|

หนึ่งในตระกูลซีรี่ส์ Wink จากค่ายโทรศัพท์มือถือ LG ที่ใช้ชื่อรุ่นว่า LG C320 Wink Slide เจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบแชทเป็นชีวิตจิตใจในราคาที่ไม่สูงมากนัก แต่อัดแน่นฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันมัลติมีเดีย หรือการเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งการเชื่อมต่อต่างๆ และที่พิเศษสำหรับรุ่นนี้เลยก็คือ รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย Wi-Fi ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น


รูปทรงของ LG C320 Wink Slide ในรูปทรงแบบฝาสไลด์ พร้อมแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY ดีไซน์โค้งมน ขนาดกะทัดรัดคล้ายตลับแป้งของผู้หญิง และน้ำหนักเบา เหมาะมือกำลังดี ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกเป็นหลักกับงานประกอบที่ดูแข็งแรงทนทาน รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมาตรงกลางมีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลจอสีขนาด 2.4 นิ้ว ใต้หน้าจอมีปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ 7 ปุ่มด้วยกัน และเมื่อเลื่อนสไลด์หน้าจอขึ้นมาจะเห็นแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY ซ่อนอยู่ใต้หน้าจอ
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัลอยู่ตรงกลางด้านบน ถัดลงมามีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. กับช่องสำหรับเสียบสายชาร์จ และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิดกันฝุ่นเข้า ด้านขวามีปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านบนมุมซ้ายมี ส่วนมุมขวามีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟนสนทนา

Sim1…ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้านขวาข้างช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายในช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
การใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง LG C320 Wink slide เริ่มจากถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้านขวาข้างช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณด้านซ้ายล่างของช่องเป็นแบบแนวนอน ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านขวาของช่องใส่ SIM Card แล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปให้สนิท ก่อนทำการเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power สำหรับเปิด และปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์พร้อมสัญลักษณ์วงกลางขีดกลางสีแดงด้านขวามือ ให้กดค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที หน้าจอก็จะติดขึ้นมาพร้อมตัวอักษรโลโก้ LG และเสียงดนตรีโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอการตั้งค่าสำหรับใช้งานครั้งแรกได้แก่ ภาษา วันที่และเวลา และการใช้งานเบื้องต้น ก่อนเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน ภายในหน้าจอพร้อมใช้งานเป็นแบบ S-Class UI ที่สามารถเลือกเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ได้ตามใจชอบ โดยเข้าไปที่เมนู ettings>Display>Homescreen>Wallpaper ส่วนมุมซ้ายด้านบนของหน้าจอมีสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่าย ด้านขวามีสัญลักษณ์แสดงโปรไฟล์ที่ใช้งาน สัญลักษณ์แสดงระดับแบตเตอรี่ และเวลา ถัดลงมาตรงกลางด้านล่างมีชื่อโอเปอเรเตอร์ที่ใช้งาน และด้านล่างสุดมีชื่อเมนู Soft Key ซ้าย/ขวา และตรงกลางมีไอคอนสำหรับเข้าเมนูหลัก
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
LG C320 Wink Slide เป็นโทรศัพท์มือถือรูปทรงฝาสไลด์ ปุ่มกดใช้งานจึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกอยู่ใต้หน้าจอเป็นส่วนของปุ่มกดควบคุมการใช้งานประกอบด้วยปุ่ม Soft Key ซ้าย/ขวา, ปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง, ปุ่ม Task Manager, ปุ่ม Widget, ปุ่มโทรอออก/รับสาย และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง อีกส่วนซ่อนอยู่ใต้ฝาสไลด์เมื่อสไลด์หน้าจอขึ้นจะเห็นแผงปุ่มกดแบบ QWERTY Keyboard นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านขวาข้างเครื่องอีก 1 ปุ่มคือ ปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นสไลด์โฟนที่มีขนาดกะทัดรัด เหมาะมือกำลังดี และมีน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างสบายๆ และด้วยแผงปุ่มกดคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ทำให้พิมพ์ข้อความได้สะดวกและรวดเร็ว เหมาะสำหรับการรับส่งข้อความต่างๆ
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าสู่หน้าเมนูหลักนั้นทำได้โดยกดที่ปุ่มตรงกลางของปุ่ม Navigator Key โดยเมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้สามารถเลือกแสดงผลได้ 2 แบบคือ แบบ List และแบบ Grid โดยเข้าไปตั้งค่าแสดงผลได้ที่เมนู Settings>Display>Menu Style สำหรับเมนูหลักมีด้วยกันทั้งหมด 12 เมนูดังนี้
- Game & apps เมนูเกมและแอพพลิเคชั่น ที่ประกอบด้วยเกม 3 เกม และแอพพลิเคชั่น 3 แอพพลิเคชั่น
- Calls เมนูสำหรับดูข้อมูลการโทรต่างๆ ทั้งเบอร์ทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก เบอร์ที่รับสาย เวลาที่ใช้งานโทรทั้งหมด ค่าโทร และเช็คดูจำนวนที่ใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล สำหรับถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ
- Internet เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser
- SNS เมนูเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ที่มีทั้ง Facebook, MySpace และ Twitter รวมอยู่ในโปรแกรมเดียวกัน
- Messaging เมนูสำหรับรับส่งข้อความ SMS และ MMS
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล และวิทยุ FM
- E-mail เมนูสำหรับรับส่งอีเมล์
- My stuff เมนูแฟ้มข้อมูลด้านมีเดียต่างๆ ได้แก่ ภาพ วิดีโอ เสียงส่วนตัว เกม แอพพลิเคขั่น เอกสาร และไฟล์อื่นๆ
- Phonebook เมนูสำหรับดูรายชื่อ เพิ่มรายชื่อใหม่ ค้นหา โทรด่วน ตั้งกลุ่มการโทร ตั้งค่า และดูข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้
- Tools เมนูรวมเครื่องมือในการทำงานต่างๆ ได้แก่ เมนูลัด ออร์แกไนเซอร์ นาฬิกาปลุก เครื่องคิดเลข เครื่องบันทึกเสียง นาฬิกาจับเวลา ตัวแปลงหน่วย และนาฬิกาโลก
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง ประกอบด้วย Profiles โปรไฟล์สำหรับใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ และปรับตั้งค่ารูปแบบเสียงใช้งาน,, Device ตั้งค่าโทรศัพท์, Display ตั้งค่าหน้าจอแสดงผล, Call ตั้งค่าการโทร และ Connectivity ตั้งค่าการเชื่อมต่อ


ด้านการโทร
เริ่มที่ Phonebook หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อ โดยใช้ปุ่ม Navigator Key กดขึ้นลงเพื่อหารายชื่อที่ต้องการ หรือพิมพ์ชื่อ เบอร์โทร อีเมล์ขึ้นต้นชื่อของผู้ติดต่อลงไปรายชื่อก็จะปรากฏขึ้นมาให้เลือก ส่วนการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่นั้น สามารถเลือกบันทึกเก็บไว้ในเครื่อง โดยบันทึกได้ 1,000 รายการ พร้อมทั้งใส่รายละเอียดต่างๆ ได้ครบ รวมถึงภาพประกอบรายชื่อ แต่ถ้าเลือกบันทึกลงใน SIM Card ใส่รายละเอียดได้เฉพาะชื่อและเบอร์โทรเท่านั้น นอกจากนี้ยังตั้งเบอร์โทรด่วน กลุ่มการโทร ตั้งค่าคัดลอก ย้าย และส่งรายชื่อผ่านทาง MMS, อีเมล์ และบลูทูธได้
ส่วนการดูข้อมูลการโทรต่างๆ นั้นอยู่ในเมนู Calls ซึ่งแสดงรายการโทรทุกสาย สายที่ไม่ได้รับ สายที่โทรออก และสายที่ได้รับ โดยแสดงรายละเอียดข้อมูลการโทรตั้งแต่ชื่อผู้ติดต่อ เบอร์โทร วันที่ เวลาที่โทร และเวลาที่ใช้งาน นอกจากนี้ยังสามารถเช็คเวลาในการโทรทั้งหมดได้ รวมทั้งค่าโทร และปริมาณข้อมูลที่รับและส่งจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต ในส่วนของการตั้งค่าโทร (Call setting) นั้นสามารถตั้งค่าการโอนสาย ป้องกันการโทร สายเรียกซ้อน กำหนดเบอร์โทรออก ข้อความขอโทษ และตั้งค่าทั่วไปเช่น โหมดตอบรับ ปฏิเสธการรับสาย โทรซ้ำอัตโนมัติ เป็นต้น
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความ เข้าไปใช้งานได้ในเมนู Messaging รับ-ส่งได้ทั้งข้อความแบบ SMS, MMS สามารถพิมพ์ และรับข้อความได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยพิมพ์ผ่านแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY ที่ช่วยให้พิมพ์ข้อความได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งมีข้อความตัวอย่างทั้ง SMS และ MMS โดยการส่งข้อความ MMS นั้นสามารถเพิ่มรูปภาพ วิดีโอ เสียง สัญลักษณ์ รูปแบบอัตโนมัติ อีโมติคอน ชื่อและเบอร์และอื่นๆ ส่วน Email นั้นรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3 และ SMTP ใช้งานได้ง่ายเพียงกรอกที่อยู่อีเมล์ และพาร์ดเวิร์ดลงไป เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้ทันที และรองรับ Push mail
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียด 2.0 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกขนาดภาพได้สูงสุดขนาด 1600 x 1200 พิกเซล ซูมดิจิทัล ตั้งค่าปรับความสว่าง เลือกเอฟเฟกต์ได้ 4 แบบคือ ปกติ ขาวดำ เนกาทีฟ และซีเปีย ปรับสมดุลแสงสีขาว โหมดถ่ายภาพกลางคืน ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ เลือกโหมดถ่ายภาพได้ 3 แบบคือ ปกติ แบบต่อเนื่อง และใส่กรอบรูป และเลือกคุณภาพในการถ่ายโดยปรับได้ 3 ระดับคือ ละเอียดมาก ละเอียด และปกติ และภาพที่ถ่ายเสร็จแล้วสามารถเปิดดู แนบไปกับข้อความ MMS, อีเมล์, ส่งต่อผ่านทาง Bluetooth ได้ และใช้เป็นภาพพื้นหลัง ภาพประกอบรายชื่อ ภาพตอนเปิดและปิดเครื่องได้
ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้ โดยเลือกขนาดบันทึกได้ 2 ขนาดคือ 176 x 144 พิกเซล และ 128 x 96 พิกเซล บันทึกในรูปแบบไฟล์ .3GP พร้อมทั้งตั้งค่าปรับความสว่าง เลือกเอฟเฟกต์ ปรับสมดุลแสงสีขาว โหมดกลางคืน เลือกคุณภาพในการบันทึก และเลือกบันทึกได้ 2 แบบคือ MMS สำหรับแนบไปพร้อมกับข้อความ MMS และ Normal บันทึกได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม เมื่อบันทึกวิดีโอเสร็จเรียบร้อยสามารถเปิดดู และแนบไปพร้อมกับข้อความ MMS, อีเมล์ และส่งต่อผ่านทาง Bluetooth ได้
ด้านคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีเครื่องเล่นเพลง MP3 ซึ่งรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบไฟล์ AAC, AAC+, MP3, WAV, WMA ด้วยระบบจัดรายการเพลง (Playlist) ตั้งค่าเล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้มากถึง 6 แบบคือ 3D surround, Classic, Jazz, Pop, Rock และ Concert hall และแสดงภาพปกศิลปิน (ถ้ามี) นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo ที่ต้องเสียบชุดหูฟังเพื่อใช้เป็นเสาอากาศรับสัญญาณวิทยุก่อนจึงจะรับฟังได้ โดยมีระบบค้นหาสถานี และบันทึกช่องสถานีอัตโนมัติ และรับฟังผ่านลำโพงด้านหลังเครื่องได้, เครื่องเล่นไฟล์วิดีโอ ที่รองรับการเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .3GP, MP4, โปรแกรมสำหรับดูไฟล์ภาพ สามารถขยายภาพ และดูแบบสไลด์โชว์ได้ และเครื่องบันทึกเสียง ที่บันทึกได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำได้ด้วย WAP Browser เวอร์ชัน 2.0 หรือ Opera Mini 5 ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10 และเครือข่าย Wi-Fi 802.11 b/g พร้อมด้วยโปรแกรม RSS reader สำหรับดึงข่าวสารผ่านอินเทอร์เน็ตมาอ่าน รวมทั้งมีบริการต่างๆ จาก Google Service ทั้ง Google Search, Gmail และ Blogger สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์สังคมออนไลน์และเข้าใช้งานเว็บไซต์สังคมออนไลน์ได้โดยเข้าไปที่เมนู SNS โดยเลือกเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ ได้ทั้ง Facebook, Myspace และ Twitter และมีโปรแกรมสนทนาแบบแชท MSN ติดตั้งมาให้ด้วย
สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบไร้สายอย่าง Bluetooth 2.1 รองรับการเชื่อมต่อใช้งานกับหูฟัง Bluetooth แบบ Stereo (A2DP) และ Wi-Fi 802.11 b/g นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB 2.0 กับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ้คโดยเลือกโหมดการเชื่อมต่อได้ 3 แบบคือ Mass storage ที่เก็บข้อมูล, PC suite สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และ Music sync สำหรับซิงค์เพลง และมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม. ปิดท้ายด้วยหน่วยความจำในเครื่องมีขนาด 60 MB สามารถเพิ่มได้ด้วยหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง LG C320 Wink Slide ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 2.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมดปกติ เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super fine และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 1600 x 1200 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีพอใช้ ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกตั้งค่าขนาดของภาพสูงสุดคือ 176 x 144 พิกเซล เลือกระยะเวลาแบบ Normal และเลือกคุณภาพของภาพสูงสุดคือ Super fine ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดพอใช้ และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุไว้ว่าเครื่องรุ่นนี้สามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 3 ชั่วโมง 20 นาที และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 300 ชั่วโมง เท่าที่ได้ลองใช้งานดูด้วยแบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 900 mAh ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องชาร์จจนเต็ม แล้วทดสอบใช้งานพูดคุยประมาณวันละ 1-2 ชั่วโมง ฟังเพลง เล่นเกม ใช้งานอินเทอร์เน็ต ถ่ายรูป เป็นต้นอีกประมาณ 2 ชั่วโมง ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลางไม่อีดมาก และไม่กินไฟเกินไป แนะนำถ้าต้องการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ต่อไปได้อีกระยะหนึ่งให้เปลี่ยนมาใช้โหมด Power save
อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์ที่อยู่ในกล่องพร้อมจำหน่ายนั้นประกอบด้วยตัวเครื่อง LG C320 Wink Slide, แบตเตอรี่มาตรฐานแบบ Li-ion ขนาด 900 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จไฟ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB Cable พร้อมแผ่นซีดีรอมโปรแกรม, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card และคู่มือการใช้งาน
LG C320 Wink Slide เป็นโทรศัพท์มือถือในตระกูลซีรี่ส์ Wink รูปทรงฝาสไลด์พร้อมแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY ที่รองรับการแชทกับเพื่อนได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะกับยุค Social Network ที่กำลังมาแรง รวมทั้งมีดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวไม่เหมือนใคร ขนาดกะทัดรัด โดนใจวัยรุ่นเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังครบเครื่องเรื่องฟังก์ชันใช้งานต่างๆ รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi และมีราคาที่เป็นเจ้าได้ไม่ยากอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 109 ... |