|

ปีที่ผ่านมาเทรนด์เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือในบ้านเราที่มาแรงคงหนีไม่พ้น TV Mobile หรือโทรศัพท์มือถือที่ดูทีวีได้ G-Net (จีเนท) ถือเป็นค่ายโทรศัพท์มือถืออันดับต้นๆ ที่นำมาเข้า TV Mobile เข้ามาหลายรุ่น และได้รับกระแสตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี และเมื่อปลายปี 2551 ได้ส่ง TV Mobile รุ่นใหม่ในตระกูล Platinum Series ออกมา 3 รุ่นด้วยกัน โดย 1 ใน 3 รุ่นที่นำมา On Test คือรุ่น G-Net G530


G•Net G530 มาพร้อมกับรูปทรงแบบ Clamshell หรือฝาพับ หน้าจอหมุนออกมาวางในแนวนอนได้ 180 องศาเพื่อดูทีวีในแนวนอนได้ ด้วยขนาดที่ดูใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือฝาพับทั่วไป ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกสีบรอนซ์เงินตัดกับสีดำพร้อมลวดลายด้านหน้าเครื่อง และที่พิเศษตรงส่วนของฝาพับบริเวณข้อต่อใช้สายแพที่มีคุณภาพจากญี่ปุ่นที่มีความทนทานใช้งานได้นานแบบหายห่วง ส่วนรูปลักษณ์ทั่วไปเมื่อเปิดฝาพับขึ้นมาจะเห็นหน้าจอแสดงผลแบบ Wide Screen ขนาดใหญ่ 2.8 นิ้ว เป็นแผงปุ่มกดใช้งาน
สำหรับด้านข้างของเครื่อง เริ่มจากด้านซ้ายมีช่องสำหรับเสียบชุดหูฟัง ช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ และสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ในช่องเดียวกัน และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และช่องเสียบเสาอากาศทีวี พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัล กับช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงแบบคู่ และด้านบนเครื่องมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ

Sim1….ใช้นิ้วลงตรงกลางของฝาหลังแล้วดันเลื่อนลงด้านล่างและหยิบออกจากเครื่อง
Sim2….ใช้นิ้วจับตรงมุมด้านข้างล่างของแบตเตอรี่ทั้ง 2 ด้านขึ้นมาและหยิบออกจากเครื่อง
Sim3….ใส่ SIM card เข้าไปในช่อง SIM1 และ SIM2แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
ก่อนใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่องให้ทำการถอดฝาหลังออกมา โดยพลิกเครื่องมาทางด้านหลังในแนวนอน แล้วใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนฝาลงมาทางด้านล่างเพื่อปลดล็อคแล้วหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นจะเห็นแบตเตอรี่ วิธีถอดแบตเตอรี่นั้นให้ใช้นิ้วจับบริเวณมุมด้านข้างล่างของแบตเตอรี่ทั้ง 2 ด้านขึ้นมาและหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้จะมี 2 ช่องเพราะเครื่องรุ่นนี้รองรับการใช้งาน 2 SIM ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปช่องใส่ SIM1 ถ้าต้องการใช้งานแค่ SIM เดียว แต่ถ้าต้องการใช้งาน 2 SIM ก็ให้ใส่เข้าไปทั้ง 2 ช่อง เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิดปิดเครื่องรุ่นนี้คือ ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายที่อยู่ใต้ปุ่มเข้าเมนูเกมด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมโลโก้ G•Net ตามด้วยภาพกราฟิกแอนิเมชันและเสียง Polyphonic ประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนที่เข้าสู่หน้าจอพร้อมใช้งาน
ภายในหน้าจอหลักประกอบไปด้วยภาพวอลเปเปอร์ที่มีระบบ G-Sensor สามารถเขย่าเครื่องเพื่อเปลี่ยนภาพได้ พร้อมสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่ายของ SIM1 และ SIM2 อยู่มุมซ้ายบนสุดของหน้าจอ ส่วนสัญลักษณ์แสดงระดับแบตเตอรี่อยู่ตรงมุมขวา ถัดลงมาตรงกลางเป็นชื่อของเครือข่ายที่ใช้งานโดยด้านบนเป็น SIM1 และด้านล่างเป็น SIM2 ถัดลงมาตรงด้านล่างเป็นวันที่และเวลาและที่ด้านล่างสุดของหน้าจอก็จะเป็นชื่อของ Soft Key โดยด้านซ้ายจะเป็น Menu ส่วนด้านขวาจะเป็น Name หรือสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหาเบอร์โทรศัพท์และเพิ่มเบอร์ใหม่
Open+open page….กดที่ปุ่มวางสายค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก เริ่มจากส่วนแรกเป็นส่วนของปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ของเครื่องประกอบด้วยปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง, ปุ่ม Soft Key ซ้าย-ขวา, ปุ่มใช้งาน SIM1, ปุ่ม ใช้งาน SIM2, ปุ่มเข้าเมนูเกม และปุ่มวางสาย/เปิด-ปิดเครื่อง ส่วนที่สองเป็นส่วนของปุ่มกดตัวเลขหรือ Key Pad ที่โดดเด่นด้วยตัวเลขขนาดใหญ่ มองเห็นได้ชัดเจน และส่วนสุดท้ายเป็นส่วนปุ่มเครื่องเล่นมีเดียมี 3 ปุ่มด้วยกันได้แก่ ปุ่มเข้าฟังก์ชันวิทยุ FM, ปุ่มเข้าโหมดทีวี และปุ่มเข้าฟังก์ชันเครื่องเล่นวิดีโอ นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านขวาข้างเครื่องอีก 2 ปุ่ม คือปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านความเหมาะมือนั้นเนื่องจากเครื่องรุ่นนี้มีหน้าจอขนาดใหญ่แบบ Wide Screen ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย แต่ก็มีน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือ ทั้งมือของคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิง รวมทั้งปุ่มกดที่ไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป ช่วยให้กดใช้งานได้ง่ายและสะดวก
เมนูการใช้งาน
การเข้าเมนูของเครื่อง G•Net G530 ให้กดที่ปุ่ม Soft Key ด้านซ้าย หรือกดที่ปุ่มตรงกลางของปุ่ม Navigator Key ส่วนหน้าตาเมนูการใช้งานของเครื่องนี้แสดงผลเป็นภาพไอคอนกราฟิกแอนิเมชัน สำหรับเมนูใช้งานหลักมีทั้งหมด 12 เมนูด้วยกันดังนี้
- Phone Book เมนูสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหาและเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ สามารถตั้งกลุ่มการโทรและตั้งค่าในการใช้งานได้
- Messages เป็นเมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความแบบ SMS และ MMS รวมทั้งตั้งค่าข้อความเสียงและข้อความข้อมูล
- Call Center ศูนย์บริการสำหรับเช็คดูข้อมูลการโทรต่างๆ โดยแยกเป็นข้อมูลการโทรของ SIM1 และข้อมูลการโทรของ SIM2 รวมทั้งตั้งค่าการโทรทั้ง SIM1 และ SIM2
- Settings เมนูตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง ได้แก่ ตั้งค่าซิม ตั้งค่าเครื่อง ตั้งค่าเครือข่าย ตั้งค่าป้องกัน ตั้งค่าเดิม และเสียงเอฟเฟกต์
- Muitimedia เมนูรวมเครื่องเล่นมัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ TV เมนูสำหรับเข้าสู่โหมดใช้งานทีวีแบบแอนะล็อก, Camera กล้องดิจิทัลถ่ายภาพนิ่ง, ImageViewer โปรแกรมดูไฟล์ภาพ, Video Recorder กล้องดิจิทัลบันทึกวิดีโอ, Video Player เครื่องเล่นวิดีโอ, Audio Player เครื่องเล่นเพลงดิจิทัล, Sound Recorder เครื่องบันทึกเสียง และ FM Radio วิทยุ FM
- File Manager เมนูสำหรับจัดการไฟล์ต่างๆ ที่มีอยู่ในเครื่อง และการ์ดหน่วยความจำภายนอก ซึ่งสามารถสร้างโฟลเดอร์สำหรับเก็บไฟล์ต่างๆ นี้ได้
- Fun & Games เป็นเมนูเกม โดยมีเกมให้เลือกเล่น 1 เกมคือ เกมต่อภาพ Puzzle
- User Profiles เมนูสำหรับตั้งค่าโปรไฟล์และเสียงเรียกเข้าสำหรับใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ ได้
- Organizer เมนูออร์แกไนเซอร์ สำหรับบันทึกนัดหมายในปฏิทิน รายการที่ต้องทำ นาฬิกาปลุก และดูเวลาโลก
- Services เป็นเมนูสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser
- Extra เป็นเมนูที่รวบรวมเครื่องมือที่ช่วยในการทำงานได้แก่ เครื่องคิดเลข ตัวแปลงอัตราแลกเปลี่ยน นาฬิกาจับเวลา โปรแกรมอ่าน E-Book และบลูทูธ
- Shortcuts เมนูทางลัดสำหรับตั้งค่าให้ใช้งานเมนูต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว


ด้านการโทร
เริ่มจาก Phonebook หรือ สมุดโทรศัพท์ เก็บบันทึกข้อมูลผู้ติดต่อลงในเครื่องได้ 250 ตำแหน่ง โดยใน 1 ชื่อใส่รายละเอียดต่างๆ ได้แก่ ชื่อ เบอร์มือถือ เบอร์บ้าน ชื่อบริษัท อีเมล์ เบอร์ที่ทำงาน เบอร์แฟกซ์ วันเกิด รวมทั้งสามารถใส่รูปเวลามีสายเข้า เสียงเรียกเข้าเฉพาะ และตั้งกลุ่มการโทรได้ 5 กลุ่ม พร้อมทั้งตั้งค่าเก็บข้อมูลให้เก็บในเครื่องหรือใน SIM Card ได้ โดยแยกเป็น SIM1 และ SIM2 นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเบอร์โทรพิเศษได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2
ส่วนการดูข้อมูลการโทร (Call History) แยกเป็นข้อมูลการโทรของ SIM1 และ SIM2 โดยแบ่งเป็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย ซึ่งรายละเอียดที่เก็บในกลุ่มนี้จะมีวันที่ เวลาที่โทร เบอร์โทร และจำนวนครั้ง ในส่วนของข้อมูลเวลาโทรนั้นแบ่งเป็นเวลาโทรล่าสุด เวลาที่โทรออกทั้งหมด และเวลาที่รับสายทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถเช็คสถานะ SMS และ GPRS ทั้งการรับและส่งได้ทั้ง SIM1 และ SIM2
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความ รองรับทั้ง SMS และ MMS โดยพิมพ์ข้อความได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งมีระบบช่วยสะกดคำแบบ MultiTap, eZi และ MultiTap Thai ในส่วนของ SMS มี Template หรือข้อความสำเร็จรูปพร้อมส่งทันที ส่วน MMS นั้นสามารถแนบไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ และไฟล์เพลงไปพร้อมกับข้อความ และสามารถตั้งค่าการรายงานผลการส่ง และอื่นๆ ได้ และสามารถรับ-ส่งข้อความ SMS และ MMS ได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่ฟังก์ชัน TV โดยมีเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ในตัว (TV Tuner) สำหรับรับชมฟรีทีวีในระบบ แอนะล็อก ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ พร้อมระบบบันทึกช่องรายการได้สูงสุด 10 ช่อง สามารถเปิดดูแบบครึ่งจอ หรือแบบเต็มจอในแนวนอนบนหน้าจอแบบ Wide Screen ได้แบบเต็มตาเต็มอารมณ์ นอกจากนี้ยังตั้งค่านำไปใช้งานได้ 32 ประเทศ และปรับความสว่างได้ ส่วนเสาอากาศที่ใช้มีความยาวประมาณ 25 ซม. ตัวเสาสามารถหมุนได้ 360 องศา เพื่อให้รับสัญญาณได้ชัดเจนขึ้น ที่พิเศษคือสามารถบันทึกรายการทีวีขณะรับชมได้ โดยบันทึกเก็บไว้ในการ์ดหน่วยความจำในรูปแบบไฟล์ .3GP ส่วนความชัดเจนนั้นก็ขึ้นอยู่กับสถานที่รับชมด้วย ถ้าอยู่ในพื้นที่โล่งก็รับสัญญาณได้ชัดเจน แนะนำว่าทุกครั้งที่เปลี่ยนสถานที่รับชมควรใช้ฟังก์ชัน Auto Search ค้นหาสถานีอัตโนมัติใหม่อีกครั้งเพื่อให้รับชมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ด้านการถ่ายภาพเครื่องรุ่นนี้มีกล้องดิจิทัลระดับ 1.3 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดได้สูงสุด 1280 x 960 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า พร้อมตั้งค่าเลือกคุณภาพในการถ่าย ปรับแสงสมดุลสีขาว เลือกโหมดถ่ายกลางคืน ตั้งค่าเอฟเฟกต์ ใส่กรอบรูป ถ่ายภาพแบบ Multishot ได้ต่อเนื่องสูงสุด 5 ภาพ และตั้งเวลาในการถ่ายได้ ส่วนวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียงได้ในรูปแบบไฟล์ .3GP และ MP4 ในขนาดสูงสุดแบบไม่จำกัด และบันทึกได้นานสูงสุดจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Audio Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล รองรับการเล่นไฟล์ MP3, MIDI, WAV, AMR ตั้งค่าเล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม รวมทั้งปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ ด้วยระบบเสียงสเตอริโอ โดยรับฟังผ่านลำโพงแบบคู่ด้านหลังเครื่องหรือหูฟังแบบ Stereo Bluetooth ได้ และมีระบบ G-Sensor เขย่าเครื่องเพื่อเปลี่ยนเพลงถัดไปได้, ฟังก์ชัน Video Player สำหรับเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ .3GP, AVI และ MP4 ที่แสดงผลได้แบบเต็มจอ และฟังก์ชัน FM Radio สำหรับฟังวิทยุ FM ที่บันทึกสถานีได้สูงสุด 15 สถานี ด้วยระบบค้นหาสถานีแบบอัตโนมัติ สามารถรับฟังได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ชุดหูฟังเป็นเสาอากาศเหมือนเครื่องรุ่นอื่นๆ เพราะใช้เสารับสัญญาณเดียวกันกับภาครับทีวี และสามารถบันทึกรายการวิทยุไว้ฟังอีกครั้งได้ในรูปแบบไฟล์ AMR และ AWB พร้อมทั้งมีโปรแกรม ImageViewer สำหรับดูไฟล์ภาพที่ถ่ายได้จากกล้องดิจิทัล และโปรแกรม Sound Recorder สำหรับบันทึกเสียง
ด้านการเชื่อมต่อ
สำหรับการเชื่อมต่อเริ่มที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย WAP Browser เวอร์ชัน 2.0 ผ่านเครือข่าย GPRS Class 12 ซึ่งอยู่ในเมนู Services สามารถใช้งานได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2 โดยเข้าไปตั้งค่าเลือก SIM ในการใช้งานได้ ในส่วนของหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในแบบ Shared Memory ขนาด 761 KB สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 8 GB
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นทำได้ทั้งผ่านทางสายดาต้าลิงค์ USB ซึ่งเชื่อมต่อได้แบบอัตโนมัติไม่ต้องลงโปรแกรม Driver กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ที่สามารถฟังเพลงผ่านชุดหูฟังไร้สายแบบ Stereo Bluetooth นอกจากโอนถ่ายข้อมูลได้แล้วยังใช้เป็นกล้อง WEB Cam และโมเด็มในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางสายดาต้าลิงค์ได้อีกด้วย


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง G•Net G530 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลระดับ 1.3 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Normal เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 1280 x 960 พิกเซล และคุณภาพของภาพสูงสุดในระดับ High โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.8 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกัน ส่วนโหมดวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกคุณภาพของภาพสูงสุดในระดับ High และบันทึกในรูปแบบไฟล์ MP4 ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุไว้ว่าเครื่อง G•Net G530 สามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด ... ชั่วโมง และสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด ... ชั่วโมง ตลอด 1 สัปดาห์ในการทดสอบ ได้ทดลองใช้งานดูด้วยแบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 1,050 mAh ที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง โดยใช้งานพูดคุย ถ่ายรูป และฟังเพลง ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2-3 วัน แต่ถ้าเปิดใช้งานรับชมทีวีอย่างเดียวก็จะรับชมได้นานต่อเนื่องประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยรวมถือเป็นที่น่าพอใจ
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง G•Net G530 ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1,200 mAh จำนวน 1 ก้อน, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card, สายดาต้าลิงค์แบบ USB และคู่มือการใช้งาน
โดยรวมแล้ว G-Net G530 ถือเป็นโทรศัพท์มือถือในตระกูล Platinum Series ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่นฝาพับหมุนหน้าจอได้ รวมทั้งมีหน้าจอแบบ Wide Screen และฟังก์ชันมัลติมีเดียครบ ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิทัล หรือเครื่องเล่นเพลง MP3 นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งาน 2 SIM Real Time ในแบบ E Class และมีฟังก์ชัน Analog TV สำหรับรับชมฟรีทีวี ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการบันทึกรายการโปรดไว้ดูซ้ำได้ ด้วยภาพที่คมชัด พร้อมทั้งฟังก์ชันวิทยุ FM ที่สามารถบันทึกเสียงขณะรับฟังได้เช่นกัน ในราคาที่สบายกระเป๋า
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 84 ... |