Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


หากพูดถึงสมาร์ทโฟนในปีนี้แล้วค่อนข้างร้อนแรงมากๆ ตั้งแต่ต้นปี ดูเหมือนราคาที่ทำตลาดแข่งกันจะต่ำลงมาเรื่อยๆ จากปีที่ผ่านมาแข่งขันกันที่ 10,000 - 15,000 บาท ตอนนี้ก็เริ่มขยับกันลงมาที่ราคา 7,000 - 10,000 บาท กันแล้วอาจเป็นเพราะตลาดกลุ่มนี้มีเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นได้ สำหรับสมาร์ทโฟนราคาประหยัดจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งของผู้บริโภคที่ไม่เคยใช้งานสมาร์ทโฟนมาก่อนให้หันมาใช้งานมากขึ้นนั่นเอง ล่าสุดค่าย LG ก็ได้ส่งแอนดรอยด์สมาร์ทโฟนราคาประหยัดออกมาในชื่อรุ่น LG Optimus Me









LG Optimus Me มาพร้อมกับรูปทรงแบบแท่งดีไซน์โค้งมน ขนาดกะทัดรัด เหมาะมือกำลังดี รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมาตรงกลางมีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลซึ่งเป็นจอสีระบบสัมผัสแบบ Capacitive ขนาด 2.8 นิ้ว ใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ แบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนแรกเป็นส่วนของปุ่มแบบสัมผัสมี 4 ปุ่มด้วยกันคือปุ่มเมนู, ปุ่ม Home, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่มค้นหา อีกส่วนเป็นส่วนของปุ่มกดมี 2 ปุ่มคือปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นส่วนของเลนส์กล้องดิจิทัลอยู่ตรงกลางด้านบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านนั้นเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันแบบ mcroUSB พร้อมฝาปิดกันฝุ่นเข้า ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. กับช่องสำหรับเปิดฝาหลัง และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ


Sim1…ใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องที่อยู่ตรงกลางด้านบนออกมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…ถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยใช้นิ้วงัดช่องกลางด้านบนออกมา
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้าย แล้วดันเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
ขั้นตอนในการใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง LG Optimus Me เริ่มจากถอดฝาหลังออกจากคัวเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องในแนวตั้ง แล้วใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางด้านบนออกมา และหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ตรงกลางด้านบนออกมา และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้ายของช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องโดยให้ด้านหัวตัดอยู่ด้านล่างตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ข้างๆ แล้วดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนนี้

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มที่ใช้เปิดและปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้แล้วปล่อยมือ เครื่องจะเปิดขึ้นมาพร้อมภาพโลโก้แอนิเมชัน LG ตามด้วยตัวอักษร android และเสียงประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักจะเป็นหน้าจอ Lock Screen ก่อนให้ใช้นิ้วแตะที่รูปแม่กุญแจแล้วลากไปด้านขวาเพื่อปลดล็อค จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอหลักใช้งานพร้อมใช้งานโดยมาพร้อมอินเทอร์เฟสใหม่ของ LG Android UI ครอบบนระบบปฏิบัติการ Android 2.2.2 ที่ทำให้การใช้งานรวดเร็วขึ้น และมี Widget สวยๆ มาให้ด้วย พร้อมมีพื้นที่สำหรับวาง Widget จำนวน 5 หน้าด้วยกัน (สามารถเพิ่มได้สูงสุด 7 หน้า) และยังรองรับ Live Wallpaper นอกจากนี้ที่ด้านบนยังมีแถบ Notification สำหรับแจ้งเตือนสถานะการใช้งานต่างๆ โดยใช้นิ้วแตะที่แถบนี้แล้วลากลงมา และด้านล่างหน้าจอเริ่มจากด้านซ้ายเป็นเมนูโทรศัพท์ ตรงกลางเป็นเมนูหลัก และด้านขวาเป็นเมนูข้อความ

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานที่อยู่ใต้หน้าจอประกอบด้วยปุ่มควบคุมทั้งหมด 6 ปุ่ม โดยปุ่มควบคุม 4 ปุ่มหลักเป็นแบบสัมผัสได้แก่ปุ่ม Menu กดเพื่อแสดงเมนูฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ของโปรแกรม, ปุ่ม Home ใช้แตะสัมผัสเพื่อกลับไปยังหน้าจอหน้าจอหลัก (Home Screen) แต่ถ้าแตะค้างไว้จนเครื่องสั่นหลายครั้งจะแสดงไอคอน 6 โปรแกรมล่าสุดที่เปิดใช้งาน, ปุ่มย้อนกลับ และปุ่ม Search สำหรับค้นหา และอีก 2 ปุ่มเป็นแบบปุ่มกดคือ ปุ่มโทรออก และปุ่มเปิดปิดเครื่อง/ล็อคหน้าจอ นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านขวาข้างเครื่องอีก 1 ปุ่มคือปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็นเครื่องที่มีรูปทรง และขนาดที่พอเหมาะ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป กับน้ำหนักที่พอดีมือ ทำให้ใช้งานได้สะดวกทุกปลายนิ้วสัมผัส โดยไม่ต้องใช้ปากกาสไตลัสเพราะหน้าจอเป็นแบบ Capacitive

เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปวงกลม 4 วงในช่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ตรงกลางด้านล่างหน้าจอ หน้าจอเมนูหลักก็จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แสดงผลเป็นรูปไอคอนเล็กๆ เรียงกันแถวละ 4 เมนูด้วยกัน โดยเมนูหลักๆ ของเครื่องจะอยู่รวมกับเมนูโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่อง มีดังนี้

  • App Advisor เมนูโปรแกรมผู้ช่วยส่วนตัวในการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นจาก Android Market ซึ่งจะอัปเดตข้อมูลของ 10 แอพพลิเคชั่นที่ได้รับการโหวตจากผู้ใช้สูงสุดให้ทราบทุกๆ 2 สัปดาห์อีกด้วย
  • App Manager เมนูสำหรับจัดการแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้งปิดการใช้งาน และลบแอพพลิเคชั่น
  • Browser เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Web Browser
  • Calculator เมนูใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข
  • Calendar เมนูปฏิทินสำหรับสร้างกำหนดการนัดหมายต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ
  • Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ
  • Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งปลุกเตือน
  • Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
  • Email เมนูสำหรับรับส่งอีเมล์
  • FM radio เมนูฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo
  • Gallery เมนูสำหรับเปิดดูไฟล์มีเดียทั้งไฟล์ภาพ และไฟล์วิดีโอ
  • Gmail เมนูใช้งานเชื่อมต่อกับ Google Mail เพื่อสมัครใช้งาน รับ และเช็คเมล์ที่ส่งมาได้
  • Google Search เมนูค้นหาข้อมูลผ่านเว็บ Google
  • Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ Google Maps
  • Market เมนูสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ มาใช้งานบนเครื่อง
  • Messaging เมนูสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS
  • Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
  • Navigation เมนูโปรแกรมนำทางด้วยดาวเทียม GPS
  • News & Weather เมนูโปรแกรมอัปเดตข่าวสารต่างๆ และเช็คสภาพภูมิอากาศ
  • Phone เมนูสำหรับใช้งานโหมดโทรศัพท์
  • Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
  • Software Update เมนูอัปเดตเฟริมแวร์เครื่องผ่านอินเทอร์เน็ต
  • Talk เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชท Google Talk
  • ThinkFree Office เมนูโปรแกรมอ่านและแก้ไขไฟล์เอกสารต่างๆ
  • Video player เมนูเครื่องเล่นวิดีโอ
  • Voice Recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
  • Voice Search เมนูใช้งานคำสั่งเสียงสำหรับค้นหาข้อมูลผ่านเว็บ Google
  • YouTube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ YouTube.com


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ให้ใช้นิ้วแตะบนหน้าจอเลือกที่เมนู Phone ก็จะขึ้นแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนสำหรับกดโทรออกได้เลย พร้อมระบบ Smart Dialing ที่ช่วยค้นหาเบอร์ผู้ติดต่อได้เร็วขึ้นเพียงแค่กดตัวอักษรชื่อขึ้นต้นผู้ติดต่อ เช่น Jane ก็กดที่หมายเลข 5263 นอกจากนี้ที่ด้านบนยังมีแถบเมนูที่เกี่ยวข้องกับการโทรต่างๆ ประกอบด้วย Call log สำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ, Contacts สำหรับค้นหารายชื่อ และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดนรวมรายชื่อที่อยู่ใน Social Network มาให้ด้วย และ Favorites สำหรับใช้กำหนดรายชื่อโปรดที่ผู้ใช้ต้องการ และแสดงรายชื่อของผู้ที่โทรบ่อยมากที่สุด

ส่วนการตั้งค่าที่เกี่ยวกับการโทรต่างๆ นั้น ให้เข้าไปที่เมนู Settings>Call Settings สามารถตั้งค่าจำกัดการโทร ตั้งเบอร์โทรข้อความเสียง ข้อความขอโทษ ตั้งการโอนสาย จำกัดการใช้งาน เช่น ห้ามโทรออกทั้งหมด ห้ามโทรออกไปต่างประเทศ ห้ามโทรออกไปต่างประเทศยกเว้นโทรกลับบ้าน เป็นต้น ตั้งค่าคำนวณค่าใช้จ่ายในการใช้งาน ดูเวลาในการใช้สาย ตั้งค่าการโทรเพิ่มเติม เช่น แสดงเบอร์โทรเข้า ให้มีสายเรียกซ้อนได้ และรับสายอัตโนมัติ และการตั้งค่าใช้งานเครือข่ายอยู่ในเมนู Wireless & Network>Mobile networks โดยรองรับการใช้งานเครือข่าย 3G HSDPA 900/2100 MHz

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging สำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS สามารถแนบไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง เป็นต้น รวมถึงแทรกอิโมติคอนพร้อมกับข้อความได้ และมีตัวนับจำนวนตัวอักษร ส่วนการรับอีเมล์นั้นทำได้ง่ายใน 2 ขั้นตอนเพียงใส่ชื่อ Email address และ Password แล้วทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้แล้ว โดยรองรับอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ทั้ง IMAP4, SMTP, POP3 และ Microsoft Exchange รวมทั้งรองรับ Push Email นอกจากนี้ยังสามารถสมัครใช้งานหรือเช็คเมล์ของ Google Mail หรือ Gmail ได้บนเครื่องทันที และการพิมพ์ข้อความนั้นสามารถพิมพ์บนแผงปุ่มกดตัวอักษรสัมผัสแบบเสมือน QWERTY โดยถือเครื่องให้อยู่ในแนวนอน

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลระดับ 3.2 ล้านพิกเซล เลือกโหมดถ่ายได้ทั้ง Photo และ Video โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล ตั้งค่าปรับความสว่าง เลือกเอฟเฟกต์สี ตั้งค่า ISO ปรับสมดุลแสงสีขาว ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ เลือกคุณภาพ และมีระบบ GEO-Tagging บันทึกพิกัด GPS ลงในข้อมูลของภาพได้ ส่วนโหมดวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียง โดยเลือกโหมดบันทึกได้ 2 แบบคือ Normal และ MMS เลือกความละเอียดสูงสุด 640 x 480 พิกเซล ในรูปแบบไฟล์ .3GP พร้อมตั้งค่าปรับความสว่าง ปรับสมดุลแสงสีขาว เลือกเอฟเฟกต์สี และเลือกคุณภาพ และเมื่อถ่ายภาพหรือบันทึกวีดีโอเสร็จ สามารถส่งต่อผ่านทาง Bluetooth, อีเมล์, MMS และอัปโหลดเข้าเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ ได้ และภาพนิ่งสามารถตั้งเป็นภาพประกอบรายชื่อ และภาพพื้นหลัง และดูแบบขยายได้ด้วยระบบ Multitouch ได้

ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล รองรับการเล่นไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3, WAV, WMA, eAAC+ ที่มีระบบค้นหาเพลงที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำได้จากการเลือกประเภทศิลปิน อัลบั้ม ชื่อเพลง และ Playlists ด้วยระบบเล่นเพลงซ้ำ และเพลงแบบสุ่ม พร้อมแสดงด้วยภาพอัลบั้มปกของศิลปิน (ถ้ามี) และตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้, โปรแกรม Video player หรือเครื่องเล่นวิดีโอ โดยรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบ MP4, H.264, H.263, WMV นอกจากนี้ยังมี FM Radio วิทยุ FM ที่มีระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ บันทึกได้ 48 สถานี และรับฟังผ่านลำโพงเครื่องได้ โดยต้องเสียบชุดหูฟังก่อนจึงจะรับฟังได้, Gallery โปรแกรมแสดงภาพรูปถ่าย และวีดีโอ, โปรแกรม Voice recorder หรือเครื่องบันทึกเสียง และโปรแกรม YouTube สำหรับดูคลิปวิดีโอ และอัปโหลดไฟล์วิดีโอเข้าเว็บ YouTube ได้

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้งานผ่าน Android Webkit Browser ที่เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g และ HSDPA (ดาวน์โหลดสูงสุด 3.6 Mbps) เปิดหน้าเว็บได้พร้อมกันสูงสุด 8 เว็บ พร้อมทั้งจัดเก็บเว็บ Bookmarks และค้นหาข้อมูลในเว็บได้ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter ได้ และดูคลิปวิดีโอในระดับ High Quality (HQ) ผ่าน YouTube ได้ โดยที่มุมขวาของโปรแกรมจะมีปุ่ม HQ เพื่อที่จะดูวิดีโอคุณภาพสูงได้

ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.1 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth Stereo ได้ กับ Wi-Fi 802.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม Auto Sync ได้ นอกจากนี้ยังสามารถแชร์อินเทอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ได้ผ่านทางสาย USB (USB tethering) ได้รวมถึงจำลองเครื่องให้เป็น Wi-Fi Hotspot ให้สามารถใช้อุปกรณ์ตัวอื่นมาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านมือถือได้ โดยรองรับได้สูงสุดถึง 5 เครื่อง ในส่วนซีพียูใช้ซีพียูที่มีความเร็ว 600 MHz และหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 200 MB สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง LG Optimus Me ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Normal เลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล และเลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.8 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด VGA 640 x 480 พิกเซล และเลือกบันทึกแบบ Normal และเลือกคุณภาพในการบันทึกที่ระดับ Super fine ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
เครื่องรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion ที่มีขนาดความจุ 1,280 mAh ตามสเปกระบุไว้ว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 7 ชั่วโมง และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 510 ชั่วโมง หลังทดสอบทั้งใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง ใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง ถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ และใช้งานสนทนา ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน และด้วยระบบปฏิบัติการ Android นั้นออกแบบสำหรับการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ดังนั้นระบบปฏิบัติการนี้จะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา และถ้าหากมีการเปิดใช้งานในเครือข่าย 3G พร้อมกับเปิด Wi-Fi ควบคู่กันไปด้วยแล้วอาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดภายในไม่ถึง 1 วันได้

อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง LG Optimus Me, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 1,280 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายดาต้าลิงค์เชื่อมต่อ microUSB, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่ AC Adapter, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ขนาด 2 GB, CD โปรแกรม, ใบรับประกันสินค้า และคู่มือการใช้งาน

LG Optimus Me ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ถึงจะไม่ “ดีที่สุด” แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ “คุ้มค่าที่สุด” สำหรับผู้เริ่มต้นใช้แอนดรอยด์สมาร์ทโฟนเลยทีเดียว ด้วยอินเทอร์เฟส LG Android UI ที่ค่อนข้างง่ายต่อการเรียนรู้ และปุ่มรับสาย/วางสาย สำหรับผู้เริ่มต้นที่อาจจะยังไม่ชินกับทัชสกรีนมากนัก ถือว่าปรับตัวได้ไม่ยากเลย บวกกับราคาที่ไม่แพงและความสามารถในการใช้งานที่ค่อนข้างหลากหลาย อีกทั้งวัสดุและงานประกอบที่เหมาะสม คุ้มค่ากับราคาเลยทีเดียว


อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 111...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.