|

ตลาด Android Phone ในบ้านเรายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด LG ได้เปิดมิติใหม่แห่งสมาร์ทโฟน ด้วย LG Optimus One รุ่นแรกในไทยที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 2.2 Froyo ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย คุณสมบัติที่ครบครัน และฟีเจอร์ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างเหนือชั้น เพื่อเปิดประสบการณ์ใช้งานรูปแบบใหม่สู่กลุ่มผู้เริ่มใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องแรกในราคาเบาๆ ไม่ถึงหมื่นเท่านั้น


LG Optimus One มาพร้อมกับรูปทรงแบบแท่งสไตล์ทัชโฟน ดีไซน์เรียบหรูโค้งมนทันสมัย ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกเป็นหลัก และฝาหลังที่จากพลาสติกคล้ายยางช่วยให้ถือจับใช้งานไม่ลื่นมือ กับงานประกอบที่ดูแข็งแรง รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมามีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลซึ่งเป็นจอสีระบบสัมผัสแบบ Capacitive ขนาด 3.2 นิ้ว ใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ รวม 4 ปุ่มหลักด้วยกัน
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นส่วนของเลนส์กล้องดิจิทัลอยู่ตรงกลางด้านบน ถัดลงมามีตัวอักษร with Google ส่วนด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านบนมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. ช่องสำหรับเปิดฝาหลัง และปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และใช้เป็นปุ่มล็อค/ปลดล็อคหน้าจอ เมื่อเปิดเครื่องใช้งานแล้วได้ และด้านท้ายเครื่องมีช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันแบบ mcroUSB และช่องไมโครโฟน

Sim1…ใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางด้านบนออกมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…ถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยใช้นิ้วงัดช่องด้านซ้ายบนออกมา
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายล่าง แล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
ก่อนใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง LG Optimus One ให้ทำการถอดฝาหลังออกมาจากตัวเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวตั้ง จากนั้นใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องที่อยู่ตรงกลางด้านบนออกมา และหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้านซ้ายบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ออกมา และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้ายล่างของช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องโดยให้ด้านหัวตัดอยู่ด้านบนตามรูปสัญลักษณ์แล้วดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับขั้นตอนนี้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power ที่ใช้เปิด/ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณมุมขวาด้านบนเครื่องพร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลาง ให้กดปุ่มนี้จนเครื่องสั่น 1 ครั้งแล้วปล่อยมือ เครื่องจะเปิดขึ้นมาพร้อมภาพโลโก้แอนิเมชัน LG ตามด้วยตัวอักษร android และเสียงประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักในโหมดล็อคหน้าจอให้ใช้นิ้วแตะสัญลักษณ์รูปแม่กุญแจด้านซ้ายมือบนหน้าจอแล้วลากไปทางด้านขวาเพื่อปลอล็อค จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งานซึ่งมาพร้อมกับ User Interface ของ Android OS 2.2 Froyo สามารถเลือกเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ได้ทั้งแบบภาพนิ่งปกติ และภาพเคลื่อนไหวแบบ Live Wallpaper รวมถึงมีพื้นที่หน้าจอให้เลือกใส่ Widgets ต่างๆ 7 หน้าด้วยกัน นอกจากนี้ที่ด้านบนจะมีแถบที่เรียกว่า Notifications สำหรับแจ้งเตือนพร้อมสถานะการใช้งานต่างๆ โดยใช้นิ้วแตะแถบที่ว่านี้ลงมาเพื่อดู และด้านล่างสุดของหน้าจอมีแถบไอคอนเมนูต่างๆ ได้แก่ Phone, Contacts, เมนูหลัก, Messaging และ Browser
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ อยู่ใต้หน้าจอทั้งหมด 4 ปุ่มด้วยกันเริ่มจากด้านซ้ายไปขวามีปุ่ม Menu กดเพื่อแสดงเมนูฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ของโปรแกรม, ปุ่ม Home เพื่อกลับไปยังหน้าจอหน้าจอหลัก (Home Screen) แต่ถ้ากดค้างไว้จะแสดงไอคอน 6 โปรแกรมล่าสุดที่เปิดใช้งาน, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่ม Search สำหรับเข้าสู่หน้าจอค้นหาข้อมูลผ่าน Google ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรนั้นใช้งานบนหน้าจอโดยเป็นปุ่มคีย์บอร์ดเสมือน นอกจากนี้ที่ด้านขวาข้างเครื่องยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และใช้เป็นปุ่มปรับซูมขยายเมื่อใช้งานโหมดกล้องดิจิทัลได้ ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็นเครื่องที่มีรูปทรง และขนาดที่พอเหมาะ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป กับน้ำหนักที่พอดีมือ ทำให้ใช้งานได้สะดวกทุกปลายนิ้วสัมผัส โดยไม่ต้องใช้ปากกาสไตลัส เพราะหน้าจอเป็นแบบ Capacitive
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักทำได้โดยใช้นิ้วแตะไอคอนที่อยู่ตรงกลางด้านล่างของหน้าจอ หน้าจอเมนูหลักก็จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แสดงผลเป็นรูปไอคอนเล็กๆ เรียงกันแถวละ 4 เมนูด้วยกัน โดยเมนูหลักๆ ของเครื่องจะอยู่รวมกับเมนูโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่อง ซึ่งเมนูใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้รวมโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาติดตั้งในเครื่อง จึงขอแนะนำเฉพาะเมนูหลักของเครื่องซึ่งมีดังนี้
- App Advisor เมนูโปรแกรมผู้ช่วยส่วนตัวในการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นจาก Android Market ซึ่งจะอัปเดตข้อมูลของ 10 แอพพลิเคชั่นที่ได้รับการโหวตจากผู้ใช้สูงสุดให้ทราบทุกๆ 2 สัปดาห์อีกด้วย
- Browser เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Web Browser
- Calculator เมนูใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับสร้างกำหนดการนัดหมายต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ
- Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งปลุกเตือน
- Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
- Email เมนูสำหรับรับส่งอีเมล์
- FM Radio เมนูฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo
- Gallery เมนูสำหรับเปิดดูไฟล์มีเดียทั้งไฟล์ภาพ และไฟล์วิดีโอ
- Google Mail เมนูใช้งานเชื่อมต่อกับ Google Mail เพื่อสมัครใช้งาน รับ และเช็คเมล์ที่ส่งมาได้
- Google Search เมนูค้นหาข้อมูลผ่านเว็บ Google
- Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ Google Maps
- Market เมนูสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ มาใช้งานบนเครื่อง
- Messaging เมนูสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- Navigation เมนูโปรแกรมนำทางด้วยดาวเทียม GPS
- OI File Manage เมนูโปรแกรมจัดการไฟล์ต่างๆ ทั้งในเครื่อง และการ์ดหน่วยความจำภายนอก
- Phone เมนูสำหรับใช้งานโหมดโทรศัพท์
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- Google Talk เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชท Google Talk
- Update notification เมนูสำหรับอัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ของตัวเครื่อง
- Video Player เมนูเครื่องเล่นวิดีโอ
- Voice recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
- Voice Search เมนูใช้งานคำสั่งเสียงสำหรับค้นหาข้อมูลผ่านเว็บ Google
- YouTube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ YouTube.com


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ให้ใช้นิ้วแตะบนหน้าจอเลือกที่เมนู Phone ก็จะขึ้นแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนสำหรับกดโทรออกได้เลย นอกจากนี้ยังมีแถบเมนูที่เกี่ยวข้องกับการโทรต่างๆ ประกอบด้วย Call log สำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย พร้อมรายละเอียดชื่อผู้ติดต่อ เบอร์โทร เวลาที่ใช้ และจำนวนเวลาที่ใช้งาน, Contacts สำหรับค้นหารายชื่อ และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดนรวมรายชื่อที่อยู่ใน Social Network มาให้ด้วย และ Favorites ใช้กำหนดรายชื่อโปรดที่ผู้ใช้ต้องการ และแสดงรายชื่อของผู้ที่โทรบ่อยมากที่สุด
ส่วนการตั้งค่าที่เกี่ยวกับการโทรนั้น ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Settings>Call Settings สามารถตั้งค่าจำกัดการโทร ตั้งเบอร์โทรข้อความเสียง ข้อความขอโทษ ตั้งการโอนสาย จำกัดการใช้งาน เช่น ห้ามโทรออกทั้งหมด ห้ามโทรออกไปต่างประเทศ ห้ามโทรออกไปต่างประเทศยกเว้นโทรกลับบ้าน เป็นต้น ตั้งค่าคำนวณค่าใช้จ่ายในการใช้งาน ดูเวลาในการใช้สาย ตั้งค่าการโทรเพิ่มเติม เช่น แสดงเบอร์โทรเข้า ให้มีสายเรียกซ้อนได้ และรับสายอัตโนมัติ และการตั้งค่าใช้งานเครือข่ายอยู่ในเมนู Wireless & Network>Mobile networks รองรับการใช้งานเครือข่าย 3G
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging สำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS สามารถแนบไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง เป็นต้น รวมถึงแทรกอิโมติคอนพร้อมกับข้อความได้ และมีตัวนับจำนวนตัวอักษร ส่วนการรับอีเมล์นั้นทำได้ง่ายใน 2 ขั้นตอนเพียงใส่ชื่อ Email address และ Password แล้วทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้แล้ว โดยรองรับอีเมล์เซิฟร์เวอร์ทั้ง IMAP4, SMTP, POP3 และ Microsoft Exchange รวมทั้งรองรับ Push Email นอกจากนี้ยังสามารถสมัครใช้งานหรือเช็คเมล์ของ Google Mail หรือ Gmail ได้บนเครื่องทันที และการพิมพ์ข้อความนั้นสามารถพิมพ์บนแผงปุ่มกดตัวอักษรสัมผัสแบบเสมือน QWERTY โดยถือเครื่องให้อยู่ในแนวนอน
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลระดับ 3.2 ล้านพิกเซล เลือกโหมดถ่ายได้ทั้ง Photo และ Video โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล พร้อมโหมดฉากที่มีให้เลือกทั้ง Auto, Portrait, Landscape, Sports, Night และ Sunset ซูมดิจิทัล ตั้งค่าปรับความสว่าง เลือกโฟกัสโหมดได้ 4 แบบคือ Auto, Macro, Face tracking และ Manual ตั้งค่า ISO ปรับสมดุลแสงสีขาว เลือกเอฟเฟกต์สี ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ เลือกคุณภาพ และมีระบบ GEO-Tagging บันทึกพิกัด GPS ลงในข้อมูลของภาพได้ ส่วนโหมดวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียง โดยเลือกโหมดบันทึกได้ 2 แบบคือ Normal และ MMS เลือกความละเอียดสูงสุด 640 x 480 พิกเซล ในรูปแบบไฟล์ .3GP และเมื่อถ่ายภาพหรือบันทึกวีดีโอเสร็จ สามารถส่งต่อผ่านทาง Bluetooth, อีเมล์ต่างๆ หรือ MMS และอัปโหลดเข้าเว็บ YouTube ได้ และภาพนิ่งสามารถตั้งเป็นภาพพื้นหลัง และดูภาพแบบขยายได้ด้วยระบบ Multitouch ได้
ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล รองรับการเล่นไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3, WAV, WMA, eAAC+ ที่มีระบบค้นหาเพลงที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำได้จากการเลือกประเภทศิลปิน อัลบั้ม ชื่อเพลง และ Playlists ด้วยระบบเล่นเพลงซ้ำ และเพลงแบบสุ่ม พร้อมแสดงด้วยภาพอัลบั้มปกของศิลปิน (ถ้ามี) และตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้, โปรแกรม Video player หรือเครื่องเล่นวิดีโอ โดยรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .3GP, MP4, DivX, WMV นอกจากนี้ยังมี FM Radio วิทยุ FM ที่มีระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ บันทึกได้ 48 สถานี และรับฟังผ่านลำโพงเครื่องได้ โดยต้องเสียบชุดหุฟังก่อนจึงจะรับฟังได้, Gallery โปรแกรมแสดงภาพรูปถ่าย และวีดีโอ, โปรแกรม Voice recorder หรือเครื่องบันทึกเสียง และโปรแกรม YouTube สำหรับดูคลิปวิดีโอ และอัปโหลดไฟล์วิดีโอเข้าเว็บ YouTube ได้
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้งานผ่าน Android Webkit Browser ที่เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g และ HSDPA (ดาวน์โหลดสูงสุด 7.2 Mbps) รองรับ Flash Player 10.1 ทำให้สามารถใช้งาน Web Browser ได้เต็มรูปแบบที่แสดงผลด้วยโปรแกรม Flash นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter ได้ และสามารถดูคลิปวิดีโอในระดับ High Quality (HQ) ผ่าน YouTube ได้ โดยที่มุมขวาของโปรแกรมจะมีปุ่ม HQ เพื่อที่จะดูวิดีโอคุณภาพสูงได้
ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.1 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth Stereo ได้ กับ Wi-Fi 802.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม Auto Sync ได้ นอกจากนี้ยังสามารถแชร์อินเทอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ได้ผ่านทางสาย USB ได้รวมถึงจำลองเครื่องให้เป็น Wi-Fi Hotspot ให้สามารถใช้อุปกรณ์ตัวอื่นมาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านมือถือได้ โดยรองรับได้สูงสุดถึง 5 เครื่อง ในส่วนซีพียูใช้ซีพียูที่มีความเร็ว 600 MHz และหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 170 MB สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง LG Optimus One ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Normal เลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล และเลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.8 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด VGA 640 x 480 พิกเซล และเลือกบันทึกแบบ Normal และเลือกคุณภาพในการบันทึกที่ระดับ Super fine ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใช้ในเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Li-ion ความจุ 1,500 mAh ตามสเปกระบุไว้ว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมง และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 700 ชั่วโมง หลังทดสอบทั้งใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง ใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง ถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ และใช้งานสนทนา ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน และด้วยระบบปฏิบัติการ Android นั้นออกแบบสำหรับการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ดังนั้นระบบปฏิบัติการนี้จะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา และถ้าหากมีการเปิดใช้งานในเครือข่าย 3G พร้อมกับเปิด Wi-Fi ควบคู่กันไปด้วยแล้วอาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดภายในไม่ถึง 1 วันได้
อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง LG Optimus One, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 1,500 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายดาต้าลิงค์เชื่อมต่อ microUSB, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่ AC Adapter, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ขนาด 2 GB, CD โปรแกรม, ใบรับประกันสินค้า และคู่มือการใช้งาน
LG Optimus One ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในประเทศไทยที่ได้รับการออกแบบมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 2.2 (Froyo) จึงให้ความเสถียรจากการใช้งาน Google Mobile Service ได้เหนือกว่ารุ่นที่อัปเกรดจากเวอร์ชั่น 2.1 เป็น 2.2 นอกจากนี้ยังมาพร้อมอินเทอร์เฟสที่ใช้งานง่าย พร้อมฟังก์ชั่นในการเชื่อมต่อสู่โลกออนไลน์ และมัลติมีเดียเพื่อความบันเทิงอย่างครบครัน จึงเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ใช้งานได้ง่ายที่สุดในปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 106 ... |