|
|

หลังจากที่ Nokia ได้ส่งสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Symbian^3 ในตระกูล Nseries และ Cseries 2 รุ่นแรกออกมาคือ Nokia N8 และ Nokia C7 คราวนี้ก็มาถึงคิวของตระกูล Eseries กันบ้าง โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Nokia E7 สมาร์ทโฟนสำหรับนักธุรกิจ ด้วยรูปทรงที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับการทำงานเอกสาร ตรวจดูแผ่นงาน และแก้ไขสไลด์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กร พร้อมโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม


Nokia E7 มีรูปทรงตัวเครื่องภายนอกคล้ายกับ Nokia N8 แต่ต่างกันที่ Nokia E7 มีแป้นคีย์บอร์ด QWERTY เลื่อนออกจากภายใต้ด้านข้างจอ โดยจะทำมุมกับจอภาพ ในลักษณะเดียวกับที่พบใน Nokia N97 แม้จะมีแป้นพิมพ์ในตัว แต่ขนาดเครื่องของ Nokia E7 นั้น ทั้งความกว้าง ยาว หนา และน้ำหนักมากกว่า Nokia N8 และวัสดุภายนอกเครื่อง Nokia E7 เป็นอลูมิเนียมทั้งเครื่องเหมือนกับ Nokia N8 โดยจุดเด่นของ Nokia E7 คือหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 4 นิ้วที่มาพร้อมเทคโนโลยี Nokia ClearBlack ช่วยลดแสงสะท้อนของหน้าจอทำให้ภาพชัดขึ้นเมื่ออยู่กลางแจ้ง และเป็นหน้าจอแบบ AMOLED ที่มีความคมชัดสูง
นอกจากนี้ตัวเครื่องยังออกแบบเลื่อนคีย์บอร์ดด้านข้าง (ส่วนจอจะดันขึ้น) คีย์บอร์ดที่เลื่อนออกมาเป็นแบบ QWERTY ที่คุ้นเคยกัน ด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED แบบคู่ และช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงอยู่ด้านซ้ายล่าง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มเลื่อนล็อค/ปลดล็อคหน้าจอ ด้านขวามีช่องใส่ SIM Card, ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันแบบ microUSB, ช่องต่อ HDMI, ปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และด้านท้ายเครื่องมีช่องใส่สายคล้องคอ และช่องไมโครโฟน

Sim1….ใช้มือจับตัวเครื่องแล้วใช้นิ้วดึงถาดใส่ SIM Card ที่อยู่ด้านขวาบนข้างเครื่องออกมา
Sim2 …นำ SIM Card วางลงในถาดใส่ SIM Card ให้ตรงตามถาดใส่
Sim3 …นำถาดที่ใส่ SIM Card แล้วใส่กลับเข้าไปในช่องตามเดิมให้สนิทกับตัวเครื่อง

การใส่ SIM CARD
ตัวเครื่อง Nokia E7 ออกแบบให้ช่องใส่แบตเตอรี่ไม่สามารถถอดแบตเตอรี่เองได้ ต้องนำเข้าศูนย์เพื่อให้ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ อย่างไรก็ดีทางโนเกียก็ได้มีการรับประกันการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 1 ปีเต็มเหมือนกับรุ่น Nokia N8 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ดังนั้นช่องใส่ SIM Card จึงไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่เหมือนเครื่องรุ่นอื่นๆ โดยช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณด้านขวาบนข้างเครื่อง ให้ใช้นิ้วงัดดึงถาดใส่ SIM Card ออกมาแล้วนำ SIM Card วางลงในถาด หลังจากนั้นให้นำถาดที่ใส่ SIM Card ใส่กลับเข้าไปในช่องตามเดิมแล้วดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยก็สามารถเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไปได้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งของปุ่ม Power ที่ใช้เปิดและปิดเครื่องนั้นอยู่บริเวณด้านขวาบนของเครื่อง โดยเป็นปุ่มรูปวงรีพร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลางให้กดที่ปุ่มนี้ค้างไว้จนเครื่องสั่น 1 ครั้งแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมปรากฏโลโก้ Nokia บนพื้นหลังสีขาวตามด้วยสัญลักษณ์มือประสานกัน และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายและเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักพร้อมใช้งานหรือ Home Screen ใช้ User Interface แบบ Symbian^3 ที่สามารถปรับแต่งหน้าจอหลักตามไลฟ์สไตล์ พร้อมเพิ่ม Widget ตามการใช้งานต่างๆ ได้ โดยมีพื้นที่วาง Widget ถึง 3 หน้าด้วยกัน แต่ละหน้าสามารถนำ Widget มาใส่ได้ 6 แบบ ซึ่งในจุดนี้ผู้ใช้สามารถเลือก Widget ขึ้นมาใช้งานได้ตามความต้องการของตนเอง สำหรับผู้ที่กลัวว่าการเลือก Widget ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขึ้นมาใช้งานไว้ในหน้าแรก แล้วจะทำให้เกิดอาการ EDGE รั่ว ผู้ใช้ Nokia สบายใจได้ เนื่องจากผู้ใช้สามารถกดที่ปุ่ม Option เพื่อเลือกใช้งาน Widget ในโหมดออฟไลน์ได้ เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบอัตโนมัติแล้ว
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีเพียงปุ่มเดียวที่อยู่ตรงกลางด้านล่างใต้หน้าจอคือปุ่มเมนู ซึ่งรองรับการใช้งานแบบ Multitasking คือผู้ใช้สามารถกดปุ่มเมนูค้าง เพื่อให้ขึ้นหน้า Task Manager ซึ่งมีการแสดงผลเป็นหน้าต่างให้ได้เลือกสลับใช้งาน รวมไปถึงสามารถกดปุ่มกากบาท เพื่อปิดการใช้งานแอพพลิเคชั่นนั้นๆ ได้ด้วย หรือกดครั้งเดียวเพื่อย้อนกลับไปหน้าจอหลักได้ นอกจากนี้ที่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มเลื่อนล็อคหน้าจอ ส่วนด้านขวามีปุ่มเลื่อนขึ้นลงเพื่อปรับระดับเสียงและใช้ปรับซูมขยายภาพได้เมื่อเข้าโหมดถ่ายภาพ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านขวาบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และเมื่อเปิดเครื่องแล้วกดที่ปุ่มนี้จะขึ้นโปรไฟล์สำหรับใช้งานในสถานะการณ์ต่างๆ ได้ส่วนความเหมาะมือนั้น ถือเป็นเครื่องทัชสมาร์ทโฟนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และหนักเนื่องจากตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากอลูมิเนียมเป็นหลัก ทำให้การถือจับใช้งานอาจไม่ถนัดมือในช่วงแรกที่ใช้ แต่เมื่อใช้ไปสักพักก็จะชินมือไปเอง
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้ให้กดที่ปุ่มเข้าเมนูหลักที่อยู่ตรงกลางด้านล่างใต้หน้าจอ ซึ่งหน้าตาเมนูใช้งานนั้นเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนู เลือกแสดงผลได้ 2 แบบคือ แบบ Grid และแบบ List วิธีตั้งค่าทำได้โดยเลือกที่ Options>List view หรือ Grid view สำหรับเมนูหลักมีทั้งหมด 12 เมนูด้วยกันดังนี้
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ ทั้งการประชุม บันทึก วันครบรอบ และบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
- Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อและบันทึกรายละเอียดของผู้ติดต่อใหม่
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล พร้อมวิทยุ FM Stereo และ Ovi Music Web เมนูใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Nokia web Browser
- Messaging เมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความทั้งแบบ SMS, MMS และ Audio message
- Photos เมนูสำหรับดูไฟล์ภาพและไฟล์วิดีโอ พร้อมทั้ง Tag ภาพที่ต้องการได้
- Store เมนูเข้าสู่ร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์ Ovi Store
- Maps เมนูโปรแกรมแผนที่ Ovi Maps และใบอนุญาตใช้งานระบบนำทางฟรีตลอดชีพ
- Office เมนูรวมเครื่องมือใช้งานต่างๆ ได้แก่ โปรแกรมจัดการไฟล์, พจนานุกรม, บันทึกย่อ, โปรแกรม Quickoffice, โปรแกรมบีบอัดไฟล์, เครื่องคิดเลข, เครื่องบันทึกเสียง, โปรแกรม Adobe PDF, โปรแกรม F-secure และโปรแกรมอ่านข้อความ Msg.reader
- Settings เมนูตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่องประกอบด้วย การตั้งค่าโปรไฟล์ การตั้งค่าธีม การตั้งค่าโทรศัพท์ การจัดการแอบพลิเคชัน การตั้งค่าการโทร การตั้งค่าการเชื่อมต่อ และการตั้งค่าแอบพลิเคชัน
- Social Network เมนูเชื่อมต่อเว็บสังคมออนไลน์ Facebook และ Twitter
- Applications เมนูรวมโปรแกรมต่างๆ ได้แก่ Mail, Clock, Log, Video & TV, Tools,SW update, Search, User guide, Camera, Photo editor, Video editor, OviMapsChallenge, Climate Mission, Hear and now, Traveller, Vlingo-Voice และ TopApps


ด้านการโทร
เริ่มด้วยการใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออก ทำได้โดยใช้นิ้วแตะเมนู Call ด้านขวาที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขจำลองขึ้นมาให้ใช้งานแบบสัมผัส สามารถกดหมายเลขหรือพิมพ์ชื่อ และใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปหูโทรศัพท์เพื่อโทรออกได้ และถ้าต้องการโทรสายวิดีโอผ่านเครือข่าย 3G ก็ให้กดเลือก Options>Call>Video call ในส่วนการเช็คดูข้อมูลการโทรต่างๆ ดูได้โดยกดเลือก Options>Recent calls โดยแสดงรายการสายที่ไม่ได้รับ สายที่ได้รับ และสายที่โทรออก พร้อมข้อมูลครบถ้วน
ในส่วนของเมนู Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหาและเพิ่มรายชื่อใหม่ โดยการค้นหานั้นทำได้โดยใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลง พร้อมทั้งมีระบบ Search ที่ค้นหารายชื่อได้รวดเร็วเพียงแค่กดตัวอักษรตัวแรกในช่องสี่เหลี่ยมด้านล่างเท่านั้นรายชื่อก็จะแสดงขึ้นมา ส่วนการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อสามารถใส่ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังสามารถสร้างนามบัตรส่วนตัว รองรับ Ovi Sync สำหรับโอนถ่ายข้อมูลลงเครื่องคอมพิวเตอร์ และจัดกลุ่มรายชื่อ รวมทั้งสามารถลบ ก็อปปี้ ดูรายชื่อใน SIM Card และตั้งค่าให้แสดงรายชื่อที่บันทึกในเครื่องหรือ SIM Card เลือกบันทึกรายชื่อลงในหน่วยความจำเครื่องหรือ SIM Card และแสดงชื่อหรือนามสกุลก่อนได้
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
รองรับทั้ง SMS, MMS, Audio message และ E-Mail ที่ใช้งานง่าย เพียงแค่ใส่ชื่ออีเมล์กับรหัสผ่าน ตัวระบบก็จะสร้างการตั้งค่าให้ได้ทันที โดยรองรับอีเมล์ที่ใช้ร่วมกันได้หลายโพรโตคอลไม่ว่าจะเป็น Yahoo! Mail, Gmail, Windows Live, Hotmail และบริการ POP/IMAP ที่ได้รับความนิยมอื่นๆ และมาพร้อม Microsoft Exchange ActiveSync ทำให้ Nokia E7 รองรับการเข้าถึงอีเมล์บริษัท และแอพพลิเคชั่นส่วนตัวต่างๆ แบบ real-time ได้โดยตรงอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมี Nokia Messaging สำหรับใช้งาน Push Mail กับเมล์ต่างๆ มาให้ใช้งานด้วย และมีมุมมอง SMS แบบบทสนทนาโดยพิมพ์ข้อความได้ทั้งผ่านแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY แบบสัมผัสบนหน้าจอ และผ่านแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY ที่ซ่อนอยู่ใต้หน้าจอ
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพ ติดตั้งกล้องดิจิทัลความละเอียด 8.0 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลชคู่ LED ที่มีระบบลบตาแดงแบบอัตโนมัติ ด้วยช่องมองภาพเต็มจอในแบบ 16:9 พร้อมการตั้งค่าด้วยระบบสัมผัสที่ใช้งานได้ง่าย โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 3264 x 2448 พิกเซล ซูมดิจิทัล 2 เท่า เลือกโหมดฉาก 6 แบบรวม Night Mode เลือกโทนสี ปรับความเข้มแสง ระบบตรวจจับใบหน้า ปรับสมดุลแสงสีขาว ปรับความคมชัด แสดงตารางสำหรับถ่ายภาพ ตั้งค่าเปิดรับแสง ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ ปรับความไวแสง และแนบพิกัดตำแหน่ง GPS ได้
ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็มที่ความละเอียดสูงสุด 720p@ 25 fps (HD 16:9) ในรูปแบบไฟล์วิดีโอ H.264 และ MP4 ซูมดิจิทัล 3 เท่า เลือกโหมดฉากได้ 3 แบบ ตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว และเลือกโทนสีได้ และเมื่อถ่ายภาพเสร็จสามารถเปิดดู มีโปรแกรมตกแต่งภาพและตัดต่อวิดีโอ และรับชมวีดีโอคุณภาพระดับ HD พร้อมด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Digital Plus เมื่อเล่นผ่าน HDMI และชุดโฮมเธียเตอร์ และอัปโหลดไปยังเว็บสังคมออไลน์ต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีกล้องดิจิทัลที่อยู่ด้านหน้าเครื่องอีกตัวหนึ่งระดับ VGA สำหรับใช้งานวิดีโอคอลล์ในเครือข่าย 3G
ในส่วนเครื่องเล่นมีเดียอื่นๆ ก็มี Music player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล รองรับไฟล์เพลง MP3, WMA, AAC, eAAC, eAAC+, AMR-NB, AMR-WB, E-AC-3, AC-3 ด้วยระบบจัดรายการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับอีควอไลเซอร์ได้ 6 แบบ แสดงปกอัลบั้มศิลปิน (ถ้ามี) ตั้งค่าปรับสมดุลเสียงลำโพง ปรับเพิ่มความดัง และขยายเสียงสเตอริโอ พร้อมปุ่มเฉพาะสำหรับปรับระดับเสียง พร้อมทั้งรับฟังผ่านลำโพงด้านหลังเครื่องได้ สามารถตวัดนิ้วบนหน้าจอเพื่อเลือกดูอัลบั้มในคอลเลคชันเพลงได้
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Radio สำหรับรับฟังวิทยุ FM Stereo พร้อมระบบ RDS ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ ค้นหาด้วยตนเอง จัดเก็บสถานีได้ 20 สถานี และรับฟังผ่านลำโพงได้โดยใช้ชุดหูฟังเป็นเสาอากาศรับสัญญาณ, โปรแกรมเครื่องเล่นวิดีโอ เล่นวิดีโอความละเอียดสูง 720 พิกเซล บนทีวีความละเอียดสูงผ่านสายเคเบิล HDMI โดยรองรับไฟล์วิดีโอในรูปแบบ H.264 (โปรไฟล์พื้นฐาน, โปรไฟล์หลัก, โปรไฟล์ขั้นสูง), MPEG-4, VC-1, Sorenson Spark, Real video 10 รวมถึงไฟล์วิดีโอสตรีมมิ่ง H.264, Flash Lite 4 (รองรับ Flash 10 สำหรับวิดีโอ), On2 VP6, Sorenson Spark พร้อมทั้งมีวิดเจ็ดสำหรับการชมรายการทีวีผ่านการสตรีมทางอินเทอร์เน็ตตามต้องการด้วย WebTV ทั้งในท้องถิ่นและทั่วโลก และยังรองรับบริการวิดีโอฟีดสำหรับดาวน์โหลดและสตรีมข้อมูลวิดีโอผ่าน Ovi Store และรับชมวิดีโอคลิปผ่าน TouTube ได้
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ทำได้ด้วย WAP Browser 2.0 และ Nokia Web Browser รองรับ Flash Lite 4 ซึ่งรองรับข้อมูลส่วนใหญ่บน Flash Player 10.1 โดยใช้งานผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 33, Wi-Fi 802.11 b/g/n และเครือข่าย 3G HSDPA 10.2 Mbps, HSUPA 2.0 Mbps พร้อมทั้งมีโปรแกรม Nokia Mobile Search สำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆ และ Ovi Store ร้านค้าแอพพลิเคชั่นออนไลน์สำหรับดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้งฟรี และเสียเงิน และเชื่อมต่อกับเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้ง Facebook และ Twitter ได้
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบผ่านสาย microUSB 2.0 รองรับ USB On-the-go ใช้ USB ขณะเดินทางได้ กับผ่านช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม.และช่องต่อ HDMI เพื่อเชื่อมต่อกับชุดโฮมเธียเตอร์ และแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 3.0 with A2DP นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียม GPS พร้อมฟังก์ชันเสริม A-GPS และเข็มทิศดิจิทัล โดยใช้งานผ่านโปรแกรมแผนที่ Ovi Maps 3.0 พร้อมใบอนุญาตใช้งานระบบนำทางฟรีตลอดชีพ ปิดท้ายด้วยหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Nokia E7 ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 8.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่ง เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 3264 x 2448 พิกเซล เลือกโหมดฉากแบบ Automatic โดยเลือกถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.8 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากด้วยเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาดที่ความละเอียด HD 720 พิกเซลที่อัตรา 25 เฟรมต่อวินาทีในรูปแบบไฟล์วิดีโอ MP4 ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมาก และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
สเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 430 ชั่วโมงในเครือข่าย 2G และ 470 ชั่วโมงในเครือข่าย 3G สนทนาต่อเนื่องได้นานสูงสุด 9 ชั่วโมงในเครือข่าย 2G และ 5 ชั่วโมงในเครือข่าย 3G จากการทดลองใช้งานทั่วๆ ไปใน 1 วัน ตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่องมีการใช้สายโทรเข้าออกประมาณ 2-3 ชั่วโมง ใช้ฟังเพลง ฟังวิทยุ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้ามีการเปิดใช้งานเชื่อมต่อ Wi-Fi และใช้งานในเครือข่าย 3G แบตเตอรี่ก็จะหมดไวกว่านี้ แนะนำให้เปิดใช้งานโหมดประหยัดพลังงาน โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอนแบเตตอรี่มุมขวาด้านบนหน้าจอแล้วเลือกที่ Activate power saving
อุปกรณ์เสริม
ชุดจัดจำหน่ายของเครื่อง Nokia E7 ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion 1,200 mAh (BL-4D) จำนวน 1 ก้อน (ภายในตัวเครื่อง), อุปกรณ์ชาร์จประสิทธิภาพสูง (AC-10), สายเชื่อมต่อ (CA-179), ชุดหูฟังแบบ Stereo 1 เส้น (WH-205), สายเชื่อมต่อ HDMI (CA-156), สายอะแดปเตอร์สำหรับ USB OTG CA-157 และคู่มือการใช้งานฉบับย่อ
Nokia E7 ถือเป็นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Symbian^3 รุ่นล่าสุด และรุ่นแรกในตระกูล Eseries ที่เจาะกลุ่มตลาด Business เป็นหลัก โดยอัดแน่นด้วยฟังก์ชันเด่นๆ ที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY แบบสไลด์ด้านข้าง หน้าจอความละเอียดสูงพร้อมเทคโนโลยี Nokia ClearBack และแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสำหรับการทำงานเอกสาร รับส่งอีเมล์ และโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยต่างๆ ให้เลือก Nokia E7 จึงเปรียบเสมือนสำนักงานเคลื่อนที่ที่ช่วยให้ทำงานได้คล่องตัว
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 110 ... |
|
|
|