Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


Samsung ส่งสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ bada เจเนอเรชั่นที่ 2 ออกมาใหม่ 2 รุ่นคือ Samsung S5250 Wave 2 และ Samsung S5333 Wave 2 Pro โดยทั้ง 2 รุ่นแตกต่างกันตรงที่มี Slide Keyboard กับไม่มี โดย Samsung Wave 2 เจาะกลุ่มตลาดลูกค้าระดับที่ต่ำกว่ารุ่นแรก เพราะว่าได้ลดสเปกลงไปไม่ว่าจะเป็นซีพียู หรือหน้าจอแสดงผล แน่นอนว่าเรื่องของราคาก็ถูกลงตามไปด้วย สำหรับรุ่นที่นำมา On Test คือรุ่น Samsung S5333 Wave 2 Pro









รูปทรงของ Samsung S5333 Wave 2 Pro เป็นแบบทัชโฟนรูปทรงแท่งที่มาพร้อมกับแผงปุ่มกดคีย์บอร์ดแบบสไลด์ด้านข้าง ด้วยดีไซน์โค้งมนเรียบหรู และน้ำหนักเบา รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมาตรงกลางมีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส และใต้หน้าจอมีปุ่มใช้งาน 3 ปุ่มหลักด้วยกัน

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลเด่นอยู่ตรงกลางด้านบน ถัดลงมามีตัวเลข 3.2 MEGA บอกรู้สเปกกล้อง และตรงกลางด้านล่างมีตัวอักษร Samsung แบบปั้มนูนลงไป โดยด้านขวาข้างๆ กันีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ และปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านขวามีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนมีช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิด และช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. ช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน


Sim1….ใช้นิ้วงัดฝาจากช่องตรงกลางด้านท้ายออกมา และหยิบฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง
Sim2 …ถอดแบตเตอรี่ออกจากโดยใช้นิ้งงัดช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างขึ้นมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านขวาตรงกลางของช่องใส่แบตเตอรี่ และดันเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
ก่อนใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Samsung S5333 Wave 2 Pro ให้ถอดฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วคว่ำลงในแนวตั้ง แล้วใช้นิ้วงัดฝาครอบแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ตรงกลางด้านท้ายออกมา และหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้านท้ายขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาตรงกลางของช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้ช่องแล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้ใส่แบตเตอรี่ และฝาครอบแบตเตอรี่กลับเข้าไปตามเดิม และทำการเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power ที่ใช้ในการเปิดและปิดของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาบนข้างเครื่อง ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น ตามด้วยโลโก้ bada และ Samsung พร้อมเสียงโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้มาพร้อมกับอินเทอร์เฟสแบบใหม่ TouchWiz UI 3.0 ครอบบนระบบปฏิบัติการ bada OS ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง User Interface ได้ตามใจชอบ โดยนำ Widget ไอคอนเมนูต่างๆ จากปุ่ม Widget ที่อยุ่มุมซ้ายด้านบนมาวางไว้บนหน้าจอได้สูงสุด 10 หน้าจอด้วยกัน ส่วนด้านบนสุดของหน้าจอจากซ้ายไปขวามีสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่ายที่ใช้งาน สัญลักษณ์สำหรับใช้นิ้วเลื่อนลงมาเพื่อดูสถานะการเชื่อมต่อต่างๆ และการแจ้งเตือน สัญลักษณ์แสดงสถานะการเปิด/ปิดเสียง เวลา และสัญลักษณ์แสดงระดับแบตเตอรี่ และด้านล่างของหน้าจอยังมีแถบไอคอนเมนู 3 เมนูด้วยกันได้แก่ Keypad, Contacts และ Messages

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกอยู่ใต้หน้าจอมี 3 ปุ่มคือปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเข้าเมนูหลัก (กดค้างไว้จะแสดงไอคอนเมนูที่เปิดใช้งานไป) และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง อีกส่วนซ่อนอยู่ใต้หน้าจอโดยเลื่อนสไลด์หน้าจอไปทางด้านขวามือก็จะเห็นแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY ที่ออกแบบ4 แถวขนาดใหญ่ และปุ่มกดไม่นิ่มหรือแข็งเกินไป ทำให้กดใช้งานง่าย นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และใช้งานเป็นปุ่ม Hold สำหรับล็อค/ปลดล็อคหน้าจอ (เมื่อเปิดเครื่องแล้ว) และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล/ชัตเตอร์ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นทัชโฟนที่มีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป และน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือทั้งเวลาใช้งานปกติ พิมพ์ข้อความบนแผงปุ่มกด QWERTY และใช้นิ้วสัมผัสบนหน้าจอแบบสัมผัส

เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง Samsung S5333 Wave 2 Pro ทำได้โดยกดที่ปุ่มตรงกลางด้านล่างใต้หน้าจอ สำหรับเมนูหลักแสดงผลเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อประกอบ โดยจัดวางในรูปแบบของตาราง สามารถใช้นิ้วเลื่อนไปมาซ้าย/ขวาเพื่อดูเมนูใช้งานถัดไป 3 หน้า (เพิ่มได้อีกตามแอบพลิเคชันที่ดาวน์โหลดมาสูงสุด 10 หน้า) และสามารถแก้ไขย้ายตำแหน่งหรือลบเมนูออกไปได้ สำหรับเมนูหลักๆ ของเครื่องมีด้วยกันดังนี้

  • Log เมนูเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทร และการรับส่งข้อความ รวมทั้งเช็คเวลาที่ใช้ และค่าโทรได้
  • Social Hub เมนูโปรแกรมที่รวมเว็บไซต์ Social network หรือสังคมออนไลน์มาผสานกัน
  • Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
  • Internet เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Samsung Dolfin Browser เวอร์ชัน 2.0
  • Email เมนูสำหรับรับส่งข้อความอีเมล์
  • My files เมนูสำหรับจัดการไฟล์ มัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอคลิป ไฟล์เสียง ธีม และไฟล์อื่นๆ
  • Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ ไว้เตือนความจำ
  • Samsung Apps เมนูร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์ของ Samsung ที่มีแอบพลิเคชันให้ดาวน์โหลดฟรี และเสียเงิน
  • Smart search เมนูโปรแกรมสำหรับค้นหาข้อมูลที่อยู่ในเครื่อง และผ่านทางอินเทอร์เน็ต
  • Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งปลุกเตือน เทียบเวลาเมืองต่างๆ จับเวลา และนับเวลาถอยหลัง
  • Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
  • Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
  • Facebook เมนูเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ Facebook
  • Twitter เมนูเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ Twitter
  • YouTube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านทาง YouTube
  • Memo เมนูบันทึกย่อ
  • Task เมนูสำหรับบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
  • IM เมนูโปรแกรม Palringo สำหรับใช้งานสนทนาแบบแชท
  • My Account เมนูสำหรับดูรายชื่อบัญชีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ ทั้งบัญชีใช้งาน Samsung Apps, อีเมล์ต่างๆ และบัญชีสำหรับเชื่อมต่อเข้าสู่เว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ
  • Calculator เมนูเครื่องคิดเลข
  • FM radio เมนูวิทยุ FM
  • Voice recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
  • Video player เมนูเครื่องเล่นวิดีโอ
  • Games and more เมนูเกมและอื่นๆ
  • Diary briefing เมนูโปรแกรมบริการแจ้งข่าวสารพื้นฐานประจำวัน


ด้านการโทร
สำหรับการใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออก ทำได้โดยใช้นิ้วแตะไปที่ไอคอนเมนู Key Pad ด้านซ้ายล่างสุดของหน้าจอก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาให้ใช้งาน สามารถใช้งานได้ทั้งในหน้าจอแบบแนวตั้งและแนวนอน พร้อมทั้งสามารถบันทึกเบอร์ลงในสมุดโทรศัพท์ และส่งข้อความได้ทันที ส่วน Contacts สำหรับค้นหารายชื่อทำได้โดยใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อเลือกรายชื่อที่ต้องการ หรือพิมพ์ชื่อลงในช่อง Tap to search และใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปลูกศรชี้ขึ้นลงเพื่อเลือกตัวอักษรของชื่อที่ต้องการค้นหา และการสร้างรายชื่อผู้ติดต่อใหม่นั้น สามารถใส่ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของผู้ติดต่อโดยบันทึกลงในเครื่องได้อย่างครบถ้วน

ส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ (Log) นั้นดูได้ทั้งเบอร์โทรที่ใช้งานทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่ได้รับสาย โดยรวมกันอยู่ในหน้าเดียวกัน แต่สังเกตว่าเบอร์ไหนใช้งานอย่างไรได้จากสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้เบอร์โทร นอกจากนี้ยังเช็คดูข้อความต่างๆ ทั้ง SMS, Email, SNS และ IM ที่ได้รับและส่งออกไป ส่วนการเช็คดูเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ จะอยู่ในเมนู Log Manager รวมทั้งสามารถเช็คดูจำนวนข้อความทั้ง SMS และ Email ที่ได้รับและส่งออกไป และเช็คดูค่าโทรได้ (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ)

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความต่างๆ รองรับการใช้งานทั้งแบบ SMS, MMS และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3, IMAP4 และ SMTP สามารถใช้งานอีเมล์ได้ทั้ง Exchange ActiveSync, Google, Yahoo!, Hotmail และอื่นๆ พร้อมกันได้หลายอีเมล์ โดยพิมพ์ข้อความผ่านทางแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY และแผงปุ่มกดเสมือนบนหน้าจอสัมผัสได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย พร้อมทั้งเลือกรูปแบบการพิมพ์ได้ 4 แบบคือ Keypad, QWERTY keyboard, Writing full screen และ Writing box และมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 และมีฟังก์ชัน Instant Messaging สนทนาแบบแชทผ่านโปรแกรม Palringo, MSN และ Yahoo Messenger

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล 2 เท่า เลือกโหมดในการถ่ายภาพได้ทั้งแบบ Single, Smile shot, Continuous, Panorama, Mosaic และ Frame เลือกโหมดฉากได้ 12 แบบรวมโหมดถ่ายกลางคืน ตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ ปรับความสว่าง ใส่เอฟเฟกต์ ตั้งค่ารับแสงเฉพาะจุด เลือกคุณภาพในการถ่าย แสดงตาราง Guidelines และมีระบบ Geo-tagging ส่วนวิดีโอบันทึกพร้อมเสียงได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 320 x 240 พิกเซล โดยเลือกบันทึกได้ 2 โหมดคือ Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม ในรูปแบบไฟล์ MP4 กับแบบ Limit for MMS ในรูปแบบไฟล์ .3GP

ในส่วนเครื่องเล่นมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล ด้วยระบบจัดการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ เลือกเอฟเฟกต์เสียงได้ 6 แบบ สามารถตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าต่างๆ และเสียงปลุกเตือนได้ และแสดงภาพปกอัลบั้ม (ถ้ามี) พร้อมทั้งมีระบบจำลองเสียงเซอร์ราวด์ 5.1 (เฉพาะฟังผ่านชุดหูฟังเท่านั้น) นอกจากนี้ยังมีปรแกรม Find similar สำหรับค้นหาเพลงที่ใกล้เคียงกับเพลงที่เปิดอยู่, โปรแกรม Music recognition ค้นหาข้อมูลเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต, วิทยุ FM Radio ที่มีระบบค้นหาและจัดเก็บสถานีอัตโนมัติ โดยต้องเสียบชุดหูฟังก่อน และบันทึกเสียงได้ รวมทั้งมี Video Player ซึ่งรองรับไฟล์วิดีโอในรูปแบบ MP4, H.263, H.264, โปรแกรม My files สำหรับจัดการไฟล์มีเดียต่างๆ และโปรแกรมบันทึกเสียง

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย Samsung Dolfin Browser เวอร์ชัน 2.0 ผ่านเครือข่าย GRPS/EDGE Class 10 และ Wi-Fi 802.11 b/g/n รองรับการใช้งานแนวนอนแบบอัตโนมัติ ซูมขยายด้วยระบบ Multi-touch และรองรับการใช้งานหลายหน้าต่างสูงสุด 5 หน้าต่าง รวมทั้งเชื่อมต่อเข้าสู่เว็บสังคมออนไลน์ได้ทั้ง Facebook และ Twitter และมีฟังก์ชัน Social Hub ที่รวมเอา Email, Facebook, Twitter ไว้ด้วยกัน รวมไปถึงพวก Notification ต่างๆ ด้วย โดยจะเชื่อมโยงเป็น Hub ของ Social Network ทั้งหมดทั้ง Notification, Email, ข้อความ Twitter Mention, Facebook Status Comment  มาครบเลย และดูวิดีโอคลิปผ่านทาง YouTube ได้

ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB เวอร์ชัน 2.0 กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.1 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP และผ่าน Wi-Fi 802.11 b/g/n นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดแอบพลิเคชันและเกมผ่านทาง Samsung Apps ร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์ให้ดาวน์โหลดแอบพลิเคชันได้ทั้งแบบฟรี และเสียเงิน และติดตั้งโปรแกรมนำทางด้วยดาวเทียม GPS พร้อมฟังก์ชัน A-GPS และโอนถ่ายข้อมูลด้วยฟังก์ชัน Synchronize ในส่วนหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในเครื่องมาให้ในขนาด 80 MB และเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung S5333 Wave 2 Pro ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Single เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2048 x 1539 พิกเซล และคุณภาพของภาพแบบ Super fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกโหมด Normal ตั้งคุณภาพของภาพสูงสุดแบบ Super Fine และเลือกขนาดสูงสุด 320 x 240 พิกเซล ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี ไม่มีการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใข้เป็นแบบ Li-ion ขนาด 1,200 mAh ตามสเปกแล้วสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน ... ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นาน ... ชั่วโมง ... นาที จากการทดลองใช้งานจริง หลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม โดยเปิดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ฟังวิทยุ ฟังเพลง ใช้งานอินเทอร์เน็ต ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2-3 วันเลยทีเดียว แต่ถ้ามีการใช้งานในเครือข่าย 3G และมีการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi อยู่ตลอดเวลาก็อาจใช้งานได้เพียง 1-2 วัน โดยรวมแล้วถือว่าการจัดการพลังงานทำได้ดีเลยทีเดียว

อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง Samsung S5333 Wave 2 Pro ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1,200 mAh จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่, การ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, CD Rom โปรแกรมใช้งานพร้อม User Guide CD และคู่มือใช้งาน

Samsung Wave ถือเป็นฟีเจอร์โฟนที่มาพร้อมกับ 4 สิ่งใหม่ ของแบรนด์คือ CPU 1GHz แรง เร็ว สะใจกว่าเดิม, ระบบปฏิบัติการ bada ใหม่ล่าสุด, สุดยอดหน้าจอ Super AMOLED และรุ่นนี้ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่รองรับ Bluetooth 3.0 อีกด้วย แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่รุ่น Top ของแบรนด์ แต่ Samsung Wave ถือว่าเป็นปฐมบทของ bada ที่จะทําให้วงการมือถือทั่วโลกสั่นคลอนแน่นอน

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 106 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.