|

อัสซุสเทค ส่ง Garmin-Asus A50 แอนดรอยด์โฟนรุ่นที่ 2 เดินเกมตามกระแสผู้บริโภคเรียกร้อง อยากให้สมาร์ท โฟนนำทางที่หน้าจอใหญ่ขึ้น หลังจากที่ส่ง Garmin-ASUS A10 ชิมลางตลาดแอนดรอยด์โฟนรุ่นแรกไปก่อนหน้านี้ โดย Garmin-ASUS A50 นั้นเป็นการผสมผสานการใช้งานในรูปแบบสมาร์ทโฟน เข้ากับการทำงานของอุปกรณ์นำทาง ทำให้ยังสามารถใช้ความสามารถต่างๆ ที่ต้องการในสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ได้ทุกอย่าง ขณะเดียวกันยังใช้นำทางในโหมดออฟไลน์ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกรณีที่ใช้ Google Map ได้


Garmin-Asus A50 เป็นสมาร์ทัชโฟนแบบแท่ง ตัวเครื่องมาในสีดำ เสริมความหรูหราจากวัสดุพลาสติกสะท้อนเงารอบตัวเครื่องรวมด้านหน้า ส่วนด้านหลังเครื่องใช้วัสดุที่จากพลาสติกผิวด้านให้ความกระชับมือ รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่บนลงมามีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว และใต้หน้าจอเป็นส่วนของปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ 4 ปุ่มแบบสัมผัสได้แก่ ปุ่มย้อนกลับ ปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเข้าเมนูหลัก และปุ่ม Home และอีก1 ปุ่มกดคือปุ่ม Navigator Key
พลิกมาด้านหลังตรงกลางเป็นกรอบสี่เหลี่ยม มีโลโก้ Garmin-Asus และแต่งขอบสีเงิน จัดวางเลนส์กล้องดิจิทัลไว้ภายใน ข้างๆ กันเป็นช่องลำโพงเสียง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มที่ด้านซ้ายมีช่องสำหรับเสียบ Car Charger กับฐานติด Car Holder เมื่อใช้งาน GPS ในรถยนต์ ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ช่องสำหรับยึดกับชุด Car Kit และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ สายดาต้าลิงค์ และชุดหูฟังรวมอยู่ในช่องเดียวกันแบบ miniUSB กับช่องไมโครโฟน

Sim1…ใช้นิ้วกดตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็คอ และหยิบฝาออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้ายซ้ายบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านขวาล่างแล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่องให้ทำเปิดฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาครอบแบตเตอรี่ดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ ให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาก่อนโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านซ้ายบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง จากนั้นนำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านบนของช่อง แล้วดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาครอบแบตเตอรี่กลับเช้าไปก่อนเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มสำหรับเปิดและปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณตรงกลางด้านบนของเครื่อง โดยเป็นปุ่มสีบรอนซ์เงินให้กดค้างจนเครื่องสั่น1 ครั้งแล้วปล่อยมือ เครื่องจะแสดงภาพโลโก้ garmin asus และตุ๊กตาแอนดรอยด์ หลังจากนั้นจะเหลือเพียงภาพโลโก้ garmin asus ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอใช้งานซึ่งเป็นหน้า Screen locked ซึ่งการปลดล็อคหน้าจอสามารถทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปแม่กุญแจแล้วลากไปทางด้านซ้ายเพื่อปลดล็อค แล้วจะเข้าสู่หน้าจอหลักของเครื่อง ซึ่งสามารถเลือก User Interface ได้ 2 แบบ แบบแรกคือ Breeze UI โดยหน้าแรกจะเน้นไปที่ระบบนำทางให้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเลื่อนหน้าจอไปทางด้านขวาก็จะพบไอคอนของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ตามแบบฉบับของ Android ที่เราคุ้นเคย นอกจากนั้นยังสามารถเพิ่มหน้าสำหรับวาง Widget ต่างๆ ได้อีกหากต้องการ ส่วนอีกแบบคือ Classic UI ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิมของ Garmin-Asus ที่ใช้บนเนวิเกเตอร์ต่างๆ ซึ่งเมนูทั้งหมดจะย้ายไปอยู่ด้านขวา หากต้องการเรียกใช้งานก็สามารถเรียกแถบออกมาได้โดยการเลื่อนแถบไปทางซ้ายมือ เราก็จะเห็นไอคอนทั้งหมดและสามารถเลื่อนขึ้นลงเพื่อดูได้
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
Garmin-Asus A50 เป็นสมาร์ททัชโฟนใช้งานสัมผัสบนหน้าจอเป็นหลัก ดังนั้นปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้จึงมีเฉพาะปุ่มกดควบคุมการใช้งาน 5 ปุ่มที่อยู่ใต้หน้าจอแสดงผลเท่านั้น โดยมี 4 ปุ่มที่ออกแบบใช้งานแบบสัมผัสได้แก่ ปุ่มย้อนกลับ ปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเข้าเมนูหลัก และปุ่มโฮม สำหรับเข้าสู่หน้าจอหลัก และอีก 1 ปุ่ม Navigator Key ออกแบบเป็นปุ่มกด ส่วนแผงปุมกดตัวเลขและตัวอักษรจะอยู่ในหน้าจอโดยเป็นแผงปุ่มกดคีย์บอร์ดเสมือนใช้นิ้วแตะสัมผัสในการใช้งาน นอกจากนี้ที่ด้านขวาข้างเครื่องยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นเครื่องที่มีขนาดกะทัดรัดเหมาะกับมือดี ไม่เล็กจนเกินไป และไม่ใหญ่จนเกินเหตุ วัสดุที่ใช้ทำให้จับได้ถนัดถนี่ดี ไม่ต้องกลัวลื่นหลุดมือง่าย และหน้าจอแบบสัมผัส Capacitive Res ทำให้ใช้นิ้วแตะสัมผัสบนหน้าจอไดง่าย และสะดวก
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้เมื่ออยู่ในโหมดหน้าจอแบบ Breeze UI .ให้เลื่อนไปที่หน้าจอหลักแล้วใช้นิ้วแตะที่แถบลูกศรตรงกลางด้านล่าง หน้าจอแสดงเมนูก็จะปรากฏขึ้นมา ส่วนโหมดหน้าจอแบบ Classic UI เมนูทั้งหมดจะย้ายไปอยู่ด้านขวา หากต้องการเรียกใช้งานก็สามารถเรียกแถบออกมาได้โดยการเลื่อนแถบไปทางซ้ายมือ เราก็จะเห็นไอคอนเมนูทั้งหมด และสามารถเลื่อนขึ้นลงเพื่อดูได้ สำหรับเมนูหลักของเครื่องมีมากกว่า 30 เมนูด้วยกัน จึงขอแนะนำเฉพาะเมนูเด่นๆ ที่น่าสนใจดังนี้
- Browser เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย Web browser
- Camera เมนูกล้องดิจิทัล
- Ciao! เมนูโปรแกรมแผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของเพื่อน และผู้ใช้
- Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์ พร้อมบันทึกประวัติการโทร แผงปุ่มกดตัวเลขเพื่อโทรออก และรายชื่อโปรด
- Document Viewer เมนูโปรแกรมอ่านไฟล์เอกสารต่างๆ
- Email เมนูแอปพลิเคชั่นใช้งานรับ/ส่งอีเมล์
- Facebook เมนูแอปพลิเคชั่น Facebook เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์
- Flight Status เมนูบริการตรวจสอบตารางการบิน
- Gallery เมนูแกลอรี่สำหรับแสดงภาพถ่าย และไฟล์วิดีโอ
- Garmin Maps เมนูโปรแกรมแผนที่ Garmin
- Garmin Voice Studio เมนูโปรแกรมสร้างเสียงนำทางด้วยเสียงของผู้ใช้เอง
- Gmail เมนูใช้งานอีเมล์จากบริการของ Google Mail
- Help เมนูโปรแกรมช่วยเหลือ แนะนำการใช้งานจาก Garmin
- Latitudes เมนูแสดงตำแหน่งที่ตั้งของเพื่อนๆ บนแผนที่
- Maps เมนูโปรแกรมแผนที่ Google Maps
- Market เมนูร้านค้าแอพพลิเคชั่นออนไลน์ Android Market
- Messaging เมนูสำหรับรับส่งข้อความ SMS และ MMS
- Movie Times เมนูโปรแกรมตรวจสอบภาพยนตร์เข้าฉายใหม่ ในรอบสัปดาห์ ณ โรงภาพยนตร์ต่างๆ
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- Navigation เมนูโปรแกรมแผนที่นำทาง Google Maps
- Phone เมนูใช้งานโทรศัพท์
- Places เมนูโปรแกรมค้นหาสถานที่ต่างๆ แบ่งเป็นหมวดหมู่ไว้ พร้อมแสดงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ
- Routes เมนูโปรแกรมบันทึกเส้นทางการเดินทางจากจุดเริ่มต้น ไปยังจุดหมายปลายทาง
- Settings เมนูตั้งค่าการใช้งานต่างๆ
- Talk เมนูโปรแกรมสนทนา Google Talk
- Twitter เมนูเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ Twiiter
- Weather เมนูโปรแกรมเช็คสภาพภูมิอากาศ
- Where Am I? เมนูโปรแกรมแสดงตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบัน
- Where To? เมนูโปรแกรมค้นหาสถานที่ จุดหมายปลายทางที่ต้องการเดินทาง
- Youtube เมนูรับชมวิดีโอผ่าน YouTube


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานเพื่อโทรออกหรือรับสาย โดยในหน้าจอ Home Screen จะมีปุ่มโทรออกสีเขียวอยู่ด้านซ้ายล่าง กดเข้าไปจะเป็นการเข้าสู่หน้า Call Log ของเครื่องเพื่อดูรายการเบอร์โทรออกที่ผ่านมา และเรียกโทรออกได้เลย แต่หากต้องการกดหมายเลข ด้านบนสุดของหน้าจอจะมีปุ่มเครื่องมือ 4 ปุ่มคือ Call Log, Key Pad, Contacts และ Favorites ครับ ให้กดที่ Key Pad จะเป็นอินเทอร์เฟสสำหรับกดหมายเลข หรือเลือกเมนูเหล่านี้ได้จาก Widget ในหน้าแรกของ Android หรือเข้าไปที่เมนู Phone ก็ได้ เมื่อกดหมายเลขแล้วสามารถโทรออก หรือบันทึกเป็นรายชื่อก็ได้ตามสะดวก
ในส่วน Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อนั้นทำได้ทั้งแบบใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงบนรายชื่อเพื่อค้นหารายชื่อที่ต้องการ หรือกดที่ไอคอนรูปแว่นขยายที่อยู่มุมด้านขวาล่างแล้วพิมพ์ชื่อบนช่องสี่เหลี่ยมด้านบน ส่วนการเพิ่มรายชื่อนั้นให้กดที่ไอคอนรูปคนพร้อมเครื่องหมายบวกที่อยู่มุมด้านซ้ายล่าง สามารถใช้ข้อมูลผุ้ติดได้อย่างละเอียดครบถ้วน รวมถึงซิงค์ข้อมูลรายชื่อไปยัง Google Account และมีฟีเจอร์สำหรับแผนที่ให้มาร์คจุด และเลือกนำทางไปยังที่อยู่ของผู้ติดต่อนั้นๆ ได้อีกด้วย
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging รองรับทั้ง SMS และ MMS โดยแสดงผลแบบ Threaded view หรือรูปแบบการสนทนาแบบแชท ส่วนการพิมพ์ข้อความนั้นทำได้โดยผ่านแผงปุ่มกดคีย์บอร์ดเสมือน Full QWERTY ที่พิมพ์ได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ในส่วนของการรับส่งข้อความอีเมล์นั้น ส่วนอีเมล์นั้นรับส่งผ่านทาง Gmail รวมทั้ง Microsoft Exchange ActiveSync และอีเมล์ของผู้ให้บริการรายอื่นๆ ที่รองรับ POP3/IMAP ได้ โดยรองรับการใช้งานบัญชีอีเมล์ได้มากกว่า 1 บัญชี ซึ่งการตั้งค่าเพื่อใช้งานอีเมล์นั้น ทำได้ง่ายเพียงแค่พิมพ์ชื่ออีเมล์ และใส่พาร์ดเวิร์ด แล้วทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถแสดงผล E-mail ในรูปแบบสนทนาได้
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Auto Focus ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048x1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล ตั้งค่าเลือกเอฟเฟกต์สี ปรับแสง และระบุพิกัดตำแหน่ง GPS ลงบนภาพถ่ายได้ ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้สูงสุด 320x240 พิกเซล (24 fps) ในรูปแบบไฟล์ MP4 และ 3GPP สำหรับแนบไปพร้อมข้อความ MMS โดยภาพนิ่งที่ถ่ายเสร็จแล้วสามารถตั้งเป็นภาพประกอบรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ หรือภาพวอลเปเปอร์ รวมถึงส่งต่อผ่าน Bluetooth, อีเมล์, Facebook, Gmail, ข้อความ, MySpace, Picasa และ Twitter รวมทั้งสามารถ Rotate หรือกลับรูป และ Crop ภาพได้ และสามารถเปิดดูแผนที่และนำทางไปยังสถานที่ในภาพนั้นๆ และอับโหลดวิดีโอไปยัง YouTube ได้
ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล โดยรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3, WMA, .3GP, AAC, eAAC ที่มีระบบจัดการรายชื่อเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม และแสดงภาพปกอัลบั้ม (ถ้ามี) พร้อมด้วยโปรแกรมเล่นไฟล์วิดีโอ ที่รองรับการเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบ MP4, H.264, H.263, WMV, โปรแกรม Gallery สำหรับดูไฟล์ภาพและวิดีโอ โดยไฟล์ภาพสามารถดูแบบย่อขยายด้วยระบบ Multi-touch ได้ และที่พิเศษคือมีโปรแกรม Movie Times ที่สามารถบอกรายละเอียดของภาพยนตร์ที่กำลังเข้าฉายอยู่ขณะนี้ อีกทั้งตัวโปรแกรมยังสามารถค้นหาโรงภาพยนตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้จุดที่เราอยู่ พร้อมทั้งบอกเวลาฉายภาพยนตร์เรื่องที่เราต้องการ ชื่อโรงภาพยนตร์ และระยะห่างจากตัวเราถึงโรงภาพยนตร์นั้นได้ ซึ่งระบบเนวิเกเตอร์จะนำทางผู้ใช้ไปที่โรงภาพยนตร์ที่เลือกไว้ทันที
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีให้เลือกใช้งานทั้งโปรแกรม Internet Web Browser เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (7.2 Mbps) และเปิดหน้าเว็บเพจได้พร้อมกัน 8 หน้า นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้ง Facebook, Twitter, MySpace และ Ciao! โปรแกรมที่คล้ายๆ กับ Google Latitude ที่สามารถบอกจุดพิกัดที่คุณอาศัยอยู่ในขณะนั้นให้กับเพื่อนๆ ได้ทราบกัน รวมทั้งอัปเดตพยากรณ์อากาศผ่าน Weather และเปิดดูคลิปวิดีโอผ่าน YouTube ได้ และมี Android Market หรือร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ ทั้งแบบฟรี และเสียเงินมากกว่า 100,000 แอบพลิเคชัน
ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลทำได้ทั้งผ่านทาง Bluetooth 2.0 with A2DP, Wi-Fi 802.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ที่เชื่อมต่อกับ Garmin-Aus PC Sync สำหรับซิงค์ข้อมูล Contacts และ Calendar, โอนถ่าข้อมูลต่างๆ และ Internet Sharing สำหรับใช้เครื่องเป็นโมเด็มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับโน๊ตบุ้คผ่าน USB ได้ สำหรับ CPU ใช้ของ Qualcomm MSM7227 Processor ความเร็วในการประมวลผล 600 MHz และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 4 GB, 256 MB RAM, 256 MB ROM เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Garmin-Asus A50 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Auto Focus เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Picture โดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2048 x 1536 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดกับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.8 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด 320 x 240 พิกเซล และเลือกบันทึกในรูปแบบไฟล์ MP4 ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีด้วยเช่นกัน
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใช้ในเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Li-ion ขนาดความจุ 1,150 mAh ตามสเปกระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 5 ชั่วโมง และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 150 ชั่วโมง หลังทดสอบใช้งานทั่วๆ ไป ทั้งใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง ใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง และมีการใช้งานสนทนาพูดคุยในระหว่างวันค่อนข้างมาก ผลปรากฎว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1 วันเท่านั้น แต่ถ้ามีการเปิด Bluetooth, Wi-Fi และ GPS ทิ้งไว้ รวมถึงใช้งานกับเครือข่าย 3G แบตเตอรี่ก็จะหมดไวขึ้น โดยรวมแล้วในเรื่องของแบตเตอรี่กับการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้ถือว่าพอใช้
อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง Garmin-Asus A50, แบตเตอรี่ แบบ Li-ion 1,150 mAh
จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จแบตเตอรี่ AC Adapter พร้อมหัวปลั๊กเสียบชาร์จไฟ, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์ microUSB, แผ่น n?vifone Gettings Started CD, ใบแจ้งสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก, ใบรับประกัน และคู่มือเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว Garmin-Asus A50
Garmin-Asus A50 ถือเป็นเนวิเกเตอร์สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ที่มาพร้อมกับระบบนำทางชั้นเยี่ยมจาก Garmin ระดับไฮเอนด์ พร้อมระบบเสียงนำทางที่ใช้งานง่าย นอกจากนี้ยังครบเครื่องเรื่องฟังก์ชันใช้งานต่างๆ แถมยังมีบริการเช็คข้อมูลแบบเรียลไทม์เช่น ข้อมูลสภาพอากาศ ตารางเวลาฉายภาพยนตร์ เป็นต้น เพื่อให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินกับแอพพลิเคชั่นนับพันที่พร้อมจะเติมเต็มประสบการณ์อันหลากหลายให้กับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานได้อย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 108 ... |