|
|

ในสภาวะที่ตลาดสมาร์ทโฟนมีการแข่งขันกันสูงประกอบกับความต้องการของผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นทุกวัน RIM หรือ Research In Motion ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนตระกูล BlackBerry จึงได้ตัดสินใจปล่อยระบบปฏิบัติการ BlackBerry 6 ออกมา โดยแก้ปัญหาในเรื่อง Browser และทำให้ระบบปฏิบัติการมีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งเครื่องรุ่นแรกที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการใหม่นี้คือ BlackBerry Torch 9800 ด้วยรูปลักษณ์ใหม่สไตล์โก้หรูและเปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติและฟังก์ชั่นชั้นยอด


ในด้านของรูปลักษณ์ถือได้ว่า BlackBerry Torch 9800 คือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มีดีไซน์แบบ All in one โดยนำเอาคีย์บอร์ดอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ BlackBerry ผสานเข้ากับการทำงานของหน้าจอระบบสัมผัสได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยหน้าจอแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 3.2 นิ้ว ความละเอียดสูง HVGA 480x360 พิกเซล โดยมีลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ด้านบน ด้านข้างจะเป็น LED สำหรับการเตือนต่างๆ ด้านล่างเป็นปุ่มโทรออก ถัดมาเป็นเมนูบีบี ตรงกลางเป็น Optical Trackpad ถัดมาเป็นปุ่มย้อนกลับ และสุดท้ายเป็นปุ่มวางสาย เมื่อสไลด์ขึ้นมาก็จะพบแป้นคีย์บอร์ดสไตล์ Bold
พลิกมาด้านหลังเครื่อง ในกรอบสี่เหลี่ยมสีดำด้านบนจะเห็นส่วนของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช และตัวอักษร 5.0 MP Auto Focus ถัดลงมาเป็นฝาหลังที่ทำจากวัสดุคล้ายยางลวดลายเป็นลายขวาง ช่วยป้องกันเครื่องหลุดมือได้ดี โดยตรงกลางด้านบนของฝาหลังมีรูปโลโก้ BlackBerry ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องสำหรับเสียบชาร์จ และสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ในช่องเดียวกัน ด้านขวามีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านบนเครื่องมุมซ้ายมีปุ่มล็อค/ปลดล็อคเครื่อง ส่วนมุมขวามีปุ่มสำหรับเข้าสู่โหมดเงียบ

Sim1…ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วงับบริเวณด้านบนของด้านข้างแบตเตอรี่ทั้ง 2 ด้านขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านขวาล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง BlackBerry Torch 9800 ให้ทำการถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอนแล้วใช้นิ้วโป้งของมืออีกข้างหนึ่งกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนออกมาเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่ โดยอยู่บริเวณด้านขวาล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ ให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาก่อนโดยใช้มือจับบริเวณด้านบนของด้านข้างแบตเตอรี่ทั้ง 2 ด้าน แล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง จากนั้นให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์ ให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมทำการโหลดข้อมูลต่างๆ โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที จากนั้นหน้าจอจะขึ้นโลโก้ BlackBerry ตามด้วยระบบรักษาความปลอดภัย และหน้าจอ Welcome สำหรับตั้งค่าใช้งานต่างๆ ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน ภายในหน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้ใช้ User Interface ใหม่ของระบบปฏิบัติการ BlackBerry 6 ด้วยการแสดงผลภาพที่โฉบเฉี่ยวสะอาดตา พร้อมทั้งสามารถเข้าสู่เมนูการใช้งานต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว และด้วยมุมมองที่หลากหลาย (multiple views) ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการกับแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยไอคอนต่างๆ จะแสดงไว้บนหน้า Home Screen ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกมุมมองการแสดงแอพพลิเคชั่นได้ถึง 5 รูปแบบ (ได้แก่ All, Favorites, Media, Downloads และ Frequent) และสามารถเข้าใช้งานได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ผู้ใช้งานสามารถจัดการแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ต่างๆ ได้ไม่ว่าจะต้องการให้ไอคอนนั้นๆ ปรากฎอยู่ที่ใด และยังสามารถเพิ่มข้อมูลผู้ติดต่อ หรือทางลัดหน้าเว็บได้โดยตรงบนหน้า Home Screen
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นส่วนควบคุมการใช้งานต่างๆ อยู่ใต้หน้าจอ 5 ปุ่มได้แก่ ปุ่มโทรออก/รับสาย, ปุ่มเข้าเมนูหลัก, ปุ่ม Optical Trackpad หรือแป้นควบคุมด้วยปลายนิ้วสัมผัสซึ่งตอบสนองการพิมพ์ข้อมูล และการควบคุมฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างแม่นยำ, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง อีกส่วนซ่อนอยู่หน้าจอเมื่อเลื่อนสไดล์หน้าจอขึ้นจะเห็นคีย์บอร์ดแบคไลท์ที่เลื่อนออกมาได้มาตรฐาน QWERTY มีปุ่ม 35 ปุ่ม ซึ่งถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างคล่องตัวขณะเปิดออกมา นอกจากนี้ที่ด้านขวาข้างเครื่องยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านบนเครื่องด้านซ้ายมีปุ่มสำหรับล็อคหน้าจอ ส่วนด้านขวามีปุ่มสำหรับปิดเสียงเวลาที่มีสายเรียกเข้าได้ ด้านความเหมาะมือนั้นตัวเครื่อง BlackBerry Torch 9800 ถูกออกแบบมาในขนาดที่ถือจับใช้งานได้ถนัดมือ แต่มีน้ำหนักที่ค่อนข้างหนักเมื่อเทียบกับ BlackBerry รุ่นก่อนๆ ส่วนเรื่องการใช้นิ้วแตะสผัส และแผงปุ่มกดคีย์บอร์ดนั้นถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว ถือเป็นเครื่องที่สามารถใช้งานได้ 2 ระบบทั้งสัมผัสและกดใช้งาน
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง BlackBerry Torch 9800 ทำได้ 2 วิธี วิธีแรกใช้นิ้วแตะสัมผัสบนหน้าจอแตะตรงที่รูปลูกศรชี้ขึ้นแล้วใช้นิ้วเลื่อนไปมาซ้านขวาเลือกที่แถบ All ส่วนอีกวิธีกดที่ปุ่มเข้าเมนูหลักรูปโลโก้ BlackBerry แล้วเลือกที่ Open tray ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานแสดงผลเป็นรูปไอคอนเรียงกันแถวละ 4 เมนูรวม 26 เมนูด้วยกันดังนี้
- Messages เมนูสำหรับเช็คข้อความที่ได้รับทั้ง SMS, MMS และ E-Mail
- Text Messages เมนูสำหรับรับส่งข้อความ SMS และ MMS
- Contacts เมนูสำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ รวมทั้งเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
- Browser เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย Web Browser
- Media เมนูรวมเครื่องเล่นมีเดียต่างๆ ได้แก่ เครื่องเล่นเพลง, เครื่องเล่นวิดีโอ, ไฟล์ภาพ, เสียงเรียกเข้า, Podcasts, กล้องถ่ายวิดีโอ, บันทึกเสียง และบันทึกเสียงแบบสั้น
- Calendar เมนูปกิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ เพื่อเตือความจำ
- Phone เมนูโหมดใช้งานโทรศัพท์
- BlackBerry Messenger เมนูโปรแกรมสนทนาแบบแชท BlackBerry Messenger ระหว่าง BlackBerry ด้วยกัน
- Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งปลุกเตือน
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
- App World เมนูร้านค้าแอพลิเคชั่นออนไลน์สำหรับดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้งฟรี และเสียเงิน
- Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ BlackBerry Maps
- YouTube เมนูเข้าสู่เว็บ YouTube.com สำหรับดูคลิปวิดีโอ และอัปโหลดไฟล์วิดีโอ
- Social Feeds เมนูแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้คุณติดตามเพื่อนๆ ของคุณใน Social Network ต่างๆ โดยจะรวมอยู่ในหน้าจอเดียว อีกทั้งยังสามารถติดตาม RSS Feed ได้อีกด้วย
- Facebook เมนูเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ Facebook
- Twitter เมนูเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ Twitter
- My Space เมนูเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ My Space
- Instant Messaging เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชทโดยมีให้เลือกทั้ง MSN, Yahoo! Messenger, Google Talk และ AOL Instant Messenger
- Applications เมนูรวมโปรแกรมแอบพลิเคชันต่างๆ ได้แก่ MemoPad, Tasks, Calculator, Word To Go, Sheet To Go, Slideshow To Go, Files, Voice Dialling และ Password Keeper
- Games เมนูเกม ได้แก่ BrickBreaker และ Word Mole
- Options เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- Setup เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงอีเมล์, Wi-Fi และบลูทูธ
- Profiles เมนูสำหรับเลือกโพรไฟล์ใช้งานตามสถานการณ์ต่างๆ
- Manage Connections เมนูสำหรับจัดการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆ
- Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือและอธิบายการใช้งานเมนูต่างๆ ของเครื่อง
- Power Off เมนูสำหรับตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติ


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ สามารถเลือกวิธีการโทรออกได้ 3 แบบคือกดที่ปุ่มโทรออกแล้วเลือกที่แถบ Dial Pad หรือแตะที่หน้าจอแล้วเลือกที่เมนู Phone กดปุ่มตัวเลข และกดปุ่มโทรออก และกดตัวเลขที่แผงปุ่มกดคีย์บอร์ดใต้หน้าจอแล้วกดที่ปุ่มโทรออก ส่วน Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับดูรายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อผู้ติดต่อนั้นทำได้โดยพิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของชื่อผู้ติดต่อลงในช่องด้านบนสุดของหน้าจอตรงคำสั่ง Search หรือใช้ปุ่ม Optical Trackpad เลื่อนขึ้นลงดูรายชื่อที่ต้องการก็ได้ ส่วนการเพิ่มรายชื่อสามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน โดยกดที่ปุ่มเมนูแล้วเลือกที่ New Contact แต่ถ้าเลือกที่ SIM Phone Book ก็จะเป็นการดูรายชื่อที่บันทึกในซิมการ์ดแทน
ในส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ นั้น ทำได้โดยกดที่ปุ่มโทรออกแล้วเลือกที่แถบ Call Log รายการที่ใช้งานโทรต่างๆ ทั้งเบอร์ที่โทรออก เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่ไม่ได้รับสายจะแสดงขึ้นมาทั้งหมด และสำหรับการจัดการการโทรนั้นสามารถตั้งค่าการรับสาย การจำกัดรหัสประจำตัว การควบคุมระดับเสียง การเพิ่มคุณภาพเสียง ตั้งค่าข้อความเสียง การโอนสาย สายเรียกซ้อน ป้องกันการโทร การโทรแบบอัจฉริยะ บันทึกและรายการการโทร ตั้งเบอร์โทรด่วน โทรออกด้วยเสียง จำกัดรายการโทรออก โหมดเครื่องช่วยฟัง และเปิดใช้ข้อความกับข้อความทางโทรศัพท์ได้
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
รองรับการรับส่งข้อความทั้ง SMS, MMS และ Email โดยรับส่งอีเมล์จาก Mail server ถึงเครื่อง BlackBerry อัตโนมัติ โดยไม่ต้องเปิดโปรแกรมด้วยเทคโนโลยี Push mail พร้อมทั้งดูไฟล์ที่แนบมากับเมล์ได้หลากหลาย เช่น ไฟล์ JPEG, Adobe PDF, Microsoft Word, Microsoft Excel และ Microsoft PowerPoint นอกจากนี้ด้วย BlackBerry Internet Serviceยังช่วยให้เข้าถึงบัญชีอีเมล์ธุรกิจและส่วนบุคคลถึง 10 บัญชี พร้อมกับที่อยู่อีเมล์ BlackBerry บัญชีใหม่ที่มาพร้อมตัวเครื่อง และ BlackBerry Enterprise Server support ยังมอบความปลอดภัยระดับสูง เพื่อรองรับการใช้งานสำหรับองค์กรอีกด้วย
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2592 x 1944 พิกเซล ซูมดิจิทัล 2 เท่า มีระบบออโต้โฟกัสต่อเนื่อง และป้องกันภาพสั่นไหว นอกจากนี้ยังตั้งค่าเปิดปิดแฟลชอัตโนมัติ มีระบบ Geotagging สำหรับแนบพิกัดตำแหน่งดาวเทียมไปพร้อมกับภาพถ่าย และเลือกโหมดฉากได้ 11 แบบคือ Auto, Face Detection, Portrait, Sports, Landscape, Party, Close-Up, Snow, Beach, Night และ Text ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้ 2 แบบแบบแรก Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็มในขนาด 640 x 480 พิกเซล กับ MMS Mode สำหรับส่งข้อความ MMS ในขนาด 176 x 144 พิกเซล บันทึกไฟล์ในรูปแบบ .3GP ทั้ง 2 แบบ และเลือกโหมดฉากได้ 5 แบบคือ Auto, Portrait, Landscape, Closeup และ Beach
ด้านคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มี Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่รองรับการเล่นไฟล์เพลง MP3, AMR-NB, AAC-LC, AAC+, eAAC+, WMA, WMV, Flac, Ogg Vorbis ด้วยระบบจัดการรายชื่อ เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 12 แบบ มีระบบเพิ่มพลังเสียงให้กับลำโพง ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้ และแสดงภาพปกอัลบั้ม (Coverflow) นอกจากนี้ยังสามารถซิงค์เพลงจาก library ในคอมพิวเตอร์ผ่าน Wi-Fi ได้อีกด้วย, Video สำหรับเล่นไฟล์ MP4, H.263, H.264, WMV3, Pictures สำหรับดูไฟล์ภาพ สามารถส่งภาพต่อผ่านทางอีเมล์, MMS, Messenger Contact, Twitter, Facebook และ Bluetooth ได้ รวมทั้งกลับรูปภาพ และดูภาพแบบสไลด์โชว์ได้, Ring Tones สำหรับเลือกเพลงเป็นสายเรียกเข้า, Podcasts, Voice Notes สำหรับบันทึกเสียง และ YouTube ที่สามารถดูคลิปวิดีโอ และอัปโหลดวิดีโอได้
ด้านการเชื่อมต่อ
ในส่วนของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใช้งานด้วยโปรแกรม Internet Browser ที่มีการปรับปรุงใหม่ สวยขึ้น สามารถโหลดหน้าเว็บได้เร็ว และแสดงผลหน้าเว็บได้ถูกต้อง ใช้งานผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, HSDPA และ Wi-Fi 802.11 b/g/n นอกจากนี้ยังรองรับโปรแกรม Instant Messaging ต่างๆ เช่น MSN, Yahoo!, Google Talk และ AOL รวมถึงโปรแกรม BlackBerry Messenger ที่แชทกันระหว่างเครื่อง BlackBerry ด้วยกัน รวมทั้งรองรับการเชื่อมต่อกับ Social Network ต่างๆ และมีโปรแกรม Social Feeds ที่สามารถอัปเดต Social Network และ IM ต่าง ๆ ได้ในแอพพลิเคชั่นเดียว พร้อมด้วยส่วนของ RSS Feeds สำหรับดึงข่าวสารจากเว็บไซต์ และมาพร้อมกับ BlackBerry App World 2.0 ที่มีแอพพลิเคชั่นให้เลือกใช้มากกว่า 5,000 แอพพลิเคชั่น ทั้งที่ใช้ในงานธุรกิจ เกม ความบันเทิง และอีกมากมาย
ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.1 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP และ AVRCP กับ Wi-Fi 802.11 b/g/ กับแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม BlackBerry Desktop Manager รวมทั้งมีฟังก์ชัน GPS หรือระบบค้นหาตำแหน่งและนำทางด้วยดาวเทียม โดยใช้ระบบแผนที่และระบบนำทางจาก BlackBerry Maps พร้อมฟังก์ชัน A-GPS ในตัว ส่วนหน่วยประมวลผลการทำงานด้วย Processor ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 624 MHz และในส่วนหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 4 GB Storage, 512 MB RAM, 512 MB ROM เพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง BlackBerry Torch 9800 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Auto เลือก Autofocus แบบ Single Shot เปิดไฟแฟลชแบบ Auto และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2592 x 1944 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.10 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกโหมดการบันทึกแบบ Auto ในขนาดของภาพสูงสุด 648 x 480 พิกเซล ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีด้วยเช่นเดียวกัน
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ดูจากสเปกระบุไว้ว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 5.5 ชั่วโมงในเครือข่าย 2G, 5.8 ชั่วโมงในเครือข่าย 3G และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 18 วัน ในเครือข่าย 2G, 14 ในเครือข่าย 3G เล่นเพลงได้นานต่อเนื่อง 30 ชั่วโมง และรับชมวิดีโอได้นานต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบบ Li-ion ความจุ 1,300 mAh ได้ทำการทดสอบทั้งใช้งานพูดคุย สนทนาด้วยโปรแกรม BlackBerry Messenger หรือ BB ใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง และมีการใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต GPRS/EDGE ตลอดทั้งวัน ปรากฏว่าใช้งานได้ประมาณ 2-3 วันเลยทีเดียว แต่ถ้าหากมีการเปิดใช้งาน Wi-Fi และ 3G ควบคู่กันไปแล้วอาจจะทำให้หมดเร็วกว่านี้ได้ โดยรวมแล้วถือว่าความจุแบตเตอรี่ให้มาเหมาะสำหรับใช้งานได้อย่างเพียงพอ และถ้าหากแบตเตอรี่ใกล้หมด ระบบก็จะตัดสัญญาณโทรศัพท์ทันที
อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง BlackBerry Torch 9800, แบตเตอรี่แบบ Li-ion 1,300 mAh จำนวน 1 ก้อน, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบ Travel Chager, สายดาต้าลิงค์ micro USB Data Cable, ชุดชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำ microSD Card ขนาด 4 GB, ซองหนัง, ผ้าเช็ดหน้าจอ Screen Cleaning, แผ่น CD โปรแกรม BlackBerry Torch 9800, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน
โดยรวมแล้ว BlackBerry Torch 9800 ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความน่าสนใจมากรุ่นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ 2 in 1 ที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบสัมผัสบนหน้าจอทัชสกรีน หรือแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY รวมถึงการใช้วัสดุชั้นเยี่ยม และงานประกอบที่ดูหรู แต่ที่ดูน่าสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็นระบบปฏิบัติการ BlackBerry 6 ซึ่ง BlackBerry Torch 9800 ถือเป็นเครื่องรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการนี้โดยมาพร้อมคุณสมบัติและฟังก์ชันใช้งานใหม่ๆ ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 106 ... |
|
|
|