|
|
|

มาใหม่อีกแบรนด์หนึ่งสำหรับ Pocket PC Phone ซึ่งก่อนหน้านี้เคยใช้ชื่อแบรนด์ว่า E-Ten ตามชื่อบริษัทผู้ผลิต ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Glofish แบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในยุโรปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยบ้านเราบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนจำหน่าย ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ชื่นชอบเทคโนโลยี และนิยม GPS ซึ่งจะเปิดวางจำหน่ายก่อน 2 รุ่นได้แก่ Glofish X600 และ Glofish X800 ซึ่งรุ่นที่นำมา On Test ก่อนก็คือรุ่น Glofish X600


รูปทรงของ Glofish X600 เป็นแบบ Bar Type หรือแบบแท่ง ด้วยขนาดที่บางและเบาเมื่อเทียบกับ PDA Phone ทั่วไป มาพร้อมกับดีไซน์เรียบเก๋แฝงความเท่ห์ด้วยสีดำแดง เพิ่มความหรูหราให้กับตัวเครื่องด้วยอลูมิเนียม บรัช ด้านหน้าสีดำ ที่เป็นแผ่นอลูมิเนียมบางๆ ฉาบไว้ด้านหน้า ส่วนด้านหลังใช้วัสดุทำจากพลาสติกคล้ายยาง สำหรับหน้าจอเป็นแบบ TFT LCD Touch Screen 65,536 สี ความละเอียด 240x320 พิกเซล และใต้หน้าจอเป็นแผงปุ่มกดใช้งานต่างๆ
มาดูที่ด้านข้างเครื่องกันบ้าง เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มใช้งานคำสั่งเสียง ช่องสำหรับรีเซ็ทเครื่อง และช่องสำหรับเสียบชุดหูฟัง ส่วนด้านขวามีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง กับปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล พลิกมาดูด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัล และช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงขนาดใหญ่ และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับเสียบปากกา Stylus ช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB รวมอยู่ในช่องเดียวกัน พร้อมด้วยช่องสำหรับเสียบการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ MicroSD Card และช่องไมโครโฟนสำหรับสนทนา

1…ใช้มือจับตัวเครื่องแล้วใช้นิ้วโป้งกดตรงของฝาหลังดันเลื่อนออกมา
2…ดันเลื่อนปุ่มที่อยู่ตรงกลางด้านล่างเพื่อปลดล้ฮคแล้วหยิบแบตเตอรี่ขึ้นมา
3…ใส่ SIM Card เข้าไปในช่องตามแนวนอน แล้วดันจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Glofish X600 ให้ทำการถอดฝาหลังของเครื่องออกมาก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องในแนวนอนแล้วพลิกมาด้านหลัง จากนั้นใช้นิ้วโป้งของมือข้างขวากดลงไปบริเวณฝาหลังของเครื่องดันเลื่อนเพื่อปลดล็อคและหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นจะเห็นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยสังเกตตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างของช่องใส่แบตเตอรี่ ให้ใช้นิ้วดันเลื่อนปุ่มลงเพื่อปลดล็อคแล้วหยิบแบตเตอรี่ขึ้นมาก็จะเห็นช่องสำหรับใส่ SIM Card ช่องสำหรับใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่ด้านซ้ายล่างของช่อง ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องแล้วดันเลื่อนจนสุด หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม และทำการเปิดเครื่องก็สามารถใช้งานได้แล้วครับ
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องนั้นอยู่บริเวณด้านขวาบนข้างเครื่อง ให้กดค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาทีแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะติดพร้อมภาพโลโก้ Glofish พร้อมสโลแกน minds on the move ตามด้วยโลโก้ Windows Mobile จากนั้นเครื่องจะทำการ Load พร้อมกับค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอปกติพร้อมใช้งาน
หน้าจอหลักพร้อมใช้ของเครื่องรุ่นนี้ประกอบด้วยภาพวอลเปเปอร์ พร้อมรายละเอียดต่างๆ ที่แสดงอยู่บนหน้าจอคือ แถบด้านบนสุดมีโลโก้ Windows พร้อมตัวอักษร Start สำหรับเข้าสู่เมนูหลัก ถัดมาเป็นไอคอนที่แสดงสถานะการเชื่อมต่อ GPRS ถัดมาคือรูปแสดงสัญลักษณ์ของสัญญาณจากเครือข่าย ตามด้วยสัญลักษณ์ลำโพง และเวลา ในส่วนของหน้าจอ Home Screen ประกอบด้วยแถบไอคอน Launcher ถัดลงมาเป็นชื่อเครือข่ายที่ใช้งาน พร้อมกับสถานะใช้งาน Wi-Fi และ Bluetooth ตามด้วยการแสดงข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้ ข้อความที่ได้รับ สิ่งที่ต้องทำ นัดหมายต่างๆ และสถานะการใช้งาน Windows Live ส่วนแถบด้านล่างของจอด้านซ้ายเป็นเมนู Speed Dial และด้านขวาเป็นเมนู Contacts
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับแผงปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการใช้งานเท่านั้นซึ่งประกอบด้วยปุ่ม Joy Stick แบบ 5 ทิศทาง, ปุ่ม Soft Key ซ้าย/ขวา, ปุ่มโทรออก/รับสาย, ปุ่มวางสาย, ปุ่มเข้าเมนูหลัก, ปุ่ม OK, ปุ่มใช้งาน GPS และปุ่ม Home โดยปุ่มทั้งหมดออกแบบแบบเรียงชิดติดกันหมด แต่ก็มีขนาดใหญ่ทำให้กดใช้งานง่าย ส่วนปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรนั้นออกแบบให้ใช้บนหน้าจอแบบ Touch Screen
นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มใช้งานคำสั่งเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง กับปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านความเหมาะมือในการใช้งานนั้น ถือว่าขนาดของเครื่องมีขนาดมาตรฐานเท่าๆ กับ PDAทั่วไปแต่มีขนาดที่บางและเบาทำให้ถือใช้งานได้ถนัดมือและพกพาไปได้อย่างสะดวก
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง Glofish X600 ทำได้ทั้งแบบใช้ปากกา Stylus แตะไปที่สัญลักษณ์รูป Windows มีตัวอักษร Start อยู่มุมซ้ายบนสุดของหน้าจอ หรือแบบกดที่ปุ่ม Windows ด้านซ้ายมือ ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานก็จะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นเมนูที่ใช้งานหลัก ส่วนที่สองเป็นเมนูที่เพิ่งใช้งานไป และส่วนสุดท้ายเป็นเมนูสำหรับใช้งานโปรแกรม ตั้งค่าและช่วยเหลือ ซึ่งรายละเอียดของเมนูหลักๆ มีดังนี้
- Today เป็นเมนูที่ใช้สำหรับดูการใช้งานเมนูในวันนี้
- Office Mobile เมนูใช้งานโปรแกรม Office ต่างๆ ได้แก่ Excel Mobile, PowerPoint Mobile และ Word Mobile
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายและตั้งเตือนล่วงหน้า
- Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับบันทึกหมายเลขโทรศัพท์และชื่อกับรายละเอียดต่างๆ ของผู้ติดต่อ
- Internet Explorer เป็น Browser ที่ใช้ในการเล่นอินเทอร์เน็ตทั้ง WAP และ WEB
- Messaging เป็นเมนูที่ใช้สำหรับการรับ-ส่ง SMS, MMS และ E-mail
- Phone เมนูใช้งานโทรศัพท์
- Programs เมนูที่รวบรวมโปรแกรมต่างๆ สำหรับใช้งานในเครื่อง อาทิ Games, GPS, Multimedia, Phone, Utilities, Voice Commander, ActiveSync, Calculator, File Explorer, Internet Sharing เป็นต้น
- Settings เมนูนี้เปรียบเสมือนการควบคุมการทำงานทั้งหมดของตัวเครื่องใช้ในการตั้งค่าต่างๆ แบ่งเป็น 3 หมวดคือหมวด Personal สำหรับตั้งค่าทั่วไป ได้แก่ Buttons, Input, Lock ฯลฯ หมวด System สำหรับตั้งค่าระบบ ได้แก่ About, Backlight, Certificates ฯลฯ และหมวด Connections สำหรับตั้งค่าการเชื่อมต่อต่างๆ ได้แก่ Beam, Connections Wizard, Connections ฯลฯ
- Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือและอธิบายการใช้งานเมนูต่างๆ ของเครื่อง


ด้านการโทร
เริ่มที่ Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อโดยสามารถค้นหาได้ได้ทั้งป้อนชื่อหรือเบอร์โทรในช่องด้านบน หรือค้นตามตัวอักษรทั้งอังกฤษและไทย และเลื่อนดูได้ ส่วนการบันทึกข้อมูลใหม่นั้นแบ่งประเภทบันทึกเป็น 2 แบบคือ Outlook Contact สำหรับบันทึกข้อมูลลงในเครื่องโดยใส่รายละเอียดได้ตั้งแต่ชื่อ ภาพของผู้ติดต่อ ตำแหน่งงาน แผนก บริษัท เบอร์โทรออฟฟิศ ฯลฯ กับ SIM Contact สำหรับบันทึกข้อมูลลงใน SIM Card โดยบันทึกได้เฉพาะชื่อผู้ติดต่อและเบอร์โทรเท่านั้น นอกจากนี้ยังตั้งค่าปฏิเสธหมายเลขเรียกเข้าที่ไม่ต้องการได้ โดยเลือกที่เมนู Programs>Phone>Call Filter ซึ่งจะได้รับเฉพาะรายการแจ้งให้ทราบเท่านั้น โดยหมายเลขนั้นจะยังคงปรากฏในสมุดโทรศัพท์อยู่
ส่วนการดูประวัติการใช้งานโทรในเมนู Phone>Call History เช็ครายการโทรออก รับสาย สายที่ไม่ได้รับ รวมทั้งเวลา วันที่ และระยะเวลาที่ใช้สายในแต่ละครั้ง โดยจัดเก็บประเภทของสายเรียกต่างๆ ทั้งหมดไว้ด้วยกัน พร้อมมีสัญลักษณ์แสดงเพื่อบอกประเภทของเบอร์นั้นๆ แต่ก็ดูแบบแยกประเภทได้โดยเลือกที่ Filter และการเช็คเวลาที่ใช้งานโทรนั้นสามารถเข้าไปเช็คดูได้ที่เมนู Phone>Menu>Call Timers
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักด้วยกัน ส่วนแรกสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS/MMS ซึ่งคงรูปแบบคล้ายกับการใช้งาน Outlook Express โดยแยกโฟลเดอร์ใช้งาน Inbox, Outbox, Draft, Sent Items, Deleted Items ไว้ให้ดูง่าย ส่วนที่สองสำหรับตั้งค่ารับส่ง Email ซึ่งรองรับ Email ที่เป็นรูปแบบ HTML พร้อมทั้งตั้งค่าใช้งานได้ต่างๆ เช่น Flagging email หรือทำเครื่องหมายปักธงที่ปกติจะทำเวลามี E-mail สำคัญทำให้ค้นหาง่ายขึ้น หรือ Set ระบบ automatic out-of-office reply ได้ เป็นต้น
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัล CMOS ความละเอียด 2.0 ล้านพิกเซล เลือกโหมดการถ่ายได้ 2 โหมดคือ Camera Mode กับ Video Mode โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 1600 x 1200 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า ตั้งค่าโหมดถ่ายภาพได้ 3 แบบคือ Normal, Timer และ Portrait, เลือกบันทึกในรูปแบบไฟล์ BMP, JPG และ JPG+EXIF, ปรับสมดุลแสงสีขาว, ตั้งเวลาในการถ่าย, ถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง, มีกรอบรูปให้เลือกใส่, ปรับเอฟเฟคสีของภาพ และปรับค่า Frequency ส่วนวิดีโอ ถ่ายพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้สูงสุด 320 x 240 พิกเซล บันทึกไฟล์ในรูปแบบ .3GP และ MP4 และบันทึกได้นานแบบไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม
ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Windows Media Player 10 Mobile สำหรับเปิดดูหนังหรือไฟล์วิดีโอที่ดาวน์โหลดมา โดยรองรับไฟล์ในรูปแบบ .3GP, MP4 และ WMV และไฟล์วิดีโอแบบสตรีมมิ่ง หรือฟังเพลง ซึ่งรองรับการเล่นไฟล์ในรูปแบบ AAC, AAC+, eAAC+, MP3, WMA, WAV, QCELP, MPEG4, AMR-NB, AMR-WB พร้อมด้วยโปรแกรม Multimedia Manager สำหรับดูและจัดการไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ทั้ง ไฟล์ภาพ ไฟล์เพลง และไฟล์วิดีโอ กับ FM tuner สำหรับรับฟังวิทยุ FM ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ และบันทึกสถานีได้ 50 สถานี
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วยโปรแกรม Internet Explorer รองรับทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10 และเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง Wi-Fi IEEE802.11b/g พร้อมด้วยโปรแกรม Windows Live ซึ่งเป็นการรวมบริการทั้ง MSN Search, MSN Messenger และ Hotmail มาไว้ในโปรแกรมเดียว ช่วยทำให้ใช้งานได้อย่างหลากหลายมากขึ้นเหมือนเวอร์ชันที่ใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 128 MB Flash Rom และ 64 MB SD RAM สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 2 GB
ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 Class 2 + EDR (Enhanced Data Rate) รองรับการส่งข้อมูลด้วยอัตราความเร็ว 3 เมกะบิตต่อวินาที และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม ActiveSync และ Sync กับ Windows Vista ได้ด้วย Mobile Device Center พร้อมด้วยโปรแกรม Internet Sharing สำหรับทำให้เครื่อง Glofish X600 เป็น Wireless Modem ผ่านทาง Bluetooth หรือสาย USB และสำหรับหน่วยประมวลผลใช้ CPU ของ Samsung SC3 2442 ความเร็วในการประมวลผล 400 MHz
ด้านคุณสมบัติพิเศษ
คุณสมบัติพิเศษของเครื่องรุ่นนี้ก็คือ ฟังก์ชัน GPS หรือระบบนำทางด้วยดาวเทียม ซึ่งใช้ชิพแบบ SiRF Star III GPS Receiver ทำให้ค้นหาสัญญาณดาวเทียม และตำแหน่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมโปรแกรมแผนที่ไทย SpeedNavi ซึ่งใช้แผนที่ของ GIS Data หรือ ESRI Map ที่มีความละเอียด และความแม่นยำสูง พร้อมทั้งมีความโดดเด่นในเรื่อง User Interface ที่ใช้งานง่าย และเสริมด้วยข้อมูลแผนที่ในประเทศไทยซึ่งครอบคลุมในทุกรายละเอียด ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น และรวดเร็ว โดยเมื่อโปรแกรมสามารถจับสัญญาณจากดาวเทียมได้ก็สามารถใช้งานได้ทันที


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Glofish X600 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 2.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมดปกติ เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 1600 x 1200 พิกเซล และคุณภาพของภาพแบบ Super Fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีปานกลาง ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกตั้งค่าถ่ายแบบ Normal เลือกคุณภาพระดับ High ในขนาด 320 x 240 พิกเซล ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีปานกลางเช่นเดียวกัน
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
Glofish X600 ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-Polymer ขนาด 1,530 mAh ตามสเปกระบุว่าสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 150-170 ชั่วโมง และสนทนาได้นานต่อเนื่องสุงสุด 5-6 ชั่วโมง เท่าที่ได้ทำการทดสอบตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ ทั้งการพูดคุยสนทนา ถ่ายรูป ใช้งานอินเทอร์เน็ต และเปิดใช้งานอื่นๆ หลังจากทำการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% ปรากฏว่าใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน และถ้าเปิดใช้งาน GPS และเปิด Bluetooth ทิ้งไว้ก็จะทำให้แบตเตอรี่หมดไวขึ้น
อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์ประกอบด้วยตัวเครื่อง Glofish X600, แบตเตอรี่แบบ Li-Polymer 1,530 mAh, สายชาร์จแบตเตอรี่ แบบพกพา, สายชาร์จแบตเตอรี่ในรถยนต์, อุปกรณ์ติดตั้งในรถยนต์, ปากกา Stylus, ซองหนัง, สาย USB Cable สำหรับชาร์จไฟ และ Sync ข้อมูลกับเครื่อง PC, ชุดหูฟัง, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ MicroSD Card , แผ่น CD ROM โปรแกรมภาษาไทย, โปรแกรมแผนที่ภาษาไทย Speed Navi+แผนที่ข้อมูลประเทศไทยของ ESRI, ใบรับประกันสินค้า และแผ่น CD ROM พร้อมคู่มือการใช้งาน
จุดเด่นของ Glofish X600 ก็คือเป็น Pocket PC Phone ที่มาพร้อมกับระบบนำทาง GPS ที่ใช้ชิพ SiRF Star III และซอฟต์แวร์แผนที่ของ SpeedNavi ที่ใช้งานง่ายและมีความแม่นยำสูง นอกจากนี้ยังใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.0 Professional ที่เพียบพร้อมไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานทั้งการใช้งานโทรศัพท์ มัลติมีเดีย และการเชื่อมต่อ ด้วยรูปโฉมที่ทันสมัย ขนาดกระชับมือ และราคาที่ไม่สูงเกินไป ก็น่าจะติดตลาดบ้านเราได้ไม่ยากเกินไป
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 73 ...
|
|
|
|
|