้งชื่อสถานี และต้องเสียบชุดหูฟังก่อนจึงจะรับฟังได้ และเครื่องบันทึกเสียง

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใช้งานผ่าน Web Browser ที่ท่องอินเทอร์เน็ตได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (7.2 Mbps) พร้อมทั้งรองรับ JavaScript และ Flash สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังหมดปัญหาเรื่องเน็ตรั่วเพราะมีฟังก์ชันสำหรับเปิดปิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตติดตั้งมาให้ด้วย โดยเข้าไปที่เมนู Settings>Wireless & Network> Mobile Network แล้วแตะที่เครื่องหมายถูกด้านหลังออกไปก็จะปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันที และสามารถเชื่อมต่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Flickr, Twitter และ YouTube

ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.1 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP กับ Wi-Fi 801.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม HTC Sync รวมถึงมีระบบ Tethering สำหรับใช้เครื่องเป็นโมเด็มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับโน๊ตบุ้คได้ และสำหรับ CPU ใช้ของ Qualcomm MSM7227 ความเร็วในการประมวลผล 600 MHz และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 512 MB Flash Rom และ 384 MB SD RAM เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32 GB

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง HTC Legend ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ High และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2560 x 1712 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด 352 x 288 พิกเซล และเลือกบันทึกในรูปแบบไฟล์ MP4 ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมากเช่นกัน และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
เครื่องรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 1,300 mAh ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 490 นาที และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 440 ชั่วโมง สำหรับ หลังทดสอบทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง อินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง ถ่ายภาพ และใช้งานสนทนา ปรากฏว่าใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน และระบบปฏิบัติการ Android นั้นออกแบบสำหรับการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ดังนั้นระบบปฏิบัติการนี้จะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา และถ้าหากมีการเปิดใช้งานในเครือข่าย 3G ควบคู่กับ Wi-Fi กันไปด้วยแล้วอาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วได้

อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง HTC Legend, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 1,300 mAh จำนวน 1 ก้อน, ซองหนัง, สายดาต้าลิงค์เชื่อมต่อ microUSB, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่ AC Adapter, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ขนาด 2 GB และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

HTC Legend ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น HTC Hero โดยเป็น Android Phone รุ่นล่าสุดและรุ่นแรกของ HTC ที่มาพร้อมกับเวอร์ชันใหม่ และใช้อินเทอร์เฟสแบบ Sense UI ที่คุ้นเคยกันดี นอกจากนี้วัสดุที่ใช้ยังดูเรียบหรู ทนทาน และน้ำหนักเบา ในส่วนของฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ก็ยังอัดแน่นเหมือนเดิม ยกเว้นหน้าจอที่มีความคมชัด, ปุ่มควบคุม Optical Sensor, กล้องดิจิทัลมีการเพิ่มไฟแฟลชเข้ามา และซีพียูที่ปรับให้แรงขึ้น

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 100 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.