|

หลังจากที่ Samsaung ส่ง Samsung S8500 Wave สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อม bada แพลตฟอร์มที่ Samsung พัฒนาเพื่อสมาร์ทโฟนในตระกูล Wave โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้โทรศัพท์มือถือฉลาดขึ้นกว่าเดิม และให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นด้วยแอพพลิเคชั่นที่หลากหลายที่ผู้ใช้สามารถเลือกสรรการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์มากที่สุด ล่าสุดได้ส่ง Samsung Wave รุ่นใหม่กับ bada แพลตฟอร์มในชื่อรุ่น Samsung Wave 723


รูปทรงของ Samsung Wave 723 เป็นแบบสมาร์ททัชโฟนรูปทรงแท่ง โดดเด่นด้วยเมทัลลิคดีไซน์ที่มีให้เลือก 3 สีคือ Titan Grey, Chic White และ Garnet Red พร้อมชุดฝาฟลิปแบบหนังสีเข้ากับตัวเครื่องที่สามารถถอดเปลี่ยนได้เพื่อป้องกันหน้าจอเป็นรอย รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมาตรงกลางมีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอสีแบบสัมผัสขนาด 3.2 นิ้ว และใต้หน้าจอมีปุ่มใช้งาน 3 ปุ่มหลักด้วยกัน
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED เด่นอยู่ตรงกลางด้านซ้ายบน ส่วนด้านขวามีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ และปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านขวามีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนมีช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิด และช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และด้านท้ายเครื่องตรงกลางมีช่องไมโครโฟน

Sim1….ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาครอบแบตเตอรี่ดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2 …ถอดแบตเตอรี่ออกจากโดยใช้นิ้วงัดช่องที่อยู่ตรงด้านซ้ายล่างขึ้นมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตรงกลางด้านบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ และดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในตัวเครื่อง Samsung Wave 723 ให้ถอดฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน แล้วใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาครอบแบตเตอรี่ดันเลื่อนตามลูกศรที่อยู่ตรงกลางด้านล่างเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณตรงกลางด้านบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ซึ่งต้องถอดแบตเตอรี่ออกมาก่อน โดยใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้านซ้ายล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้ช่องแล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้ใส่แบตเตอรี่ และฝาครอบแบตเตอรี่กลับเข้าไปตามเดิม และทำการเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มสำหรับเปิดและปิดของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาบนข้างเครื่อง ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น ตามด้วยโลโก้ bada และ Samsung พร้อมเสียงโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้มาพร้อมกับอินเทอร์เฟสแบบใหม่ TouchWiz UI 3.0 ครอบบนระบบปฏิบัติการ bada OS ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง User Interface ได้ตามใจชอบ โดยนำ Widget ไอคอนเมนูต่างๆ จากปุ่ม Widget ที่อยุ่มุมซ้ายด้านบนมาวางไว้บนหน้าจอได้สูงสุด 10 หน้าจอด้วยกัน ส่วนด้านบนสุดของหน้าจอจากซ้ายไปขวามีสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่ายที่ใช้งาน สัญลักษณ์สำหรับใช้นิ้วเลื่อนลงมาเพื่อดูสถานะการเชื่อมต่อต่างๆ และการแจ้งเตือน สัญลักษณ์แสดงสถานะการเปิด/ปิดเสียง เวลา และสัญลักษณ์แสดงระดับแบตเตอรี่ และด้านล่างของหน้าจอยังมีแถบไอคอนเมนู 3 เมนูด้วยกันได้แก่ Keypad, Contacts และ Messages
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีเพียง 3 ปุ่มหลักประกอบด้วยปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเข้าเมนูหลัก (ถ้ากดค้างไว้จะเข้าโหมด Task Manager) และปุ่มวางสาย/ย้อนกลับเข้าสู่หน้าจอหลัก ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรนั้นสามารถใช้งานได้บนหน้าจอแบบสัมผัส โดยเป็นแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรเสมือน นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และใช้งานเป็นปุ่ม Hold สำหรับล็อค/ปลดล็อคหน้าจอ (เมื่อเปิดเครื่องแล้ว) และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล/ชัตเตอร์ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นทัชโฟนที่มีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป และน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือทั้งเวลาใช้งานปกติ และใช้นิ้วสัมผัสแตะสัมผัสบนหน้าจอทัชสกรีนเพื่อใช้งาน
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง Samsung Wave 723 ทำได้โดยกดที่ปุ่มตรงกลางด้านล่างใต้หน้าจอ สำหรับเมนูหลักแสดงผลเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อประกอบ โดยจัดวางในรูปแบบของตาราง สามารถใช้นิ้วเลื่อนไปมาซ้าย/ขวาเพื่อดูเมนูใช้งานถัดไป 3 หน้า (เพิ่มได้อีกตามแอบพลิเคชันที่ดาวน์โหลดมาสูงสุด 10 หน้า) และสามารถแก้ไขย้ายตำแหน่งหรือลบเมนูออกไปได้ สำหรับเมนูหลักๆ ของเครื่องมีด้วยกันดังนี้
- Log เมนูเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทร และการรับส่งข้อความ รวมทั้งเช็คเวลาที่ใช้ และค่าโทรได้
- Social Hub เมนูโปรแกรมที่รวมเว็บไซต์ Social network หรือสังคมออนไลน์มาผสานกัน
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- Internet เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Samsung Dolfin Browser เวอร์ชัน 2.0
- Email เมนูสำหรับรับส่งข้อความอีเมล์
- My files เมนูสำหรับจัดการไฟล์ มัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอคลิป ไฟล์เสียง ธีม และไฟล์อื่นๆ
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ ไว้เตือนความจำ
- Samsung Apps เมนูร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์ของ Samsung ที่มีแอบพลิเคชันให้ดาวน์โหลดฟรี และเสียเงิน
- Smart search เมนูโปรแกรมสำหรับค้นหาข้อมูลที่อยู่ในเครื่อง และผ่านทางอินเทอร์เน็ต
- Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งปลุกเตือน เทียบเวลาเมืองต่างๆ จับเวลา และนับเวลาถอยหลัง
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- Facebook เมนูเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ Facebook
- Twitter เมนูเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ Twitter
- YouTube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านทาง YouTube
- Memo เมนูบันทึกย่อ
- Task เมนูสำหรับบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
- IM เมนูโปรแกรม Palringo สำหรับใช้งานสนทนาแบบแชท
- My Account เมนูสำหรับดูรายชื่อบัญชีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ ทั้งบัญชีใช้งาน Samsung Apps, อีเมล์ต่างๆ และบัญชีสำหรับเชื่อมต่อเข้าสู่เว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ
- Calculator เมนูเครื่องคิดเลข
- FM radio เมนูวิทยุ FM
- Voice recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
- Video player เมนูเครื่องเล่นวิดีโอ
- Games เมนูเกมและอื่นๆ
- Navigation เมนูใช้งานโปรแกรมนำทางด้วยดาวเทียม GPS


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออก ทำได้โดยใช้นิ้วแตะไปที่ไอคอนเมนู Key Pad ด้านซ้ายล่างสุดของหน้าจอก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาให้ใช้งาน สำหรับรุ่นนี้ยังมี Video Call มาให้ใช้งานด้วย แต่ไม่มีกล้องด้านหน้าจึงต้องใช้กล้องด้านหลังเครื่องเท่านั้นคู่สนทนาจึงจะเห็นหน้าได้ ส่วน Contacts สำหรับค้นหารายชื่อทำได้โดยใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อเลือกรายชื่อที่ต้องการ หรือพิมพ์ชื่อลงในช่อง Tap to search และใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปลูกศรชี้ขึ้นลงเพื่อเลือกตัวอักษรของชื่อที่ต้องการค้นหา และการสร้างรายชื่อผู้ติดต่อใหม่นั้น สามารถใส่ข้อมูลของผู้ติดต่อโดยบันทึกลงในเครื่องได้อย่างครบถ้วน
ส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ (Log) นั้นดูได้ทั้งเบอร์โทรที่ใช้งานทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่ได้รับสาย โดยรวมกันอยู่ในหน้าเดียวกัน แต่สังเกตว่าเบอร์ไหนใช้งานอย่างไรได้จากสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้เบอร์โทร นอกจากนี้ยังเช็คดูข้อความต่างๆ ทั้ง SMS, Email, SNS และ IM ที่ได้รับและส่งออกไป ส่วนการเช็คดูเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ จะอยู่ในเมนู Log Manager รวมทั้งสามารถเช็คดูจำนวนข้อความทั้ง SMS และ Email ที่ได้รับและส่งออกไป และเช็คดูค่าโทรได้ (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ)
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความต่างๆ รองรับการใช้งานทั้งแบบ SMS, MMS และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3, IMAP4 และ SMTP สามารถใช้งานอีเมล์ได้ทั้ง Exchange ActiveSync, Google, Yahoo!, Hotmail และอื่นๆ พร้อมกันได้หลายอีเมล์ โดยพิมพ์ข้อความด้วยการเขียนด้วยลายมือ และผ่านแผงปุ่มกดเสมือนบนหน้าจอสัมผัสได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย พร้อมทั้งเลือกรูปแบบการพิมพ์ได้ 4 แบบคือ Keypad, QWERTY keyboard, Writing full screen และ Writing box และมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 และมีฟังก์ชัน Instant Messaging สนทนาแบบแชทผ่านโปรแกรม Palringo และ Yahoo Messenger
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2560 x 1920 พิกเซล ซูมดิจิทัล เลือกโหมดในการถ่ายภาพได้ทั้งแบบ Single, Smile shot, Continuous และ Panorama เลือกโหมดฉากได้ 14 แบบรวมโหมดถ่ายกลางคืน ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ ตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว เลือกเอฟเฟกต์สี ปรับค่า ISO แสดงจุดช่วยในการถ่าย ปรับความคมชัดอัตโนมัติ เลือกคุณภาพในการถ่าย ปรับความสว่าง ความเข็มสี และความคมชัด แสดงตาราง Guidelines เปิดระบบ Geo-tagging เปิดปิดแฟลชอัตโนมัติ ระบบ Auto Focus และ Macro Mode และปรับความสว่าง ส่วนวิดีโอบันทึกพร้อมเสียงได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 320 x 240 พิกเซล โดยเลือกบันทึกได้ 2 โหมดคือ Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม ในรูปแบบไฟล์ MP4 กับแบบ Message limit ในรูปแบบไฟล์ .3GP
ในส่วนเครื่องเล่นมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล ด้วยระบบจัดการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ เลือกเอฟเฟกต์เสียงได้ 6 แบบ สามารถตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าต่างๆ และเสียงปลุกเตือนได้ และแสดงภาพปกอัลบั้ม (ถ้ามี) พร้อมทั้งมีระบบจำลองเสียงเซอร์ราวด์ 5.1 (เฉพาะฟังผ่านชุดหูฟังเท่านั้น) นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Find similar สำหรับค้นหาเพลงที่ใกล้เคียงกับเพลงที่เปิดอยู่, โปรแกรม Music recognition ค้นหาข้อมูลเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต, วิทยุ FM Radio ที่มีระบบค้นหาและจัดเก็บสถานีอัตโนมัติ โดยต้องเสียบชุดหูฟังก่อน และบันทึกเสียงได้ รวมทั้งมี Video Player ซึ่งรองรับไฟล์วิดีโอในรูปแบบ MP4, H.263, H.264 สามารถเปิดดูแบบระบบเสียง 5.1 Channel ได้แต่ต้องเสียบชุดหูฟังก่อน, โปรแกรม My files สำหรับจัดการไฟล์มีเดียต่างๆ และเครื่องบันทึกเสียง
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย Samsung Dolfin Browser เวอร์ชัน 2.0 ผ่านเครือข่าย GRPS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g/n และ HSDPA ดาวน์โหลดสูงสุด 3.6 Mbps รองรับการใช้งานแนวนอนแบบอัตโนมัติ ซูมขยายด้วยระบบ Multi-touch และรองรับการใช้งานหลายหน้าต่างสูงสุด 5 หน้าต่าง รวมทั้งเชื่อมต่อเข้าสู่เว็บสังคมออนไลน์ได้ทั้ง Facebook และ Twitter และมีฟังก์ชัน Social Hub ที่รวมเอา Email, Facebook, Twitter ไว้ด้วยกัน รวมไปถึงพวก Notification ต่างๆ ด้วย โดยจะเชื่อมโยงเป็น Hub ของ Social Network ทั้งหมดทั้ง Notification, Email, ข้อความ Twitter Mention, Facebook Status Comment มาครบเลย และสามารถรับชมคลิปวิดีโอผ่านทาง YouTube ได้
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB เวอร์ชัน 2.0 กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.1 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP และผ่าน Wi-Fi 802.11 b/g/n นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดแอบพลิเคชันและเกมผ่านทาง Samsung Apps ร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์ให้ดาวน์โหลดแอบพลิเคชันได้ทั้งแบบฟรี และเสียเงิน และติดตั้งโปรแกรมนำทางด้วยดาวเทียม GPS พร้อมฟังก์ชัน A-GPS และโอนถ่ายข้อมูลด้วยฟังก์ชัน Synchronize ในส่วนหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในเครื่องมาให้ในขนาด 90 MB และเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung Wave 723 ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Single เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2560 x 1920 พิกเซล และคุณภาพของภาพแบบ Super fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.8 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกโหมด Normal ตั้งคุณภาพของภาพสูงสุดแบบ Super Fine และเลือกขนาดสูงสุด 320 x 240 พิกเซล ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี ไม่มีการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใข้เป็นแบบ Li-ion ขนาด 1,200 mAh ตามสเปกแล้วสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 750 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นาน 190 นาที จากการทดลองใช้งานจริง หลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจนเต็ม เสร็จแล้วเปิดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ฟังวิทยุ ฟังเพลง ใช้งานอินเทอร์เน็ต ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วัน แต่ถ้ามีการใช้งานในเครือข่าย 3G พร้อมกับเปิดบลูทูธทิ้งไว้ และมีการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi อยู่ตลอดเวลาก็อาจใช้งานได้เพียง 1 วันเท่านั้น โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่านสำหรับเรื่องของการจัดการพลังงาน
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง Samsung Wave 723 ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1,200 mAh จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่, การ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, ชุดฝาฟลิปแบบหนัง, CD Rom โปรแกรมพร้อม User Guide และคู่มือใช้งาน
Samsung Wave 723 ถือเป็นอีกหนึ่งในสมาร์ทโฟนตระกูล Samsung Wave ที่มาพร้อมกับ bada แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อีกทั้งยังสามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่นเสริมเพื่อใช้งานต่างๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ อย่างครบครันที่เหนือว่าฟีเจอร์โฟนทั่วไป แถมยังมีราคาที่คุ้มแสนคุ้มอีกด้วยเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในระดับเดียวกัน
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 107 ... |