Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


เป็นครั้งแรกที่สองระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง GSM และ CDMA มารวมอยู่ในโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว หลังจากที่ก่อนหน้านี้โทรศัพท์มือถือที่รองรับการใช้งาน 2 SIM นั้นรองรับเฉพาะระบบเครือข่ายแบบ GSM+GSM ทั้งแบบ Switching และแบบ Real Time ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกัน ล่าสุด G•Net ก็ได้พัฒนาโทรศัพท์มือถือที่รองรับระบบดังกล่าวได้เป็นรุ่นแรกที่รองรับ 2 SIM แบบ GSM + CDMA ในชื่อรุ่น G•Net G218









รูปทรงของ G•Net G218 เป็นแบบ Bar Type ขนาดมาตรฐาน ตัวเครื่องดีไซน์โค้งมน โดดเด่นตรงส่วนของหน้าจอที่ใช้วัสดุที่สามารถใช้เป็นกระจกเงาได้ หน้าจอเป็นจอสีแบบ TFT LCD 65,536 สี ความละเอียด 176 x 220 พิกเซล ขนาด 2.3 นิ้ว รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าไล่ตั้งแต่ด้านบนลงมาจะเห็นช่องลำโพงสำหรับสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล และใต้หน้าจอเป็นแผงปุ่มกดใช้งาน

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัล พร้อมช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงแบบคู่ (Dual Loud Speaker) ขนาบข้างอยู่บริเวณตรงกลางด้านบน ส่วนด้านข้างของเครื่องนั้นออกแบบเรียบๆ ไม่มีปุ่มกดใช้งานใดๆ ด้านบนมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ และด้านท้ายของเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ ชุดหูฟัง และสายดาต้าลิงค์ พร้อมฝายางปิดกันฝุ่นเข้า





Sim1….ใช้นิ้วลงตรงกลางของฝาหลังแล้วดันเลื่อนลงด้านล่างและหยิบออกจากเครื่อง
Sim2….ใช้นิ้วงัดตรงกลางด้านล่างของแบตเตอรี่ขึ้นมาและหยิบออกจากเครื่อง
Sim3….ใส่ SIM card เข้าไปในช่อง GSM และ CDMA แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด






การใส่ SIM CARD
ก่อนใส่ SIM Card ให้ถอดฝาหลังออกมาโดยพลิกเครื่องมาด้านหลัง แล้วใช้นิ้วของมือที่ถนัดกดลงตรงกลางด้านบนของฝาหลัง และดันเลื่อนฝาลงมาทางด้านล่างเพื่อปลดล็อคแล้วหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นจะเห็นแบตเตอรี่ ให้ถอดแบตเตอรี่โดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างของแบตเตอรี่ขึ้นมาและหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้จะมี 2 ช่องเพราะเครื่องรุ่นนี้รองรับการใช้งาน 2 SIM โดยในช่องด้านซ้ายสำหรับใส่ SIM ที่รองรับระบบ GSM ส่วนช่องขวาใส่ SIM ที่รองรับระบบ CDMA ถ้าต้องการใช้งานแค่ SIM เดียว แต่ถ้าต้องการใช้งาน 2 SIM ก็ให้ใส่เข้าไปทั้ง 2 ช่อง เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม




การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิดปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกับปุ่มวางสายสีแดงพร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลางใต้ปุ่มย้อมกลับ ด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้สักพัก เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมโลโก้ G•Net ตามด้วยภาพกราฟิกแอนิเมชันและเสียง Polyphonic ประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนที่เข้าสู่หน้าจอพร้อมใช้งาน

ภายในหน้าจอหลักประกอบไปด้วยสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่ายของ SIM1 (GSM) และ SIM2 (CDMA) อยู่มุมซ้ายบนสุดของหน้าจอ ส่วนสัญลักษณ์แสดงระดับแบตเตอรี่อยู่ตรงมุมขวา ถัดลงมาตรง กลางเป็นชื่อของเครือข่ายที่ใช้งานทั้งระบบ GSM และ CDMA            ตามด้วยวันที่และเวลา และที่ด้านล่างสุดของหน้าจอก็จะเป็นชื่อของ Soft Key โดยด้านซ้ายจะเป็น Menu ส่วนด้านขวาจะเป็น PB หรือสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหาเบอร์โทรศัพท์และเพิ่มเบอร์ใหม่  




ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้ประกอบด้วยปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง, ปุ่ม Soft Key ซ้าย-ขวา (ปุ่ม Soft Key ด้านขวาสามารถใช้เป็นปุ่มย้อนกลับไปเมนูก่อนหน้านี้ได้), ปุ่มโทรออก-รับสาย, ปุ่มวางสาย/เปิด-ปิดเครื่อง, ปุ่มใช้งานโทรออก SIM1 (GSM), ปุ่มใช้งานโทรออก SIM2 (CDMA) และส่วนของปุ่มกดตัวเลขหรือ Key Pad โดยทุกส่วนออกแบบเรียงชิดติดกันหมด และกดใช้งานได้ไม่ยากนัก ด้านความเหมาะมือนั้นเมื่อลองถือใช้งานดูก็ถือได้อย่างสบายทั้งมือของผู้ชายและผู้หญิง




เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูของเครื่อง G•Net G218 ให้กดที่ปุ่ม Soft Key ด้านซ้ายมือ เมื่อกดเข้าไปแล้วก็จะเห็นเมนูใช้งานต่างๆ โดยหน้าตาเมนูของเครื่องรุ่นนี้แสดงผลเป็นภาพไอคอนกราฟิก ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 9 เมนูหลักดังนี้

  • Phone Book เมนูสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหาและเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ สามารถตั้งกลุ่มการโทรและตั้งค่าในการใช้งานได้
  • Messages เป็นเมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความแบบ SMS และ MMS รวมทั้งตั้งค่าข้อความเสียง
  • Call History เป็นเมนูสำหรับดูเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่ได้รับสาย และสามารถดูเวลาที่ใช้งานต่างๆ พร้อมกับเช็คจำนวนการใช้งาน GPRS ได้ในเมนูนี้
  • Settings เมนูตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง ได้แก่ ตั้งค่าเครื่อง ตั้งค่าการโทร ตั้งค่าเครือข่าย ตั้งค่าระบบรักษาความปลอดภัย ตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน และตั้งค่าปรับแต่งเสียง
  • Multimedia เมนูใช้งานเครื่องเล่นมัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ กล้องดิจิทัล โปรแกรมดูภาพ บันทึกวิดีโอ เครื่องเล่นวิดีโอ เครื่องเล่นเพลงดิจิทัล เครื่องบันทึกเสียง วิทยุ FM และโปรแกรมจัดการไฟล์
  • Fun & Game เป็นเมนูเกม โดยมีเกมให้เลือกเล่น 3 เกมคือ Copter, Puzzle และ Panda, Themes สำหรับเลือกเปลี่ยนสีของธีมได้ และนาฬิกาจับเวลา
  • User Profiles เมนูสำหรับตั้งค่าโปรไฟล์และเสียงเรียกเข้าสำหรับใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ ได้ รวมทั้งโหมดประหยัดพลังงาน
  • Organizer เมนูออร์แกไนเซอร์ สำหรับบันทึกนัดหมายในปฏิทิน สิ่งที่ต้องทำ นาฬิกาปลุก คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน ดูเวลาโลก โปรแกรมสุขภาพ โปรแกรมอ่านเอกสาร E-Book และใช้งานบลูทูธ
  • Services เป็นเมนูสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser





 




ด้านการโทร
เริ่มจาก Phonebook หรือ สมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อและเบอร์ของผู้ติดต่อ โดยแบ่งเป็น All List ดูเบอร์ทั้งหมดทั้งในเครื่องและ SIM Card, Phone List เฉพาะเบอร์ที่บันทึกในเครื่อง, GSM Card เฉพาะเบอร์เครือข่าย GSM และ CDMA Card เฉพาะเบอร์เครือข่าย CDMA ส่วนการเพิ่มข้อมูลผู้ติดต่อใหม่ก็สามารถเลือกจัดเก็บได้ทั้งใน GSM Card, ในเครื่อง และใน CDMA Card โดยที่ในเครื่องนั้นจัดเก็บได้ 1,000 ตำแหน่ง ส่วน SIM Card ทั้ง GSM Card และ CDMA Card ได้อย่างละ 250 ตำแหน่ง

ส่วนการเช็คดูประวัติการโทร (Call History) แบ่งเป็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย ซึ่งรายละเอียดที่เก็บในกลุ่มนี้จะมีวันที่ เวลาที่โทร เบอร์โทร และจำนวนครั้ง ส่วนการดูเวลาที่ใช้สายนั้นต้องเข้าไปดูในเมนูเวลาโทร (Call Time) ซึ่งแบ่งเป็น GSM Call Time สำหรับดูเวลาของเบอร์ GSM และ CDMA Call Time สำหรับดูเวลาของเบอร์ CDMA โดยแสดงข้อมูลเวลาโทรล่าสุด โทรออกทั้งหมด และรับสายทั้งหมด รวมทั้งการลบข้อมูลเวลาทั้งหมด พร้อมทั้งเช็คสถานะการใช้งาน GPRS ได้ในเมนูนี้



ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความในเมนู Messages รองรับทั้ง SMS และ MMS โดยพิมพ์ข้อความได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งมีระบบช่วยสะกดคำแบบ MultiTap ABC และ SmartThai ในส่วนของ SMS มี Template หรือข้อความสำเร็จรูปพร้อมส่งทันที ส่วน MMS นั้นสามารถแนบไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ และไฟล์เพลงไปพร้อมกับข้อความ และสามารถตั้งค่าการรายงานผลการส่ง และอื่นๆ ได้ 



ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพเครื่องรุ่นนี้มีกล้องดิจิทัลระดับ VGA (300,000 พิกเซล) ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดได้สูงสุด 640 x 480 พิกเซล ซูมดิจิทัล พร้อมตั้งค่าเลือกคุณภาพของภาพ ปรับแสงสมดุลสีขาว เลือกโหมดถ่ายภาพกลางคืน ปรับเอฟเฟกต์ ใส่กรอบรูป และเลือกจัดเก็บในเครื่องหรือการ์ดหน่วยความจำได้ ส่วนวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียงได้ในรูปแบบไฟล์ .AVI ในขนาดสูงสุดแบบไม่จำกัด และบันทึกได้นานสูงสุดจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Video Player สำหรับเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ .AVI, .3GP, MP4 ที่แสดงผลได้แบบเต็มจอ, ฟังก์ชัน Audio Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล รองรับการเล่นไฟล์ MP3, MIDI, WAV, AMR ตั้งค่าเล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม พร้อมทั้งดูรายละเอียดของเพลง แสดงเนื้อเพลง รวมทั้งปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ ด้วยระบบเสียงสเตอริโอ โดยสามารถฟังผ่านลำโพงแบบคู่ด้านหลังเครื่องที่ให้พลังเสียงกระหึ่ม หรือเชื่อมต่อกับหูฟังแบบ Bluetooth Stereo, ฟังก์ชัน FM Radio สำหรับฟังวิทยุ FM ที่บันทึกสถานีได้สูงสุด 9 สถานี ด้วยระบบค้นหาสถานีแบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งมีโปรแกรม ImageViewer สำหรับดูไฟล์ภาพที่ถ่ายได้จากกล้องดิจิทัล และโปรแกรม Sound Recorder สำหรับบันทึกเสียง



ด้านการเชื่อมต่อ

สำหรับการเชื่อมต่อเริ่มที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย WAP Browser เวอร์ชัน 2.0 ผ่านเครือข่าย GPRS Class 12 ซึ่งอยู่ในเมนู Services ในส่วนของหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในแบบ Shared Memory ขนาด 250 KB สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 2 GB
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นทำได้ทั้งผ่านทางสายดาต้าลิงค์ USB ซึ่งเชื่อมต่อได้แบบอัตโนมัติไม่ต้องลงโปรแกรม Driver กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ที่สามารถฟังเพลงผ่านชุดหูฟังไร้สายแบบ Bluetooth Stereo นอกจากนี้ยังใช้เป็นกล้อง WEB Cam และโมเด็มในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางสายดาต้าลิงค์ได้อีกด้วย



ด้านคุณสมบัติพิเศษ
คุณสมบัติพิเศษของเครื่องรุ่นนี้คือ รองรับการใช้งานแบบ 2 SIM ระบบเครือข่าย GSM + CDMA ในเครื่องเดียวแบบ Real Time เปิดสแตนด์บายรอรับสายได้พร้อมกันทั้ง 2 เบอร์ โดยตัวเครื่องรองรับเครือข่าย GSM คลื่นความถี่ 900 และ 1800 MHz และเครือข่าย CDMA คลื่นความถี่ 2000 1X ซึ่งช่องใส่ SIM Card ก็จะมี 2 ช่องและระบุว่าช่องไหนใส่ SIM ของ GSM ช่องไหนใส่ SIM ของ CDMA พร้อมกับปุ่มโทรออกที่มี 2 ปุ่มแยกไว้ให้ใช้งาน ส่วนการโทรออกก็ทำได้ง่ายโดยกดหมายเลขโทรศัพท์ แล้วเลือกกดปุ่มโทรออกหมายเลขนั้น ในขณะที่กำลังสนทนา หากมีสายเข้าตัวเครื่องจะสั่นเตือนพร้อมกับหน้าจอแสดงหมายเลขผู้โทรเข้าสามารถกดรับสายเพื่อสนทนากับอีกสายได้ทันที โดยสายก่อนหน้านี้จะถูกพักสายโดยอัตโนมัติ เมื่อสนทนาเสร็จก็กลับไปคุยกับสายแรก นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าการโทรโดยแยก SIM GSM และ SIM CDMAได้



 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง G•Net G218 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3 แสนพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Normal เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 640 x 480 พิกเซล และคุณภาพของภาพสูงสุดในระดับ High โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.5 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกัน ส่วนโหมดวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกคุณภาพของภาพสูงสุดในระดับ High ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี



ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุไว้ว่าเครื่อง G•Net G218 สามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด ... ชั่วโมง และสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด ... ชั่วโมง ตลอด 1 สัปดาห์ในการทดสอบ ได้ทดลองใช้งานดูด้วยแบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด .... mAh ที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง โดยใช้งานพูดคุย ถ่ายรูป และฟังเพลง ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2-3 วัน โดยรวมถือเป็นที่น่าพอใจ



อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง G•Net G218 ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด … mAh จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จพร้อมแท่นชาร์จ, ชุดหูฟังสเตอริโอ, ชุดหูฟัง Bluetooth Stereo, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card, สายดาต้าลิงค์แบบ USB และคู่มือการใช้งาน

G•Net G218 ถือเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกที่รองรับการใช้งาน 2 SIM ในระบบเครือข่าย GSM+CDMA แบบ Real Time ที่ใช้สามารถใส่ SIM Card ของระบบ GSM ไม่ว่าจะเป็น AIS, DTAC และ True กับ SIM Card ที่ใช้ระบบ CDMA ของ Hutch ได้พร้อมกันในเครื่องเดียว เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และยังมาพร้อมกับตุณสมบัติใช้งานที่ครบครันในราคาสบายกระเป๋าอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 77 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.