|

เมื่อปลายปี 2009 ที่ผ่านมา Samsung ได้ประกาศว่าจะพัฒนาระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถือใหม่ขึ้นมาเอง ภายใต้ชื่อ bada ซึ่งมีความหมายว่า มหาสมุทร ในภาษาเกาหลี โดยส่งโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ bada ซึ่งใช้ชื่อรุ่นว่า Samsung Wave สุดยอดฟีเจอร์โฟนใหม่ล่าสุดที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติพิเศษมากมายที่ไม่เคยมีมาก่อนในโทรศัพท์มือถือของ Samsung


รูปทรงของ Samsung Wave เป็นแบบทัชโฟนรูปทรงแท่ง ด้วยดีไซน์สวยหรู ทันสมัย และเพรียวบาง โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Super AMOLED 16 ล้านสี ที่ให้ทั้งสีสัน และความคมชัดสูง ขนาด 3.3 นิ้ว ทั้งยังสามารถป้องกันรอยชีดช่วน และรองรับการสัมผัสสั่งงานแบบ Multi-Touch อีกด้วย ส่วนตรงกลางด้านบนมีช่องลำโพงสนทนา มุมขวามีเลนส์กล้องดิจิทัลใช้งานวิดีโอคอลล์ และใต้หน้าจอมีปุ่มกดใช้งาน 3 ปุ่ม
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED อยู่มุมซ้ายด้านบน ถัดลงมามีตัวอักษร Samsung แบบปั้มนูนขึ้นมา และตรงกลางด้านล่างมีปุ่มสำหรับปลดล็อคฝาครอบแบตเตอรี่ ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ และปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านขวามีปุ่ม Hold สำหรับล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนมีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิด และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน

Sim1….ใช้นิ้วกดปุ่มที่อยู่ตรงกลางด้านล่างเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง
Sim2 …ถอดแบตเตอรี่ออกจากโดยใช้นิ้งงัเจากช่องที่อยู่ด้านล่างขึ้นมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ และดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card ใส่เข้าไปในเครื่อง Samsung Wave ก่อนอื่นให้ถอดฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวตั้ง แล้วใช้นิ้วกดปุ่มที่อยู่ตรงกลางด้านท้ายเพื่อปลดล็อคฝาครอบแบตเตอรี่ และหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้านท้ายขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่เหมือนเครื่องทั่วๆ ไป โดยอยู่บริเวณตรงกลางด้านบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้ช่องแล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นใหใส่แบตเตอรี่ และฝาครอบแตเตอรี่กลับเข้าไป และทำการเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power ที่ใช้เปิด-ปิดเครื่องใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายที่อยู่ด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น ตามด้วยโลโก้ bada และ Samsung พร้อมเสียงโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้มาพร้อมกับอินเทอร์เฟสแบบใหม่ TouchWiz UI 3.0 ครอบบนระบบปฏิบัติการ bada OS ที่ดุสวยหรูขึ้น และใช้งานง่าย ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง User Interface ได้เอง โดยนำ Widget ไอคอนเมนูต่างๆ จากปุ่ม Widget ที่อยุ่มุมซ้ายด้านบนมาวางไว้บนหน้าจอได้สูงสุด 10 หน้าจอด้วยกัน ส่วนด้านบนสุดของหน้าจอจากซ้ายไปขวามีสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่ายที่ใช้งาน สัญลักษณ์สำหรับใช้นิ้วเลื่อนลงมาเพื่อดูสถานะการเชื่อมต่อต่างๆ และการแจ้งเตือน สัญลักษณ์แสดงสถานะการเปิด/ปิดเสียง เวลา และสัญลักษณ์แสดงระดับแบตเตอรี่ และด้านล่างของหน้าจอยังมีแถบไอคอนเมนู 3 เมนูด้วยกันได้แก่ Keypad, Phonebook และ Message
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีเพียงปุ่มที่อยู่ใต้หน้าจอ 3 ปุ่มซึ่งประกอบด้วยปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเข้าเมนูหลัก (กดค้างไว้จะแสดงไอคอนเมนูที่เปิดใช้งานไป) และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรไม่มีเนื่องจากตัวเครื่องออกแบบมาให้ใช้งานบนหน้าจอแบบสัมผัสเป็นหลักแต่ใช้งานได้แทนบนแผงปุ่มกดเสมือนบนหน้าจอแบบสัมผัส นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่ม Hold สำหรับล็อค/ปลดล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล/ชัตเตอร์ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นทัชโฟนที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป เพรียวบาง และน้ำหนักที่เหมาะมือกำลังดีกำลังดี ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือทั้งเวลาใช้งานปกติ และเวลาใช้นิ้วสัมผัสบนหน้าจอแบบสัมผัส
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง Samsung Wave ทำได้โดยกดที่ปุ่มตรงกลางด้านล่างใต้หน้าจอ สำหรับเมนูหลักแสดงผลแบบ 3 มิติ โดยจัดวางในรูปแบบของตาราง สามารถใช้นิ้วเลื่อนไปมาซ้าย/ขวาเพื่อดูเมนูใช้งานถัดไป 3 หน้า (เพิ่มได้อีกตามแอบพลิเคชันที่ดาวน์โหลดมาสูงสุด 10 หน้า) และสามารถแก้ไขย้ายตำแหน่งหรือลบเมนูออกไปได้ สำหรับเมนูหลักๆ ของเครื่องมีด้วยกันดังนี้
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- My Account เมนูสำหรับดูรายชื่อบัญชีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ ทั้งบัญชีใช้งาน Samsung Apps, อีเมล์ต่างๆ และบัญชีสำหรับเชื่อมต่อเข้าสู่เว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ
- Samsung Apps เมนูร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์ของ Samsung ที่มีแอบพลิเคชันให้ดาวน์โหลดฟรี และเสียเงิน
- Internet เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Samsung Dolfin Browser เวอร์ชัน 2.0
- My files เมนูสำหรับจัดการไฟล์ มัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอคลิป ไฟล์เสียง ธีม และไฟล์อื่นๆ
- Video player เมนูเครื่องเล่นวิดีโอ
- Log เมนูเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทร และการรับส่งข้อความ รวมทั้งเช็คเวลาที่ใช้ และค่าโทรได้
- Social Hub เมนูโปรแกรมที่รวมเว็บไซต์ Social network หรือสังคมออนไลน์มาผสานกัน
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- Email เมนูสำหรับรับส่งข้อความอีเมล์
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ ไว้เตือนความจำ
- Smart search เมนูโปรแกรมสำหรับค้นหาข้อมูลที่อยู่ในเครื่อง และผ่านทางอินเทอร์เน็ต
- Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งปลุกเตือน เทียบเวลาเมืองต่างๆ จับเวลา และนับเวลาถอยหลัง
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
- Facebook เมนูเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ Facebook
- Twitter เมนูเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ Twitter
- YouTube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านทาง YouTube
- Media browser เมนูสำหรับดุไฟล์มีเดียต่างๆ ทั้งไฟล์ภาพ และไฟล์วิดีโอ สามารถส่งต่อ อัปโหลด แก้ไข tag ตัดต่อวิดีโอ และสั่งพิมพ์ได้
- Memo เมนูบันทึกย่อ
- Task เมนูสำหรับบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
- IM เมนูโปรแกรม Palringo สำหรับใช้งานสนทนาแบบแชท
- Mini diary เมนูสำหรับสร้างไดอารี่ส่วนตัว
- Diary briefing เมนูโปรแกรมบริการแจ้งข่าวสารพื้นฐานประจำวัน
- Calculator เมนูเครื่องคิดเลข
- Navigation เมนูโปรแกรมนำทางด้วยดาวเทียม GPS
- FM radio เมนูวิทยุ FM
- Voice recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
- Games and more เมนูเกมและอื่นๆ


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออก ทำได้โดยใช้นิ้วแตะไปที่ไอคอนเมนู Key Pad ด้านซ้ายล่างสุดของหน้าจอก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาให้ใช้งาน พร้อมทั้งมีฟังก์ชันสนทนาแบบเห็นหน้าด้วย Video Call บนเครือข่าย 3G, สามารถบันทึกเบอร์ลงในสมุดโทรศัพท์ และส่งข้อความได้ทันที ส่วน Contacts สำหรับค้นหารายชื่อทำได้โดยใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อเลือกรายชื่อที่ต้องการ หรือพิมพ์ชื่อลงในช่อง Tap to search และใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปลูกศรชี้ขึ้นลงเพื่อเลือกตัวอักษรของชื่อที่ต้องการค้นหา และการสร้างรายชื่อผู้ติดต่อใหม่นั้น สามารถใส่ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของผู้ติดต่อได้อย่างครบถ้วน
ในส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ (Log) นั้นดูได้ทั้งเบอร์โทรที่ใช้งานทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่ได้รับสาย โดยรวมกันอยู่ในหน้าเดียวกัน แต่สังเกตว่าเบอร์ไหนใช้งานอย่างไรได้จากสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้เบอร์โทร นอกจากนี้ยังเช็คดูข้อความต่างๆ ทั้ง SMS, Email, SNS และ IM ที่ได้รับและส่งออกไป ส่วนการเช็คดูเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ จะอยู่ในเมนู Log Manager รวมทั้งสามารถเช็คดูจำนวนข้อความทั้ง SMS และ Email ที่ได้รับและส่งออกไป และเช็คดูค่าโทรได้ (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ)
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความต่างๆ รองรับการใช้งานทั้งแบบ SMS, MMS และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3, IMAP4 และ SMTP สามารถใช้งานอีเมล์ได้ทั้ง Exchange ActiveSync, Google, Yahoo!, Hotmail และอื่นๆ พร้อมกันได้หลายอีเมล์ โดยพิมพ์ข้อความบนแผงปุ่มกดเสมือนได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย พร้อมทั้งมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 และมีฟังก์ชัน Instant Messaging สนทนาแบบแชทผ่านโปรแกรม Palringo
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2560 x 1920 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า เลือกโหมดในการถ่ายภาพได้ทั้งแบบ Single, Beauty, Smile shot, Continuous, Panorama และ Vintage เลือกโหมดฉากได้ 14 แบบรวมโหมดถ่ายกลางคืน ตั้งค่าเปิดปิดแฟลชอัตโนมัติ เลือกโหมดโฟกัสได้ทั้ง Auto Focus, Macro และ face detection ปรับค่ารับแสง ตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ ใส่เอฟเฟกต์ ปรับค่า ISO เลือกคุณภาพในการถ่าย ตั้งค่ารับแสงเฉพาะจุด ป้องกันการสั่น ปรับความเข้มอัตโนมัติ ป้องกันถ่ายภาพขณะหลับตา ปรับความคมชัด และมีระบบ Outdoor visibility สำหรับถ่ายภาพกลางแจ้ง และมีระบบ Geo-tagging
ส่วนวิดีโอบันทึกพร้อมเสียงได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1280 x 720 พิกเซล ที่ 30 fps โดยเลือกบันทึกได้ 3 โหมดคือ Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม ในรูปแบบไฟล์ MP4, Limit for MMS ในรูปแบบไฟล์ .3GP และ Slow motion ในรูปแบไฟล์ MP4 นอกจากนี้ยังมีกล้องดิจิทัลอีกตัวหนึ่งด้านหน้าเครื่องสำหรับใช้งานสนทนาแบบเห็นหน้าในเครือข่าย 3G
ในส่วนของฟังก์ชันมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล ด้วยระบบจัดการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ เลือกเอฟเฟกต์เสียงได้ 6 แบบ สามารถตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าต่างๆ และเสียงปลุกเตือนได้ และแสดงภาพปกอัลบั้ม (ถ้ามี) พร้อมทั้งมีระบบจำลองเสียงเซอร์ราวด์ 5.1 (เฉพาะฟังผ่านชุดหูฟังเท่านั้น) นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Find similar สำหรับค้นหาเพลงที่ใกล้เคียงกับเพลงที่เปิดอยู่ และโปรแกรม Music recognition ค้นหาข้อมูลเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต, วิทยุ FM Radio ที่มีระบบค้นหาและจัดเก็บสถานีอัตโนมัติ โดยต้องเสียบชุดหูฟังก่อน และบันทึกเสียงได้ รวมทั้งมีโปรแกรม Video Player ซึ่งรองรับไฟล์วิดีโอในรูปแบบ MP4, H.263, H.264, WMV, Xvid, DivX, โปรแกรม Media Browser สำหรับจัดการไฟล์มีเดียต่างๆ, โปรแกรมตกแต่งแก้ไขภาพ, โปรแกรมตัดต่อไฟล์วิดีโอ และโปรแกรมบันทึกเสียง
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย Samsung Dolfin Browser เวอร์ชัน 2.0 ผ่านเครือข่าย GRPS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g/n และ 3G HSDPA 7.2 Mbps / HSUPA, 2 Mbps รวมทั้งเชื่อมต่อเข้าสู่เว็บสังคมออนไลน์ได้ทั้ง Facebook และ Twitter และมีฟังก์ชัน Social Hub ที่รวมเอา Email, Facebook, Twitter ไว้ด้วยกัน รวมไปถึงพวก Notification ต่างๆ ด้วย โดยจะเชื่อมโยงเป็น Hub ของ Social Network ทั้งหมดทั้ง Notification, Email, ข้อความ Twitter Mention, Facebook Status Comment มาครบเลย และดูวิดีโอคลิปผ่านทาง YouTube ได้
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB เวอร์ชัน 2.0 กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชันใหม่ 3.0 ที่มีความเร็วในการับส่งข้อมูลสูงขึ้น พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP และผ่าน Wi-Fi 802.11 b/g/n นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันสุดล้ำ Mobile AP สำหรับทำให้เครื่องเป็น Wi-Fi แชร์อินเทอร์เน็ตกับเครื่องคอมพิวเตอร์, AllShare สำหรับแชร์ไฟล์ไปยัง Server และจาก Server มายังเครื่อง และโอนถ่ายข้อมูลด้วยฟังก์ชัน Synchronize ในส่วนของหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในเครื่องมาให้ในขนาด 2 GB และเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung Wave ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Single เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2560 x 1920 พิกเซล และคุณภาพของภาพแบบ Super fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.9 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกโหมด Normal ตั้งคุณภาพของภาพสูงสุดแบบ Super Fine และเลือกขนาดสูงสุด 1280 x 720 พิกเซล ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมาก ไม่มีการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใข้เป็นแบบ Li-ion ขนาด 1,500 mAh ตามสเปกแล้วสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 650 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นาน 15 ชั่วโมง 50 นาที จากการทดลองใช้งานจริง หลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม โดยเปิดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ฟังวิทยุ ฟังเพลง ใช้งานอินเทอร์เน็ต ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2-3 วันเลยทีเดียว แต่ถ้ามีการใช้งานในเครือข่าย 3G และมีการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi อยู่ตลอดเวลาก็อาจใช้งานได้เพียง 1-2 วัน ด้วยหน้าจอแบบ Super AMOLED จึงประหยัดพลังงานได้อีก 20% โดยรวมแล้วถือว่าการจัดการพลังงานทำได้ดีเลยทีเดียว
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง Samsung Wave ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1,500 mAh จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่, การ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, CD Rom โปรแกรมใช้งานพร้อม User Guide CD และคู่มือใช้งาน
Samsung Wave ถือเป็นฟีเจอร์โฟนที่มาพร้อมกับ 4 สิ่งใหม่ ของแบรนด์คือ CPU 1GHz แรง เร็ว สะใจกว่าเดิม, ระบบปฏิบัติการ bada ใหม่ล่าสุด, สุดยอดหน้าจอ Super AMOLED และรุ่นนี้ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่รองรับ Bluetooth 3.0 อีกด้วย แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่รุ่น Top ของแบรนด์ แต่ Samsung Wave ถือว่าเป็นปฐมบทของ bada ที่จะทําให้วงการมือถือทั่วโลกสั่นคลอนแน่นอน
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 102 ... |