|
|

ซัมซุงเปิดตัวโทรศัพท์มือถือระดับ Hi-End ที่มีชื่อรุ่นว่า Samsung INNOV8 ซึ่งเป็น Smart Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian OS V9.3, S60 3rd Edition Feature Pack 2 โดยรวมเอาความสามารถทั้งด้านเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ด้านมัลติมีเดียและ Mobile Internet ในระดับสูงไว้รวมกันในเครื่องได้อย่างลงตัว และถือเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่ติดตั้งกล้องดิจิทัลความละเอียดสูงถึง 8.0 ล้านพิกเซลอีกด้วย


รู
ปทรงของ Samsung INNOV8 เป็นแบบฝาสไลด์ ตัวเครื่องใช้วัสดุที่จากโลหะผสมผสานกับพลาสติกสีดำได้อย่างกลมกลืน รูปลักษณ์ภายนอกนั้นเริ่มที่ด้านหน้าด้านบนมุมซ้ายมีตัวอักษร 16 GB ตรงกลางเป็นช่องลำโพงสนทนา ส่วนมุมขวามีเลนส์ของกล้องดิจิทัลใช้งานวิดีโอคอลล์ ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบ QVGA 2.8 นิ้วที่มีระบบ Accelerometer sensor for auto-rotate หรือระบบเซ็นเซอร์หมุนหน้าจออัตโนมัติ และด้านล่างของหน้าจอเป็นปุ่มกดสำหรับควบคุมการใช้งาน เมื่อสไลด์หน้าจอขึ้นมาจะเหนแผงปุ่มกดตัวเลข
พลิกดูด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช และช่องลำโพงแบบคู่ ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ช่องสำหรับเสียบหูฟังที่ใช้หัวแจ็คขนาด 3.5 มม. และช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ/สายดาต้าลิงค์แบบ mini USB รวมอยู่ในช่องเดียวกัน ส่วนด้านขวามีปุ่มเลื่อนขึ้นลงสำหรับใช้งานโหมดถ่ายภาพ ช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล

Sim1….ใช้นิ้วกดปุ่มตรงกลางด้านล่างถัดจากฝาหลังลงเพื่อปลดล็อคแล้วหยิบฝาออกจากเครื่อง
Sim2….งัดแบตเตอรี่จากช่องตรงกลางด้านล่างขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องแล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
ขั้นตอนในการใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Samsung INNOV8 ให้ถอดฝาที่อยู่ด้านหลังเครื่องออกมาก่อน โดยใช้นิ้วดันเลื่อนปุ่มที่อยู่ตรงกลางด้านล่างที่มีรูปสัญลักษณ์ชี้ลงถัดจากฝาหลังลง และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง จากนั้นถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณตรงกลางด้านซ้ายบนของช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องแล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์พร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลางด้านใต้ปุ่ม Soft Key ด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมปรากฏโลโก้ตัวอักษร Samsung พร้อมชื่อเว็บไซต์ หลังจากนั้นเครื่องขึ้นข้อความ Do you want to use the phone in Off-line mode? ให้กดเลือก No เครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายพร้อมเข้าสู่หน้าจอหลักใช้งาน
ภายในหน้าจอ Standby พร้อมใช้งานนั้น ทางด้านมุมบนซ้ายมีสัญลักษณ์แสดงระดับความแรงของสัญญาณ ส่วนมุมบนขวามีสัญลักษณ์แสดงระดับของแบตเตอรี่ ด้านหน้าจอมีนาฬิกา ชื่อเครือข่ายที่ใช้งาน และวันที่อยู่ด้านล่างของชื่อ ถัดลงมาด้านล่างเป็นส่วนของเมนู Active standby โดยตั้งค่าแสดงผลได้ในเมนู Settings>General>Personalisation>Standby mode>Change Idle theme และด้านล่างสุดของหน้าจอเป็นชื่อของเมนู Soft Key ซ้าย/ขวา ตรงกลางเป็น Open สำหรับเปิดเข้าเมนูต่างๆ
Open+open page….กดที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงกลางด้านบนเครื่องค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดของเครื่องรุ่นนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกอยู่ใต้หน้าจอเป็นส่วนสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ ได้แก่ ปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทางโดยตรงกลางของปุ่มเป็นปุ่มแบบ Optical Mouse สำหรับใช้ควบคุมคล้ายกับการทำงานด้วย Mouse ของเครื่องคอมพิวเตอร์, ปุ่ม Soft Key ซ้าย-ขวา, ปุ่มเข้าเมนูหลัก, ปุ่มเข้าโหมด Media Gallery, ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง อีกส่วนเป็นส่วนของปุ่มกดตัวเลขซ่อนอยู่ใต้ฝาสไลด์เมื่อเลื่อนหน้าจอขึ้น พร้อมปุ่มเข้าโหมดเครื่องเล่นเพลง, ปุ่ม C และปุ่มเข้าโหมด Real Player
นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านขวามีปุ่มเลื่อนขึ้นลงสำหรับใช้งานโหมดถ่ายภาพ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ส่วนความเหมาะมือนั้น เท่าที่ลองใช้งานดูก็มีความเหมาะมือเป็นอย่างดี แม้ว่าตัวเครื่องจะมีขนาดใหญ่ แต่ก็มีน้ำหนักเบา ทำให้ถือใช้งานได้อย่างสบาย รวมทั้งปุ่มกดที่ไม่แข็งหรือนุ่มเกินไป ทำให้สามารถกดใช้งานง่ายอีกด้วย
เมนูการใช้งาน
การเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องให้ใช้ปุ่มเข้าเมนูหลักสีบรอนซ์เงินที่อยู่ระหว่างปุ่ม Soft Key กับปุ่มโทรออก/รับสายด้านซ้ายมือ หรือปุ่ม Soft Key ด้านซ้ายมือก็ได้ ซึ่งหน้าตาเมนูใช้งานนั้นสามารถเลือกแสดงผลได้ 2 แบบคือ Grid และ List โดยกดที่ Options>Change Menu view ซึ่งเมนูหลักมีทั้งหมด 13 เมนูด้วยกันดังนี้
- Messaging เมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความทั้งแบบ SMS, MMS, Audio message และ E-mail
- Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อและบันทึกรายละเอียดของผู้ติดต่อใหม่
- Log เมนูสำหรับเช็คดูข้อมูลการโทร รวมถึงเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ และสามารถเช็คการใช้งานเกี่ยวกับข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้
- Media เมนูรวมโปรแกรมเครื่องเล่นมีเดียต่างๆ ได้แก่ RealPlayer, Music Player, โปรแกรมบันทึกเสียง, โปรแกรมดูไฟล์มีเดีย, วิทยุ, Video Editor และ Digital Frame
- Camera & Album เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลพร้อมอัลบั้มสำหรับดูไฟล์ภาพและวิดีโอ
- Office เมนูรวมโปรแกรมใช้งานออฟฟิศประกอบด้วยเครื่องคิดเลข นาฬิกา ตัวแปลงหน่วย สมุดบันทึก ปฏิทิน โปรแกรมสแกนนามบัตร โปรแกรมจัดการไฟล์ โปรแกรม Zip โปรแกรม Quickoffice และโปรแกรม Adobe Reader
- Settings เป็นเมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานของเครื่องประกอบด้วย การตั้งค่าหลักของเครื่อง การตั้งค่าโปรไฟล์ และการตั้งค่าธีมหน้าจอ
- Tools เมนูรวมเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการใช้งานต่างๆ ได้แก่ บันทึกข้อความเสียง, ตั้งเบอร์โทรด่วน, โปรแกรม Licences, GPS Data, Landmarks, Device Manager, Application Manager, Dictionary, Print OTG และ About
- Connectivity เมนูรวมการเชื่อมต่อต่างๆ ได้แก่ โปรแกรม Instant Messaging หรือ IM, โปรแกรม Connection manager, Bluetooth, USB และ Sync
- Web เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ต
- Google เมนูเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ Google.com เพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ เช็คเมล์ผ่าน Gmail และใช้งานแผนที่ผ่าน Google Maps
- Applications เมนูรวมโปรแกรมและเกมต่างๆ ที่ติดมากับเครื่องและดาวน์โหลดมาได้แก่ fring, DLNA, GPS+, Navigation, FIFA 08, Asphalt3, Yahoo! Go, GyPSii และ CNN
- RnD Tools เมนูรวมเครื่องมือเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมต่าง

ด้านการโทร
เริ่มจากเมนู Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหาและเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยใส่รายละเอียดได้ตั้งแต่ชื่อ-นามสกุล เบอร์มือถือ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ สายวีดีโอ โทรศัพท์เน็ต สนทนา ชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน และสถานะการซิงโครไนซ์ รวมทั้งเพิ่มรายละเอียดต่างๆ แบ่งกลุ่มการโทร และแนบรูปถ่ายไปกับรายชื่อได้ พร้องทั้งสามารถส่งต่อในรูปแบบนามบัตร คัดลอกเบอร์ลงซิมการ์ดหรือจากซิมการ์ดลงเครื่องก็ทำได้
ส่วนการเช็คดูประวัติการโทร ดูได้ในเมนู Log โดยแบ่งเป็น 3 รายการหลักคือ Recent Calls แสดงรายการเบอร์ที่ไม่ได้รับ เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่โทรออก, Call Duration แสดงเวลาที่ใช้งานโทร ประกอบด้วยเวลาโทรครั้งล่าสุด เวลาที่โทรออก เวลาที่ได้รับสาย และเวลารวมในการใช้สายทั้งหมด และ Packet Data แสดงรายการจำนวนข้อมูลที่รับ และส่งออกจากการใช้งานด้านข้อมูลอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าเวลาที่เก็บบันทึกได้นานถึง 30 วัน และเลือกให้แสดงหรือไม่แสดงเวลาการโทรได้
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความนั้น รองรับทั้ง SMS, MMS, Audio message และ E-mail ซึ่งรองรับเมล์เซิร์ฟเวอร์แบบ SMTP, POP3 และ IMAP4 การพิมพ์ข้อความนั้นสามารถพิมพ์ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีระบบช่วยสะกดคำอัตโนมัติแบบ T9 สำหรับ E-mail สามารถแนบไฟล์พร้อมเปิดดูไฟล์ที่แนบมาได้ และ MMS สามารถแนบไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอคลิป ไฟล์เสียง ข้อความ ไฟล์ Presentation และไฟล์อื่นๆ ได้
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพ โดยมีกล้องดิจิทัลมาให้ 2 ตัว ด้านหน้าเป็นกล้องดิจิทัล สำหรับใช้งาน Video Call ส่วนด้านหลังเป็นกล้องดิจิทัล ความละเอียด 8.0 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 3264 x 2448 พิกเซล ซูมดิจิทัล โดยใช้ระบบม่านชัตเตอร์แบบกล (Mechanical Shutter) กับระบบเปิดปิดฝาเลนส์อัตโนมัติ (automatic lens cover) พร้อมระบบ Auto Focus/Macro Mode และลูกเล่นมากมายทั้งโหมดการถ่ายภาพ 6 แบบรวมโหมดพาโนรามา หรือการถ่ายภาพแนวกว้าง (Auto Panorama mode), มีระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition), ระบบตรวจจับรอยยิ้มและการกระพริบตา (Smile and Blink Detection), ระบบป้องกันภาพสั่น (Digital image stabilizer) และสามารถแนบตำแหน่งบนแผนที่ไปกับภาพถ่ายได้ (Geo-tagging)
ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้นานตามหน่วยความจำที่มีในเครื่อง เลือกโหมดการบันทึกได้ 3 แบบคือ Normal, MMS และ Slow motion (1/8, 1/4) ในรูปแบบไฟล์ .3GP และ MP4 พร้อมเลือกขนาดความละเอียด 320 x 240 พิกเซล ที่ความเร็ว 120 เฟรมต่อวินาที และความละเอียด 640 x 480 พิกเซล ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที และมีฟังก์ชันช่วยลดการสั่นไหวขณะถ่ายวิดีโอ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Video Editor สำหรับตัดต่อวิดีโอ, โปรแกรมตกแต่งภาพ และโปรแกรม Digital Frame หรือกรอบรูปดิจิทัล
ส่วนคุณสมบัติด้านมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player (เครื่องเล่นเพลงดิจิทัล) ที่รองรับไฟล์เพลง MP3/eAAC+/WMA/AMR/RealAudio ด้วยระบบจัดการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับอีควอไลเซอร์ได้ 17 แบบ และ Album Art ด้วยลำโพงสเตอริโอ ระบบเสียง 3 มิติ พร้อมเทคโนโลยี DNSe 2.0 เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Radio สำหรับรับฟังวิทยุ FM Stereo ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ บันทึกได้ 50 สถานี และบันทึกเสียงรายการวิทยุได้, โปรแกรม RealPlayer สำหรับฟังเพลงหรือดูวิดีโอคลิปรวมทั้งรายการสดผ่านทางระบบสตรีมมิ่ง ที่รองรับไฟล์ในรูปแบบ MP4, H.264/AVC, H.263/3GPP, RealVideo 8/9/10, Flash 3.0 และโปรแกรม Recorder สำหรับบันทึกเสียง
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ทำได้ด้วย WAP Browser 2.0 รองรับ xHTML และ HTML พร้อมรองรับ Flash Lite 3.0 และ Flash video โดยใช้งานผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 32, WCDMA HSDPA ที่ความเร็วสูงสุด 7.2 Mbps), Wi-Fi 802.11 b/g และ DLNA (Digital Living Network Alliance) หรือพันธมิตรระบบเครือข่ายเพื่อการอยู่อาศัยแบบดิจิทัล ที่ประกอบด้วยบริษัทชั้นนำมากมาย รวมทั้ง Samsung ด้วย อธิบายง่ายๆ คือระบบเครือข่ายในบ้าน (Home Networking) ที่เน้นการแชร์ข้อมูลสื่อต่างๆ (Media Sharing) นั่นเอง มาตรฐานของ DLNA หลักๆ คือต้องรองรับ uPnP (Universal Plug and Play) ซึ่ง uPnP คือโปรโตคอลในการแชร์ข้อมูลบน Network ที่ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลย
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบผ่านสาย micro USB 2.0 และผ่านช่องหัวต่อ AV ขนาด 3.5 มม.เพื่อเชื่อมต่อกับชุดหูฟังสเตอริโอ และเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ได้ (TV Out) กับแบบไร้สายผ่านทาง Wireless LAN (802.11b/g) พร้อมรองรับ UPnP และ Bluetooth 2.0 ที่รองรับเทคโนโลยี A2DP และ Enhanced Data Rates (EDR) สำหรับหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในขนาด 16 GB หน่วยความจำ RAM ขนาด 128 MB และยังสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung INNO V8 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 8.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Single shot และคุณภาพในระดับ High และเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 3264 x 2448 พิกเซล โดยเลือกโหมดมาโครถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.8 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Normal ขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 640 x 480 พิกเซล และคุณภาพในระดับ High ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมากเช่นเดียวกัน
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
Samsung INNOV8 ใช้แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1,200 mAh ตามสเปกระบุว่าสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 310 ชั่วโมง สนทนาได้นานต่อเนื่อง 510 นาที ได้ทำการทดสอบเปิดเครื่องทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้สายสนทนาอยู่ที่ประมาณ 30 นาที (แบบไม่ต่อเนื่อง) ใช้กล้องดิจิทัลถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ ฟังเพลงอีกประมาณ 1 ชั่วโมง แบตเตอรี่จะอยู่ได้ประมาณไม่เกิน 1 วันเท่านั้น และถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย Wi-Fi พร้อมกับการเปิดใช้งาน GPS ด้วยแล้วแบตเตอรี่ก็จะหมดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหน้าจอมีขนาดใหญ่ และความจำของหน่วยความจำทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้น
อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์มาตรฐานของ Samsung INNOV8 นั้นประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion 1,200 mAh จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์ และคู่มือการใช้งาน
Samsung INNOV8 เป็น Smart Phone เครื่องแรกที่ติดตั้งกล้องดิจิทัลความละเอียดสูงถึง 8.0 ล้านพิกเซลกับฟังก์ชันการถ่ายภาพที่ไม่แพ้กล้องดิจิทัลทั่วๆ ไป พร้อมด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่อัดแน่นไม่ว่าจะเป็นด้านมัลติมีเดีย การใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมทั้งมีระบบค้นหาตำแหน่งและนำทางด้วยดาวเทียม GPS และหน่วยความจำในเครื่องที่มีมากถึง 16 GB โดยรวมแล้วถือเป็นโทรศัพท์มือถือที่ครบเครื่องเรื่องของฟังก์ชันที่ทันสมัยที่สุดในขณะนี้เลยก็ว่าได้
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 81 ...
|
|
|
|