Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


จากกระแสดีไซน์ Touch Phone จากเครื่อง iPhone กลายเป็นเทรนด์ดีไซน์ของมือถือไฮเอนด์รุ่นใหม่ๆ ของมือถือหลายแบรนด์ ระบบจอทัชสกรีนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในมือถือรุ่นใหม่ของทุกค่าย รวมถึงค่าย G-Net ที่ส่งรุ่น G-Net G702 Rolling Click มาพร้อมกับดีไซน์ที่ลงตัวตอบรับกระแสแฟชั่น Touch Phone แต่แตกต่างในเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ









รูปทรงดีไซน์ของเครื่อง G-Net G702 Rolling Click ที่ดูจากภายนอกจะคล้ายกับเครื่อง iPhone 3G ถือเป็นดีไซน์ที่ตายตัวและเป็นเทรนด์ของ Touch Phone โดยออกแบบมาเพื่อใช้นิ้วแตะสัมผัสบนหน้าจอแทนการใช้ปากกาสไตลัส และปุ่มกดต่างๆ ได้อย่างสะดวก และง่าย หน้าจอแสดงผลเป็นจอสีแบบสัมผัสขนาด 3.2 นิ้ว ใช้ระบบ Rolling Click หรือระบบเลื่อนและคลิก เพื่อเลื่อนดูภาพ และย่อ/ขยายภาพได้

รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าไล่ตั้งแต่ด้านบนลงมาจะเห็นช่องลำโพงสำหรับสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล และใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งาน พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัลอยู่บริเวณมุมซ้ายด้านบน ส่วนด้านซ้ายข้างของเครื่องมีช่องสำหรับเสียบชุดหูฟัง ช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ และสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ในช่องเดียวกัน ด้านบนมีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง กับเสารับสัญญาณทีวี/วิทยุอยู่บริเวณมุมขวา และด้านท้ายเครื่องมีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงแบบคู่ และปุ่มปลดล็อคฝาหลัง


Sim1….ใช้นิ้วกดที่ปุ่มตรงกลางด้านล่างเพื่อปลดล็อคและดันฝาหลังออกจากตัวล็อค
Sim2….ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่ตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านบนของช่องขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3….ใส่ SIM card เข้าไปในช่อง SIM1 และ SIM2แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่องให้ทำการถอดฝาหลังออกมาก่อน โดยใช้นิ้วกดปุ่มปลดล็อคที่อยู่ด้านล่างเครื่องเพื่อปลดล็อค จากนั้นดันฝาหลังออกจากตัวล็อค แล้วหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่ตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้จะมี 2 ช่องเพราะเครื่องรุ่นนี้รองรับการใช้งาน 2 SIM ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปช่องใส่ SIM1 ถ้าต้องการใช้งานแค่ SIM เดียว แต่ถ้าต้องการใช้งาน 2 SIM ก็ให้ใส่เข้าไปทั้ง 2 ช่อง เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม

การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิดปิดเครื่องรุ่นนี้อยุ่บริเวณด้านขวาบนเครื่อง ให้กดที่ปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมโลโก้ G-Net ตามด้วยภาพกราฟิกแอนิเมชันและเสียง Polyphonic ประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนที่เข้าสู่หน้าจอพร้อมใช้งาน

ภายในหน้าจอหลักของเครื่อง G-Net G702 ประกอบด้วยภาพพื้นหลัง ด้านบนมุมซ้ายแสดงสัญลักษณ์ระดับสัญญาณเครือข่ายของ SIM1 และ SIM2 ส่วนมุมขวาแสดงสัญลักษณ์แสดงระดับแบตเตอรี่ ถัดลงมาตรงกลางเป็นเวลาและวันที่ พร้อมด้วยชื่อเครือช่ายที่ใช้งาน และด้านล่างสุดของหน้าจอจะเป็นแถบเลื่อนเพื่อปลดล็อคเข้าสู่หน้าจอเมนูหลักโดยใช้นิ้วแตะเลื่อนบนแถบที่ว่านี้ไปทางด้านขวา
Open+open page….กดที่ปุ่มวางสายค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทางที่อยู่ตรงกลางถัดจากหน้าจอแสดงผล สำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ โดยที่ปุ่มตรงกลางของปุ่มนี้ใช้เป็นปุ่ม OK หรือตกลง และปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่องที่อยู่ด้านขวาบนเครื่อง ส่วนปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรจะเป็นแบบ Virtual Keyboard หรือคีย์บอร์แสมือนใช้งานแบบสัมผัสบนหน้าจอ เพราะเครื่องรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อเน้นการใช้นิ้วแตะสัมผัสบนหน้าจอเป็นหลัก ด้านความเหมาะมือนั้นแม้ว่าตัวเครื่องจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไป แต่มีความบาง และน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือ ทั้งมือของคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิง รวมทั้งการใช้นิ้วแตะสัมผัสลงบนหน้าจอก็ทำได้ง่าย

เมนูการใช้งาน
การเข้าเมนูของเครื่อง G•Net G702 ให้ใช้นิ้วเลื่อนแตะแถบที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอไปทางด้านขวาเพื่อปลดล็อคเข้าสู่เมนูการใช้งานหลักของเครื่อง ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานของเครื่องนี้แสดงผลเป็นภาพไอคอนกราฟิกเรียงกัน 4 แถวๆ ละ 4 เมนู รวม 16 เมนูด้วยกัน โดยเมนูใช้งานหลักทั้ง 16 เมนูมีด้วยกันดังนี้

  • Text เป็นเมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความแบบ SMS, MMS และ Chat รวมทั้งตั้งค่าข้อความเสียงและข้อความข้อมูล
  • Calendar เมนูปฏิทินสำหรับสร้างบันทึกนัดหมายต่างๆ เพื่อเตือนความจำ
  • Photos เมนูสำหรับดูไฟล์ภาพที่ถ่ายจากล้องดิจิทัล
  • Camera เมนุใช้งานกล้องดิจิทัล
  • Media เมนูรวมเครื่องเล่นมัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ Fun & Games เมนูเกม, E-Book reader เมนูอ่านไฟล์เอกสาร, ImageViewer (สำหรับดูไฟล์ภาพ), Video Recorder เมนูสำหรับใช้งานกล้องดิจิทัลบันทึกวิดีโอ, Video Player เมนูเครื่องเล่นวิดีโอ, TV เมนูเข้าโหมดทีวี, Sound Recorder เมนูสำหรับบันทึกเสียง, FM Radio เมนูสำหรับรับฟังวิทยุ, และ Schedule FM record เมนูดูไฟล์ที่บันทึกเสียงรายการวิทยุ
  • Log เมนูสำหรับเช็คดูประวัติการใช้งานโทรต่างๆ
  • Files เมนูสำหรับจัดการไฟล์ต่างๆ ที่มีอยู่ในเครื่อง และการ์ดหน่วยความจำภายนอก ซึ่งสามารถสร้างโฟลเดอร์สำหรับเก็บไฟล์ต่างๆ นี้ได้
  • Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหาและเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ สามารถตั้งกลุ่มการโทรและตั้งค่าในการใช้งานได้
  • Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งค่า และเทียบเวลาเมืองต่างๆ ทั่วโลก
  • Calculate เมนูเครื่องคิดเลข
  • Notes เมนูบันทึกย่อ
  • Settings เมนูตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง ได้แก่ ตั้งค่าซิม ตรวจสอบปากกา บูลทูธ รูปแบบ ตั้งค่าเครื่อง ตั้งค่าเครือข่าย ตั้งค่าป้องกัน ตั้งค่าเดิม และเสียงเอฟเฟกต์
  • Phone เมนูใช้งานโทรศัพท์
  • TV เมนูเข้าโหมดทีวี
  • Service เป็นเมนูสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser
  • Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล


ด้านการโทร
เริ่มที่เมนู Phone สำหรับใช้งานโทรศัพท์ ภายในโหมดใช้งานนี้ประกอบด้วยหมายเลขต่างๆ, โทรออกซิม 1, โทรออกซิม 2, เพิ่มชื่อ, ลบหมายเลข, กลุ่มผู้โทร, กลับมาสู่หน้าจอแสดงหมายเลข, ข้อมูลการโทร และแสดงรายชื่อ โดยใช้นิ้วแตะสัมผัสทั้งหมด สำหรับการดูและเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่ออยู่ในเมนู Contacts ซึ่งมีระบบค้นหาด่วนกับค้นหาธรรมดา โดยพิมพ์ชื่อผู้ติดต่อลงไป ส่วนการเพิ่มรายชื่อนั้น เก็บบันทึกข้อมูลผู้ติดต่อลงในเครื่องได้ 500 ตำแหน่ง พร้อมทั้งใส่รายละเอียดต่างๆ ได้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังตั้งค่าเก็บข้อมูลให้เก็บในเครื่องหรือใน SIM Card ได้ โดยแยกเป็น SIM1 และ SIM2 และยังตั้งเบอร์โทรพิเศษได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2

ส่วนการดูข้อมูลการโทร (Log) แยกเป็นข้อมูลการโทรของ SIM1 และ SIM2 โดยแบ่งเป็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย ซึ่งรายละเอียดที่เก็บในกลุ่มนี้จะมีวันที่ เวลาที่โทร เบอร์โทร และจำนวนครั้ง ในส่วนของข้อมูลเวลาโทรนั้นแบ่งเป็นเวลาโทรล่าสุด เวลาที่โทรออกทั้งหมด และเวลาที่รับสายทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถเช็คสถานะ SMS และ GPRS ทั้งการรับและส่งได้ทั้ง SIM1 และ SIM2

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความ รองรับทั้ง SMS, MMS และ Chat โดยพิมพ์ข้อความได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งมีระบบช่วยสะกดคำแบบ Multitap ABC, Smart ABC และ Multitap Thai ในส่วนของ SMS มี Template หรือข้อความสำเร็จรูปพร้อมส่งทันที ส่วน MMS นั้นสามารถแนบไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ และไฟล์เพลงไปพร้อมกับข้อความ และสามารถตั้งค่าการรายงานผลการส่ง และอื่นๆ ได้ และสามารถรับ-ส่งข้อความ SMS และ MMS ได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่ฟังก์ชัน TV สำหรับรับชมฟรีทีวีในระบบแอนะล็อกได้ครบทุกช่องทั้งช่อง 3, 5, 7, 9, NBT และ ThaiPBS ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ พร้อมระบบบันทึกช่องรายการได้สูงสุด 10 ช่อง ปรับความสว่าง โชว์สัญญาณ แจ้งเตือนสัญญาณอ่อน และแสดงผลได้แบบเต็มจอ นอกจากนี้ยังนำไปใช้งานได้ 32 ประเทศ การใช้งานเพียงแค่ยืดเสาอากาศที่ซ่อนอยู่มุมขวาด้านบนเครื่องขึ้นมาจนสุด จากนั้นตั้งค่าเลือกประเทศไทย แล้วระบบจะทำการค้นหาสัญญาณ ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาทีก็รับชมได้ทันที ส่วนความชัดเจนก็ขึ้นอยู่กับสถานที่รับชมด้วย ถ้าอยู่ในพื้นที่โล่งก็รับสัญญาณได้ชัดเจน แนะนำว่าทุกครั้งที่เปลี่ยนสถานที่รับชมควรใช้ฟังก์ชัน Channel Search ค้นหาสถานีอัตโนมัติใหม่อีกครั้งเพื่อให้รับชมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ด้านการถ่ายภาพเครื่องรุ่นนี้มีกล้องดิจิทัลระดับ 1.3 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดได้สูงสุด 1280 x 960 พิกเซล ซูมดิจิทัลได้ 4 เท่า พร้อมตั้งค่าเลือกคุณภาพในการถ่าย ปรับแสงสมดุลสีขาว เลือกโหมดถ่ายกลางคืน ตั้งค่าเอฟเฟกต์ ใส่กรอบรูป ถ่ายภาพแบบ Multishot ได้ต่อเนื่องสูงสุด 5 ภาพ และตั้งเวลาในการถ่ายได้ ส่วนวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียงได้ในรูปแบบไฟล์ .AVI ในขนาดสูงสุดแบบไม่จำกัด และบันทึกได้นานสูงสุดจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Music หรือเครื่องเล่นเพลง MP3 รองรับการเล่นไฟล์ MP3, MIDI, WAV, AMR ตั้งค่าเล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม รวมทั้งปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ โดยรับฟังผ่านลำโพงแบบคู่สเตอริโอที่อยู่ด้านล่างเครื่อง และมีระบบ G-Sensor เขย่าเพื่อเปลี่ยนเพลงถัดไปได้, ฟังก์ชัน Video Player สำหรับเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ .3GP และ MP4 และฟังก์ชัน FM Radio ที่บันทึกสถานีได้สูงสุด 9 สถานี ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ รับฟังได้โดยใช้เสารับสัญญาณเดียวกันกับภาครับทีวี และบันทึกรายการวิทยุไว้ฟังอีกครั้งได้ในรูปแบบไฟล์ AMR, AWB และ WAV พร้อมทั้งมีโปรแกรม ImageViewer สำหรับดูไฟล์ภาพ ซึ่งใช้ระบบ Rolling Click เลื่อนและคลิก เพื่อเลื่อนดูภาพ และย่อ/ขยายภาพได้, โปรแกรม Sound Recorder สำหรับบันทึกเสียง และโปรแกรม E-Book reader

ด้านการเชื่อมต่อ
สำหรับการเชื่อมต่อเริ่มที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย WAP Browser เวอร์ชัน 2.0 ผ่านเครือข่าย GPRS Class 12 ซึ่งอยู่ในเมนู Services สามารถใช้งานได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2 โดยเข้าไปตั้งค่าเลือก SIM ในการใช้งานได้ ในส่วนของหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในแบบ Shared Memory ขนาด 494 KB สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 8 GB

ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นทำได้ทั้งผ่านทางสายดาต้าลิงค์ USB ซึ่งเชื่อมต่อได้แบบอัตโนมัติไม่ต้องลงโปรแกรม Driver กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ที่สามารถฟังเพลงผ่านชุดหูฟังไร้สายแบบ Stereo Bluetooth นอกจากนี้ยังใช้เป็นกล้อง WEB CAM และโมเด็มในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางสายดาต้าลิงค์ได้อีกด้วย

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง G-Net G702 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลระดับ 1.3 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Normal เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 1280 x 960 พิกเซล และคุณภาพของภาพสูงสุดในระดับ High โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเช่นกัน ส่วนโหมดวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกคุณภาพของภาพสูงสุดในระดับ High ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
แบตเตอรี่ของ G702 Rolling Click ที่ใช้เป็นแบบ Li-Polymer ที่มีขนาดบางกว่าแบตเตอรี่ Li-Polymer ทั่วๆ ไป สามารถบรรจุแบตเตอรี่ได้มากกว่า และใช้ได้ยาวนานอย่างต่อเนื่อง โดยมีความจุ 1,000 mAh เพื่อรองรับการชมทีวีโดยเฉพาะ และถอดเปลี่ยนได้เองเหมือนกับโทรศัพท์มือถือทั่วไป ซึ่งตลอด 1 สัปดาห์ในการทดสอบได้ทดลองโดยใช้งานพูดคุย ถ่ายรูป ดูทีวี และฟังเพลง ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าเปิดใช้งานรับชมทีวีอย่างเดียวก็จะรับชมได้นานต่อเนื่องประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยรวมถือเป็นที่น่าพอใจ

อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์ในกล่องพร้อมจำหน่ายของเครื่อง G•Net G702 ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-Polymer ขนาด 1,000 mAh จำนวน 2 ก้อน, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ขนาด 1 GB, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, ซองหนัง และคู่มือการใช้งาน

แม้ว่า G-Net G702 Rolling Click จะมีดีไซน์คล้ายคลึงกับ iPhone 3G ก็ตาม แต่ในความเหมือนย่อมมีความแตกต่าง iPhone 3G นั้นออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ถ่ายภาพ และการฟังเพลงเป็นหลัก ในขณะที่ G-Net G702 Rolling Click ออกแบบมาเพื่อรองรับฟังก์ชัน TV สำหรับรับชมทีวีโดยเฉพาะ และยังรองรับการใช้งาน 2 SIM Real Time แบบ E-Class อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 86 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.