Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


ตระกูล E-Series หรือ Business Series รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Nokia หลังจากที่เมื่อปลายปี 2550 ได้ส่งรุ่น Nokia E51 โทรศัพท์มือถือ Smart Phone ขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Symbian อยู่ในเครื่องด้วย โดยรุ่นใหม่ที่ส่งออกมามี 2 รุ่นด้วยกันคือรุ่น E66 และรุ่น E71 โดยมีสเปกการใช้งานที่เหมือนกัน แตกต่างก็เพียงดีไซน์เท่านั้น ซึ่งรุ่นที่นำมา On Test ในฉบับนี้คือรุ่น Nokia E66









Nokia E66 มาพร้อมกับรูปทรงแบบ Slide-up Phone หรือแบบสไลด์ โดดเด่นด้วยการดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย บอดี้ตัวเครื่องทำจากสแตนเลสสตีล มีให้เลือก 2 สีคือ White Steel และ Grey Steel รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง ด้านหน้าตั้งแต่ด้านบนลงมามีช่องลำโพงสนทนา เซนเซอร์วัดระดับแสง เลนส์กล้องดิจิทัลใช้งาน Video Call ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลพร้อมปุ่มกดสำหรับใช้งานต่างๆ

เมื่อสไลด์หน้าจอขึ้นจะเห็นแผงปุ่มกดตัวเลข พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช และกระจกเงาสำหรับถ่ายภาพตนเอง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มที่ด้านซ้ายมีช่องสำหรับเสียบชุดหูฟัง ช่องสำหรับเสียบสายดาต้าลิงค์ และพอร์ทอินฟราเรด ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มใช้งานคำสั่งเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟแบตเตอรี่




Sim1….ใช้นิ้วกดที่ปุ่มคล้ายช่องลำโพงที่อยู่ด้านข้างทั้ง 2 ด้านเพื่อปลดล็อคและยกฝาออกมา
Sim2….งัดแบตเตอรี่จากมุมซ้ายด้านบนของช่องออกมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านขวาบนเหนือช่องแบตเตอรี่





การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card ของ Nokia E66 เริ่มจากถอดฝาหลังและแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องไว้แล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วกดปุ่มคล้ายช่องลำโพงที่อยู่ด้านข้างเครื่องด้านล่างทั้ง 2 ด้านลงไปเพื่อปลดล็อคและหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านซ้ายบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่เหนือถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ด้านขวาบน ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านข้างของช่องแล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนนี้



การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิด-ปิดเครื่องอยู่บริเวณด้านขวาบนของเครื่องเป็นปุ่มสีแดง ให้กดปุ่มนี้ค้างจนเครื่องสั่น 1 ครั้งจึงปล่อยมือ เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมปรากฏโลโก้ Nokia สีน้ำเงินบนพื้นหลังสีขาวตามด้วยสัญลักษณ์มือประสานกันตาม และเสียงโพลิโฟนิกประกอบ หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายและเข้าสู่หน้าจอพร้อมใช้งานปกติ

หน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Active Standby หรือสแตนด์บายแบบพิเศษ ซึ่งเป็นหน้าจอหลักที่พร้อมจะใช้งานคำสั่งได้อย่างสะดวกรวดเร็วตลอดเวลา มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนเมนูที่ต้องการจะเรียกใช้บ่อยๆ แสดงว่าตอนนี้เครื่องกำลังทำอะไรบ้าง เช่น ดูบันทึกในปฏิทิน มีการแจ้งเตือนข้อความเข้า เป็นต้น   แต่ก็สามารถตั้งค่ากลับให้เป็นหน้าจอปกติแบบว่างๆ ได้โดยเข้าไปที่เมนู Tools>Settings>General>Home screen>Home screen>Basic นอกจากนี้ยังมีระบบ Orientation sensorซึ่งเมื่อถือโทรศัพท์ในแนวนอนหน้าจอก็จะเปลี่ยนเป็นแบบแนวนอนตามไปด้วย



ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกอยู่ใต้หน้าจอเป็นส่วนควบคุมการใช้งานต่างๆ ของเครื่องประกอบด้วยปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง, ปุ่ม Soft Key ซ้าย/ขวา, ปุ่มโทรออก-รับสาย, ปุ่มวางสาย, ปุ่มเข้าเมนูหลัก, ปุ่มสมุดโทรศัพท์, ปุ่มปฎิทินสำหรับบันทึกนัดหมาย, ปุ่มเช็คอีเมล์ และปุ่ม Clear อีกส่วนอยู่ใต้ฝาสไลด์เป็นส่วนของแผงปุ่มกดตัวเลข ทุกปุ่มในส่วนนี้ออกแบบแบบเรียงชิดติดกันทั้งหมด แต่ก็ไม่มีปัญหาในการกดใช้งาน เพราะปุ่มที่ออกแบบมามีขนาดพอดีกับนิ้วที่กดลงไป

นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านขวาข้างเครื่องอีก 3 ปุ่มได้แก่ ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มใช้งานคำสั่งเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ส่วนความเหมาะมือนั้น ถ้าเป็นมือคุณผู้หญิงสามารถกดปุ่มได้อย่างสะดวกและถ้าเป็นมือของคุณผู้ชายก็สามารถจับเครื่องได้อย่างกระชับมั่นคงเลยทีเดียว เพราะตัวเครื่องมีน้ำหนักที่พอดีมือทำให้เวลาจับหรือถือใช้งานไม่ลื่นมือ



เมนูการใช้งาน
หน้าตาเมนูการใช้งานของ Nokia E66 เป็นแบบเมนูรูปกราฟฟิคไอคอน โดยเลือกการแสดงผลได้ 2 แบบคือ Grid (ตาราง) กับแบบ List (รายการ) โดยเข้าไปตั้งค่าการแสดงผลนี้ได้เมื่ออยู่หน้าจอเมนูหลักแล้วกดเลือก Options>Change Menu view สำหรับเมนูการใช้งานหลักมีทั้งหมด 12 เมนูด้วยกันดังนี้

  • Communication เมนูใช้งานด้านการติดต่อสื่อสารประกอบด้วย เช็คข้อความเสียง, สมุดโทรศัพท์, PTT, รับส่งข้อความ, โทรเน็ต, IM และโทรด่วน
  • Office เมนูรวมเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการใช้งานออฟฟิศต่างๆ ได้แก่ Calendar, Search, Calculator, Quickoffice, File Manager, Clock, Converter, Active notes, Notes, Wireless Keyboard, Dictionary} Intranet, Zip, Printers, Adobe PDF
  • Log เมนูสำหรับบันทึกรายการการใช้งานโทรต่างๆ ได้แก่ เบอร์โทรล่าสุด เวลาการโทร และข้อมูลแพคเก็ต 
  • Connectivity เมนูรวบรวมการเชื่อมต่อต่างๆ ได้แก่ Connect manager, Infrared, USB, WLAN wizard,  Bluetooth และ Modem
  • Tools เป็นเมนูที่เก็บรวบรวมเครื่องมือช่วยในการใช้งานต่างๆ ได้แก่ Switch, Memory, Device manager, Profiles, Settings, Sync, Encryption, Themes, Modes, Voice command,  Speech, Voice aid, Active keys, Barcode และ Setting wizard
  • Media เมนูใช้งานมัลติมีเดียประกอบด้วยเครื่องบันทึกเสียง, เครื่องเล่นเพลงดิจิทัล, Music Store, กล้องดิจิทัล, แกลอรี่, โปรแกรม Real Player, โปรแกรม Podcasting, วิทยุ, โปรแกรม Flash Player, ปรับระบบเสียง 3 มิติ และ Share Online
  • Installations เมนูสำหรับดาวน์โหลดแอบพลิเคชันต่างๆ จากเว็บไซต์ Nokia.com
  • GPS เมนูใช้งานค้นหาตำแหน่งหรือสถานที่พร้อมระบบนำทางด้วยดาวเทียม GPS
  • Download เมนูสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ จาก Catalogs
  • Help เมนูให้ความช่วยเหลือในการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
  • STK เมนูใช้บริการเสริมของผู้ให้บริการ SIM Tool Kit




 




ด้านการโทร
เริ่มที่การเช็คประวัติการใช้งานโทรต่างๆ ในเมนู Log ซึ่งเครื่องจะทำการเก็บบันทึกข้อมูลการโทรทั้งหมด (Recent calls) ทั้งเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่ได้รับสาย และเบอร์ที่โทรออก รวมทั้งเช็คดูเวลาต่างๆ (Call duration) ทั้งเวลาที่ใช้งานล่าสุด เวลาที่โทรออก เวลาที่รับสาย และเวลาโทรรวม นอกจากนี้ยังมีตัวนับจำนวนข้อมูลที่ใช้งาน (Packet data) และดูข้อมูลการใช้งานทั้งหมดได้โดยกดปุ่ม Navigator Key ไปทางขวามือ

ในรายชื่อหรือสมุดโทรศัพท์ (Contacts) เก็บบันทึกข้อมูลผู้ติดต่อลงในเครื่องได้ตั้งแต่ชื่อ นามสกุล เบอร์มือถือ เบอร์บ้าน อีเมล์ สายวิดีโอ วิทยุติดตามตัว โทรศัพท์เน็ต สนทนา ชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน การซิงโครไนซ์ และเพิ่มรายละเอียดต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถดูรายชื่อผู้ติดต่อที่บันทึกใน SIM Card โดยกดเลือกที่ Options>SIM contacts>SIM directory



ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความรองรับทั้ง SMS, MMS และ Audio Message นอกจากนี้ยังรองรับการรับส่ง E-mail โดยรองรับอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ในรูปแบบ SMTP, POP3 และ IMAP4 สามารถตั้งค่าใช้งานได้ง่ายเพียงแค่ใส่ชื่ออีเมล์และพาร์ดเวิร์ดเท่านั้น ส่วนวิธีการเช็คเมล์ก็ทำได้สะดวกโดยผ่านหน้าจอ Home Screen หรือกดดูที่ปุ่มข้อความก็ได้ รวมถึงเช็คผ่านเว็บบราวเซอร์ได้เหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังรองรับโซลูชันอีเมล์จากผู้ให้บริการรายอื่นหลายรูปแบบ ได้แก่ Microsoft Exchange, Gmail, Yahoo! Mail, Hotmail และ Nokia Intellisyncและรองรับการใช้งานบัญชีอีเมล์ได้หลายบัญชีถือเป็นจุดเด่นของเครื่องรุ่นนี้เลยก็ว่าได้



ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพมีกล้องดิจิทัลแบบ CMOS ความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่ง ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2048x1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล พร้อมระบบ Auto Focus ตั้งค่าเลือกโหมดฉาก ปรับโทนสี ถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง แสดงกรอบช่องดูภาพ ปรับสมดุลสีขาว ปรับค่าชดเชยแสง และตั้งเวลาในการถ่ายได้สูงสุด 20 วินาที ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้นานตามหน่วยความจำที่มีอยู่ในเครื่อง โดยถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 320x240 พิกเซล เลือกบันทึกไฟล์วิดีโอได้ 3  แบบ คือแบบ Sharing สำหรับส่ง MMS โดยบันทึกในรูปแบบไฟล์ .3GP แบบ Normal ขนาดมาตรฐานดูบนหน้าจอโทรศัพท์ ในรูปแบบไฟล์ .3GP และแบบ High ในรูปแบบไฟล์ MP4 นอกจากนี้ยังมีกล้องดิจิทัลอีกตัวหนึ่งระดับ VGA สำหรับใช้งานวิดีโอคอลล์

ส่วนคุณสมบัติด้านมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่รองรับการเล่นไฟล์เพลง MP3, AAC, AAC+, AMR-NB และ AMR-WB ด้วยระบบจัดการเพลง รายชื่อเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม แสดงภาพศิลปิน ปรับตั้งค่าเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 6 แบบ และมีระบบปรับขยายเสียงสเตอริโอ โดยสามารถสั่งซื้อเพลงโปรดได้จาก Nokia Music Store พร้อมทั้งรับฟังวิทยุ FM Stereo ในรูปแบบ Visual Radio ได้ บันทึกสถานีได้ 50 สถานี นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม RealPlayer สำหรับฟังเพลงหรือดูวิดีโอคลิปรวมทั้งดาวน์โหลดรายการสดผ่านทางระบบสตรีมมิ่ง โปรแกรม Podcasting การให้บริการบนเวิลด์ไวด์เว็บในรูปแบบของการเผยแพร่กระจายเสียง (ไฟล์ออดิโอ) โดยเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่มีคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์เครื่องเล่นมีเดียดิจิทัล (Digital Media Player)สามารถดาวน์โหลดและรับฟังข่าวสารจากเครื่องเล่นได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการและโปรแกรมบันทึกเสียง



ด้านการเชื่อมต่อ
ในส่วนของการเชื่อมต่อเริ่มด้วยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ รองรับทั้งผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB data cable กับผ่านทางไร้สายอย่าง Bluetooth พร้อมรองรับเทคโนโลยี Enhanced Data Rate (EDR) และ A2DP, อินฟราเรด และมี WLAN หรือ Wi-Fi (IEEE 802.11g) ในตัว พร้อมด้วย WLAN wizard สำหรับค้นหาเครือข่าย Wi-Fi ที่มีให้บริการได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง) พร้อมด้วยฟังก์ชัน  A-GPS ในตัว (Assisted Global Positioning System) และโปรแกรมแผนที่ของ Nokia Maps

ส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย WAP Browser 2.0 พร้อมฟังก์ชัน Nokia MAP Mini Browser และฟังก์ชัน Nokia Mobile Search สำหรับค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านเครือข่ายเทคโนโลยีความเร็วสูง GPRS /EDGE Class 32, Wi-Fi, WCDMA ความเร็วสูงสุดที่ 384 Mbps และ HSDPA ความเร็วสูงสุดที่ 3.6 Mbps นอกจากนี้หน้าเว็บเพจยังสามารถดูแบบเต็มหน้าจอโดยเลือกที่ Options>Full Screen สำหรับหน่วยความจำในเครื่องมีมาให้ 110 MB สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 8 GB



 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Nokia E66 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมดปกติ เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ High และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048x1536 พิกเซล  โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.9 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกขนาดของภาพสูงสุด 640x480 พิกเซล และตั้งค่าคุณภาพของภาพสูงสุดคือ High ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีเช่นเดียวกัน



ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบตเตอรี่รุ่น BP-6MT แบบ Li-ion ขนาด 1,000 mAh จากการใช้งานจริง โดยการเปิดเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณวันละ 1 ชั่วโมงแบบไม่ต่อเนื่อง ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ เล่น WAP และฟังเพลงวันละประมาณ 30 นาที ปรากฎว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2-3 วัน ถือว่าการจัดการพลังงานทำได้ค่อนข้างดีครับ แต่ถ้ามีการเปิดใช้งาน Wi-Fi และ Bluetooth พร้อมกันติดต่อเป็นเวลานาน แบตเตอรี่ก็จะหมดไว



อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง Nokia E66 นั้นประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion แบบ BL-4U ขนาด 1,000 mAh จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่แบบพกพา AC-5, สายเชื่อมต่อ Nokia Connectivity Cable CA-101, ชุดหูฟังสเตอริโอ HS-47, แผ่นซีดีรอมพร้อมซอฟต์แวร์ PC Suite, คู่มือการใช้งานแบบรวบรัด, คู่มือการใช้งานฉบับเต็ม และซองผ้า

Nokia E66 ถือเป็นโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติ Symbian ในตระกูล E-sereis ที่มีจุดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่เรียบหรู ทันสมัย และใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน อาจจะมีน้ำหนักที่หนักกว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไป เพราะใช้วัสดุที่ทำจากสแตนเลสสตีล แต่ก็ไม่เป้นปัญหาในการถือใช้งาน นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันโดยเฉพาะฟังก์ชันสำหรับนักธุรกิจอย่างโซลูชันอีเมล์ เป็นต้น

 



อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 78 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.