|
|

การกลับมาอีกครั้งของ Motorola กับแอนดรอย์ดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ผ่านตัวแทนจำหน่ายชื่อดังอย่าง SIS ที่ได้นำ Motorola DEFY และ Motorola CHARM วางจำหน่ายสู่ตลาดบ้านเราอย่างเป็นทางการ โดยรุ่นที่นำมา On Test ในฉบับนี้คือ Motorola DEFY ซึ่งมีจุดเด่นและความน่าสนใจอยู่ที่ความทนทาน การันตีว่าผ่านมาตรฐาน IP67 ความหมายคือว่า สามารถทนน้ำ กันฝุ่น และกันกระแทกได้เป็นอย่างดีนั่นเอง (กันน้ำได้ไม่เกิน 1 เมตร นานสูงสุด 30 นาที)


แนวคิดของ Motorola DEFY นั้นถูกออกแบบมาเป็นโทรศัพท์มือถือแนว Outdoor ที่โฆษณาสรรพคุณอย่างการกันฝุ่น กันน้ำ กันรอย ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องออกไปใช้ชีวิตโลดโผนบ่อยๆแต่ก็อยากใช้ชีวิตติดมือถือกับเค้าด้วยเหมือนกัน อีกอย่าง Motorola ก็มีชื่อเสียงในเรื่องวัสดุมานานเพราะในราคาระดับเดียวกัน Motorola มักจะใช้วัสดุที่ดีกว่าโทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่นๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าโทรศัพท์มือถือของเราจะไม่ถลอกปอกเปิกง่ายๆ เหมือนกับบางยี่ห้อ
รอบๆ ตัวเครื่องนั้นมีการประกอบเป็นอย่างดี ขันน็อตไว้รอบเพื่อความแน่นหนาของเครื่อง พร้อมฝาจุกพลาสติกกึ่งแข็งปิดตามพอร์ตต่างๆ รอบตัวเครื่องเพื่อป้องกันน้ำ และฝุ่นละอองเข้าเครื่อง ส่วนหน้าจอก็ใช้วัสดุที่ทำจากระจกแบบ Gorilla Glass ป้องกันรอยขีดข่วน พลิกดูด้านหลังเครื่องในส่วนของฝาหลังทำจากพลาสติกคล้ายยางอย่างดีพร้อมตัวล็อคป้องกันการเปิดฝาโดยไม่ตั้งใจ โดยรวมแล้วบอกได้ว่า เล็กแต่หน้าจอใหญ่ ดูทนทาน และสมราคาเลยทีเดียว
ทดลองใช้งาน

Sim1…ใช้นิ้วดันเลื่อนแถบปลดล็อคด้านล่างไปทางขวา และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง
Sim2…ถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องด้านขวาบนขึ้นมา
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายล่างของช่องใส่แบตเตอรี่ แล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
ก่อนใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Motorola DEFY ให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่อง โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วคว่ำลงในแนวตั้ง จากนั้นใช้นิ้วดันเลื่อนแถบล็อคฝาหลังไปทางด้านขวาเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่โดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านขวาบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา แล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก็จะเห็นช่องใส่ SIM Card โดยอยู่บริเวณมุมซ้ายด้านล่างของช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ข้างช่อง แล้วดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่ SIM Card เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปแล้วทำการปิดตัวล็อคให้สนิท ก่อนเปิดเครื่องเพื่อใช้งานต่อไป
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power ที่ใช้เปิดและปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาบนเครื่องให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะเปิดขึ้นมาพร้อมโลโก้ Motorola บนพื้นหลังสีดำ ตามด้วยตัวอักษร android จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน เมื่อเปิดเครื่องมา หน้าจอ Home Screen จะถูกล็อคไว้สามารถปลดล็อคหน้าจอได้โดยใช้นิ้วแตะไอคอนรูปแม่กุญแจด้านซ้ายมือแล้วเลื่อนไปทางด้านขวามือเพื่อปลดล็อค ก็จะเข้าสู่หน้าจอหลัก Home Screen พร้อมใช้งานขึ้นมา โดยหน้าจอหลักของเครื่องมาพร้อมกับอินเทอร์เฟสที่เรียกว่า MOTOBLUR UI ครอบบนระบบปฏิบัติการ Android โดยด้านบนสุดจะเป็นแถบ Notification Bar สำหรับแจ้งเตือนสถานการณ์ใช้งานต่างๆ ถัดลงมาจะเป็นพื้นที่สำหรับวางไอคอนหรือ Widget โดยจะมีพื้นที่บนหน้าจอ Home Screen ไว้สำหรับวางไอคอนและ Widget ต่างๆ ทั้งหมด 7 หน้าด้วยกัน โดยผู้ใช้สามารถแตะนิ้วบนหน้าจอแล้วลากไปด้านข้างก็จะปรากฏหน้าจอด้านถัดไปออกมา และใช้นิ้วแตะบนหน้าจอค้างไว้เมนู Widget ก็จะขึ้นมาให้เลือกรวมทั้งปรับเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ได้ และด้านล่างสุดของหน้าจอเริ่มจากด้านซ้ายเป็นเมนู Phone ตรงกลางเป็นเมนูหลัก และด้านขวาเป็นเมนู Contacts
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ซึ่งอยู่ใต้หน้าจอแสดงผล 4 ปุ่มด้วยโดยเป็นปุ่มแบบสัมผัสทั้งหมดประกอบด้วยปุ่ม Setting เพื่อตั้งค่าเมนูในแอพพลิเคชั่นที่เรากำลังใช้งานโดยในแต่ละแอพพลิเคชั่นจะมีเมนูต่างๆกันไป และสามารถใช้เป็นปุ่มปลดล็อคได้, ปุ่ม Home เพื่อกลับไปยังหน้าจอหลัก แตะค้างไว้จะแสดงไอคอนของโปรแกรมที่เคยเปิดใช้งาน 6 โปรแกรมล่าสุด, ปุ่ม Back เพื่อเก็บเมนู เก็บแป้นพิมพ์ และย้อนกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้า และปุ่ม Search ใช้สำหรับพิมพ์ค้นหาโปรแกรมในเครื่อง นอกจากนี้ยังมีปุ่มกดที่อยู่ด้านข้างขวาข้างเครื่องคือปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านขวาบนเครื่องคือปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง ล็อคหน้าจอ เข้าสู่โหมดเงียบ และใช้งานบนเครื่องบิน ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นเครื่องที่มีขนาดมาตรฐาน ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป น้ำหนักเบา และฝาหลังใช้วัสดุที่คล้ายยาง ทำให้ไม่ลื่นมือ รวมทั้งหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive ทำให้ใช้นิ้วแตะสัมผัสสั่งงานได้สะดวกทุกปลายนิ้วสัมผัส
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าไปใช้งานเมนูต่างๆ ของเครื่อง Motorola DEFY ทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอนวงกลมตรงกลางด้านล่างหน้าจอ หน้าจอเมนูหลักก็จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แสดงผลเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อประกอบเรียงกันแถวละ 4 เมนูด้วยกัน ซึ่งเมนูใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้รวมโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาติดตั้งในเครื่อง จึงขอแนะนำเฉพาะเมนูหลักของเครื่องซึ่งมีดังนี้
- 3G mobile hotspot เมนูตั้งเครื่องให้เป็นแม่ข่ายกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตด้วย EDGE หรือ 3G สู่อุปกรณ์อื่น
- Account เมนูแสดงรายชื่ออีเมล์ที่ตั้งค่าในเครื่อง
- Alarm & timer เมนูนาฬิกาปลุกและนับเวลาถอยหลัง
- Browser เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน Android Web Browser
- Calculator เมนูโปรแกรมเครื่องคิดเลข
- Calendar เมนูปฏิทินออนไลน์ผ่าน Google Calendar สำหรับสร้างกำหนดการนัดหมายต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ
- Cardock เมนูปุ่มลัดใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถ
- Contacts เมนูสำหรับค้นหาและเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
- Dialler เมนูใช้งานโทรศัพท์สำหรับโทรออก รวมทั้งดูประวัติการใช้งานโทร สมุดโทรศัพท์ และรายชื่อโปรด
- DLNA เมนูเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มัลติมีเดียที่มีฟังก์ชัน DLNA ผ่านเครือข่าย Wi-Fi เพื่อเข้าถึง ด
- ละเล่นภาพและเพลงที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ของคุณได้
- Email เมนูสำหรับรับส่งข้อความอีเมล์ และใช้อ่านอีเมล์จาก Hotmail หรือ Yahoo ที่ผู้ใช้มีบัญชีอยู่
- Filemanager เมนูสำหรับจัดการไฟล์ต่างๆในเครื่อง และการ์ดหน่วยความจำภายนอก
- Gallery เมนูแกลอรี่สำหรับดูไฟล์ภาพ และไฟล์วิดีโอ
- Gmail เมนูใช้งานเชื่อมต่อกับ Google Mail เพื่อสมัครใช้งาน รับ และเช็คเมล์ที่ส่งมาได้
- Manage SIM card เมนูสำหรับจัดการรายชื่อในซิมการ์ด
- FM Radio เมนูรับฟังวิทยุ FM Stereo
- Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ Google Maps
- Market เมนูสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ จากร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์ Android Market มาใช้งานบนเครื่อง
- Media share เมนูโปรแกรมเล่นหรือรับ-ส่งไฟล์ผ่านระบบ Wi-Fi
- Messaging เมนูรับส่งข้อความ SMS, MMS และ Email
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- Navigation เมนูโปรแกรมนำทางด้วยดาวเทียม GPS ผ่านแผนที่ Google Maps
- Phone portal เมนูเชื่อมต่อโทรศัพท์เข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB หรือ Wi-Fi
- Places เมนูโปรแกรม POI สำหรับค้นหาสถานที่ และจุดที่น่าสนใจต่างๆ
- Quickoffice เมนูแอพพลิเคชั่นจัดการด้านเอกสารต่างๆ ทั้ง Quickword, Quicksheet, Quickpoint และ QuickPDF
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- Talk เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชท Google talk
- Voice Dialer เมนูใช้งานคำสั่งเสียงควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น การโทรออก, การส่งไฟล์ เป็นต้น
- Youtube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ YouTube.com


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์จะไม่มีปุ่มกดสำหรับโทรออก/รับสาย และวางสายมาให้เหมือนเครื่องทั่วๆ ไป โดยใช้งานผ่านหน้าจอแบบสัมผัสเป็นหลัก ให้ใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปหูโทรศัพท์ที่อยู่ด้านซ้ายล่างของหน้าจอ ก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาสำหรับกดโทรออกได้ทันที พร้อมทั้งมีระบบ Voice Dialer สำหรับโทรออกด้วยคำสั่งเสียง นอกจากนี้ที่ด้านบนยังมีแถบเมนู Recent สำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ, Contacts สำหรับค้นหารายชื่อ และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ และ Favorites ใช้กำหนดรายชื่อโปรดที่ผู้ใช้ต้องการ และแสดงรายชื่อของผู้ที่โทรบ่อยมากที่สุด
ในส่วนของเมนู Contact จะมี 2 แบบคือ เข้าผ่านทางเมนู Dialer ซึ่งจะแสดงรายชื่อ พร้อมค้นหาผ่านแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด และตั้งค่าโทรด่วน กับเข้าผ่านทางเมนูหลัก ซึ่งแบ่งเป็น 2 หน้าคือ History คือรายชื่อที่เข้าไปดูก่อนหน้านี้ กับ All Contacts สำหรับรายชื่อทั้งหมด พร้อมเพิ่มรายชื่อใหม่โดยกดที่สัญลักษณ์รูปบวกมุมขวาด้านบนหรือกดที่ปุ่มเมนูแล้วเลือก Add Contact, ค้นหารายชื่อ, ซ่อนหรือโชว์รายชื่อ, แสดงกลุ่มการโทร, Manage Account สำหรับจัดการเพิ่มบัญชีรายชื่อที่อยูในบัญชีอีเมล์ หรือเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ และตั้งค่าเพิ่มบัญชีจาก Google และจากซิมการ์ดได้
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
รองรับทั้ง SMS, MMS และ Email โดย SMS และ MMS มีรูปแบบการแสดงผลเป็นแบบ Conversation เรียงลงมาตามลำดับ พร้อมมีเลขบอกจำนวนอักษรของ SMS รวมทั้งสามารถใช้พวก Cut, Copy และ Paste ได้แบบเต็มๆ มีระบบ Smart Search เพื่อหารายชื่อที่จะส่งข้อความ สามารถแนบไฟล์มัลติมีเดียไปพร้อมกับข้อความ MMS ได้ และมีระบบ Swype ช่วยให้พิมพ์ข้อความได้เร็วขึ้นผ่านการลากนิ้ว ส่วนอีเมล์รองรับทั้ง POP3, IMAP และ Microsoft Exchange ActiveSync โดยตั้งค่าใช้งานอีเมล์ได้ง่ายเพียงแค่พิมพ์ชื่อที่อยูอีเมล์ และใส่พาร์ดเวิร์ด แล้วทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้ทันที พร้อมรองรับ Push mail และเลือกใช้งาน Gmail ซึ่งมาพร้อมกับ Google Mobile Service ได้อีกด้วย
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพ ติดตั้งกล้องดิจิทัลระดับ 5.0 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และ Auto Focus ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2592 x 1944 พิกเซล เลือกโหมดฉากได้ 8 แบบคือ Auto, Portrait, Landscape, Sport, Night portrait, Sunset, Macro และ Steady shot, เลือกเอฟเฟกต์สี, ตั้งค่าเปิดปิดแฟลชอัตโนมัติ, ปรับความสว่าง และแนบพิกัดตำแหน่งไปพร้อมกับภาพถ่าย ส่วนโหมดวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียง เลือกโหมดฉากได้ 2 แบบคือ Auto และ Night พร้อมความละเอียดได้ 4 ระดับคือ Large (VGA), Large (CIF), Medium (QVGA) และ Small (QCIF) ที่อัตรา 30 fps ในรูปแบบ .3GP และเมื่อถ่ายภาพหรือบันทึกวีดีโอเสร็จสามารถแชร์รูปภาพผ่าน Bluetooth, Email, MMS และเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งตั้งเป็นภาพประกอบรายชื่อ และภาพพื้นหลังได้
ในส่วนของมัลติมีเดียอื่นๆ มีโปรแกรม Music Player โดยรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ eAAC+, MP3, AMR WB, MPEG-4, H.264, AAC, WMA9, AAC+, WMA9 ค้นหาเพลงจากการเลือกประเภทศิลปิน, อัลบั้ม, ชื่อเพลง, Playlists และเล่นเพลงแบบสุ่มทั้งหมด ในขณะที่ฟังเพลงอยู่สามารถกด Like หรือ Hate เพลงได้ด้วย พร้อมแชร์ไป Facebook หรือ Twitter พร้อมโชว์ภาพปกอัลบั้ม (ถ้ามี), ค้นหาที่อยู่ของเพลงที่ฟังอยู่ได้, ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้า และถ้าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ก็จะมีเนื้อร้องของเพลงด้วย นอกจากนี้ยังมีวิทยุ FM สำหรับรับฟังวิทยุ FM Stereo หรือสามารถฟังเป็นแบบ Online ผ่านทาง SHOUTcast ก็ได้, Music Video ค้นหามิวสิควิดีโอผ่าน Youtube และ GoTV, TuneWiki Community สำหรับค้นหาเพลง ดูชาร์ตเพลง ฟังเพลงจาก Music Maps และ Hot Playlists และ Song Identification ค้นหาเพลงที่ได้ยินผ่านอินเทอร์เน็ต รวมทั้งสามารถดูไฟล์ภาพ และวิดีโอได้ในเมนู Gallery โดยภาพนิ่งสามารถใช้นิ้วแตะย่อขยายแบบ Multi-touch, ปรับแต่งแก้ไข และสไลด์โชว์ได้ ส่วนวิดีโอรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ MP4, H.263, H.264
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้งานผ่าน Android HTML Webkit ที่ท่องอินเทอร์เน็ตได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 12, Wi-Fi 802.11 b/g/n, DLNA และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (ดาวน์โหลดสูงสุด 7.2 Mbps และอัปโหลดสูงสุด 2 Mbps) รองรับ Adobe Flash Lite พร้อมจัดเก็บ Bookmark เว็บที่เข้าบ่อย สามารถเปิดเว็บได้พร้อมกันสูงสุด 8 หน้าต่างโดยสลับไปมาระหว่างหน้าเว็บที่เปิดอยู่ได้ รวมทั้งค้นหาข้อความที่อยู่ในหน้าเพจได้ บันทึกหน้าเว็บ เป็นต้น และเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ดังอย่าง Facebook, Twitter และดูคลิปวิดีโอผ่าน YouTube ได้ โดยมี Data manager ซึ่งเป็นระบบการจัดการเรื่อง Data โดยเข้าผ่านทาง Setting โปรแกรมนี้สามารถดูการใช้งาน Data ได้แบบละเอียดวันต่อวันว่าใช้ไปเยอะแค่ไหน รวมถึงมีระบบ Data Saver และยังควบคุมการเปิด/ปิด Data ได้ในหลายๆ ส่วน
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้ง Bluetooth 2.1 with A2DP, Wi-Fi 802.11 b/g/n, DLNA, สายดาต้าลิงค์แบบ microUSB และมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม, พร้อมรองรับ Digital Living Network Alliance (DLNA) สำหรับแบ่งปัน จัดเก็บ และส่ง คลิปวิดีโอ, เสียงหรือภาพ โดยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น HDTV, เกมคอนโซล และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และทำหน้าที่เป็น Wi-Fi Hotspot 3G สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi ได้ถึง 5 เครื่อง นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ GPS พร้อมฟังก์ชัน A-GPS ใช้งานผ่านโปรแกรมแผนที่ Google Maps, Navigation และ Places และใช้ CPU 800 MHz Cortex-A8 processor, TI OMAP3610 chipset และหน่วยความจำภายในเครื่องมีขนาด 2 GB storage, 512 MB RAM เพิ่มได้ด้วย microSD Card โดยรองรับได้สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Motorola DEFY ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Auto เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Superfine และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2592 x 1944 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Auto เลือกขนาดของภาพสูงสุด VGA 640 x 480 พิกเซล ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีพอใช้เช่นเดียวกัน ภาพที่ออมาไหลลื่น และไม่มีอาการกระตุกให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใช้ในเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Li-ion ความจุ 1,500 mAh ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 6 ชั่วโมง 48 นาที และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 238 ชั่วโมง และตัว Motorola Defy เองยังมีระบบ Battery Manager ที่มีให้เลือกใช้งาน 3 โหมดด้วยกันคือ Performance Mode คือใช้เครื่องแบบเต็มที่, Smart Mode เป็นแบบกลางๆ และ Battery Saver คือประหยัดแบตเตอรี่นั่นเอง ไม่พอยังสามารถตั้งค่าโหมดแต่ละโหมดได้เองว่าจะให้เปิดปิด Data ยังไงเท่าไหนระบบแสงสว่างของจอ เป็นต้น หลังทดสอบทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง อินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง ถ่ายภาพ และใช้งานสนทนา ปรากฏว่าใช้งานได้ประมาณ 2 วัน แต่ถ้าเปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้อยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งเปิดใช้งานในเครือข่าย 3G กับเปิด Wi-Fi ควบคู่กันไปด้วยแล้วอาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่านี้
อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง Motorola DEFY, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 1,500 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายดาต้าลิงค์เชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก microUSB, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่ AC Adapter, ชุดหูฟังสเตอริโอขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร, ซองหนังกำมะหยี่, คู่มือแนะนำการใช้งานภาษาอังกฤษ, คู่มือแนะนำด้านความปลอดภัยภาษาไทย/อังกฤษ และใบรับประกันสินค้า
จุดเด่นที่ถือเป็นจุดขายของ Motorola DEFY เลยก็คือ ความอึดทนต่อแรงกระแทก หน้าจอกันรอยขีดข่วน และกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งยังเป็นแอนดรอยด์สมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย ถ้าคุณต้องการสมาร์ทโฟนที่วัสดุดี ทนทาน เเข็งเเรง ตามสไตล์ Motorola มีเเฟลชในตัว เเบตเตอรี่ที่ความจุเหนือกว่ามาตรฐาน เเละชอบใช้ชีวิตอย่างสมบุกสมบัน เเล้วละก็คงไม่มีทางเลือกนอกจาก Motorola DEFY ตัวนี้เท่านั้นครับ
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 111... |
|
|
|