|

จากสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมของเอเซอร์อย่าง Acer Liquid E ที่ใช้ระบบปฏิบัติการล้ำยุคอย่าง Android ที่เราเคยพบกันไปแล้ว มาคราวนี้ทางเอเซอร์ ก็ได้รับสิทธิพิเศษระดับที่เรียกได้ว่าเป็น The World’s most exclusive smartphone เลยทีเดียว เพราะว่าทางเอเซอร์ได้จับมือกับค่ายรถชั้นนำระดับโลกอย่างเจ้าม้าลำพอง หรือเฟอร์รารี่ (Ferrari) ที่ได้นำการออกแบบและสีสันอันแรงฤทธิ์อันเป็นเอกลักษณ์ นำมาผนวกกับเทคโนโลยีชั้นนำที่ทางเอเซอร์ได้ปั้นแต่งขึ้นมา รวมกันออกมาเป็น Acer Liquid E Ferrari Special Edition


Acer Liquid E Ferrari Special Edition มาพร้อมรูปทรงแบบแท่ง ด้วยดีไซน์โค้งมนสวยหรู ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกแบบมันวาวสีแดงสด ยกเว้นด้านหน้า ด้านบน และด้านท้ายเครื่องที่เป็นสีดำ รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมาตรงกลางมีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Capacitive ขนาด 3.5 นิ้ว ที่มีความละเอียดมากถึง 480 x 800 พิกเซล (WVGA) และใต้หน้าจอมีปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ 4 ปุ่มแบบสัมผัส (Touch Sensitive)
พลิกมาด้านหลังเครื่องด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัล พร้อมช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงที่ดีไซน์เป็นรูปตาข่ายอยู่ข้างๆ กัน ถัดลงมาตรงกลางติดโลโก้ Ferrari ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ สำหรับด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง ส่วนด้านขวามีปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนเครื่องมีช่องสำหรับเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. พร้อมไฟแสดงสถานะต่างๆ และด้านท้ายเครื่องมีสำหรับเสียบชาร์จ และสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB รวมอยู่ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิดกันฝุ่นเข้า และช่องไมโครโฟน

Sim1…ใช้นิ้วงัดตรงช่องมุมขวาด้านบนออกมาเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องด้านบนใต้เลนส์กล้องดิจิทัลขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องที่อยู่ถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
สำหรับการใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Acer Liquid E Ferrari Special Edition นั้น ให้ถอดฝาหลังออกมาจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวตั้ง แล้วใช้นิ้วงัดฝาหลังตรงช่องที่อยู่มุมขวาด้านบนออกมาเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่ แต่อยู่ด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ ให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาก่อนโดยใช้นิ้วงัดตรงส่วนที่ยื่นออกมาใต้เลนส์กล้องดิจิทัลขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านบนของช่อง แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม ก่อนเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้ายข้างเครื่อง โดยเป็นปุ่มสีบรอนซ์เงินพร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลาง ให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะสั่น 1 ครั้งและเปิดขึ้นมาพร้อมภาพโลโก้ acer, Ferrari และ android จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอใช้งานซึ่งเป็นหน้า Screen locked ซึ่งการปลดล็อคหน้าจอสามารถทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปแม่กุญแจด้านซ้ายมือแล้วลากไปทางขวามือ จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าจอหลักซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ Android 1.6 ที่มี User Interface เป็นแบบ Acer User Interface 3.0 โดยมีหน้าจอ Home Screen ทั้งหมด 5 หน้าจอด้วยกัน หน้าจอแรกเป็นหน้าจอสำหรับดูไฟล์มีเดียต่างๆ ทั้งไฟล์รูป ไฟล์เพลง และไฟล์วิดีโอ หน้าจอที่ 2-4 เป็นหน้าจอสำหรับวาง Widgets ต่างๆ และหน้าจอสุดท้ายเป็นหน้าจอเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้าสู่บริการ Acer Service ต่างๆ เพียงใช้นิ้วแตะแล้วรูดหน้าจอไปทางซ้าย หรือขวา หน้าจอด้านถัดไปก็จะปรากฏขึ้นมา และหากเข้าโปรแกรมไหนอยู่แล้วอยากกลับมายังหน้าจอหลักก็สามารถกดปุ่มรูปสี่เหลี่ยมด้านล่างใต้หน้าจอเพื่อเรียกหน้าจอหลักออกมาแสดงได้ทันที และในแต่ละหน้าจอสามารถเลือกวาง Widget ต่างๆ ไว้ในตำแหน่งใดก็ได้ที่ต้องการ
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ตัวเครื่อง Acer Liquid E Ferrari Special Edition ออกแบบมาเน้นการใช้งานสัมผัสบนหน้าจอเป็นหลัก จึงตัดส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรออกไป มีเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ แบบสัมผัสซึ่งอยู่ใต้หน้าจอแสดงผลประกอบด้วยปุ่ม Home สำหรับเข้าหน้าจอหลัก, ปุ่ม Search สำหรับค้นหา, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่ม Menu กดเพื่อแสดงเมนูฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ของโปรแกรม นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง (เมื่อเปิดเครื่องสามารถเข้าโหมดเงียบ, ใช้งานบนเครื่องบิน และล็อคหน้าจอ) ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดใหญ่ แต่ด้วยการดีไซน์ให้มีขอบมนโค้งจับถนัดมือ พร้อมกับความบาง และมีน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างสบาย ส่วนเรื่องของการใช้นิ้วแตะสัมผัสบนหน้าจอเพื่อใช้งานต่างๆ นั้น ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว เพราะเป็นหน้าจอแบบ Capacitive
เมนูการใช้งาน
การเข้าเมนูหลักของเครื่องทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ เรียงกัน ที่อยู่ตรงกลางด้านล่างของหน้าจอ หน้าจอเมนูหลักก็จะปรากฏขึ้นมา สำหรับเมนูใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้รวมโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาติดตั้งในเครื่อง จึงขอแนะนำเฉพาะเมนูหลักของเครื่องซึ่งมีดังนี้
- Acer registration เมนูลงทะเบียนรับประกันผู้ใช้เครื่อง Acer ผ่านทางอินเทอร์เน็ต
- Acer Setting เมนูตั้งค่าเปิดปิดการเชื่อมต่อต่างๆ รวมถึงปรับตั้งค่าเสียงเรียกเข้า ความสว่างหน้าจอ ไฟหน้าจอ และตั้งค่าการเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ต่างๆ
- Acer Sync เมนูสำหรับจัดการข้อมูลและเชื่อมต่อกับ Desktop
- Alarms Clock เมนูนาฬิกาปลุกสำหรับตั้งปลุกเตือน
- Browser เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Web Browser
- Calculator เมนูใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับสร้างกำหนดการนัดหมายต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ
- Camcorder เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายวิดีโอ
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่ง
- Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
- Documents To Go เมนูใช้งานโปรแกรมอ่านและแก้ไขไฟล์เอกสารต่างๆ ทั้ง Word, Excel, PowerPoint และ PDF
- Email เมนูรับส่งอีเมล์
- Gallery เมนูสำหรับเปิดดูไฟล์มีเดียทั้งไฟล์ภาพ และไฟล์วิดีโอ
- Gmail เมนูใช้งานเชื่อมต่อกับ Google Mail เพื่อสมัครใช้งาน รับ และเช็คเมล์ที่ส่งมาได้
- Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ Google Maps
- Market เมนูสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ มาใช้งานบนเครื่อง
- Media Server เมนูสำหรับตั้งค่าแชร์ไฟล์มีเดียทั้งไฟล์วิดีโอ, ไฟล์ภาพ และไฟล์เพลงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
- Messaging เมนูสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- Phone เมนูใช้งานโหมดโทรศัพท์
- Picture อัลบั้มรวมภาพรถแข่ง F1 Ferrari
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- Google Talk เมนูโปรแกรมสนทนาแบบแชท Google Talk
- Task เมนูสำหรับบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
- Videos เมนูเครื่องเล่นวิดีโอ พร้อมคลิปวิดีโอรถแข่ง F1 Ferrari
- Voice Recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
- YouTube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ YouTube.com


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ให้ใช้นิ้วแตะบนหน้าจอเลือกที่เมนู Phone ซึ่งจะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาสำหรับกดโทรออกได้เลย นอกจากนี้ในเมนู Phone ยังมีแถบเมนู Call log สำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ, แถบเมนู Contacts สำหรับค้นหารายชื่อ ที่รวมรายชื่อจาก Google และ Microsoft Office เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยใส่รายละเอียดได้ครบถ้วน และดึงรายชื่อจากใน SIM มาไว้ในเครื่องหรือจากเครื่องลงใน SIM ได้ และแถบ Favorites ใช้กำหนดรายชื่อโปรดที่ผู้ใช้ต้องการ และแสดงรายชื่อของผู้ที่โทรบ่อยมากที่สุด
ส่วนการตั้งค่าที่เกี่ยวกับการโทรนั้น ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Settings>Call Settings สามารถตั้งค่าจำกัดการโทร ตั้งค่าศูนย์บริการฝากข้อความเสียง ดูเบอร์เจ้าของเครื่อง ตั้งเบอร์โทรข้อความเสียง ตั้งการโอนสาย ระงับการใช้เครื่อง แสดงเบอร์โทรเข้า และให้มีสายเรียกซ้อนได้ และตั้งค่าใช้กับผู้ที่มีปัญหาในการได้ยิน และในส่วนของตั้งค่าใช้งานเครือข่ายนั้นให้เข้าไปที่เมนู Settings>Wireless controls>Mobile Networks>Network operators ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบค้นหาเครือข่ายเอง และค้นหาแบบอัตโนมัติ
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messages สำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS สามารถแนบข้อความด่วน ไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ รวมถึงแทรกอิโมติคอนพร้อมกับข้อความได้ โดยวิธีการพิมพ์ข้อความพิมพ์ผ่านแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดเสมือนบนหน้าจอสัมผัส สามารถพิมพ์ข้อความได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ส่วนการรับส่งอีเมล์นั้นรองรับทั้ง Push Gmail, Push Exchange, IMAP, POP3 ได้ โดยรองรับการใช้งานบัญชีอีเมล์ได้มากกว่า 1 บัญชี ซึ่งการตั้งค่าใช้งานอีเมล์ทำได้ง่าย เพียงแค่พิมพ์ชื่ออีเมล์ และใส่พาร์ดเวิร์ด แล้วทำการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้ทันที
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลระดับ 5.0 ล้านพิกเซล เลือกโหมดถ่ายได้ทั้ง Photo และ Video โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2592 x 1944 พิกเซล พร้อมระบบ Auto Focus ซูมดิจิทัล ตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว เลือกเอฟเฟกต์สีได้ 5 แบบคือ Mono, Negative, Solarize, Sepia, Posterize และ Aqua เปิดปิดระบบ GEO-Tagging สำหรับบันทึกพิกัด GPS ลงในข้อมูลของภาพได้ ตั้งค่าระบบป้องกันการสั่นของภาพ ปรับความสว่าง ปรับความคมชัด ปรับค่า ISO และตั้งค่าถ่ายอัตโนมัติ ส่วนโหมดวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียง โดยเลือกความละเอียดสูงสุด VGA 640 x 480 พิกเซล ที่อัตรา 20fps โดยบันทึกไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ MP4 และ .H263 และเมื่อถ่ายภาพหรือบันทึกวีดีโอเสร็จ สามารถส่งต่อผ่านทาง Acer Share, Email, Gmail, Messaging, RoadSync Mail และ YouTube ได้
ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล โดยรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3, WMA, OGG, AMR ค้นหาเพลงได้จากการเลือกประเภทศิลปิน อัลบั้ม ชื่อเพลง และ Playlists ด้วยระบบเล่นเพลงซ้ำ และเพลงสุ่ม พร้อมแสดงด้วยภาพอัลบั้มปกของศิลปิน (ถ้ามี) และเลือกเพลงเพื่อตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้, โปรแกรม nemoPlayer เครื่องเล่นมัลติมีเดีย ที่รองรับการเล่นไฟล์ภาพ ไฟล์เพลง และไฟล์วิดีโอ ผ่านอินเทอร์เฟสที่สวยงาม, โปรแกรม Media Server สำหรับแชร์ไฟล์สื่อต่างๆ เช่น ไฟล์เสียง ไฟล์ภาพ หรือไฟล์วิดีโอ ให้เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นนำไปเปิดได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต, Gallery โปรแกรมแสดงภาพรูปถ่าย และวีดีโอ สามารถดูภาพนิ่งแบบย่อขยาย และสไลด์โชว์ได้, Videos เครื่องเล่นวิดีโอ ที่รองรับการเล่นไฟล์วิดีโอนรูปแบบ H.263, H.264, MPEG4, Voice Recorder เครื่องบันทึกเสียง และยังสามารถสตรีมมิงไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงจาก YouTube ได้
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้งานผ่าน Browser Webkit HTML5 ที่เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g และ HSDPA ในเครือข่าย 3G (ดาวน์โหลดสูงสุด 7.2 Mbps และอัปโหลดสูงสุด 2.0 Mbps) รวมทั้งเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้ง Facebook, Twitter เป็นต้น และเชื่อมต่อเข้าสู่แอบพลิเคชันของ Google ต่างๆ ทั้ง Google Search, Google Maps, Gmail, Google Talk และ YouTube ได้ นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบดาวเทียมนำร่อง GPS พร้อมโปรแกรมเสริมอย่าง A-GPS สำหรับช่วยนำทาง
ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 with A2DP กับ Wi-Fi 802.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม Acer Sync หลังจากที่มีการ Sign in ด้วย account ของ Google ระบบจะทำการ Sync ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่บน Gmail ทันที ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ และตารางนัดหมาย และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 256 MB RAM, 512 MB ROM สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Acer Liquid E Ferrari Special Edition ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกขนาดของภาพสูงสุด 2592 x 1944 พิกเซล และเลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ jPEG quality 100% โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Camcorder เลือกขนาดของภาพสูงสุด VGA 640 x 480 พิกเซล และเลือกบันทึกในรูปแบบไฟลืวิดีโอ MP4 ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี ไหลลื่น และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ในเครื่องรุ่นเป็นแบบ Li-ion ขนาดความจุ 1,350 mAh ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 5 ชั่วโมง และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 400 ชั่วโมง หลังจากทดสอบใช้งานแบบทั่วๆ ไป ทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง ใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง และมีการใช้งานโทรศัพท์สนทนาพูดคุยในระหว่างวันค่อนข้างมาก ผลปรากฎว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน เนื่องจากขนาดหน้าจอที่ใหญ่และมีความคมชัดจึงกินพลังงานมากขึ้น และถ้ามีการเปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น EDGE หรือ 3G HSDPA และ Wi-Fi ทิ้งไว้ แบตเตอรี่ก็จะหมดไวขึ้น โดยรวมแล้วในเรื่องของแบตเตอรี่กับการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้ถือว่าสอบผ่าน
อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องสำหรับจำหน่ายประกอบด้วยตัวเครื่อง Acer Liquid E Ferrari Special Edition, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาดความจุ 1,350 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จแบตเตอรี่ AC Adapter, หัวปลั๊ก, สายดาต้าลิงค์ USB Cable, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card ขนาด 8 GB พร้อม Adapter, แผ่นฟิลม์กันรอยหน้าจอ, ซองหนังลาย Ferrari, ชุดหูฟัง Bluetooth ลาย Ferrari, แผ่น CD User Manual, ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งาน Quick Guide
ไม่เพียงแต่ตัวเครื่องที่เปลี่ยนไปใช้สีแดงสดตามสไตล์ของเฟอร์รารี่แล้ว เพื่อให้เข้ากันยิ่งขึ้น ก็ยังมีหูฟัง Bluetooth และซองหนังสีแดงสดใสที่เข้าคู่กันกับตัวเครื่องพร้อมโลโก้เจ้าม้าลำพองแถมมาให้อีกด้วย และแน่นอนสำหรับแฟนพันธุ์แท้ของเฟอร์รารี่ ในเครื่องก็ยังมี Wallpaper และรูปสวยๆ ของรถ Ferrari F1 ติดมาอีก แต่ทีเด็ดอยู่ที่เสียง Ringtone ที่เป็นเสียงของเครื่องยนต์ของรถเฟอร์รารี่ที่มีหลายๆ คนว่าเสียงหวานสุดๆ อีกทั้งยังติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android 2.1 มาให้พร้อม ม่ตกยุค ใครที่ไม่อยากที่จะใช้สมารืทโฟน สีสันจืดๆ จำเจเหมือนกันไปหมด ก็สามารถจับจองกันเป็นเจ้าของได้แล้ว
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 105 ... |