|

ค่ายโทรศัพท์มือถือ i-mobile เดินหน้าส่ง Android Phone สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android รุ่นที่ 3 ออกมาต่อจากรุ่น i-mobile 6010 Android และรุ่น i-mobile 3G 8500 โดยรุ่นนี้มีชื่อรุ่นว่า i-mobile i858 ซึ่งถือเป็นรุ่นที่มีสเปกที่สูงกว่า 2 รุ่นที่ผ่านมา โดยยังคงมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 1.6 Donut ซึ่งจุดเด่นของเครื่องรุ่นนี้นอกจากหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่แล้ว ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน TV Tuner ถือเป็น Android Phone รุ่นแรกที่ดูทีวีได้


i-mobile i858 มาพร้อมกับรูปทรงแบบ Card Bar ขนาดใหญ่ แต่บาง ด้วยดีไซน์โค้งมนเรียบหรูทันสมัย ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกกับงานประกอบที่ดูแข็งแรง และทนทาน โดดเด้นด้วยหน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส TFT capacitive touch screen ขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้วเลยทีเดียว รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมาตรงกลางมีช่องลำโพงสนทนา ด้านซ้ายมีไฟแสดงสถานะ ส่วนด้านขวามีเซ็นเซอร์วัดระดับแสง ถัดลงลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล และใต้หน้าจอมีปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ 4 ปุ่ม
พลิกมาด้านหลังเครื่องด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัล พร้อมช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงอยู่ข้างๆ กัน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มสำหรับปลดล็อคฝาหลัง ด้านขวามีช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วความจำภายนอก และปุ่มสำหรับปลดล็อคฝาหลัง ด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง ช่องสำหรับเสียบชาร์จ และสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB รวมอยู่ในช่องเดียวกัน ช่องสำหรับเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และช่องเสียบเสาอากาศรับสัญญาณทีวี/วิทยุ และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน

Sim1…ใช้นิ้วกดปุ่ม Open ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเพื่อปลดล็อคและหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องตรงกลางด้านล่างขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องที่อยู่ตรงกลางด้านบนแล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง i-mobile i858 เริ่มจากถอดฝาหลังออกมาจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลัง แล้วใช้นิ้วกดที่ปุ่ม Open ที่อยู่บริเวณด้านล่างข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมากโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านตรงกลางด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณตรงกลางด้านบนของช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้ช่องและดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม ก่อนจะเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power ที่ใช้เปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้ายบนของเครื่อง โดยเป็นปุ่มพร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลาง ให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะสั่น 1 ครั้งและเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น i-mobile i858 พร้อมภาพโลโก้ i-mobile และ android จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอใช้งานซึ่งเป็นหน้า Screen locked ซึ่งการปลดล็อคหน้าจอสามารถทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่ปุ่มรูปแม่กุญแจแล้วลากไปทางด้านขวาตามรูปสัญลักษณ์ จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าจอหลักซึ่งสามารถเลือก User Interface สำหรับใช้งานได้ 3 แบบคือ Home ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 หน้า ให้สังเกตที่ด้านล่างจะมีขีดสีเขียว ซึ่งจะเลื่อนตามเมื่อเราใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวา แต่ละหน้าของหน้าจอ Home ผู้ใช้สามารถสร้างทางลัด, ใส่วิดเจ็ต หรือ สร้างไฟลเดอร์ได้, Panorama View จะแบ่งออกเป็น 8 หน้า ให้สังเกตว่าขอบล่างของหน้าจอจะมีจุดวงกลมขึ้นมา วางเรียงกัน 8 จุด แสดงว่าผู้ใช้กำลังอยู่หน้าไหน แล้วแต่ละหน้าจะมีแอบพลิเคชั่นที่ต่างกันไป และ Smart UI แบ่งออกเป็น 4+1 หน้า ให้สังเกตจุดวงกลมเล็กๆ ด้านล่าง ที่วางเรียงกัน 4 จุด เมื่อผู้ใช้เลื่อนหน้าจอไปทางซ้ายมือ เมื่อถึงจุดสุดท้าย ก็ยังสามารถเลื่อนได้อีก 1 หน้า แต่จะเป็นหน้าโล่งๆ ซึ่งผู้ใช้สามารถเพิ่มทางลัด หรือ Widgets ลงไปได้เองตามความต้องการ และการเปลี่ยนรูปภาพพื้นหลัง ให้แตะที่พื้นที่ว่างบนหน้าจอหลักค้างไว้ จนแสดงหน้าตาเมนูขึ้นมา ให้เลือก Wallpapers จากนั้นจะพบกับรายการ Pictures (เลือกภาพถ่ายจากกล้อง), Wallpaper gallery Home และ Wallpaper gallery Smart UI (สำหรับเลือกรูปภาพจากหน่วยความจำหรือรูปภาพมาตรฐานที่โทรศัพท์ติดตั้งมาให้)
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ตัวเครื่อง i-mobile i858 ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานสัมผัสบนหน้าจอเป็นหลัก จึงตัดส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรออกไป มีเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ แบบสัมผัสซึ่งอยู่ใต้หน้าจอแสดงผลประกอบด้วยปุ่มโทรออก/รับสาย (กดค้างจะเข้าสู่เมนูค้นหา), ปุ่ม Menu กดเพื่อแสดงเมนูฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ของโปรแกรม (กดค้างจะขึ้นแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด), ปุ่มสำหรับเลือก User Interface และปุ่มวางสาย/ย้อนกลับ นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มสำหรับเปิดฝาหลัง ส่วนด้านขวามีปุ่มสำหรับเปิดฝาหลัง ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร เนื่องจากตัวเครื่องออกแบบให้หน้าจอมีขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้ว แต่ด้วยความบาง บวกกับน้ำหนักที่ไม่หนักมากเกินไป ทำให้ไม่มีปัญหาในการถือจับใช้งาน ส่วนเรื่องของการใช้นิ้วแตะสัมผัสบนหน้าจอเพื่อใช้งานต่างๆ นั้น ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว เพราะเป็นหน้าจอแบบ Capacitive (แบบเดียวกับไอโฟน)
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่องทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปลูกศรชี้ขึ้นที่อยู่ตรงกลางด้านล่างของหน้าจอ หน้าจอเมนูหลักก็จะปรากฏขึ้นมา สำหรับเมนูใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้รวมโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาติดตั้งในเครื่อง จึงขอแนะนำเฉพาะเมนูหลักของเครื่องซึ่งมีดังนี้
- Alarms Clock เมนูนาฬิกาปลุกสำหรับตั้งปลุกเตือน
- ATV เมนูเข้าสู่ฟังก์ชัน TV Tuner สำหรับรับชมทีวีในระบบแอนะล็อก
- Browser เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Web Browser
- Calculator เมนูใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับสร้างกำหนดการนัดหมายต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ
- Camcorder เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายวิดีโอ
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่ง
- Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
- Dialer เมนูสำหรับใช้งานโหมดโทรศัพท์
- Email เมนูรับส่งอีเมล์
- ES Task Manager เมนูแอบพลิเคชั่นจัดการโปรแกรมที่เปิดใช้งานค้างไว้ เพื่อสลับการใช้งานหรือปิดโปรแกรมที่ไม่ต้องการใช้ และสามารถถอนการติดตั้งโปรแกรมได้ด้วย โดยการแตะที่โปรแกรมนั้นค้างไว้ แล้วเลือก Uninstall
- Facebook เมนูเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ Facebook
- Filemanager เมนูโปรแกรมจัดการข้อมูลในหน่วยความจำ
- FM Radio เมนูฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo
- Gallery เมนูสำหรับเปิดดูไฟล์มีเดียทั้งไฟล์ภาพ และไฟล์วิดีโอ
- Gmail เมนูใช้งานเชื่อมต่อกับ Google Mail เพื่อสมัครใช้งาน รับ และเช็คเมล์ที่ส่งมาได้
- Google Talk เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชท Google Talk
- GPS Status เมนูแสดงเข็มทิศ พร้อมข้อมูลทาง GPS
- Hi MSN โปรแกรมสนทนารูปแบบแชท โดยใช้ชื่อสมาชิกที่สมัครบริการจาก Windows Live
- Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ Google Maps
- Market เมนูสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ มาใช้งานบนเครื่อง
- Messaging เมนูสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- Sipdroid เมนูโปรแกรมใช้งานและตั้งค่าการโทรแบบ Voice Over IP หรือโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
- Sound Recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
- Twigee เมนูเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ Twitter
- VideoPlayer เมนูเครื่องเล่นวิดีโอ
- Voice Dialer เมนูโปรแกรมคำสั่งเสียง
- YouTube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ YouTube.com


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ให้ใช้นิ้วแตะบนหน้าจอเลือกที่เมนู Dialer ซึ่งจะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาสำหรับกดโทรออกได้เลย นอกจากนี้ในเมนู Phone ยังมีแถบเมนูที่อยู่ด้านขวา 4 เมนูด้วยกันได้แก่ Add สำหรับเพิ่มหมายเลขบันทึกลงในสมุดโทรศัพท์โดยใส่รายละเอียดได้ครบถ้วน และดึงรายชื่อจากใน SIM มาไว้ในเครื่องหรือจากเครื่องลงใน SIM ได้ และแถบ Favorites ใช้กำหนดรายชื่อโปรดที่ผู้ใช้ต้องการ, Contacts เข้าไปที่เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ, Call log สำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ และ Message สำหรับเข้าสู่เมนูข้อความ
ส่วนการตั้งค่าที่เกี่ยวกับการโทรนั้น ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Settings>Call Settings สามารถตั้งค่าจำกัดการโทร ตั้งค่าศูนย์บริการฝากข้อความเสียง ดูเบอร์เจ้าของเครื่อง ตั้งเบอร์โทรข้อความเสียง ตั้งการโอนสาย ระงับการใช้เครื่อง แสดงเบอร์โทรเข้า และให้มีสายเรียกซ้อนได้ และตั้งค่าใช้กับผู้ที่มีปัญหาในการได้ยิน และในส่วนของตั้งค่าใช้งานเครือข่ายนั้นให้เข้าไปที่เมนู Settings>Wireless controls>Mobile Networks>Network operators ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบค้นหาเครือข่ายเอง และค้นหาแบบอัตโนมัติ
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging สำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS สามารถแนบข้อความด่วน ไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ รวมถึงแทรกอิโมติคอนพร้อมกับข้อความได้ โดยวิธีการพิมพ์ข้อความพิมพ์ผ่านแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดเสมือนบนหน้าจอสัมผัส สามารถพิมพ์ข้อความได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ส่วนการรับส่งอีเมล์นั้นรองรับทั้ง Push Gmail, Push Exchange, IMAP, POP3 ได้ โดยรองรับการใช้งานบัญชีอีเมล์ได้มากกว่า 1 บัญชี ซึ่งการตั้งค่าเพื่อใช้งานอีเมล์นั้น ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่พิมพ์ชื่ออีเมล์ และใส่พาร์ดเวิร์ด แล้วทำการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้แล้ว
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลระดับ 5.0 ล้านพิกเซล เลือกโหมดถ่ายได้ทั้ง Photo และ Video โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2560 x 1920 พิกเซล พร้อมระบบ Auto Focus และมีโหมดถ่ายภาพแบบ Panorama ซึ่งในการถ่ายภาพมุมมกว้างนี้ หน้าจอจะแสดงลูกศรสีแดงขึ้นมาเพื่อบ่งบอกทิศทางในการหมุนกล้องพร้อมบอกระดับแนวดิ่ง เพื่อให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้แนบเนียนยิ่งขึ้น เนื่องจากโหมดถ่ายภาพ Panorama จะเป็นการถ่ายภาพที่มีความกว้างเป็นพิเศษ ซูม 4 เท่า ตั้งค่าเลือกคุณภาพได้ 3 ระดับ มีระบบจดจำใบหน้า, ปรับสมดุลสีขาว, เลือกโหมดฉาก 8 แบบ, ปรับค่าชดเชยแสง, ปรับค่าความไวแสง ISO, ปรับโทนสีหรือเอฟเฟ็กต์ และแนบพิกัด GPS ลงบนรูปภาพได้ ส่วนโหมดวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียง โดยเลือกคุณภาพได้ 2 ระดับคือ Low (for MMS messages) กับ High (for SD Card) ความละเอียดสูงสุด 352 x 288 พิกเซล ในรูปแบบไฟล์ .3GP และเลือกระยะเวลาในการบัทึกได้สุงสุดแบบไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม
ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีฟังก์ชัน ATV สำหรับรับชมฟรีทีวีในระบบแอนะล็อก ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ รับชมได้แบบเต็มจอ (Wide Screen) และมาพร้อมเสาอากาศรับสัญญาณทีวีที่อยู่มุมขวาด้านบนของเครื่อง, โปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล โดยรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3, WMA, OGG, AMR ค้นหาเพลงได้จากการเลือกประเภทศิลปิน อัลบั้ม ชื่อเพลง และ Playlists ด้วยระบบเล่นเพลงซ้ำ และเพลงสุ่ม พร้อมแสดงด้วยภาพอัลบั้มปกของศิลปิน (ถ้ามี) และเลือกเพลงเพื่อตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้, FM Radio ฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo ด้วยรระบค้นหาสถานีอัตโนมัติ และเปิดรับฟังผ่านลำโพงด้านหลังเครื่องได้ทันที, Gallery โปรแกรมแสดงภาพรูปถ่าย และวีดีโอ สามารถดูภาพนิ่งแบบย่อขยาย และสไลด์โชว์ได้, Video Player เครื่องเล่นวิดีโอ ที่รองรับการเล่นไฟล์วิดีโอนรูปแบบ H.263, H.264, MPEG4, Voice Recorder เครื่องบันทึกเสียง และยังสามารถดูคลิปวิดีโอจาก YouTube ได้
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใช้งานผ่าน Internet Browser ที่เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g และ HSDPA ในเครือข่าย 3G แสดงผลในแนวตั้งและแนวนอน มีฟังก์ชันบุ๊คมาร์คเว็บไซต์โปรด เปิดเว็บในหน้าต่างใหม่ ปรับขนาดตัวอักษรได้ 5 ระดับ และสนับสนุน Java Script รวมทั้งเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้ง Facebook, Twitter เป็นต้น นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบดาวเทียมนำร่อง GPS พร้อมโปรแกรมเสริม A-GPS โดยใช้งานผ่านโปรแกรมแผนที่ Google Maps
ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 with A2DP กับ Wi-Fi 802.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม Auto Sync หลังจากที่มีการ Sign in ด้วย account ของ Google ระบบจะทำการ Sync ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่บน Gmail ทันที ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ และตารางนัดหมาย และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 256 MB สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD Card โดยรองรับได้สูงสุด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง i-mobile i858 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกขนาดของภาพสูงสุด 2560 x 1920 พิกเซล และเลือกคุณภาพที่ระดับ Super Fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกคุณภาพแบบ High (for SD card) และเลือกบันทึกแบบไม่จำกัดเวลา ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ในเครื่องรุ่นนี้ที่ให้มาเป็นแบตเตอรี่ในแบบ Li-ion ขนาดความจุ 1,500 mAh ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 4.5 ชั่วโมง และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 250 ชั่วโมง หลังจากทดสอบใช้งานแบบทั่วๆ ไป ทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง ใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง และมีการใช้งานโทรศัพท์สนทนาพูดคุยในระหว่างวันค่อนข้างมาก ผลปรากฎว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน เนื่องจากขนาดหน้าจอที่ใหญ่และมีความคมชัดจึงกินพลังงานมากขึ้น และถ้ามีการเปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น EDGE หรือ 3G HSDPA และ Wi-Fi ทิ้งไว้ แบตเตอรี่ก็จะหมดไวขึ้น โดยรวมแล้วในเรื่องของแบตเตอรี่กับการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้ถือว่าสอบผ่าน
อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องสำหรับจำหน่ายประกอบด้วยตัวเครื่อง i-mobile i858, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด
ความจุ 1,500 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จไฟแบตเตอรี่ AC Adapter, สายดาต้าลิงค์ USB Cable, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card ขนาด 2 GB, ซองเคสใส่โทรศัพท์, ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งาน User Manual
i-mobile i858 นับเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ 3 ของทาง i-mobile ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS โดยมาพร้อมกับจุดเด่นที่น่าสนใจต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Capacitive ขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้ว, ดูทีวีได้, ติดตั้งกล้องดิจิทัลระดับ 5 ล้านพิกเซล, มีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน (ECHO Cancellation), ควบคุมฟังก์ชั่นด้วยการสั่นไหวตัว เครื่อง (Motion Sensor) และรองรับการเชื่อมต่อครบครัน แถมยังมีราคาที่โดนใจสาวก Android อีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 102 ... |