Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


แบรนด์ OPPO ถือเป็นแบรนด์โทรศัพท์มือถือน้องใหม่ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยกระแสตอบรับนั้นถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ยิ่งได้กลุ่มศิลปินชื่อดังอย่าง 2PM มาเป็นแบรนด์พรีเซนเตอร์ให้ด้วยแล้ว ก็น่าจะเข้าถึงตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ล่าสุดได้ส่ง OPPO LOMO me โทรศัพท์มือถือฝาพับแนวแฟชั่น ที่มีจุดเด่นคือกล้องดิจิทัล ที่มาพร้อมฟังก์ชันกล้องโลโม่ที่ให้ถ่ายรูปแบบแปลกๆ แหวกแนวไม่เหมือนใครได้ถึง 10 รูปแบบ รวมถึงการปรับแต่งการใช้งานกล้องดิจิทัลที่นับว่ายืดหยุ่นและหลากหลายเป็นอย่างมาก









รูปทรงของ OPPO LOMO me เป็นแบบฝาพับขนาดใหญ่ สามารถเปิดบานพับค้างไว้ได้อย่างอิสระในช่วง 15-150 องศา แบบ Free Halt Design ที่ช่วยอายุการใช้งานของตัวฝาพับได้ยาวนานขึ้น เสริมลวดลายกราฟิกดูมีมิติบริเวณด้านหน้าฝาพับ ล้อมด้วยกรอบมีความเงา มีให้เลือก 3 สี (สีชมพู, สีขาว และ สีดำ) เมื่อเปิดฝาพับขึ้นมาตรงกลางด้านบนเป็นช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลจอสีขนาด 3.2 นิ้ว และส่วนฝาพับด้านล่างเป็นส่วนของแผงปุ่มกดใช้งานต่างๆ

พลิกมาด้านหลังเครื่องด้านบนจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัล โดยด้านซ้ายติดกันจะเป็นหน้าจอ LED เล็กๆ สำหรับแจ้งสถานะต่างๆ ทั้งระดับสัญญาณ สถานะแบตเตอรี่ รวมไปถึงสายที่ไม่ได้รับ และข้อความเข้า และด้านซ้ายล่างเป็นช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องเสียบชุดหูฟัง สายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์แบบ miniUSB รวมอยู่ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิดกันฝุ่นเข้า ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มสำหรับใช้งานกล้องดิจิทัล


Sim1….ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง
Sim2 …ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องตรงกลางด้านบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องที่อยู่ด้านซ้ายบนแล้วดันเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
ก่อนใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง OPPO LOMO me ให้ถอดฝาหลัง และแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องพลิกมาด้านหลังในแนวนอนแล้วใช้นิ้วกดลงตรงกลางฝาหลังดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card อยู่บริเวณด้านซ้ายบนของช่องใส่แบตเตอรี่ และเป็นช่องแบบแนวตั้ง ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่อง และดันเข้าไปจนสุด หลังจากที่ใส่ SIM Card เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายที่อยู่ด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมโลโก้ OPPO บนพื้นหลังสีขาว ตามด้วยภาพกราฟิกแอนิเมชัน และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักหรือ Home Screen ของเครื่องรุ่นนี้ประกอบด้วยวอลเปเปอร์หรือภาพพื้นหลัง มุมซ้ายด้านบนมีสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่าย มุมขวามีสัญลักษณืแสดงระดับแบตเตอรี่ ถัดลงมาตรงเป็นชื่อเครือข่ายที่ใช้งาน ส่วนด้านล่างมุมซ้ายมีนาฬิกา มุมขวามีวันที่ และด้านล่างสุดมึชื่อเมนูใช้งาน 3 เมนูด้วยกันได้แก่ Shortcut, Menu และ Contacts

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นส่วนของแผงปุ่มกดควบคุมการใช้งานต่างๆ ประกอบด้วย ปุ่ม Soft Key ซ้าย/ขวา, ปุ่มทางลัดกล้องถ่ายรูป LOMO, ปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง และปุ่มเครื่องเล่นเพลง อีกส่วนมีปุ่มโทรออก/รับสาย, ปุ่มลบ, ปุ่มวางสาย (ใช้เปิด/ปิดเครื่อง) และแผงปุ่มกดตัวเลข และตัวอักษร โดยออกแบบเรียงชิดติดกันหมด แต่ไม่มีปัญหาในการกดใช้งาน เพราะมีขนาดใหญ่ รวมทั้งใช้สีตัดกันระหว่างปุ่มเหมือยตารางหมากรุก จึงมองเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านขวาข้างเครื่องอีก 2 ปุ่มคือ ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัลชัตเตอร์ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นเครื่องรูปทรงฝาพับที่มีขนาดใหญ่ในสไตล์ที่คนญี่ปุ่นและเกาหลีใช้กัน แต่ด้วยน้ำหนักที่เบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือทั้งเวลาใช้งานปกติ และเวลาใช้นิ้วกดลงบนแผงปุ่มกดใช้งานต่างๆ

เมนูการใช้งาน
วิธีการเข้าเมนูหลักทำได้โดยกดที่ปุ่มตรงกลางของปุ่ม Navigator Key เพื่อเข้าสู่เมนูหลักของเครื่อง สำหรับเมนูหลักแสดงผลได้ 2 แบบคือ รูปภาพไอคอนจัดวางในรูปแบบตาราง และ ภาพเคลื่อนไหวพร้อมแถบไอคอนด้านล่างจัดวางเป็นแถวยาว สักษณะเมนูหลัก และการแสดงผลของเมนูในแต่ละหน้าสามารถปรับเปลี่ยนตามลักษณะของธีม โดยในตัวเครื่องมีให้เลือก 3 แบบ และสามารถสร้างธีมเพิ่มเติมได้ โดยเมนูหลักมีทั้งหมด 12 เมนูด้วยกันดังนี้

  • Facebook เมนูเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ Facebook
  • Phonebook เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ รวมทั้งสามารถคัดลอก และย้ายรายชื่อผู้ติดต่อจากซิมสู่เครื่อง และเครื่องสู่ซิมได้ และตั้งค่าใช้งานได้
  • Log เมนูสำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ รวมถึงเช็คเวลาที่ใช้งานไป และเช็คจำนวนการใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทาง GPRS ได้
  • MSN เมนูโปรแกรมสนทนาแบบแชท MSN
  • Messages เมนูรับส่งข้อความรองรับทั้ง SMS, MMS และ Email
  • Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
  • Fun & Game เมนูรวมเครื่องเล่นมีเดียและเกม ได้แก่ เกมและจาวา, เครื่องเล่นวิดีโอ, อัลบั้มภาพ, เครื่องมือแก้ไขภาพ, E-book, อัดเสียง, วิทยุ และตัวแต่งเพลง
  • Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอ
  • Internet เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน UC Browser และ WAP Browser
  • Tools เมนูผู้ช่วยประกอบด้วย Bluetooth, เครื่องคิดเลข, สมุดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์, สมุดโน๊ต, บันทึกความรู้สึก และตัวแปลงหน่วย
  • File Manager เมนูจัดการไฟล์ต่างๆ ทั้งที่อยู่ในหน่วยความจำเครื่อง และการ์ดหน่วยความจำภายนอก
  • Settings เมนูตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่องได้แก่ ตั้งค่าโทรศัพท์ ตั้งค่าเสียง ตั้งค่าจอแสดงผล ตั้งค่าการโทร และตั้งค่าระบบความปลอดภัย


ด้านการโทร
เริ่มที่ Phonebook สำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ ทำได้โดยพิมพ์ตัวอักษรชื่อขึ้นต้นของรายชื่อที่ต้องการค้นหาในช่องสี่เหลี่ยมด้านล่างที่มีรูปไอคอนแว่นขยายด้านหน้า ด้วยระบบ Smart Search ก็จะแสดงรายชื่อขึ้นมาให้เลือกสำหรับกดโทรออก ส่วนการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อนั้นทำได้โดยกดเลือกที่ Options>Add new contact โดยสามารถเลือกว่าจะบันทึกในเครื่องหรือใน SIM Card ได้ ถ้าบันทึกข้อมูลลงในเครื่องสามารถใส่รายละเอียดได้อย่างครบถ้วน แต่ถ้าเลือกบันทึกลงใน SIM จะใส่ได้เฉพาะชื่อและเบอร์โทรเท่านั้น

ในส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ (Log) ดูได้ทั้งเบอร์โทรที่ใช้งานทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่ได้รับสาย และเบอร์ที่โทรออก รวมทั้งเช็คดุเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ ได้ พร้อมทั้งดูข้อมูลจากการรับส่งข้อความ SMS, เวลาที่ใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย GPRS และจำนวนข้อมูลที่ดาวน์โหลดผ่านเครือข่าย GPRS และการตั้งค่าการโทรอยู่ในเมนู Call Settings สามารถตั้งการโอนสาย สายเรียกซ้อน และโทรซ้ำอัตโนมัติ รวมถึงจำกัดการโทรได้

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความต่างๆ รองรับการใช้งานทั้งแบบ SMS, MMS, Chat mode และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3 และ IMAP4 ที่พิเศษก็คือ มีฟังก์ชั่น K1 ระบบสะกดคำอัตโนมัติที่ช่วยให้การพิมพ์ข้อความมีความสะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น มีการแสดงคำศัพท์ที่คาดว่าจะใช้งานขึ้นมา พร้อมเลือกใช้งานได้ทันที เช่นพิมพ์คำ ช ก็จะมีคำตัวอย่างเช่น ชอบ ช่วย ชีวิต ช่วง เป็นต้น มาให้เลือกใช้ นอกจากนี้ยังเพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆ เพื่อสะดวกต่อการใช้งานในคราวต่อไปได้ โดยฟังก์ชั่นนี้รองรับทั้งการพิมพ์ SMS, Chat MSN และการพิมพ์ข้อความบน Facebook

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้าน ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2560 x 1920 พิกเซล ซูมดิจิทัล พร้อมระบบ Auto Focus และ Macro Mode เลือกโหมดในการถ่ายภาพได้ทั้งแบบ Normal, Frames, Snap, Burst และ Panorama เลือกโหมดฉากได้ 7 แบบรวม Night Mode ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ ตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว ใส่เอฟเฟกต์ ปรับค่าชดเชยแสง เลือกคุณภาพในการถ่าย เปิดปิดระบบ Face detection ปรับค่า ISO บันทึกเวลา และวันที่ลงในภาพถ่าย และกำหนดพื้นที่วัดแสงได้ ส่วนวิดีโอบันทึกพร้อมเสียงได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ VGA 640 x 480 พิกเซล โดยบันทึกได้ 2 โหมดคือ High และ Normal ในรูปแบบไฟล์ .3GP และสามารถซูมภาพได้เมื่อปรับความละเอียด 320x240 พิกเซลลงมา

นอกจากนี้ ยังโดดเด่นด้วยการถ่ายภาพแนว LOMO ฟังก์ชั่นที่ทำให้การถ่ายรูปมีความแปลกใหม่ทั้งสีสัน มุมมองภาพ รวมถึง ลักษณะภาพที่แตกต่างออกไป สะดวกเข้าใช้งานด้วยปุ่มทางลัด LOMO โดยเฉพาะ โดยมีเอฟเฟกต์ต่างๆ ให้เลือกอย่างมากมายทั้ง Fisheye, Four images, Soft focus, Tunnel, Spotlight, Cartoon, Emboss, Mirror, Sketch, Red, Yellow, Bule และ Green พร้อมทั้งสามารถตั้งเป็นเป็นภาพพื้นหลัง และอัปโหลดภาพถ่ายขึ้นสู่ Facebook ได้ทันทีเมื่อถ่ายภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของฟังก์ชันมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล ที่รองรับการเล่นไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3 ด้วยระบบจัดการเพลง (Playlists) เล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม แสดงปกอัลบั้มศิลปิน (ถ้ามี) ตั้งค่าปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ และสามารถเปิดระบบ Motion Sensor สำหรับเขย่าเครื่องเพื่อเปลี่ยนเพลงถัดไปได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันวิทยุ FM Radio ที่มีระบบค้นหาและจัดเก็บสถานีอัตโนมัติ ตั้งเวลาเปิดปิด และบันทึกเสียงขณะรับฟังได้ โดยรับสัญญาณวิทยุผ่านชุดหูฟัง รวมทั้งมีโปรแกรมสำหรับเล่นไฟล์วิดีโอ ซึ่งรองรับไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .3GP และ MP4, โปรแกรม Image viewer สำหรับดูไฟล์ภาพ, โปรแกรม Image editor สำหรับตกแต่งแก้ไขภาพ, โปรแกรม Ebook reader สำหรับอ่านไฟล์เอกสาร โปรแกรมบันทึกเสียง และโปรแกรม Melody composer สำหรับแต่งเสียงเรียกเข้า

ด้านการเชื่อมต่อ
ด้านการเชื่อมต่อ ประกอบด้วยการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย WAP Browser และ UC Web Browser ผ่านเครือข่าย GRPS/EDGE Class 10 รวมทั้งเชื่อมต่อเข้าสู่ Web Communities หรือสังคมออนไลน์ได้ง่ายดายและสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บ Social Network ชื่อดังอย่าง Facebook รวมไปถึงโปรแกรมแชทอย่าง MSN นอกจากนี้ยังรองรับจาวาแอบพลิเคชัน สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมจาวามาติดตั้งเพื่อใช้งานเพื่อเติมได้ง่ายๆ อีกด้วย โดยสามารถเลือกติดตั้งจากการ์ดหน่วยความจำภายนอกได้ทันที

ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB เวอร์ชัน 2.0 สำหรับเชื่อมต่อใช้งานเป็น Mass storage หรือที่เก็บข้อมูล, Webcam และ Com port สำหรับใช้เป็นโมเด็มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.1 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ในส่วนของหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในเครื่องมาให้ขนาด 25 MB และเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 8 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง OPPO LOMO me ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Normal เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2560 x 1920 พิกเซล และคุณภาพของภาพแบบ High โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกโหมด Normal ตั้งคุณภาพของภาพสูงสุดแบบ High และเลือกขนาดสูงสุด 640 x 480 พิกเซล ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี ไม่มีการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใช้ในเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Li-ion ขนาดความจุ 900 mAh ดูจากสเปกสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 300 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นาน 360 นาที จากการทดลองใช้งานจริง หลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม โดยเปิดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ฟังวิทยุ ฟังเพลง ใช้งานอินเทอร์เน็ต ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วันเศษเลยทีเดียว แต่ถ้าเปิดใช้งานในโหมด Power Save ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น โดยรวมแล้วถือว่าการจัดการพลังงานทำได้ค่อนข้างดีพอสมควร

อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง OPPO LOMO me ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 900 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายเคเบิ้ล USB, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ (ใช้ร่วมกับสายเคเบิ้ล USB), การ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card ขนาด 1 GB, ชุดหูฟังสเตอริโอ, ใบรับประกัน และคู่มือใช้งาน

OPPO LOMO me ถือเป็นโทรศัพท์มือถือฝาพับสไตล์แฟชั่นที่มีจุดเด่นมากมายไม่ว่าจะเป็นการออกแบบฝาพับในแบบ Free Halt Design, ติดตั้งกล้องดิจิทัล 5 ล้านพิกเซลพร้อมฟังก์ชัน LOMO ช่วยเพิ่มสีสันในการถ่ายรูปได้เป็นอย่างดี รวมทั้งมีระบบ K1 ที่เพิ่มความสะดวกในการพิมพ์ข้อความให้รวดเร็วกว่าปกติ และยิ่งได้พรีเซนเตอร์เป็นศิลปินกลุ่มชื่อดังอย่าง 2PM ด้วยแล้ว ก็ทำให้ตัวเครื่องและแบรนด์ดูมีความน่าสนใจมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 103 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.