Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


Samsung ยังคงรุกหนักกับตลาดสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายของ Samsung Galaxy S ไปได้ไม่นาน ล่าสุดได้ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Samsung Galaxy Series ออกมาอีก 2 รุ่นคือ Samsung Galaxy 3 และ Samsung Galaxy 5 เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มการใช้งาน โดยรุ่นที่นำมา On Test คือรุ่น Samsung Galaxy 3 สมาร์ทโฟนดีไซน์เท่ ฟังก์ชันครบ เจาะกลุ่มตลาด Mid-End









Samsung Galaxy 3 เป็นสมาร์ททัชโฟนแบบ Bar Type ขนาดมาตรฐาน ด้วยดีไซน์โค้งมนเรียบหรู ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกเป็นหลัก โดยใช้สีบรอนซ์เงินในส่วนกรอบด้านหน้าเครื่องตัดกับสีดำในส่วนของฝาหลัง รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมาตรงกลางมีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาด้านซ้ายมีเซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับแสง ถัดจากนั้นเป็นหน้าจอแสดงผลซึ่งเป็นจอสีระบบสัมผัสแบบ Capacitive ขนาด 3.2 นิ้วรองรับระบบ Multi-Touch และใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ ของเครื่องรวม 3 ปุ่มหลักด้วยกัน

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นส่วนของเลนส์กล้องดิจิทัลอยู่ตรงกลางด้านบน ถัดลงมาตรงกลางมีตัวอักษร with Google พร้อมตัวอักษร SAMSUNG และตรงกลางด้านล่างมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ ส่วนด้านซ้ายข้างเครื่องนั้นมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านบนเครื่องเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง ช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันแบบ mcroUSB และช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน


Sim1…ใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางด้านท้ายเครื่องออกมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายข้างเครื่อง แล้วดันเข้าไปจนสุด
Sim3…ใช้นิ้วจับแบตเตอรี่บริเวณด้านล่างข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง





การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Samsung Galaxy 3 นั้น เริ่มจากถอดฝาหลังออกมาจากเครื่องก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วคว่ำลงในแนวตั้ง จากนั้นใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างของเครื่องออกมาเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่เหมือนกับเครื่องทั่วๆ ไป โดยอยู่ตรงบริเวณด้านซ้ายข้างเครื่อง ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ข้างช่องใส่ SIM Card แล้วดันเข้าไปจนสุด ส่วนการถอดแบตเตอรี่ให้ใช้นิ้วจับบริเวณด้านล่างข้างช่องใส่แบตเตอรี่ทั้ง 2 ด้าน แล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง หลังจากที่ใส่ SIM Card เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้ายบนของเครื่องให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น และโลโก้ SAMSUNG ตามด้วยภาพกราฟิกแอนิเมชัน Samsung และเสียงประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน เมื่อเปิดเครื่องมา หน้าจอ Home Screen จะถูกล็อคไว้สามารถปลดล็อคหน้าจอได้โดยใช้นิ้วแตะบนหน้าจอแล้วเลื่อนหน้าจอออกไป ก็จะปรากฏหน้าจอหลัก Home Screen พร้อมใช้งานขึ้นมา โดยหน้าจอหลักของเครื่อง มาพร้อมกับอินเทอร์เฟสในแบบฉบับซัมซุง TouchWiz UI 3.0 ครอบบนระบบปฏิบัติการ Android ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยด้านบนสุดจะเป็นแถบแสดงสถานะหรือ Notification Bar พร้อมด้วยสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่าย แบตเตอรี่ และเวลา ถัดลงมาจะเป็นพื้นที่สำหรับวางไอคอนหรือ Widget โดยจะมีพื้นที่บนหน้าจอ Home Screen ไว้สำหรับวางไอคอนและ Widget ต่างๆ ทั้งหมด 7 หน้าด้วยกัน โดยผู้ใช้สามารถแตะนิ้วบนหน้าจอแล้วลากไปด้านข้างก็จะปรากฏหน้าจอด้านถัดไปออกมา และด้านล่างสุดของหน้าจอจะมีไอคอนเมนูต่างๆ 4 เมนู ได้แก่ Phone, Contacts, Messaging และ Applications

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ซึ่งอยู่ใต้หน้าจอแสดงผล 3 ปุ่ม โดยตรงกลางเป็นปุ่มเข้าสู่หน้าจอ Home Screen แต่ถ้ากดค้างไว้จะแสดง 6 โปรแกรมล่าสุดที่เปิดใช้งาน ส่วนด้านซ้ายเป็นปุ่มแบบสัมผัสสำหรับกดเพื่อแสดงเมนูฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ของโปรแกรม ถ้ากดค้างไว้จะเข้าสู่ฟังก์ชันค้นหาข้อมูลต่างๆ ในเครื่อง และด้านขวาเป็นปุ่มแบบสัมผัสกดย้อนกลับไปยังเมนูก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านซ้ายข้างเครื่องอีก 1 ปุ่มคือ ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านซ้ายบนเครื่องขวามีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง เข้าสู่โหมดเงียบ และใช้งานบนเครื่องบิน ด้านความเหมาะมือนั้นแม้ว่าตัวเครื่องจะมีขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่เกินไป และน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือ รวมถึงหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive ทำให้ใช้นิ้วแตะสัมผัสสั่งงานได้สะดวกทุกปลายนิ้วสัมผัส

เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง Samsung Galaxy 3 ทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอน Applications ด้านขวาล่างของหน้าจอ หน้าจอเมนูหลักก็จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แสดงผลเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อประกอบเรียงกันแถวละ 4 เมนูด้วยกัน โดยเมนูหลักๆ ของเครื่องมีดังนี้

  • Allshare เมนูโปรแกรมแชร์ไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ผ่านการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี DNLA
  • Calculator เมนูใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข
  • Calendar เมนูปฏิทินออนไลน์ผ่าน Google Calendar สำหรับสร้างกำหนดการนัดหมายต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ
  • Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ
  • Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งปลุกเตือน เทียบเวลาเมืองต่างๆ จับเวลา และจับเวลาถอยหลัง
  • Daily Briefing เมนูบริการแจ้งข่าวสารพื้นฐานประจำวันได้แก่ ข่าว สภาพอากาศ ราคาหุ้น ตารางนัด
  • Email เมนูสำหรับรับส่งข้อความอีเมล์ และใช้อ่านอีเมล์จาก Hotmail หรือ Yahoo ที่ผู้ใช้มีบัญชีอยู่
  • FM Radio เมนูรับฟังวิทยุ FM Stereo
  • Gallery เมนูแกลอรี่สำหรับดูไฟล์ภาพ และไฟล์วิดีโอ
  • Google mail เมนูใช้งานเชื่อมต่อกับ Google Mail เพื่อสมัครใช้งาน รับ และเช็คเมล์ที่ส่งมาได้
  • Internet เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยเว็บบราวเซอร์
  • Layar เมนูโปรแกรมดูข้อมูลจากสถานที่จริงที่สร้างชื่อมาจากเทคโนโลยีอย่าง Augmented Reality (AR) 
  • Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ Google Maps
  • Market เมนูสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ จากร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์ Android Market มาใช้งานบนเครื่อง
  • Memo เมนูบันทึกย่อไว้เตือนความจำ
  • Music Player เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
  • My Files เมนูโปรแกรมจัดการไฟล์ต่างๆ ทั้งในเครื่อง และในการ์ดหน่วยความจำภายนอก
  • Navigation เมนูใช้งานโปรแกรมนำทางด้วยดาวเทียม GPS
  • Samsung Apps เมนูศูนย์รวมแอบพลิเคชันออนไลน์สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ ของ Samsung
  • Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
  • Talk เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชท Google talk
  • Mini diary เมนูโปรแกรมสำหรับสร้างไดอารี่ส่วนตัว
  • ThinkFree Office เมนูโปรแกรมอ่านเอกสารต่างๆ ที่อยู่ในเครื่อง ผ่านระบบออนไลน์ และ Google Docs
  • Video Player เมนูเครื่องเล่นวิดีโอ
  • Voice Dialer เมนูใช้งานโปรแกรมคำสั่งเสียง
  • Voice Recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
  • Write and go เมนูเขียนข้อความ และส่งข้อความทันที
  • Youtube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ YouTube.com


ด้านการโทร
เริ่มด้วยการใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออกให้ใช้นิ้วแตะเลือกที่ไอคอนเมนู Phone บนหน้าจอก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนสำหรับกดโทรออกได้เลย นอกจากนี้ที่ด้านบนยังมีแถบเมนู Call log สำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ พร้อมเช็คดูเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ ได้, แถบ Favorites ใช้กำหนดรายชื่อโปรดที่ผู้ใช้ต้องการ และแสดงรายชื่อของผู้ที่โทรบ่อยมากที่สุด และแถบเมนู Contacts สำหรับค้นหารายชื่อ และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยสามารถเลือกบันทึกลงในหน่วยความจำเครื่อง หรือใน SIM Card และใส่รายละเอียดต่างๆ ของผู้ติดต่อได้ครบ (ถ้าเลือกบันทึกลงในเครื่อง)

นอกจากนี้ในเมนู Contacts ยังมีแถบ Groups สำหรับตั้งกลุ่มการโทร แถบ History สำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานต่างๆ และแถบ Activities สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับบัญชีสังคมออนไลน์ต่างๆ ให้รวมอยู่ในหน้าเดียวกัน เพื่อให้เช็คสถานะได้ง่ายขึ้น ส่วนการตั้งค่าที่เกี่ยวกับการโทรนั้น ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Settings>Call Settings สามารถตั้งค่าโชว์หมายเลข ปฏิเสธรับสาย จัดการโทรออก/รับสาย รหัสนำหน้า ปฏิเสธการโทรด้วยข้อความ เสียงสถานะการโทร เตือนขณะโทร โอนสายอัตโนมัติ ระงับการใช้เครื่อง รับสายเรียกซ้อน หมุนซ้ำอัตโนมัติ จำกัดการโทร และตั้งค่าบริการข้อความเสียง

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความรองรับข้อความแบบ SMS และ MMS โดยสามารถแนบไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ รวมถึงแทรกอิโมติคอนพร้อมกับข้อความได้ ซึ่งเลือกรูปแบบการพิมพ์ได้ 4 แบบทั้งแบบ QWERTY Keypad, 3x4 Keypad, Handwriting box1 และ Handwriting box2 พร้อมรองรับเทคโนโลยี Swype ซึ่งเป็นวิธีการป้อนข้อความบนหน้าจอที่รวดเร็วและง่ายขึ้น โดยใช้นิ้วลากไปมาบนแป้นพิมพ์หน้าจอ ส่วนการรับอีเมล์นั้นรองรับได้หลาย Account โดยสามารถ Sync เข้ากับ Exchange E-Mail และ Mail Server อื่นๆ ได้ โดยวิธีตั้งค่าเพื่อใช้งานอีเมล์นั้น ทำได้ง่ายเพียงแค่พิมพ์ชื่ออีเมล์แอดเดรส และใส่พาร์ดเวิร์ด แล้วทำการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้ทันที พร้อมทั้งรองรับ Push mail นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน Gmail ซึ่งมาพร้อมกับ Google Service อีกด้วย

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลระดับ 3.2 ล้านพิกเซล เลือกโหมดถ่ายได้ทั้ง Camera และ Camcorder โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล พร้อมระบบออโต้โฟกัส ซูมดิจิทัล 3 เท่า เลือกโหมดการถ่ายได้ 6 แบบคือ Single shot, Smile shot, Continuous, Panorama, Add me และ Action shot เลือกโหมดฉากได้ 14 แบบ, ปรับความสว่าง, ระบบมาโครโหมด, ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ, ปรับสมดุลแสงสีขาว, เลือกเอฟเฟกต์, ปรับค่า ISO, เลือกโหมดวัดแสงเฉพาะจุด, เลือกคุณภาพ, ปรับเทียบความสว่าง, ปรับภาพให้มีสีสด, ปรับความคมชัด, แสดงตาราง และมีระบบ Geo-tagging ส่วนโหมดวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียง เลือกความละเอียดสูงสุด 320 x 240 พิกเซล ที่อัตรา 15 fps ในรูปแบบ .3GP และเมื่อถ่ายภาพหรือบันทึกวีดีโอเสร็จสามารถแชร์ไฟล์ผ่าน AllShare, Bluetooth, Google Mail, Messaging และ Picasa รวมทั้งตั้งเป็นภาพประกอบรายชื่อ และภาพพื้นหลังได้

ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล โดยรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3/WAV/eAAC+ สามารถค้นหาเพลงที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำได้จากการเลือกประเภทศิลปิน อัลบั้ม ชื่อเพลง และ Playlists ด้วยระบบเล่นเพลงซ้ำ และเพลงแบบสุ่ม รองรับระบบเสียง 5.1CH ตั้งค่าปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 9 แบบ และเลือกเอฟเฟกต์เสียงได้ 6 แบบ พร้อมโชว์ภาพอัลบั้มปกของศิลปิน (ถ้ามี) และสามารถเลือกเพลงเพื่อตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้ รวมทั้งสามารถดูไฟล์ภาพ และวิดีโอดูได้ในเมนู Gallery โดยภาพนิ่งสามารถใช้นิ้วแตะย่อขยายแบบ Multi-touch และดูภาพแบบสไลด์โชว์ได้ ส่วนวิดีโอรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ DivX, XviD, MPEG4, H.263, H.264, WMV, Real นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo และ Voice Recorder หรือเครื่องบันทึกเสียง

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้งานผ่าน Web Browser ที่ท่องอินเทอร์เน็ตได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 12, Wi-Fi และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (3.6 Mbps) ในเครือข่าย 3G ได้ พร้อมจัดเก็บ Bookmark เว็บที่น่าสนใจ สามารถเปิดเว็บได้ 8 หน้าต่างพร้อมกันโดยสามารถสลับไปมาระหว่างหน้าเว็บที่เปิดอยู่ได้ รวมทั้งค้นหาข้อความที่อยู่ในหน้าเพจได้ เลือกคัดลอกข้อความบนหน้าเพจเพื่อนำไปใช้กับโปรแกรมอื่นก็ได้ เป็นต้น และสามารถเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ดังอย่าง Facebook, MySpace, Twitter และดูคลิปวิดีโอผ่าน YouTube ได้

ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 3.0 with A2DP และ Wi-Fi 802.11 b/g/n เชื่อมต่อกับเครือข่าย DLNA กับผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB โดยรองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม Samsung Kies ที่สามารถสำรองและโอนถ่ายข้อมูลได้ง่าย จัดการมัลติมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุณสมบัติการสั่งซื้อที่สะดวก และมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม, นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ GPS พร้อมฟังก์ชัน A-GPS และโปรแกรมเข็มทิศดิจิทัล รวมทั้งใช้ CPU (QSC6270 + S.LSI6442) ที่มีความเร็วในการประมวลผล 667 MHz และหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 170 MB เพิ่มได้ด้วย microSD Card รองรับได้สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung Galaxy 3 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Single shot เลือกโหมดฉากแบบ SCN None คุณภาพของภาพที่ระดับ Superfine และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Normal เลือกขนาดของภาพสูงสุด 320 x 240 พิกเซล และเลือกคุณภาพในการบันทึกวิดีโอในระดับ Superfine ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี ภาพและเสียงที่ออกมาไหลลื่น และไม่มีอาการกระตุกให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใช้ในเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Li-ion ความจุ 1,500 mAh ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 15 ชั่วโมง 30 นาที และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 620 ชั่วโมง หลังการทดสอบทั้งใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง อินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง ถ่ายภาพ และใช้งานสนทนา ปรากฏว่าใช้งานได้นานต่อเนื่อง 1-2 วัน แต่ถ้าหากมีการเปิดใช้งานในเครือข่าย 3G พร้อมกับเปิด Wi-Fi ควบคู่กันไปด้วยแล้วอาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดอย่างรวดเร็วได้ แนะนำว่าให้เลือกเปิดการเชื่อมต่ออย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้

อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง Samsung Galaxy 3, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 1,500 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายดาต้าลิงค์เชื่อมต่อ microUSB, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่ AC Adapter, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

Samsung Galaxy 3 หนึ่งใน Android Smartphone รุ่นล่าสุดจากตระกูล Samsung Galaxy Series ที่มาพร้อมกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มผู้ใช้ระดับกลาง วัยเริ่มต้นทำงาน และผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android ที่มีฟังก์ชันครบเหนือกว่า Android Smartphone ทั่วๆ ไปในระดับเดียวกัน ด้วยดีไซน์ที่ลงตัว และตอบสนองทุกการใช้งาน ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย ซึ่ง Samsung Galaxy 3 สามารถตอบโจทย์นี้ได้ทั้งหมด

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 104 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.