Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


ตลาด Android Phone ยังคงมีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด LG ก็ได้ส่ง Android Phone รุ่นที่ 2 ออกมาในชื่อรุ่น LG GT540 Optimus ซึ่งมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 1.6 Donut โดยรุ่นนี้จะต่างกับรุ่นแรก LG GW620 ตรงที่ไม่มีแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY เพิ่มขึ้นมา แต่เน้นที่รูปลักษณ์ดีไซน์ที่เอาใจคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ พร้อมคุณสมบัติครบครัน ในราคาที่ไม่ถึงหมื่น









LG GT540 Optimus มาพร้อมกับรูปทรงแบบแท่งสไตล์ทัชโฟน ดีไซน์เรียบหรู ขนาดกระทัดรัด และมีน้ำหนักที่พอดีมือ ตัวเครื่องมีเลือก 3 สีคือ ดำ ขาว และขมพู รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมามีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลซึ่งเป็นจอสีระบบสัมผัสแบบ resistive ขนาด 3.0 นิ้ว ใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ ของเครื่องรวม 5 ปุ่มหลักด้วยกัน

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นส่วนของเลนส์กล้องดิจิทัลอยู่ตรงกลางด้านบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านนั้นเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านขวามีช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันแบบ mcroUSB พร้อมฝาปิดกันฝุ่นเข้า ปุ่ม Search สำหรับเข้าหน้าจอค้นหา และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟนขนาดเล็ก


Sim1…ใช้นิ้วกดปุ่มตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…ถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยใช้นิ้วงัดช่องด้านซ้ายบนออกมา
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายล่าง แล้วดันเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
ก่อนใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง LG GT540 Optimus ให้ทำการถอดฝาหลังออกมาจากตัวเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้านซ้ายบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ออกมา และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้ายล่างของช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องโดยให้ด้านหัวตัดอยู่ด้านบนแล้วดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับขั้นตอนนี้

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power ที่ใช้เปิด/ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์พร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลาง ให้กดปุ่มนี้จนเครื่องสั่น 1 ครั้งแล้วปล่อยมือ เครื่องจะเปิดขึ้นมาพร้อมภาพโลโก้แอนิเมชัน LG ตามด้วยตัวอักษร android และเสียงประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักในโหมดล็อคหน้าจอให้ใช้นิ้วแตะสัญลักษณ์รูปแม่กุญแจด้านซ้ายมือบนหน้าจอแล้วลากไปทางด้านขวาเพื่อปลอล็อค จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งานซึ่งสามารถเลือกรูปแบบ Home Screen ได้ 2 แบบคือ Android Home กับ LG Home โดยรูปแบบหลังจะมีพื้นที่หน้าจอให้เลือกใส่ Widgets ต่างๆ ถึง 5 หน้ามากกว่ารูปแบบแรกที่มีเพียง 3 หน้าเท่านั้น โดยสามารถเปลี่ยนรูปแบบที่ต้องการนี้ได้โดยเข้าไปที่เมนูแล้วเลือกที่เมนู Home selector นอกจากนี้ที่ด้านบนจะมีแถบที่เรียกว่า Notifications สำหรับแจ้งเตือนพร้อมสถานะการใช้งานต่างๆ โดยใช้นิ้วแตะแถบที่ว่านี้ลงมาเพื่อดู และด้านล่างสุดของหน้าจอมีไอคอนเมนูด้านซ้ายเป็นเมนู Phone ตรงกลางไปไอคอนสำหรัยบเข้าสู่เมนูหลัก และด้านขวาเป็นเมนู Messaging
open+open page…กดที่ปุ่มด้านซ้ายบนข้างเครื่องเพื่อเปิดและปิดเครื่อง

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ซึ่งอยู่ใต้หน้าจอแสดงผลทั้งหมด 5 ปุ่มด้วยกันโดย 2 ปุ่มด้านบนเป็นปุ่มแบบสัมผัสด้านซ้ายเป็นปุ่ม Menu กดเพื่อแสดงเมนูฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ของโปรแกรม และด้านขวาเป็นปุ่มย้อนกลับ ส่วนอีก 3 ปุ่มด้านล่างเป็นปุ่มแบบกดประกอบด้วยปุ่มโทรออก/รับสาย, ปุ่ม Home เพื่อกลับไปยังหน้าจอหน้าจอหลัก (Home Screen) แต่ถ้ากดค้างไว้จะแสดงไอคอน 6 โปรแกรมล่าสุดที่เปิดใช้งาน และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรสามารใช้งานได้บนหน้าจอโดยเป็นแบบ Visual Keyboard นอกจากนี้ที่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านขวามีปุ่ม Search สำหรับเข้าสู่หน้าจอค้นหา และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็นเครื่องที่มีรูปทรง และขนาดที่พอเหมาะ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป กับน้ำหนักที่พอดีมือ ทำให้ใช้งานได้สะดวกทุกปลายนิ้วสัมผัส โดยไม่ต้องใช้ปากกาสไตลัส

เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักทำได้ 2 แบบ แบบแรกเมื่อเลือก Home Screen ในรูปแบบ Android Home ให้ใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปลูกศรชี้ขึ้นตรงกลางด้านล่างของหน้าจอ หน้าจอเมนูหลักก็จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แสดงผลเป็นรูปไอคอนเล็กๆ เรียงกันแถวละ 4 เมนูด้วยกัน โดยเมนูหลักๆ ของเครื่องจะอยู่รวมกับเมนูโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่อง อีกแบบเมื่อเลือก Home Screen ในรูปแบบ LG Home ให้ใช้นิ้วแตะที่ไอคอนที่มีวงกลม 4 วงในช่องสี่เหลี่ยมตรงกลางด้านล่างของหน้าจอ ก็จะเข้าหน้าจอเมนูหลัก ซึ่งเมนูใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้รวมโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาติดตั้งในเครื่อง จึงขอแนะนำเฉพาะเมนูหลักของเครื่องซึ่งมีดังนี้

  • Alarm Clock เมนูนาฬิกาปลุกสำหรับตั้งปลุกเตือน
  • Browser เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Web Browser
  • Calculator เมนูใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข
  • Calendar เมนูปฏิทินสำหรับสร้างกำหนดการนัดหมายต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ
  • Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ
  • Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
  • Dialer เมนูสำหรับใช้งานโหมดโทรศัพท์
  • Email เมนูสำหรับรับส่งอีเมล์
  • FM Radio เมนูฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo
  • Gallery เมนูสำหรับเปิดดูไฟล์มีเดียทั้งไฟล์ภาพ และไฟล์วิดีโอ
  • Google Mail เมนูใช้งานเชื่อมต่อกับ Google Mail เพื่อสมัครใช้งาน รับ และเช็คเมล์ที่ส่งมาได้
  • Google Talk เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชท Google Talk
  • Home Selector เมนูสำหรับเลือกเปลี่ยนหน้าจอ Home Screen มีให้เลือกทั้ง Android Home และ LG Home
  • Java Download เมนูสำหรับเก็บจาวาเกม และจาวาแอบพลิเคชันที่ดาวน์โหลดมาลงในเครื่อง
  • Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ Google Maps
  • Market เมนูสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ มาใช้งานบนเครื่อง
  • Media Player เมนูเครื่องเล่นมีเดียที่รองรับการเล่นไฟล์เพลง และไฟล์วิดีโอ
  • Messaging เมนูสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS
  • Movie Finder เมนูโปรแกรมสำหรับค้นหาข้อมูลภาพยนตร์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
  • OI File Manage เมนูโปรแกรมจัดการไฟล์ต่างๆ ทั้งในเครื่อง และการ์ดหน่วยความจำภายนอก
  • Quickoffice เมนูโปรแกรมด้านเอกสารต่างๆ Quickoffice
  • Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
  • SNS เมนูโปรแกรมเชื่อมเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ
  • Video editor เมนูโปรแกรมตัดต่อไฟล์วิดีโอ
  • Voice recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
  • YouTube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ YouTube.com


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ให้ใช้นิ้วแตะบนหน้าจอเลือกที่เมนู Dialer ซึ่งมาพร้อมกับแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนสำหรับกดโทรออกได้เลย นอกจากนี้ในเมนู Dialer ยังมีปุ่มสำหรับเข้าดูข้อมูลด้านการโทรต่างๆ ประกอบด้วย Call log สำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย พร้อมรายละเอียดชื่อผู้ติดต่อ เบอร์โทร เวลาที่ใช้ และจำนวนเวลาที่ใช้งาน, Contacts สำหรับค้นหารายชื่อ และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่, Groups สำหรับตั้งกลุ่มการโทร และ Favorites ใช้กำหนดรายชื่อโปรดที่ผู้ใช้ต้องการ และแสดงรายชื่อของผู้ที่โทรบ่อยมากที่สุด

ส่วนการตั้งค่าที่เกี่ยวกับการโทรนั้น ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Settings>Call Settings สามารถตั้งค่าจำกัดการโทร ตั้งเบอร์โทรข้อความเสียง ตั้งการโอนสาย จำกัดการใช้งาน เช่น ห้ามโทรออกทั้งหมด ห้ามโทรออกไปต่างประเทศ ห้ามโทรออกไปต่างประเทศยกเว้นโทรกลับบ้าน เป็นต้น ตั้งค่าคำนวณค่าใช้จ่ายในการใช้งาน ดูเวลาในการใช้สาย ตั้งค่าการโทรเพิ่มเติม เช่น แสดงเบอร์โทรเข้า ให้มีสายเรียกซ้อนได้ และรับสายอัตโนมัติ ตั้งค่าใช้งานเครือข่าย และ Select line สำหรับเลือกสายโทรศัพท์ที่กำลังใช้งาน

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging สำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS สามารถแนบไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง เป็นต้น รวมถึงแทรกอิโมติคอนพร้อมกับข้อความได้ ส่วนการรับอีเมล์นั้นทำได้ง่ายใน 2 ขั้นตอนเพียงใส่ชื่อ Email address และ Password แล้วทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้แล้ว โดยรองรับอีเมล์เซิฟร์เวอร์ทั้ง Microsoft Exchange และเมล์อื่นๆ รวมทั้งรองรับ Push Email นอกจากนี้ยังสามารถสมัครใช้งานหรือเช็คเมล์ของ Google Mail หรือ Gmail ได้บนเครื่องทันที และการพิมพ์ข้อความนั้นสามารถพิมพ์บนแผงปุ่มกดตัวอักษรสัมผัสแบบเสมือน QWERTY โดยถือเครื่องให้อยู่ในแนวนอน

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลระดับ 3.0 ล้านพิกเซล เลือกโหมดถ่ายได้ทั้ง Photo และ Video โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล พร้อมโฟกัสโหมดที่มีให้เลือกทั้ง Auto Focus, Macro Mode, Face tracking และ Manual Focus ซูมดิจิทัล ตั้งค่าปรับความสว่าง เลือกคุณภาพ ปรับสมดุลแสงสีขาว เลือกโหมดการถ่ายได้ทั้งปกติ ต่อเนื่อง ถ่ายภาพสวยงาม เฟรมช็อต และพาโนรามาอัตโนมัติ ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ ตั้งค่า ISO เลือกโหมดฉากได้ทั้ง 6 แบบรวม Night Mode เลือกเอฟเฟกต์สี เปิดระบบป้องกันการสั่น และมีระบบ GEO-Tagging บันทึกพิกัด GPS ลงในข้อมูลของภาพได้ ส่วนโหมดวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียง โดยเลือกโหมดบันทึกได้ 2 แบบคือ Normal และ MMS เลือกความละเอียดสูงสุด 640 x 480 พิกเซล ในรูปแบบไฟล์ .3GP และเมื่อถ่ายภาพหรือบันทึกวีดีโอเสร็จ สามารถส่งต่อผ่านทาง Bluetooth, อีเมล์ต่างๆ หรือ MMS และอัปโหลดเข้าเว็บ YouTube ได้ ภาพนิ่งสามารถตั้งเป็นภาพพื้นหลัง และดูภาพแบบขยายได้ ส่วนวิดีโอสามารถเปิดดู และตัดต่อได้ด้วยโปรแกรม Video Editor

ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Media Player สำหรับเล่นไฟล์เพลง โดยรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3, WAV, WMA, eAAC+ และเล่นไฟล์วิดีโอ โดยรอบรับไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .3GP, MP4, DivX, WMV นอกจากนี้ยังมี Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล ที่มีระบบค้นหาเพลงที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำได้จากการเลือกประเภทศิลปิน อัลบั้ม ชื่อเพลง และ Playlists ด้วยระบบเล่นเพลงซ้ำ และเพลงแบบสุ่ม พร้อมแสดงด้วยภาพอัลบั้มปกของศิลปิน (ถ้ามี) และสามารถตั้งค่าเขย่าเครื่องเพื่อเปลี่ยนเพลงถัดไปได้, FM Radio วิทยุ FM, Gallery โปรแกรมแสดงภาพรูปถ่าย และวีดีโอ, Video Editor โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ ผู้ใช้สามารถนำเอาไฟล์รูปภาพมาทำเป็นวีดีโอและแทรกเสียงเพลงประกอบได้ หรือจะเลือกตัดต่อจากไฟล์วิดีโอที่มีอยู่แล้วก็ได้ และโปรแกรม Voice recorder หรือเครื่องบันทึกเสียง

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้งานผ่าน Android Webkit Browser ที่เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g และ HSDPA (ดาวน์โหลดสูงสุด 7.2 Mbps) รวมทั้งเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ต่างๆ ผ่านโปรแกรม SNS หรือ Social Network Service ซึ่งเป็นโปรแกรมจัดการบัญชีของ Social Network ต่างๆ เพิ่มได้ 3 บัญชี จาก Facebook, Bebo และ Twiter อย่างละ 1 บัญชี เมื่อตั้งค่าเสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถใช้งานได้เหมือนเข้าไปใช้งานผ่านเว็บไซต์ และเมื่อมีการอัปเดตก็จะมีการแจ้งเตือนให้ทราบ และดูคลิปวิดีโอผ่าน YouTube ได้

ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.1 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth Stereo ได้ กับ Wi-Fi 802.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม Auto Sync หลังจากที่มีการ Sign in ด้วย account ของ Google ระบบจะทำการ Sync ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่บน Gmail ทันที ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ และตารางนัดหมาย และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 130 MB สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง LG GT540 Optimus ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล และเลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด 640 x 480 พิกเซล และเลือกบันทึกแบบ Normal ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใช้ในเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Li-Polymer ความจุ 1,500 mAh ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 5 ชั่วโมง 30 นาที และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 500 ชั่วโมง หลังจากการทดสอบทั้งใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง ใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง ถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ และใช้งานสนทนา ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน และด้วยระบบปฏิบัติการ Android นั้นออกแบบสำหรับการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ดังนั้นระบบปฏิบัติการนี้จะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา และถ้าหากมีการเปิดใช้งานในเครือข่าย 3G พร้อมกับเปิด Wi-Fi ควบคู่กันไปด้วยแล้วอาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดภายในไม่ถึง 1 วันได้

อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง LG GT540 Optimus, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 1,500 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายดาต้าลิงค์เชื่อมต่อ microUSB, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่ AC Adapter, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card, CD โปรแกรม, ใบรับประกันสินค้า และคู่มือการใช้งาน

LG GT540 Optimus ถือเป็น Android Phone รุ่นที่ 2 ของ LG ที่เจาะกลุ่มผู้ใช้ระดับกลาง ในราคาที่ไม่สูงมากนัก ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูออกแบบมาเพื่อเอาใจคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ พร้อมฟังก์ชันใช้งานต่างๆ ที่ครบครัน นอกจากนี้ยังลงโปรแกรมเมนูภาษาไทยเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นอีกด้วย และที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Android Phone ต้องมีเลยก็ตือ Google Mobile Service บริการต่างๆ จาก Google และ Android Market สำหรับดาวน์โหลดแอบพลิชันมาใช้งาน

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 103 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.