Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


หลังจาก  HTC Touch Diamond เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเมืองไทยไปได้ไม่นาน ล่าสุดทาง HTC ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว HTC Touch Pro ตามมากันติดๆ ซึ่งเครื่องรุ่นนี้ก่อนหน้านี้ได้ใช้ชื่อ Code Name ว่า ราฟาเอล นั่นเอง โดยเครื่องรุ่นนี้มีคุณสมบัติที่แทบจะเหมือนกับ HTC Touch Diamond แต่มีความแตกต่างในเรื่องของลูกเล่นอยู่หลายอย่าง โดยได้ปรับเพิ่มคุณสมบัติใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงาน ช่วยให้การจัดการงานต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น









HTC Touch Pro โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่งดงามผสมผสานกับนวัตกรรมใหม่อย่างลงตัว และคงไว้ซึ่งความเรียบง่ายและความสวยงาม ตัวเครื่องด้านหน้าทำจากโลหะปัดเงาสวยหรู ออกแบบเป็นแนวเรียบตั้งแต่ปุ่มควบคุมการทำงานด้านหน้าไปจนถึงหน้าจอ ส่วนบริเวณขอบหรือเฟรมตัวเครื่อง HTC ใช้เฟรมแบบสแตนเลสเป็นโครงด้านในเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเครื่อง และเมื่อเลื่อนสไลด์หน้าจอไปทางด้านขวาจะเห็นแผงคีย์บอร์ด QWERTY แบบ 5 แถวซ่อนอยู่

พลิกมาด้านหลังเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกทรงหน้าตัดเหลี่ยมเพชร และเป็นพลาสติกแบบด้านจับแล้วไม่เป็นรอยนิ้วมือ พร้อมเลนส์กล้องดิจิทัลและไฟแฟลช ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านขวามีช่องสำหรับเสียบปากกาสไตลัส ด้านบนมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับเสียบชาร์จ สายดาต้าลิงค์แบบ mini USB และช่องเสียบชุดหูฟังในช่องเดียวกัน และช่องไมโครโฟน




Sim1…ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อคและหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วงัดบริวเด้านขวาล่างของแบตเตอรี่ขึ้นมาและหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายบนแล้วดันเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง HTC Touch Pro ให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องในแนวนอนแล้วพลิกมาด้านหลัง จากนั้นใช้นิ้วโป้งของมือข้างขวากดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนขึ้นมาเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่เหมือนเครื่องทั่วๆ ไป โดยอยู่ด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ ให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาก่อนโดยใช้นิ้วงัดบริเวณด้านขวาล่างข้างแบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้

การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิด-ปิดเครื่องอยู่ที่บริเวณด้านซ้ายบนเครื่อง ให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะสั่น 1 ครั้งและเปิดขึ้นมาพร้อมตัวอักษร Touch PRO ตามด้วยภาพโลโก้ HTC และ Windows Mobile Version 6.1 จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน

หน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้ยังคงเป็นหน้าจออินเทอร์เฟสแบบ 3 มิติ ภายใต้ชื่อ TouchFLO 3D เหมือนกับรุ่น HTC Touch Diamond ที่ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น เช่น การส่งข้อความ ตรวจสอบตารางปฏิทินนัดหมาย หรือโทรศัพท์ การค้นหาและใช้งานฟังก์ชัน เช่น มีเดียไฟล์ การค้นหาสมุดโทรศัพท์ และการท่องเว็บ ก็สามารถทำได้ผ่านระบบสัมผัสด้วยมือข้างเดียว
open+open page…กดที่ปุ่มด้านซ้ายบนข้างเครื่องเพื่อเปิดและปิดเครื่อง



ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้ไม่ได้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ เหมือนกับรุ่น HTC Touch Diamond ซึ่งรุ่นนี้ได้เพิ่มแผงปุ่มกดแบบ QWERTY 5 แถวแบบสไลด์ข้าง คล้ายกับแป้นปุ่มกดของเครื่องคอมพิวเตอร์มาให้ใช้งานเพื่อช่วยให้พิมพ์ตัวอักษรต่างๆ ได้ง่าย และสะดวกมากขึ้น

ส่วนปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ที่อยู่ใต้หน้าจอนั้นประกอบด้วยปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทางและใช้นิ้วหมุนรอบปุ่มได้เพื่อซูมภาพเมื่อเข้าโหมดโปรแกรมดูภาพต่างๆ หรือ Web Browser, ปุ่ม Home, ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย โดยบริเวณปุ่มด้านหน้านี้จะเป็นแผ่นพลาสติกชิ้นเดียวกัน โดยซ่อนสวิทซ์ปุ่มทั้ง 4 ปุ่มไว้ด้านหน้า

นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านซ้ายข้างเครื่องคือ ปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านบนของเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง ด้านความเหมาะมือนั้นรุ่นนี้ได้มีการเพิ่มแผงปุ่มกดแบบ QWERTY ทำให้มีความหนาเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่น HTC Touch Pro แต่เรื่องความหนักนั้นอยู่ในเกณฑ์ปกติ กำลังดีไม่หนักจนเกินไป พอที่จะทำให้ถือใช้งานได้อย่างถนัดมือ โดยเฉพาะมือของผู้ชาย

เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง HTC Touch Pro ทำได้โดยใช้นิ้วหรือปากกา Stylus แตะไปที่สัญลักษณ์รูป Windows มีตัวอักษร Start อยู่มุมซ้ายบนสุดของหน้าจอ ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นไอคอนเมนูที่เพิ่งใช้งานไป ส่วนที่สองเป็นเมนูหลักใช้งานต่างๆ โดยรายละเอียดของเมนูหลักๆ มีดังนี้

  • Today เป็นเมนูที่ใช้สำหรับเข้าสู่หน้าจอหลักปกต
  • Office Mobile เมนูใช้งานโปรแกรม Office ต่างๆ ได้แก่ Excel Mobile, OneNote Mobile, PowerPoint Mobile และ Word Mobile
  • Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายและตั้งเตือนล่วงหน้า
  • Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับบันทึกหมายเลขโทรศัพท์และชื่อกับรายละเอียดต่างๆ ของผู้ติดต่อ์
  • Internet Explorer เป็น Browser ที่ใช้ในการเล่นอินเทอร์เน็ตทั้ง WAP และ WEB
  • Messaging เป็นเมนูที่ใช้สำหรับการรับ-ส่ง SMS, MMS และ E-mail
  • Phone เมนูใช้งานโทรศัพท์ ด้วยปุ่มกดตัวเลขแบบ Virtual Keyboard สัมผัสบนหน้าจอ
  • Programs เมนูที่รวบรวมโปรแกรมต่างๆ สำหรับใช้งานในเครื่อง อาทิ Games, ActiveSync, Adobe Reader LE, Album, AudioBooster, Bluetooth Explorer, Calculator, Camera เป็นต้น
  • Settings เมนูนี้เปรียบเสมือนการควบคุมการทำงานทั้งหมดของตัวเครื่องใช้ในการตั้งค่าต่างๆ แบ่งเป็น 3 หมวดคือหมวด Personal สำหรับตั้งค่าทั่วไป ได้แก่ Buttons, Input, Keyboard Sliding Sound ฯลฯ หมวด System สำหรับตั้งค่าระบบ ได้แก่ About, Certificates, Clear Storage ฯลฯ และหมวด Connections สำหรับตั้งค่าการเชื่อมต่อต่างๆ ได้แก่ Advanced Network, Beam, Bluetooth, Comm Manager, Connections Setup ฯลฯ
  • Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือและอธิบายการใช้งานเมนูต่างๆ ของเครื่อง




 




ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ให้กดที่ปุ่มโทรออกด้านซ้ายมือ หรือใช้ปากกา Stylus แตะเลือกไปที่เมนู Phone ก็ได้ ซึ่งก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนหรือ Virtual Keyboard ขึ้นมาให้ใช้งาน โดยใช้นิ้วแตะสัมผัสไปที่หน้าจอเพื่อเลือกตัวเลขที่ต้องการ ส่วน Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับดูรายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน

ส่วนการค้นหารายชื่อนั้นทำได้ทั้งแบบพิมพ์ชื่อบนช่องสี่เหลี่ยมด้านบน แบบเลือกตัวอักษรด้านข้าง และแบบใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อค้นหารายชื่อที่ต้องการ
ในส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ นั้น (Phone>Menu>Call History) แบ่งเป็นเบอร์โทรรวมทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย พร้อมรายละเอียดวันที่ เวลาที่โทร และจำนวนเวลาที่ใช้งาน ถ้าต้องการเช็คเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ ก็สามารถทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Call Timers โดยแสดงเวลาที่ใช้งานโทรรวมทั้งหมด เวลาที่รับสายทั้งหมด และเวลาที่โทรออกทั้งหมด พร้อมรายละเอียดเวลา และจำนวนครั้ง



ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging แบ่งการรับส่งข้อความเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS/MMS รูปแบบเหมือนกับการใช้งาน Outlook Express โดยแยกโฟลเดอร์ใช้งาน Inbox, Outbox, Draft, Sent Items, Deleted Items ไว้ให้ดูง่าย ส่วนที่สองสำหรับตั้งค่ารับส่ง Email ซึ่งรองรับ Email ที่เป็นรูปแบบ HTML ซึ่งการเช็คดูข้อความในหน้าจอ TouchFLO 3D นั้นสามารถอ่านข้อความได้ทันที โดยใช้นิ้วเลื่อนขึ้นหรือลง เพื่ออ่านข้อความต่อไป


ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช เลือกโหมดการถ่ายได้ 6 โหมดคือ Photo, Video, Panorama, MMS Video, Contacts Picture และ Picture Theme โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048x1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล พร้อมระบบ Auto Focus ที่มีจุดเด่นคือ เมื่อกดถ่ายภาพ 1 ครั้งระบบจะทำการฟาจุดโฟกัสที่ชัดที่สุดแล้วทำการถ่ายให้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าปรับความคมชัด ความสดของสี ปรับสมดุลสีขาว ปรับความสว่าง เปลี่ยนสีเอฟเฟกต์ ปรับคุณภาพ แสดงวันที่และเวลาที่ถ่าย และตั้งเวลาในการถ่ายได้ ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้สูงสุด CIF 352x288 พิกเซล ซูมดิจิทัล 1.5 เท่า บันทึกไฟล์ในรูปแบบ MP4 และ H.263 และบันทึกได้นานแบบไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม นอกจากนี้ยังมีกล้องดิจิทัลอีกตัวหนึ่งอยู่ด้านหน้าเครื่องแบบ CMOS ระดับ VGA สำหรับใช้งานวิดีโอคอลล์ และถ่ายภาพ/วิดีโอได้

ด้านคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Windows Media Player 10 Mobile สำหรับเปิดดูหนังหรือไฟล์วิดีโอที่ดาวน์โหลดมา โดยรองรับไฟล์ในรูปแบบ MPEG4, Motion JPEG, H.263 และ WMV และไฟล์วิดีโอแบบสตรีมมิ่ง หรือฟังเพลง ซึ่งรองรับการเล่นไฟล์ในรูปแบบ AAC, AAC+, eAAC+, MP3, WMA, WAV, MPEG4, AMR-NB พร้อมด้วยฟังก์ชัน FM Radio สำหรับรับฟังวิทยุ FM, โปรแกรม MP3 Trimmer สำหรับตัดต่อไฟล์เพลง MP3 เป็นเสียงเรียกเข้า, โปรแกรม Audio Booster สำหรับปรับแต่งเสียง, โปรแกรม Streaming Media โปรแกรม Album สำหรับดูภาพที่สามารถใช้นิ้วหมุนบนภาพเพื่อซูมได้ และดูแบบ Slide Show ได้ และโปรแกรม Voice Recorder สำหรับบันทึกเสียง



ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีให้เลือกใช้งานทั้งโปรแกรม Internet Explorer Mobile กับโปรแกรม Opera Browser เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (7.2 Mbps) ในเครือข่าย 3G ได้ โดยโปรแกรม Opera Browser นั้นสามารถเรียกดู และควบคุมการใช้งานหน้าเว็บต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว ทั้งย่อ ขยาย และเลื่อนหน้าเว็บซ้ายขวาได้สะดวกด้วยการใช้มือควบคุมเพียงข้างเดียว และสามารถแสดงผลข้อมูลให้เต็มหน้าจอได้โดยอีตเนมัติ และเมื่อพลิกเครื่องในแนวนอน หน้าเว็บก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแอบพลิเคชัน YouTube เพื่อรองรับการชมคลิปวิดีโอจาก YouTube ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 512 MB Flash Rom และ 288 MB SD RAM ที่เพิ่มความเร็วในการใช้งานต่างๆ พร้อมด้วยพื้นที่เก็บข้อมูลบนตัวเครื่องอีก 4 GB และยังสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD card ได้อีกด้วย

ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 พร้อมด้วยเทคโนโลยี A2DP และ AVRCP ฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth Stereo ได้ กับ Wi-Fi 801.11 b/g กับแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม ActiveSync พร้อมด้วย Internet Sharing โปรแกรมสำหรับทำให้เครื่องเป็น Wireless Modem ผ่านทาง Bluetooth หรือสาย USB และที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้ก็คือ สามารถเชื่อมต่อกับทีวีผ่าน TV Out ได้ สำหรับหน่วยประมวลผลใช้ CPU ของ Qualcomm MSM 7201A ความเร็วในการประมวลผล 528 MHz เหมือนกับรุ่น HTC Touch Diamond

                 


 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง HTC Touch Pro ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super Fine และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.10 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด 352x288 พิกเซล และเลือกบันทึกในรูปแบบไฟล์ MP4 ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีเช่นกัน


ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าเครื่องรุ่นนี้สามารถใช้งานสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 419 นาที และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 367 ชั่วโมง สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบบ Li-ion ความจุ 1,340 mAh หลังทดสอบลองใช้งานในแบบทั่วไป ทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง อินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง ถ่ายภาพ และมีการใช้งานโทรศัพท์พูดคุยในระหว่างวันค่อนข้างมาก ปรากฏว่าใช้งานได้เพียง 1 วันเท่านั้น แต่ถ้าหากมีการเปิดใช้งาน Wi-Fi ควบคู่กันไปแล้วอาจจะทำให้หมดเร็วกว่านี้ได้ โดยรวมแล้วถือว่าความจุแบตเตอรี่น้อยไปหน่อยแต่ก็ยังพอรับได้

อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง HTC Touch Pro, แบตเตอรี่แบบ Li-ion 1,340
mAh จำนวน 1 ก้อน, ปากกา Stylus, ซองหนัง, สายดาต้าลิงค์ Mini USB Cable, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่, การ์ดหน่วยความจำ microSD Card ขนาด 4 GB, แผ่น CD ActiveSync, ชุดหูฟังสเตอริโอ, โปรแกรม ThaiWinCE, โปรแกรมแผนที่ GARMIN Mobile XT และข้อมูลแผนที่ประเทศไทย และคู่มือการใช้งาน

HTC Touch Pro ถือเป็นคู่เหมือนที่แตกต่างกับ HTC Touch Diamond เพราะการที่ HTC ออกเครื่องรุ่นนี้มาก็เพราะว่าต้องการให้เครื่อง HTC Touch Pro รุ่นนี้เจาะกลุ่มผู้ใช้ด้านธุรกิจเป็นหลัก ซึ่งใน HTC Touch Diamond จะเน้นความบันเทิงมากกว่า โดยขีดความสามารถของเครื่องทั้งสองรุ่นนี้ไม่น่าจะแตกต่างอะไรกันมากเพราะมี CPU ตัวเดียวกันแต่ HTC Touch Pro อาจจะได้เปรียบในเรื่อง RAM ที่มากกว่าช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และราคาเครื่อง HTC Touch Pro ที่สูงกว่า ส่วนการใช้งานพื้นฐานที่ยังคงไว้เหมือนกัน เช่นเรื่องการเชื่อมต่อ , Touch Flo 3D และ GPS




อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 81 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.