Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


เมื่อต้นปีทาง Garmin-Asus ได้ส่งเนวิเกเตอร์โฟนรุ่น Garmin-Asus N?vifone M10 ที่มาพร้อมระบบนำทางที่ดีที่สุดในโลกออกวางตลาดไป ล่าสุดช่วงไตรมาสที่ 3 ก็ได้นำ Garmin-Asus N?vifone M10 มาพัฒนาฟังก์ชันภายในเครื่องเพิ่มเติมจนกลายเป็นรุ่น Garmin-Asus M10E พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.5.3 และประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ด้วยระบบแผนที่นำทางแสดงภาพทางแยกเสมือนจริง และเทคโนโลยีกล้องออโต้โฟกัสความละเอียดสูง









รูปทรง Garmin-Asus M10E เป็นแบบแท่ง ด้วยดีไซน์ที่ไม่ต่างกับรุ่น Garmin-Asus N?vifone M10 จะต่างกันก็ตรงที่ฝาหลังเปลี่ยนจากวัสดุที่ทำจากพลาสติกแบบมันวาวมาเป็นพลาสติกแบบด้าน พร้อมสีสันที่ดูคลาสสิกขึ้น โดยมีโทนสีให้เลือก 3 สีด้วยกันคือ สีน้ำตาล (Sugar Brown) สีดำและสีขาวมุกรูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่บนลงมามีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว และใต้หน้าจอเป็นส่วนของปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ 3 ปุ่มแบบสัมผัสได้แก่ ปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเข้าเมนูหลัก และปุ่มวางสาย

พลิกมาด้านหลังจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัล กับช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงอยู่บริเวณตรงกลางด้านบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มที่ด้านซ้ายมีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ สายดาต้าลิงค์ และชุดหูฟังแบบ microUSB รวมอยู่ในช่องเดียวกัน กับช่องสำหรับเสียบ Car Charger กับฐานติด Car Holder เมื่อใช้งาน GPS ในรถยนต์ ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง กับช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และด้านท้ายเครื่องมีช่องใส่สายคล้องคอ ช่องไมโครโฟน และมุมขวามีช่องสำหรับเสียบปากกาไสตัส


Sim1…ใช้นิ้วกดตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนขึ้นด้านบนเพื่อปลดล็คอ และหยิบฝาออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้ายซ้ายล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…เปิดบานพับออกมา แล้วนำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่อง และปิดบานพับกลับลงไป





การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่องให้ทำเปิดฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาครอบแบตเตอรี่ดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง หลังจากนั้นถอดแบตเตอรี่โดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านซ้ายล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาบนของช่องใส่แบตเตอรี่ซึ่งเป็นแบบบานพับ ให้เปิดบานพับขึ้นมาแล้วนำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่อง พร้อมกับปิดบานพับโดยดันเลื่อนเพื่อล็อคตัว SIM Card หลังจากที่ใส่เสร็จเรียบร้อยให้นำแบตเตอรี่ และฝาครอบแบตเตอรี่กลับเช้าไป


การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power ที่ใช้เปิดและปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้ายบนของเครื่อง ให้กดค้างจนเครื่องสั่นแล้วปล่อยมือ เครื่องจะแสดงภาพโลโก้ garmin asus หลังจากนั้นเครื่องจะเข้าสู่หน้าจอการใช้งานของ Windows Mobile จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งานซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Garmin-Asus UI หรือหน้าจอ Today Screen ของเครื่องจะถูกครอบไว้ด้วยอินเทอร์เฟสในรูปแบบ Touch ที่ทาง Garmin-Asusพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งในหน้าจอหลักนี้จะพบตอนเปิดเครื่องครั้งแรก ไอคอนต่างๆ สามารถปรับต่างเคลื่อนย้ายได้ แต่ไอคอนหลัก 3 ตัวด้านล่างจะเป็นการใช้งานหลักของเครื่อง โดยเมื่อเราแตะที่ไอคอน Call จะเป็นการใช้งานโทรศัพท์ ส่วนไออคน Search จะเป็นการค้นหา POI และเมนูต่างๆ ของการใช้งาน GPS ในเครื่องรุ่นนี้ ส่วน View Map เป็นการดูแผนที่ตามปกติ

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ตัวเครื่อง Garmin-Asus M10E เป็นสมาร์ททัชโฟนใช้งานสัมผัสบนหน้าจอเป็นหลัก ดังนั้นปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้จึงมีเฉพาะปุ่มกดควบคุมการใช้งาน 3 ปุ่มที่อยู่ใต้หน้าจอแสดงผลเท่านั้น ซึ่งทั้ง 3 ปุ่มออกแบบใช้งานแบบสัมผัสด้วยเช่นเดียวกันได้แก่ ปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเข้าเมนูหลัก และปุ่มวางสาย ส่วนแผงปุมกดตัวเลขและตัวอักษรจะอยู่ในหน้าจอโดยเป็นแผงปุ่มกดคีย์บอร์ดเสมือนใช้นิ้วหรือปากกาสไตลัสแตะสัมผัสในการใช้งาน นอกจากนี้ที่ด้านขวาข้างเครื่องยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นเครื่องที่มีขนาดและน้ำหนักเท่ากันกับรุ่น Garmin-Asus n?vifone M10 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ การถือจับใช้งานจึงไม่ต่างกัน ด้วยขนาดที่ใหญ่ หนา และมีน้ำหนักจึงเหมาะกับผู้ชายถือใช้งานมากกว่าผู้หญิง และหน้าจอแบบ Resistive ใช้ควบคู่กับปากกาสไตลัสจะใช้งานได้ง่ายกว่าการใช้นิ้วแตะสัมผัสบนหน้าจอ

เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้ทำได้โดยใช้นิ้วแตะไปที่ปุ่มสัญลักษณ์รูป Windows ที่อยู่ใต้หน้าจอตรงกลางระหว่างปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานจะต่างกับหน้าตาที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.5 Professional ไม่มากนักแต่ที่เพิ่มขึ้นมาคือ สามารถลากไอคอนเมนูไปวางจัดตำแหน่งด้วยตนเองได้ โดยเมนูหลักของเครื่องมีมากกว่า 40 เมนูด้วยกัน จึงขอแนะนำเฉพาะเมนูเด่นๆ ที่น่าสนใจดังนี้

  • Phone เมนูใช้งานโหมดโทรศัพท์
  • Text เมนูสำหรับรับส่งข้อความ SMS, MMS และ Outlook E-mail
  • Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
  • Internet Explorer เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บบราวเซอร์
  • Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
  • Windows Media เมนูเครื่องเล่นวีดีโอ และเพลง พร้อมรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอสตรีมมิ่ง
  • Marketplace เมนูศูนย์รวมสำหรับดาวน์โหลดแอบพลิเคชันออนไลน์
  • Bing เมนูเข้าสู่เว็บค้นหาข้อมูล www.bing.com
  • Microsoft My Phone เมนูบริการออนไลน์สำหรับสำรองข้อมูล หรือถ่ายโอนรูปภาพ เพลง รายชื่อ และข้อความ
  • Windows Live เมนูโปรแกรมสนทนารูปแบบแชท รับ-ส่งอีเมล์ ค้นหาข้อมูลด้วย Live search และการซินโครไนซ์
  • Games เมนูเกม โดยมาพร้อม 2 เกมมาตรฐาน Bubble Breaker กับ Solitaire
  • Office Mobile เมนูใช้งานโปรแกรมใช้งานเอกสาร Excel Mobile, OneNote Mobile, PowerPoint Mobile และ Word Mobile
  • Search Phone เมนูสำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆ ในเครื่อง
  • Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลถ่ายภาพนิ่ง
  • Ciao! เมนูสำหรับเช็คหรือดูแสดงพิกัดของเพื่อนๆ หรือของเราเองได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • Media Gallery เมนูแกลอรี่สำหรับดูไฟล์มีเดียต่างๆ
  • Facebook เมนูเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ Facebook
  • YouTube เมนูรับชมวิดีโอผ่าน YouTube


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานเพื่อโทรออกหรือรับสาย ให้แตะที่ปุ่มโทรออก/รับสายที่อยู่ใต้หน้าจอด้านซ้ายมือ หรือใช้นิ้วแตะบนไอคอนเมนู Call บนหน้าจอ ก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาบนหน้าจอให้ใช้งาน โดยเวลาที่โทรออกจะมีไอคอนเมนูต่างๆ ขึ้นมาเพื่อใช้งาน เช่น Speaker, Mute, Hold เป็นต้น และเมื่อวางสายสามารถเพิ่มรายชื่อใหม่, Send My Locations ส่งพิกัดตำแหน่ง GPS ผ่าน SMS หรือ E-mail และบันทึกข้อความของเบอร์โทรนั้นๆ ได้ ส่วนการเช็คดูข้อมูลการโทรสามารถเช็คดูเบอร์ที่ใช้งานโทรทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย พร้อมรายละเอียดครบ

ในส่วน Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อนั้นทำได้ทั้งแบบพิมพ์ชื่อบนช่องสี่เหลี่ยมด้านบน แบบเลือกตัวอักษร และแบบใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงบนรายชื่อเพื่อค้นหารายชื่อที่ต้องการ ส่วนการเพิ่มรายชื่อสามารถเลือกบันทึกข้อมูลในรูปแบบ Outlook Contact (ลงในเครื่อง) ซึ่งใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งสามารถเลือกแถบ Notes สำหรับระบุรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมลงไปได้อีกด้วย กับแบบ SIM Contact ซึ่งบันทึกได้เฉพาะชื่อและเบอร์โทรเท่านั้น และสามารถตั้งกลุ่มสำหรับส่ง E-mail และข้อความ SMS/MMS ได้

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Text แบ่งการรับส่งข้อความเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS/MMS ส่วนที่สองสำหรับรับส่งอีเมล์ ซึ่งรูปแบบทั้ง 2 ส่วนนี้เหมือนกับการใช้งาน Outlook Express โดยแยกโฟลเดอร์ใช้งาน Inbox, Outbox, Draft, Sent Items, Deleted Items ไว้ให้ดูง่าย ส่วนการตั้งค่ารับส่ง Email ทำได้ไม่ยากเพียงแค่ 3 ขั้นตอนก็สามารถใช้งานได้แล้ว รองรับอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ในรูปแบบ POP3/IMAP4/SMTP และ Push Email นอกจากนี้ใน OS เวอร์ชันใหม่นี้ระบบการจัดการ Email ยังมีการ Preview และจัดกลุ่มการสนทนาในรูปแบบ Conversation ช่วยเพิ่มความสะดวกในการอ่านได้เป็นอย่างดี

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Auto Focus ที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นนี้ เลือกโหมดการถ่ายได้ 5 โหมดคือ Picture, Video, MMS Video, GPS และ LOMO โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2592x1552 พิกเซล ซูมดิจิทัล ตั้งค่าปรับความสว่าง ปรับสมดุลแสงสีขาว ถ่ายภาพแบบต่อเนื่องสูงสุด 3 ภาพ เลือกเอฟเฟกต์ ตั้งเวลาในการถ่ายอัตโนมัติสูงสุด 10 วินาที ถ่ายแบบ Wide Screen ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้สูงสุด 800x480 พิกเซล (24 fps) ในรูปแบบไฟล์ .3GP, MP4, H.264 โดยบันทึกได้นานไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม โดยภาพนิ่งที่ถ่ายเสร็จแล้วสามารถตั้งเป็นภาพประกอบรายชื่อในสมุดโทรศัพท์, ส่งต่อผ่าน MMS, ส่งต่อผ่านอีเมล์, อัปโหลดเข้าเว็บล็อก, ดูแบบย่อขยาย และดูแบบสไลด์โชว์ได้ ส่วนวิดีโอสามารถส่งต่อผ่านทาง Bluetooth, MMS, อีเมล์ และอัปโหลดเข้าเว็บล็อกได้

ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Windows Media Player 10 Mobile สำหรับเปิดดูหนังหรือไฟล์วิดีโอที่ดาวน์โหลดมา โดยรองรับไฟล์ในรูปแบบ MPEG4, Motion JPEG, H.263 และ WMV และไฟล์วิดีโอแบบสตรีมมิ่ง หรือฟังเพลง ซึ่งรองรับการเล่นไฟล์ในรูปแบบ AAC, AAC+, eAAC+, MP3, WMA, WAV, MPEG4, AMR-NB พร้อมด้วย โปรแกรม Media Gallery สำหรับดูไฟล์ภาพ สามารถใช้นิ้วเลื่อนดูภาพถัดไปหรือภาพก่อนหน้านี้ รวมทั้งขยายภาพได้, โปรแกรม Pictures & Video สำหรับดูไฟล์ภาพและวิดีโอ, โปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลง MP3 ที่มีระบบจัดการรายชื่อเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม และแสดงปกอัลบั้มศิลปิน (ถ้ามี) และโปรแกรม Streaming Player สำหรับดูไฟล์วิดีโอแบบสตรีมมิ่งเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีให้เลือกใช้งานทั้งโปรแกรม Internet Explorer Mobile 6.0 เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (7.2 Mbps) โดยโปรแกรม Internet Explorer Mobile ถือเป็นเวอร์ชันใหม่นี้มีการปรับปุ่มใหม่เล็กน้อยเพื่อความสะดวกในการใช้นิ้วควบคุม นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Wireless Manager ที่ช่วยในการควบคุมการเชื่อมต่อต่างๆ และโปรแกรม Wi-Fi Sharing สำหรับทำให้ตัวเครื่องเป็น Wi-Fi Hot Spot แชร์อินเทอร์เน็ตในการใช้งาน พร้อมด้วยฟังก์ชัน Windows Market Place ที่รวมแอบพลิเคชันสมาร์ทโฟนไว้มากมายให้ดาวน์โหลด และรองรับการชมคลิปวิดีโอจาก YouTube

ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 + EDR กับ Wi-Fi 801.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม ActiveSync พร้อมด้วย Internet Sharing โปรแกรมสำหรับทำให้เครื่องเป็น Wireless Modem ผ่านทาง Bluetooth หรือสาย USB และสำหรับหน่วยประมวลผลใช้ CPU ของ Qualcomm 7227 ความเร็วในการประมวลผล 600 MHz และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 4 GB storage, 512MB SD RAM และ 512MB Flash ROM และยังเพิ่มได้ด้วยการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card โดยรองรับได้สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Garmin-Asus M10E ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล พร้อมเปิดระบบ Auto Focus เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Picture โดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2592 x 1552 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดกับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด 800 x 480 พิกเซล และเลือกบันทึกในรูปแบบไฟล์ MP4 ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีด้วยเช่นกัน

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใช้ในเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Li-ion ขนาดความจุ 1,500 mAh ตามสเปกระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมง และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 600 ชั่วโมง หลังทดสอบใช้งานทั่วๆ ไป ทั้งใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง ใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง และมีการใช้งานสนทนาพูดคุยในระหว่างวันค่อนข้างมาก ผลปรากฎว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้ามีการเปิด Bluetooth, Wi-Fi และ GPS ทิ้งไว้ รวมถึงถ้าใช้กับเครือข่าย 3G แบตเตอรี่ก็จะหมดไวขึ้น โดยรวมแล้วในเรื่องของแบตเตอรี่กับการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้ถือว่าสอบผ่าน

อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง Garmin-Asus M10E, ปากกา Stylus 2 ด้าม,
แบตเตอรี่ แบบ Li-ion 1,500 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จแบตเตอรี่ AC Adapter พร้อมหัวปลั๊กเสียบชาร์จไฟ, ชุดหูฟังสเตอริโอขนาด 3.5 มม., สายดาต้าลิงค์ USB Cable, แผ่น n?vifone Gettings Started CD, ใบรับประกัน และคู่มือเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว n?vifone M10E

Garmin-Asus M10E ถือเป็นเนวิเกเตอร์โฟนที่มีแผนที่นำทางขั้นสูงแบบเดียวกับที่มีในเครื่องนำทางระดับไฮเอ็นด์ของ Garmin และยังมีความสามารถในการเป็นโทรศัพท์แบบ Smart Phone ที่มีคุณสมบัติมากกว่าโทรศัพท์ทั่วไป เหมาะสำหรับนักธุรกิจ นักเดินทาง กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความคล่องตัวสูงในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงสาวก Windows Mobile ที่กำลังมองหาเครื่อง Windows Phone ที่มาพร้อมระบบนำทาง GPS ที่ดีเยี่ยม

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 105 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.