Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้พวกฮีโร่ต่างๆ ในอดีต คงจะจำได้ว่าของสิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนอยากใช้มากนั่นก็คือการใช้นาฬิกาข้อมือแปลงร่างหรือติดต่อกันกับพรรคพวกในการ์ตูน สิ่งเหล่านี้ทุกคนเชื่อว่ามันคือการแสดง หรือจินตนาการของเด็กๆ ถ้าจะมีใช้จริงๆ ก็คงจะเป็นของเด็กเล่นเท่านั้น แต่ในโลกของเทคโนโลยีทุกวันนี้ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้ ผมกำลังจะพูดถึงผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่มีการผสมผสานความลงตัวเข้าไว้ด้วยกันนั่นก็คือ Watch Phone หรือนาฬิกาข้อมือที่เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ในตัว ต้องยอมรับว่าเคยในนาฬิการุ่นนี้บน Internet มาสักระยะหนึ่งแล้วแต่ Watch Phone ที่จะ On Test ให้ทราบนี้ จะแตกต่างจากของทั่วๆไป ตรงที่มีบริษัทของไทยเรานำเข้ามาพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ ให้สามารถอ่านภาษาไทยได้ และพร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ นั่นคือ บริษัทไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย (WDS) ในเครือของ AIS นั่นเอง ผลิตภัณฑ์นี้มีชื่อว่า phoneOne P001









ถ้าดูจากภายนอก ครั้งแรกก็บอกได้เลยว่ามันคือนาฬิกาข้อมือธรรมดานี่เอง แต่พอได้สัมผัสตัวจริงแล้ว พบว่า คงจะเหมาะกับสุภาพบุรุษมากกว่าเพราะเครื่องค่อนข้างใหญ่ (สำหรับนาฬิกาข้อมือ) แต่ในการกลับกัน ถ้าคิดว่าเครื่องนี้เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วหละก็ จะดูขนาดเล็กลงไปทันที ตัวนาฬิกามีสีดำทำจากพลาสติก ส่วนตัวสายนาฬิกาทำจากวัสดุที่เป็นยาง ที่มีความยืดหยุ่นเวลาสวมใส่ ตัวนาฬิกาและสายถอดแยกออกจากกันได้ ทำให้เราสามารถนำตัวนาฬิกามาแขวนกับสายคล้องคอได้อีกแบบ ที่หน้าปัดนาฬิกามีปุ่มอยู่ด้านข้างจอภาพ ด้านละ 3 ปุ่ม ปุ่มทางซ้ายจะมีสัญลักษณ์บอกการใช้งาน เช่น ปุ่มโทรออก ปุ่มวางสาย หรือปุ่ม OK เพื่อยืนยันการใช้งาน ส่วนทางด้านขวา จะเป็นปุ่ม Soft Key และปุ่มปรับทิศทางขึ้นลง ส่วนทางด้านข้างตัวเครื่องทางขวาจะมีช่องสำหรับใส่ Memory Card แบบT-flash หรืออีกชื่อหนึ่งคือ MicroSD นั่นเอง ติดกันจะเป็นช่องที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อกับสาย Mini USB ต่อมาบนของเครื่อง จะมีกล้องดิจิทัลซึ่งใช้สำหรับการถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวพร้อมทั้งช่องลำโพง สำหรับเสียงเรียกเข้าและการสนทนา





1….ถอดนาฬิกาออกจากสายแล้วถอแบตเตอรี่ออกจากตัวเครื่อง
2….นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องแบบสไลด์
3….ใส่แบตเตอรี่กลับเข้าไปตามเดิม





การใส่ SIM CARD
วิธีการใส่ SIM Card ให้ถอดตัวนาฬิกาออกจากสายนาฬิกาเสียก่อน จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ ที่อยู่ด้านหลังนาฬิกาออกมาก็จะพบช่องใส่ SIM Card ที่เป็นแบบสไลด์อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่ ให้ทำการใส่ SIM Card โดยเลื่อน SIM Card ลงไปในช่องอย่างระมัดระวัง ให้พอดีกับช่องใส่ SIM Card จากนั้นก็ให้ใส่แบตเตอรี่กลับลงไปในตัวเครื่อง



การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิด-ปิดจะอยู่ที่ปุ่มด้านข้างจอภาพทางซ้ายล่าง ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปวงกลมสีแดงให้กดค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที หน้าจอก็จะขึ้นรูปโลโก้ phoneOne พร้อมเสียงเพลงก่อนเข้าสู่หน้าจอหลักที่เป็น Theme นาฬิกา หน้าจอของรุ่นนี้ จะเป็นแบบ Touch Screen และจะมีปากกา Stylus แถมมาให้ซึ่งจะเสียบอยู่ในสายนาฬิกา ที่หน้าจอจะมีสัญลักษณ์ต่างๆ มากมาย อย่างเช่น ที่มุมบนของจอภาพซ้ายสุด จะเป็นสัญลักษณ์ของสัญญาณโทรศัพท์ ถัดมาจะเป็นสถานะของ Profile ที่เราตั้งไว้ และต่อมาจะเป็นสัญลักษณ์ของการล็อคหน้าจอ Touch Screen  ซึ่งถ้าเราตั้งตัวเครื่องให้อยู่ในโหมด Automatic lock หน้าจอก็จะทำการล็อคการใช้งานตามเวลาที่กำหนดไว้ ถ้าต้องการจะปลดล็อคให้ทำการกดปุ่ม โทรออกสีเขียว และใช้ปากกาคลิกที่ตรงกลางของจอภาพ เพื่อเป็นการปลดล็อคหน้าจอ ต่อมาคือ สัญลักษณ์ แสดงการเปิดปิด Bluetooth และขวาสุดของหน้าจอคือรูปแสดงปริมาณของแบตเตอรี่ ที่หน้าจอของนาฬิกาจะมีการเลือกแสดงผลได้ทั้งแบบอนาล็อคและดิจิทัล แต่ถ้าเลือกใช้งานแบบอนาล็อคจะไม่สามารถเปลี่ยน wall paper ได้ ส่วนการปิดเครื่องก็ให้กดปุ่มวงกลมสีแดงค้างไว้ประมาณ1-2วินาทีเช่นกัน



ปุ่มกดและความเหมาะมือ
เนื่องจากโทรศัพท์ Watch Phone รุ่นนี้หน้าจอเป็นแบบ Touch screen ทำให้เกิดความสะดวกในการสั่งงานหรือเข้า menu ต่างๆ แต่ถ้ามีใครไม่ชอบการใช้ปากกาก็สามารถที่จะใช้ปุ่มกดได้ด้านข้างจอภาพแทนได้เช่นกัน สำหรับการกดปุ่มด้วย Soft Key นั้นถ้าเรากดปุ่ม OK จะเป็นการเข้าสู่ Menu หลักของตัวเครื่อง ถ้าต้องการเลื่อนเปลี่ยน Menu ให้ใช้ปุ่ม (+ -) ในการเลื่อน ถ้าต้องการเลือก Menu นั้นให้กดปุ่ม OK เพื่อยืนยัน ถ้าต้องการออกจาก Menu หรือกลับไปยัง Menu ก่อนหน้านี้ ให้กดปุ่มวงกลมสีฟ้า ที่อยู่ระหว่างปุ่ม(+ -) ก็จะเป็นการถอย Menu กลับมาทีละขั้น แต่ถ้าต้องการกลับมาสู่หน้าจอ Menu หลักอย่างรวดเร็ว ให้กดปุ่มวางสายรูปวงกลมสีแดง 1  ครั้ง
                ส่วนเรื่องของความเหมาะมือต้องยอมรับว่าคนรูปร่างเล็กหรือสุภาพสตรี เมื่อใช้แล้วคงดูไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่สำหรับสุภาพบุรุษที่ชื่นชอบเทคโนโลยี หรือออกแนวสปอร์ตแมน น่าจะเหมาะนาฬิกาตัวนี้มากกว่าเนื่องจากตัวเรือนนาฬิกามีขนาดใหญ่พอสมควร แต่ถ้าถอดสายนาฬิกาข้อมือออกและนำตัวเรือนมาใส่สายคล้องคอก็จะเหมาะกับสุภาพสตรีมากกว่า   



เมนูการใช้งาน
การเข้าสู่เมนูการใช้งาน ถ้าต้องการให้เครื่องแสดงเมนูเต็มรูปแบบ ตัวเครื่องจะต้องใส่ SIM Card ด้วย มิฉะนั้นเมนูอย่าง Bluetooth จะไม่ปรากฏขึ้นมา และถ้าต้องการใช้ปากกา Stylus กดเพื่อเข้าสู่เมนูที่หน้าจอจะต้องไปเลือกการแสดงผลนาฬิกาเป็นแบบอนาล็อค หรือแบบเข็มนั่นเอง และการเข้าสู่เมนูก็เพียงแค่กดเลือกไปที่รูปบ้านที่อยู่ทับตำแหน่งเลข 12 ของนาฬิกา ก็จะเข้าเมนูหลักของตัวเครื่องได้

สำหรับเมนูการใช้งานจะมีทั้งหมด 16 เมนูแบ่งเป็น 4 หน้า หน้าละ 4 เมนู โดยที่เมนูในหน้าแรกจะเป็นโหมดของการตั้งค่าตัวเครื่อง ซึ่งประกอบไปด้วยเมนูดังนี้

  • Organizer           เป็นการตั้งค่าการเตือนสิ่งต่างๆ ล่วงหน้า รวมทั้งการจับเวลา ดูเวลารอบโลก และสุขภาพ
  • Settings               ใช้สำหรับการตั้งค่าตัวเครื่องทั้งหมด เช่น การตั้งค่าการโทร, Network, และความปลอดภัย
  • User Pro.            เป็นการตั้งรูปแบบการใช้งานของเครื่องในเหตุการณ์ต่างๆ ตามที่เรากำหนดไว้
  • Bluetooth            เป็นเมนูที่ใช้ในการเปิด-ปิด Bluetooth,การค้นหาอุปกรณ์และการตั้งค่าต่างๆ

    หน้าถัดไปจะเป็นโหมดของการโทรและการรับส่งข้อความ ภายในประกอบด้วยเมนู
  • Phonebook        สามารถทำการค้นหารายชื่อ และการบันทึกชื่อได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
                                     และตัวเครื่องสามารถบันทึกได้ 800 เลขหมาย
  • Message             สำหรับการรับและส่งข้อความทั้ง SMS, MMS และ E-mail แบบ POP3/IMAP4
  • Call History        เป็นการดูข้อมูลหรือประวัติการใช้งาน การโทร การใช้ SMS และการเล่น GPRS
  • File Manager     สำหรับการดูข้อมูลในตัวเครื่องและ Memory Card รวมถึงการดูเนื้อที่ที่ใช้งานไปแล้วและที่

    เหลือในตัวเครื่องหน้าที่ 3 จะเป็นการรวบรวมเมนูที่เกี่ยวกับภาพและเสียงเข้าด้วยกัน ซึ่งประกอบด้วย

  • Audio Player      เป็นการเล่นเพลงซึ่งสามารถอ่านได้หลายนามสกุล เช่น mp3, wav, m4a และ aac ข้อควรระวังในการ Copy เพลงคือ ถ้าจะ Copy เพลงใส่ลงไปใน Memory Card จะต้องสร้าง Folder ที่ชื่อว่า” My Music” เท่านั้น เครื่องจะมองเห็นเพลงและเล่นได้
  • Video Player      เป็นการเล่น file วิดีโอซึ่งรองรับนามสกุล 3gp, mp4 เท่านั้น และที่สำคัญ file วิดีโอจะต้องถูกเก็บใน Folder ที่ชื่อว่า “Video” เช่นกัน
  • Video Record    เป็นการถ่ายภาพเคลื่อนไหวโดยสามารถบันทึกได้ยาวนานเท่ากับเนื้อที่ของหน่วยความจำใน Memory card หรือจะกำหนดขนาดของ file ให้ไม่เกิน 95 K เพื่อใช้ในการส่ง MMS
  • Camera               กล้องดิจิทัลของเครื่องรุ่นนี้ สามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียด 0.3 mega pixel ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับเครื่องที่มีขนาดเล็กเช่นนี้ ภายในยังมีการตั้งค่าการถ่ายรูปมากมายตามที่เราต้องการ
                   
    หน้าสุดท้าย เป็นเรื่องของความบันเทิงต่างๆ ประกอบด้วยเมนู
  • Game                  ภายในจะมี Game “Puzzle” อยู่เพียงเกมส์เดียวเท่านั้น เนื่องจากหน่วยความจำในตัวเครื่องมีน้อย
  • Services              เป็นเมนูที่ใช้ในการท่องในโลกของ Internet โดยแสดงผลด้วย Wap page ที่รองรับภาษาไทย
  • Multimedia         จะเป็นที่สำหรับการเรียกดู File ต่างๆ ที่เราได้มีการบันทึกเอาไว้ เช่น รูปถ่าย, ไฟล์เสียง
  • Extra                   จะเป็นเมนูที่รวมฟังก์ชั่นเฉพาะเอาไว้ เช่น เครื่องคิดเลข, การแปลงหน่วยต่างๆ









ด้านการโทร
การโทรถ้าเราเลือกจากใน Phonebook ขึ้นมาโทรก็จะดูเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเราต้องการจะกดปุ่มตัวเลขเพื่อโทรออกจะทำอย่างไร? ใน Watch Phone เครื่องนี้ ถ้าต้องการจะโทรออกด้ายการกดตัวเลขจะต้องเข้าอยู่ในโหมดของหน้าจอปกติที่มีการแสดงนาฬิกาแบบ Analog หรือ Digital ก็ได้ จากนั้นให้กด Stylus ไปที่หน้าจอว่างๆ ตรงไหนก็ได้ 1 ครั้ง จะมีรูปของปุ่มตัวเลขปรากฏขั้นมา ทีนี้เราคงจะต้องใช้การกด Touch Screen ไปที่หน้าจอ ว่าจะกดปุ่มใด คงจะใช้ปุ่มกดด้านข้างจอไม่ได้ เมื่อกดเลขที่ต้องการแล้ว ให้กดปุ่มสีเขียวเพื่อโทรออก

ส่วนการค้นหารายชื่อใน Phonebook ก็สามารถค้นหาได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยจะมี Visual Keyboard ให้เราใช้ปากกา Touch Screen เพื่อพิมพ์รายชื่อที่ต้องการค้นหาลงไป ส่วนการสนทนานั้นอาจจะสงสัยว่าจะสนทนาอย่างไร การสนทนาทำได้หลายวิธีเช่นการเสียบหูฟัง Small talk การใช้ Handsfree speaker รวมถึงการใช้ Bluetooth Headset แบบ Stereo ซึ่งมีแถมมาให้ใน Package ของ phoneOne P001 ที่รองรับ Profile  “A2DP”



ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในหัวข้อที่สำคัญนั้น แบ่งการรับส่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ SMS/MMS โดยจะเป็นการรับส่งข้อความที่แสดงตัวอักษรเป็นภาษาไทยได้ รวมทั้งสามารถพิมพ์ภาษาไทยได้ในลักษณะของ Visual Keyboard เช่นกัน ส่วนที่สองจะเป็นการรับส่งข้อความ แบบ E-mail ที่รองรับทั้ง POP3 และ IMAP4 ซึ่งการรับส่ง E-mail นี้จะต้องตั้งค่า Setting ต่างๆ ให้สมบูรณ์ซึ่งค่าที่ต้องทราบอย่างยิ่งคือ Incoming Mail server และ Outgoing Mail server



ด้านมัลติมีเดีย
จุดที่น่าสนใจก็คือ กล้องดิจิทัลที่อยู่ด้านบนของเครื่อง ซึ่งเมื่อเราใส่นาฬิกาไปที่ข้อมือแล้ว เราสามารถถ่ายรูปผู้อื่นได้โดยที่ผู้อื่นคิดว่าเรากำลังมองนาฬิกาอยู่  แต่ความละเอียดกล้องจะถ่ายได้แค่เพียง 0.3 Mega pixel เท่านั้น หรือเทียบเท่า VGA camera แต่ในฟังก์ชันการปรับภาพก่อนถ่ายทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวก็ยังมีให้ตั้งค่าอย่างครบถ้วน ภาพนิ่งที่ถ่ายออกมาจะมีนามสกุลเป็น JPG ส่วนการถ่ายภาพเคลื่อนไหวจะได้นามสกุล MP4
               
ด้านของเสียงเพลง  เราจะใช้โปรแกรม Audio Player ในการเล่นเพลง ถ้าเราไป format Memory Card ก็จะต้องสร้าง Folder ขึ้นมาใน Memory Card เสียก่อน นั่นคือ Folder ที่ชื่อว่า “My Music”



ด้านการเชื่อมต่อ
ถ้าเป็นการใช้งานในตัวเครื่อง จะสามารถเล่น WAP ได้โดยผ่านทางการเชื่อมต่อด้วย GPRS (ไม่มี EDGE) ซึ่งการแสดงผลอาจจะดูยากเสียหน่อย เนื่องจากหน้าจอมีขนาดเล็ก เพียง 1.3 นิ้วเท่านั้น แต่ถ้าเป็นการเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยสาย USB จะมีฟังก์ชั่นพิเศษเพิ่มขึ้นมาดังนี้

  • Mass Storage    จะเปรียบเสมือนเราใช้อุปกรณ์ Handy Drive กับคอมพิวเตอร์ เพราะในคอมพิวเตอร์ของเราจะมองเห็นข้อมูลใน Memory Card ทั้งหมด ทำให้เราสามารถ Copy เพลงหรือวิดีโอลงไปใน Memory Card ได้อย่างรวดเร็ว
  • Webcam             เป็นการเปลี่ยนหน้าที่ของกล้องดิจิทัลให้เป็นWebcam เพื่อให้บรรดาเซียนออนไลน์ทั้งหลายทำการ Chat กันแบบเห็นหน้าได้ทันที
  • Com port            จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์เพื่อโอนถ่ายข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญ เช่น Contact, SMS หรือ Profile ต่างๆ ซึ่งจะต้องมีโปรแกรมพิเศษให้มาด้วย ในที่นี้ทางผู้จัดจำหน่ายไม่ได้ส่ง Driver มาให้ทำการทดสอบครับ

 









การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
โทรศัพท์ phoneOne P001 รุ่นนี้ได้ผ่านการรับรองจาก กทช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งในด้านของสัญญาณภาครับ ภาคส่งที่ได้มาตรฐาน ซึ่งจากการทดสอบใช้งานจริง พบว่าใช้งานได้ดี สัญญาณปกติ การสนทนาก็มีเสียงที่ชัดเจน ทั้งหูฟัง Small talk, Bluetooth Headset และการเปิดด้วยลำโพง Speaker เช่นกัน อาจจะมีเสียงแตกบ้างถ้าเปิดดังจนเกินไป การฟังเพลงด้วย Bluetooth Stereo ก็ได้เสียงที่ชัดใสดี



ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
เนื่องจากโทรศัพท์มีขนาดเล็กทำให้แบตเตอรี่ต้องเล็กตามไปด้วย ซึ่งจะมีความจุเพียง 700 mAh เท่านั้น ทำให้อายุการใช้งานไม่นานมากถ้าเราเปิดเครื่อง Stand by ตามปกติ สามารถอยู่ได้ประมาร 48 ชั่วโมง
แต่ถ้ามีการสนทนาหรือการใช้งานมัลติมีเดีย ก็จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นตามลำดับ แต่โดยรวมถือว่าเป็นแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ดี



อุปกรณ์เสริม
เมื่อแบตเตอรี่มีขนาดเล็กทำให้ใน Package ของ phoneOne P001 มีแบตเตอรี่แถมให้อีก 1 ก้อนรวมเป็น 2 ก้อน มีสาย USB cable ให้มา 1 เส้นพร้อมด้วย AC Charge 1 อัน หูฟัง Small talk แบบมีสาย 1 เส้น ชุดหูฟัง Bluetooth Stereo พร้อมสายชาร์จไฟอีก 1 ชุด และ T-flash หรือ Micro SD 512 MB ซึ่งนับได้ว่า อุปกรณ์เสริมของ phoneOne P001 ให้มาอย่างเพียบพร้อม ในชุดที่เป็นสายนาฬิกายังมีปากกา Stylus ให้มา 1 อันและคู่มือการใช้งานต่างๆ ส่วนเรื่องของ Driver การเชื่อมต่อ อาจจะต้องเข้าไป Download ใน Website www.phoneOnemobile.com

ถ้าบอกว่านาฬิกาข้อมือ 1 เรือน แต่มีคุณสมบัติมากมายเช่นนี้ ผู้ที่หลงใหลในเทคโนโลยีและแฟชั่นที่ล้ำยุคคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า phoneOne P001 จะทำให้ท่านเกิดความอยากเป็นเจ้าของ เมื่อราคาที่ไม่สูงมากและตัวเครื่องยังผ่านการรับรองจากทาง กทช. มาแล้ว ซึ่งทางบริษัท WDS แจ้งว่าของที่ทำเลียนแบบนั้น มีหลาย Model แต่จะไม่ผ่านการทดสอบมาตรฐานจากทาง กทช. ทำให้เกิดความเสี่ยงในการใช้งาน รวมทั้งไม่มีภาษาไทยในตัวเครื่องด้วย ซึ่งถ้าเทียบกับ phoneOne P001 ที่มีบริการหลังการขายที่รองรับได้ทั่วประเทศ ผมคิดว่า ราคาอาจจะแพงกว่าเครื่องทั่วไปนิดหน่อย แต่ก็คุ้มค่ากว่าแน่นอนครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 74 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.