|
|

เมื่อปีที่ผ่านมา Nokia ได้ให้สัญญาไว้ว่า ภายในปีนี้ Nokia จะให้บริการทางด้านการค้นหาตำแหน่งพิกัดหรือระบบนำทางมากขึ้น และจะทำการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่ใช้เป็นอุปกรณ์นำทางได้ ซึ่งล่าสุดได้มีการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่มีชื่อรุ่นว่า Nokia 6210 Navigator ซึ่งถือเป็นโทรศัพท์มือถืออีกรุ่นหนึ่งที่รองรับซอฟท์แวร์การค้นหาตำแหน่งพิกัด


รูปทรงของ Nokia 6210 Navigator เป็นแบบ Slide Up หรือฝาสไลด์ ด้วยดีไซน์สมาร์ท รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านบนเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟแบตเตอรี่กับช่องเสียบชุดหูฟัง ถัดมาที่ด้านหน้าเครื่อง ตรงมุมขวาบนสุดมีเซนเซอร์ปรับรับแสง ถัดมามีเลนส์ของกล้องดิจิทัลสำหรับใช้งาน Video Call พร้อมช่องลำโพงสนทนา ตามด้วยหน้าจอแสดงผล ใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ และเมื่อเลื่อนฝาสไลด์ขึ้นก็จะเห็นแผงปุ่มกดตัวเลข
พลิกเครื่องมาด้านหลังจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช ถัดลงมาด้านซ้ายล่างจะเห็นช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มที่ด้านซ้ายมีช่องสำหรับสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB พร้อมฝาปิด และช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำ ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านท้ายเครื่องมีปุ่มสำหรับล็อคฝาหลัง

Sim1….ใช้นิ้วกดปุ่มตรงกลางด้านท้ายของเครื่องแล้วยกฝาออกจากเครื่อง
Sim2….งัดแบตเตอรี่จากมุมซ้ายด้านบนของช่องขึ้นมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ด้านขวา

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Nokia 6210 Navigator เริ่มจากใช้นิ้วกดตรงปุ่มที่อยู่ตรงกลางด้านท้ายเครื่องเพื่อปลดล็อคและหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่มุมซ้ายด้านบนของช่องขึ้นมา สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่เหนือช่องใส่แบตเตอรี่ด้านขวา ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่ที่อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม ก็เป็นอันเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนนี้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง Nokia 6210 Navigator นั้นใช้ปุ่มเดียวกับปุ่มวางสายที่มีสัญลักษณ์วงกลางขีดกลางอยู่ด้านบนปุ่มด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้จนเครื่องสั่น 1 ครั้งแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมปรากฏตัวอักษร Nokia สีน้ำเงินบนพื้นขาว จากนั้นเครื่องก็จะขึ้นข้อความ Continue using phone in offline mode? ให้ตอบว่า No ตามด้วยสัญลักษณ์มือประสานกัน และเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายและเข้าสู่หน้าจอพร้อมใช้งานปกติ
หน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Active Standby หรือสแตนด์บายแบบพิเศษ ซึ่งเป็นหน้าจอหลักที่พร้อมจะใช้งานคำสั่งได้อย่างสะดวกรวดเร็วตลอดเวลา มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนเมนูที่ต้องการจะเรียกใช้บ่อยๆ แสดงว่าตอนนี้เครื่องกำลังทำอะไรบ้าง ทั้งนี้เราสามารถตั้งค่ากลับให้เป็นหน้าจอปกติแบบว่างๆ ได้โดยเข้าไปที่เมนู Settings>Phone Setting>General>Personalisation>Standby mode>Standby theme พร้อมมีฟังก์ชัน Accelerometer Rotation ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
Open+open page….กดที่ปุ่มเปิด-ปิดด้านขวาบนเครื่องค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ในส่วนของปุ่มกดใช้งานต่างๆ นั้นประกอบด้วยปุ่มที่อยู่หน้าจอซึ่งเป็นปุ่มใช้งานหลักได้แก่ ปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง, ปุ่ม Soft Key ซ้าย/ขวา, ปุ่มเข้าเมนูหลัก, ปุ่ม C, ปุ่มโทรออก-รับสาย, ปุ่มวางสาย-เปิดปิดเครื่อง และปุ่มใช้งาน GPS อีกส่วนอยู่ใต้หน้าจอฝาสไลด์เป็นส่วนของปุ่มกดตัวเลข (Key Pad) ทุกปุ่มในส่วนนี้ออกแบบแบบเรียงชิดติดกันทั้งหมดแต่ก็มีขนาดใหญ่ ทำให้กดใช้งานง่าย
นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านขวาข้างเครื่องอีก 2 ปุ่มคือ ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ส่วนความเหมาะมือนั้น ถ้าเป็นมือคุณผู้หญิงสามารถกดปุ่มได้อย่างสะดวกและถ้าเป็นมือของคุณผู้ชายก็สามารถจับเครื่องได้อย่างกระชับมั่นคงเลยทีเดียว เพราะตัวเครื่องไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปเรียกได้ว่าพอดีมือเลยทีเดียว
เมนูการใช้งาน
หน้าตาเมนูการใช้งานของ Nokia 6210 Navigator แสดงผลแบบเมนูไอคอนพร้อมชื่อประกอบ โดยเลือกการแสดงผลได้ 4 แบบคือ Grid, List, Horseshoe และ V-shaped โดยเข้าไปตั้งค่าการแสดงผลนี้ได้เมื่ออยู่หน้าจอเมนูหลักแล้วกดเลือก Options>Change Menu View สำหรับเมนูการใช้งานหลักมีทั้งหมด 12 เมนูดังนี้
- Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือในการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับบันทึกรายละเอียดของผู้ติดต่อพร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ สามารถตั้งกลุ่มการโทร และแนบไฟล์รูปถ่ายได้
- Log เมนูแสดงข้อมูลการใช้งานโทรทั้งสายโทรเข้าโทรออก เวลาใช้งานโทร และข้อมูลใช้งาน GPRS
- Map เมนูใช้งานโปรแกรม Nokia Maps
- Messaging เมนูสำหรับใช้ในการรับ-ส่งข้อความ รองรับ SMS, MMS, Audio Message และ Email
- Landmarks เมนูใช้งานโปรแกรม Landmarks สำหรับระบุตำแหน่งสถานที่ที่ต้องการค้นหา
- Internet เป็นเมนูที่ใช้สำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser พร้อมโปรแกรม Search, Doenload, WidSets, Share Online, Yahoo! Go และ Music Store
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
- Gallery เป็นเมนูที่เก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้แก่ รูปถ่าย วิดีโอคลิป ไฟล์เพลง ไฟล์เสียง ลิงค์สำหรับดาวน์โหลดวิดีโอสตรีมมิ่ง Presentations และไฟล์ทั้งหมด
- Settings เป็นเมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานของเครื่องประกอบด้วย Setting Wizard, Voice command, Speech, Phone setting, Profile, Theme, Connectivity, Speed Dial, Data Manager และ Call Mailbox
- Office เมนูรวมโปรแกรมใช้งานออฟฟิศประกอบด้วย Quickoffice, File Manager, โปรแกรม Adobe PDF, Notes, Clock, Calculator, Active Notes, Calendar, Dictionary, Converter, Zip
- Applications เมนูเก็บรวบรวมเกม และแอบพลิเคชันต่างๆ รวมถึงโปรแกรมสำหรับใช้งานออฟฟิศได้แก่ โปรแกรม GPS Data, โปรแกรม Music Player, โปรแกรม Msg. reader, โปรแกรม Radio เป็นต้น

ด้านการโทร
เริ่มที่การเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ อยู่ในเมนู Log แสดงรายการโทรโดยแบ่งเป็น 3 รายการหลัดประกอบด้วย Recent Calls แสดงรายการสายที่ไม่ได้รับ สายที่ได้รับ และสายที่โทรออก, Call Duration แสดงเวลาที่ใช้สายทั้งหมดของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นโทรออกครั้งล่าสุด โทรออกทั้งหมด เวลาที่รับสาย และเวลาในการใช้สายทั้งหมด และ Packet Data แสดงจำนวนข้อมูลที่รับเข้า และส่งออกจากเครื่องจากการใช้งาน GPRS
ใน Contacts หรือรายชื่อเป็นแบบ Multi-field Phonebook สามารถใส่ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เบอร์มือถือ เบอร์บ้าน เบอร์ที่ทำงาน อีเมล์ เบอร์วิดีโอคอลล์ เบอร์ PTT ชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน และสถานะการ Synchronisation นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มข้อมูลต่างๆ ได้ รวมทั้งสามารถแนบไฟล์รูปภาพ แยกเสียงเรียกเข้าเป็นรายบุคคล หรือจะแยกกลุ่มการโทรก็ทำได้ และตั้งค่าให้ชื่อหรือนามสกุลผู้ติดต่อแสดงขึ้นมาก่อนได้
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
ด้านการรับส่งข้อความนั้นรองรับทั้ง SMS, MMS, Audio Message หรือข้อความคลิปเสียง และอีเมล์ แบบ POP3 และ IMAP4 รับส่งข้อความได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 นอกจากนี้ยังรองรับ Push email (IMAP4 idle และ OMA EMN) สามารถเปิดดูไฟล์แนบ (excel, PPT, Word) พร้อมมีโปรแกรมอ่านข้อความด้วย Message reader
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพมีกล้องดิจิทัลมาให้ 2 ตัว ด้านหน้าเป็นกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ CIF (352x288 Pixels) สำหรับใช้งาน Video Call และถ่ายภาพตัวเองทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ส่วนด้านหลังเป็นกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่ง ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2048x1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า พร้อมระบบ Auto Focus ตั้งค่าเลือกคุณภาพของภาพ มีโหมดถ่ายภาพแบบพาโนรามา ถ่ายภาพในเวลากลางคืน ถ่ายภาพต่อเนื่อง ปรับความสว่าง ปรับความคมชัด ปรับสมดุลสีขาว ปรับโทนสี และตั้งเวลาในการถ่ายได้
ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้นานตามหน่วยความจำที่มีอยู่ในเครื่อง โดยถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ VGA 640x480 พิกเซล (15 เฟรมต่อวินาที) เลือกบันทึกไฟล์วิดีโอได้ 2 แบบคือ แบบ Short สำหรับส่ง MMS โดยบันทึกในขนาด 176x144 พิกเซล ในรูปแบบไฟล์ 3GP กับแบบ Maximum ในรูปแบบไฟล์ MP4
ส่วนคุณสมบัติด้านมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล รองรับการเล่นไฟล์เพลง MP3, MP4, AAC, eAAC+ และ WMA และแถบแสดงสถานะการดาวน์โหลดในเครื่องเล่นเพลง ด้วยระบบจัดการเพลง รายชื่อเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม และปรับตั้งค่าเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 5 แบบ พร้อมด้วยฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo ในรูปแบบ Visual Radio บันทึกสถานีได้ 20 สถานี, โปรแกรม Podcasting การรับฟังการกระจายเสียงแบบดิจิทัล และโปรแกรม RealPlayer สำหรับฟังเพลงหรือดูวิดีโอคลิปรวมทั้งรายการสดผ่านทางระบบสตรีมมิ่ง ที่รองรับไฟล์ในรูปแบบ MPEG-4, H.264/AVC, H.263/3GPP, RealVideo
ด้านการเชื่อมต่อ
ในส่วนของการเชื่อมต่อประกอบด้วย การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ ทำได้ทั้งผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB (เวอร์ชัน 2.0 Full Speed) ด้วยหัวเชื่อมต่อแบบ mini-USB กับผ่านทางไร้สายอย่าง Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 ที่รองรับเทคโนโลยี A2DP/AVRCP ที่หลากหลายเพื่อการเชื่อมต่อที่สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายโอนข้อมูลหรือซิงโครไนซ์กับเซิร์ฟเวอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย
ส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้นทำได้ด้วย WAP Browser 2.0 ผ่านเครือข่ายเทคโนโลยีความเร็วสูง GRPS/EDGE Class 32 และ WCDMA/HSDPA ที่ความเร็วสูงสุด 3.6 เมกะบิตต่อวินาที พร้อมเบราเซอร์ xHTML เพื่อรองรับการแสดงผลแบบเว็บเพจ หรือ WWW ได้ สำหรับหน่วยความจำในเครื่องมีมาให้มากถึง 120 MB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 8 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Nokia 6210 Navigator ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมดปกติ เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ High และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048x1536 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกขนาดของภาพสูงสุด 640x480 พิกเซล ในขนาด Maximum (MP4) ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีด้วยเช่นเดียวกัน
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ที่ใช้ใน Nokia 6210 Navigator เป็นแบตเตอรี่รุ่น BL-5F แบบ Li-ion จากการใช้งานจริง โดยการเปิดเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณวันละ 1 ชั่วโมงแบบไม่ต่อเนื่อง ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ฟังเพลงวันละประมาณ 1 ชั่วโมง อยู่ได้ประมาณ 1-2 วัน ถือว่าการจัดการพลังงานทำได้ค่อนข้างดีครับ แต่ถ้าใช้งานฟังก์ชัน Nokia Maps สำหรัยค้นหาตำแหน่งสถานที่ด้วยดาวเทียม GPS ถ้าเปิดใช้งานต่อเนื่องและไม่ได้ปิดโปรแกรม แบตเตอรี่จะค่อนข้างหมดไวกว่าการใช้งานปกติ
อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง Nokia 6210 Navigator ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ BL-5F Li-ion จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ขนาดเล็ก, ชุดหูฟังระบบเสียงสเตอริโอ HS-47, สายเชื่อมต่อ CA-101, ซีดีรอมพร้อมโปรแกรม PC Suite และแอบพลิเคชัน Map Loader 1.3, การ์ดหน่วยความจำ microSD ขนาด 1 GB และคู่มือการใช้งาน
Nokia 6210 Navigator รุ่นใหม่นี้ได้รวมเอาความเร็วและความละเอียดแม่นยำในการคำนวณเส้นทางของ GPS รวมถึงซอฟท์แวร์ Nokia Maps 2.0 เข้ามารวมกัน นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันพิเศษอื่นๆอีก อาทิ สนับสนุนเทคโนโลยี 3G ที่ช่วยในเรื่องของ high-speed Internet, กล้องถ่ายรูปในตัวที่มีความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล, เครื่องเล่นมัลติมีเดียต่างๆ และยังเป็น Smart Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian อีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 79 ...
|
|
|
|