Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


หลังจากที่รอคอยกันมานาน ในที่สุดยักษ์ใหญ่ในวงการโทรศัพท์มือถืออย่าง Nokia ก็ได้เผยโฉมโทรศัพท์มือถือจอทัชสกรีนเครื่องแรกในตระกูล XpressMusic ที่มีชื่อรุ่นว่า Nokia 5800 XpressMusic เจาะกลุ่มตลาดวงกว้าง ส่วนสาเหตุที่ออกจอทัชสกรีนมาช้า เนื่องจากทาง Nokia ไม่ได้เน้นการเสนอ Touch UI เหมือนเครื่องพีดีเอโฟนทั่วๆ ไป แต่เน้นเสนอด้านโซลูชันที่คนทั่วไปสามารถนำไปใช้งานได้จริงมากกว่า









นอกจากนี้ Nokia 5800 XpressMusic ยังเป็น Smart Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian OS Version 9.4 Series 60 5th Edition ใหม่ล่าสุดบนแพลตฟอร์ม S60 มาพร้อมกับรูปทรงแบบ Bar Type ที่ออกแบบมาให้ถือจับใช้งานได้ถนัดมือ โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบ TFT Touch Screen LCDขนาด 3.2 นิ้ว ในอัตราส่วนของหน้าจอ 16:9 ที่มีระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ, ระบบประมวลผลภาพแบบ 3 มิติ และระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อเอาเครื่องแนบกับหน้าขณะสนทนา

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED แบบคู่ ด้านบนเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสายดาต้าลิงค์ Micro USB, ช่องสำหรับเสียบชุดหุฟังขนาด 3.5 มม., ช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ และปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่ SIM Card และช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มเลื่อนล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล


Sim1….ใช้นิ้วงัดช่องตรงกลางด้านท้ายเครื่องขึ้นมาแล้วหยิบฝาออกจากเครื่อง
Sim2….งัดแบตเตอรี่จากช่องด้านขวาบนขึ้นมาแล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายข้างเครื่องตามรูปสัญลักษณ์ด้านใน





การใส่ SIM CARD
ช่องใส่ SIM Card ของเครื่อง Nokia 5800 XpressMusic ไม่ได้อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่เหมือนเครื่องทั่วไป โดยอยู่บริเวณด้านซ้ายข้างเครื่องซึ่งจะมี 2 ช่องช่องแรกสำหรับใส่ SIM Card ส่วนอีกช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก การใส่ SIM Card ครั้งแรกแนะนำให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อนโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านท้ายเครื่องขึ้นมาแล้วหยิบฝาหลังออก จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องด้านขวาบนขึ้นมาแล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้เปิดช่องใส่ SIM Card ออกมาแล้วนำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่ดันเข้าไปจนสุด และปิดช่องใส่ SIM Card หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม ส่วนการถอด SIM Card นั้นให้ถอดฝาหลังและแบตเตอรี่ และใช้ปากกา Stylus จิ้มลงไปในช่องใต้ช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเลื่อน SIM Card ออกมา

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาบนของเครื่อง ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาทีจนเครื่องสั่นแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมปรากฏโลโก้ Nokia ตามด้วยสัญลักษณ์มือประสานกัน และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายและเข้าสู่หน้าจอ Standby

ภายในหน้าจอ Standby พร้อมใช้งาน เริ่มจากด้านมุมบนซ้ายมีสัญลักษณ์แสดงระดับความแรงของสัญญาณ ตามด้วยเวลา ชื่อเครือข่ายที่ใช้งาน วันที่ ส่วนมุมบนขวามีสัญลักษณ์แสดงระดับของแบตเตอรี่ ถัดลงมาด้านล่างเป็นส่วน Home Screen สามารถเลือกได้ 3 แบบคือ Basic, Shortcuts bar และ Contacts Bar โดยตั้งค่าแสดงผลได้ในเมนู Settings> Personal>Home screen>Home screen theme และด้านล่างสุดของหน้าจอเป็นไอคอนเมนู 2 เมนู ด้านซ้ายเป็นเมนูใช้งานโทรศัพท์ ส่วนด้านขวาเป็นเมนูสมุดโทรศัพท์
Open+open page….กดที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงกลางด้านบนเครื่องค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มกดสำหรับการเปิดแอบพลิเคชัน (ปุ่มเมนู), ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย เพราะตัวเครื่องออกแบบหน้าจอแบบ Touch Screen มาให้สามารถใช้ปากกาสไตลัสและรองรับการสัมผัสด้วยนิ้วมือสำหรับป้อนข้อความและควบคุมการใช้งาน (แป้นพิมพ์ตัวอักษรและตัวเลข คีย์บอร์ดแบบ qwerty ชนิดเต็มรูปแบบหรือแบบย่อ เขียนข้อความด้วยลายมือ) เป็นหลัก นอกจากนี้ด้านขวาข้างเครื่องก็ยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มเลื่อนล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านขวาบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง ส่วนความเหมาะมือนั้น เท่าที่ลองใช้งานดูก็มีความเหมาะมือเป็นอย่างดี เพราะตัวเครื่องออกแบบมาได้ค่อนข้างลงตัว ถึงแม้จะหนาไปหน่อย แต่ก็ทำให้จับได้กระชับมือยิ่งขึ้น อีกทั้งระบบสัมผัสที่ออกแบบให้สามารถควบคุมได้ด้วยมือเดียวพร้อมการตอบสนองต่อสัมผัสได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทำให้ใช้งานง่าย

เมนูการใช้งาน
การเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้ให้ใช้ปุ่มที่อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย ซึ่งหน้าตาเมนูใช้งานนั้นเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนู โดยสามารถเลือกแสดงผลได้ 2 แบบคือ แบบ Grid และแบบ List สำหรับเมนูหลักมีทั้งหมด 12 เมนูด้วยกันดังนี้

  • Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ ทั้งการประชุม บันทึก วันครบรอบ และบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
  • Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับบันทึกรายละเอียดของผู้ติดต่อพร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ สามารถตั้งกลุ่มการโทร และแนบไฟล์รูปถ่ายได้
  • Log เมนูเช็คข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ รวมถึงเวลาที่ใช้งานโทร และข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต
  • Internet เมนูใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตประกอบด้วย Web, Share online, Search และ MySpace
  • Messaging เมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความทั้งแบบ SMS, MMS, Audio message และ E-mail
  • Gallery เมนูสำหรับดูไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ ไฟล์ภาพและวิดีโอ, ไฟล์เพลง, ไฟล์เสียง และไฟล์มีเดียอื่นๆ
  • Download! เมนูสำหรับดาวน์ดหลดแอบพลิเคชันต่างๆ ทั้งโปรแกรม และเกม ผ่านแคตตาล็อคของ Nokia
  • Music เมนูรวมเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่มีทั้ง Music Player, Radio, Music Store และ Podcasting
  • Maps เมนูใช้งานโปรแกรม Nokia Maps สำหรับให้บริการแผนที่ และ navigation
  • Settings เป็นเมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานของเครื่องประกอบด้วย การตั้งค่าส่วนตัว การตั้งค่าโทรศัพท์ การจัดการแอบพลิเคชัน การตั้งค่าการโทร และการตั้งค่าการเชื่อมต่อ
  • Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือในการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของเครื่อง
  • Applications เมนูรวมโปรแกรมใช้งานต่างๆ ได้แก่ โปรแกรมจัดการไฟล์, เครื่องคิดเลข, ตัวแปลงหน่วย, โปรแกรม IM, นาฬิกา, เครื่องบันทึกเสียง, โปรแกรม Real Player, สถานที่, เกม Bounce, เกม Racing Thunder, สมุดบันทึก, โปรแกรมช่วยตั้งค่าการใช้งานต่างๆ, โปรแกรม My Nokia, ตัวช่วย, กล้องดิจิทัล, ศูนย์วิดีโอ, Switch และ Accessory setup


ด้านการโทร
เริ่มที่เมนู Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหารายชื่อและเพิ่มรายชื่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อผู้ติดต่อนั้นมีระบบ Search ที่ค้นหารายชื่อได้รวดเร็วเพียงแค่กดตัวอักษรตัวแรกในช่องสี่เหลี่ยมด้านล่างเท่านั้นรายชื่อก็จะแสดงขึ้นมา ส่วนการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อสามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ในโหมดหน้าจอ Home Screen แบบ Contacts Bar ซึ่งเป็นจุดเด่นของเครื่องรุ่นนี้สามารถแสดงหมายเลขโทรศัพท์ รูปถ่าย และข้อมูลของคนพิเศษได้ทั้งหมด 4 คน ซึ่งทำให้สะดวกในการเรียกใช้งาน นอกจากนี้ยังสามารถเรียกดูข้อมูลเก่าๆ ประกอบไปด้วย ข้อมูลการโทรเข้า/ออก อีเมล์/ข้อความ อัปเดทบล็อก ปฏิทิน และนาฬิกา

ส่วนการเช็คดูประวัติการโทร ดูได้ในเมนู Log โดยแบ่งเป็น 3 รายการหลักคือ Recent Calls แสดงรายการเบอร์ที่ไม่ได้รับ เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่โทรออก, Call Duration แสดงเวลาที่ใช้งานโทร ประกอบด้วยเวลาโทรครั้งล่าสุด เวลาที่โทรออก เวลาที่ได้รับสาย และเวลารวมในการใช้สายทั้งหมด และ Packet Data แสดงรายการจำนวนข้อมูลที่รับ และส่งออกจากการใช้งานด้านข้อมูล นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าเวลาที่เก็บบันทึกได้นานถึง 30 วัน และเลือกให้แสดงหรือไม่แสดงเวลาการโทรได้

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความนั้น ทำได้ทั้ง SMS, MMS, Audio message และ E-mail ซึ่งรองรับเมล์เซิร์ฟเวอร์แบบ POP3, IMAP4 และ SMTP การพิมพ์ข้อความนั้นสามารถพิมพ์ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเลือกรูปแบบการพิมพ์ได้ 4 แบบคือ เขียนข้อความด้วยลายมือ แป้นพิมพ์ QWERTY แบบมินิ แป้นพิมพ์ QWERTY เต็มจอ และแป้นพิมพ์ตัวอักษรและตัวเลข พร้อมระบบช่วยสะกดคำอัตโนมัติแบบ T9 สำหรับ E-mail สามารถแนบไฟล์พร้อมเปิดดูไฟล์ที่แนบมาได้ รองรับการตรวจสอบอีเมล์ และโปรแกรม Mail for Exchange 2009

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่ Music Player รองรับไฟล์เพลง MP3, SpMidi, AAC, AAC+, eAAC+ และ WMA ด้วยระบบจัดรายการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ แสดงรูปอัลบั้มและเสียงในรูปแบบภาพ เพิ่มเสียงเบส ขยายเสียงสเตอริโอ และเพิ่มความดัง พร้อมปุ่มกดเฉพาะสำหรับปรับระดับเสียงและเปิดเครื่องเล่นเพลงได้ทันทีจากแถบเครื่องมือมีเดีย โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอนหลังตัวอักษร XpressMusic ที่อยู่มุมขวาเหนือหน้าจอ และฟังผ่านลำโพงสเตอริโอในตัวพร้อมระบบเสียงเซอร์ราวด์ (ให้เสียง Hi-Fi คมชัดพร้อมด้วยหน่วยประมวลผลเสียงโดยเฉพาะ)

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Radio สำหรับรับฟังวิทยุ FM Stereo พร้อมรองรับการใช้งานระบบRDS, โปรแกรม RealPlayer สำหรับฟังเพลงหรือดูวิดีโอคลิป โดยรูปแบบไฟล์วิดีโอที่เล่นได้คือ MPEG4-SP playback 30 เฟรม/วินาที VGA, MPEG4-AVC playback 30 เฟรม/วินาที QVGA, WMV9 playback 30 เฟรม/วินาที QVGA, MPEG4-SP playback 30 เฟรม/วินาที nHD รวมถึงวิดีโอสตรีมมิ่งที่รองรับไฟล์วิดีโอ 3GPP และ CIF และรองรับบริการวิดีโอเซ็นเตอร์สำหรับดาวน์โหลดและสตรีมข้อมูลวิดีโอ รองรับ WMV และ Video feeds, โปรแกรม Music Store สำหรับสั่งซื้อเพลงออนไลน์ โดยทดลองฟังได้ 30 วินาทีก่อนซื้อ และฟังก์ชัน Nokia Podcasting หรือการฟังเพลงดิจิทัลหรือวิดีโอแบบออกอากาศที่ดาวน์โหลดและเล่นในเครื่องได้

ด้านการถ่ายภาพ มีกล้องดิจิทัลมาให้ 2 ตัว ด้านหน้าเป็นกล้องดิจิทัลขนาดเล็กความละเอียดระดับ QVGA (320x240 พิกเซล) สำหรับใช้งาน Video Call ผ่านเครือข่าย 3G ส่วนด้านหลังเป็นกล้องดิจิทัลโดยใช้เลนส์คุณภาพ Carl Zeiss Optics พร้อมไฟแฟลชคู่แบบ LED ความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า ด้วยระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Auto Focus) ตั้งค่าเลือกคุณภาพของภาพ เลือกโหมดฉาก แสดงช่องเล็ง ตั้งเวลาในการถ่ายอัตโนมัติ ปรับสมดุลแสงสีขาว ปรับโทนสี ตั้งค่าเปิดรับแสง ลดจุดตาแดง ปรับความไวแสง ปรับความเข้มแสง และปรับความคมชัด

ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้นานตามหน่วยความจำที่มีในเครื่อง เลือกบันทึกวิดีโอที่ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล (VGA) ที่อัตรา 30 เฟรม/วินาที (สำหรับทีวี), ความละเอียด 640 x 352 พิกเซล ที่อัตรา 30 เฟรม/วินาที (สำหรับจอแบบกว้าง), ความละเอียด 320 x 240 พิกเซล ที่อัตรา 30 หรือ 15 เฟรม/วินาที (สำหรับอีเมล์คุณภาพสูงหรือปกติ) และความละเอียด 176 x 144 พิกเซล ที่อัตรา 15 เฟรม/วินาที (สำหรับข้อความ MMS) ในรูปแบบไฟล์วิดีโอ .3GP และ MP4 นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมตกแต่งแก้ไขรูปภาพและตัดต่อวิดีโอ และสามารถเลือกแชร์ภาพหรือวิดีโอเข้าสู่สังคมออนไลน์ อย่าง Share on Ovi, Flickr, Vox เป็นต้นได้ทันที

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ทำได้ด้วย WAP Browser 2.0 รองรับการเปิดหน้าเว็บแบบ HTML, xHTML และ WML, รองรับโปรโตคอล HTTP, WAP และ JavaScript และรองรับ TCP/IP ผ่าน OSS Browser โดยใช้งานผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 32, เครือข่าย Wi-Fi และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (สูงสุดถึง 3.6 เมกะบิต/วินาที) พร้อมโปรแกรม Nokia Mobile Search สำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังระบบค้นหาตำแหน่งและนำทางด้วยดาวเทียม GPS ในตัว พร้อมด้วยฟังก์ชัน A-GPS ในตัว (Assisted Global Positioning System) และโปรแกรมแผนที่ Nokia Maps 2.0 แบบสัมผัส

ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบผ่านสาย micro USB 2.0 และผ่านช่องหัวต่อ AV ขนาด 3.5 มม.เพื่อเชื่อมต่อกับชุดหูฟังสเตอริโอ และเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ได้ (TV Out) กับแบบไร้สายผ่านทาง Wireless LAN (802.11b/g) รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบ UPnP (Universal Plug and Play) และ Bluetooth 2.0 ที่รองรับเทคโนโลยี A2DP & AVRCP สำหรับหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในขนาด 81 MB สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 16 GB

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Nokia 5800 XpressMusic ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่ง เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2048 x 1536 พิกเซล โดยเลือกถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.10 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาดที่ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล (VGA) ที่อัตรา 30 เฟรม/วินาที ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมาก และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 406.2 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นานสูงสุด 8.8 ชั่วโมง เล่นวิดีโอได้นานต่อเนื่อง 5.2 ชั่วโมง บันทึกวิดีโอได้นานสูงสุด 3.6 ชั่วโมง เล่นเพลงได้นานต่อเนื่องสูงสุด 35 ชั่วโมง และเล่นเกมได้นานต่อเนื่องสูงสุด 5.6 ชั่วโมง จากการทดลองใช้งานทั่วๆ ไปใน 1 วัน ตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่องมีการใช้สายโทรเข้าออกประมาณ 2-3 ชั่วโมง ใช้ฟังเพลง ฟังวิทยุ ต่ออินเทอร์เน็ต เล่นเกมอีกประมาณ 3 ชั่วโมง ปรากฏว่าตอนดึกของวันเดียวกันแบตเตอรี่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง ถือว่าสอบผ่านในการใช้งาน

อุปกรณ์เสริม
ชุดจัดจำหน่ายของเครื่อง Nokia 5800 XpressMusic ประกอบด้วยตัวเครื่องพร้อมปากกาสไตลัส, แบตเตอรี่มาตรฐาน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่คุณภาพสูง (AC-8), ชุดหูฟังสำหรับฟังเพลง (HS-45, AD-54), สายเชื่อมต่อวิดีโอ (CA-75U), สายเชื่อมต่อ (CA-101), การ์ดหน่วยความจำชนิด microSDHC ขนาด 8 กิกะไบต์ (MU-43), ซองใส่โทรศัพท์ (CP-305), แท่นวางโทรศัพท์ (DT-29), Stylus plectrum ในรูปแบบคล้องข้อมือ (CP-306), ปากกาสไตลัสสำรอง, คู่มือการใช้งานและคู่มือการใช้งานแบบรวบรัด และแผ่น Mini DVD

Nokia 5800 XpressMusic ถือเป็นโทรศัพท์มือถือจอทัชสกรีนเครื่องแรกในตระกูล XpressMusic แถมยังเป็น Smart Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian เวอร์ชันใหม่ล่าสุดอีกด้วย ตัวเครื่องอัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ที่ครบครัน ทันสมัย และใช้งานง่าย รวมถึงการเชื่อมต่อต่างๆ ที่มีมาให้อย่างครบถ้วนเช่นกัน บวกกับราคาที่ผู้บริโภคต้องยิ้มแป้นเพราะราคานี้ต่ำกว่าโทรศัพท์มือถือทัชสกรีนในตลาดมากยิ่งนัก

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 83 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.