|

หลังจากที่ Nokia ได้ส่ง Nokia 5800 XpressMusic ลงตลาดมิวสิคโฟนมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว มาวันนี้ได้เผยโฉมหน้าน้องใหม่ในตระกูลเดียวกัน มีชื่อรุ่นว่า Nokia 5630 Xpress ที่มีสรีระเพรียวบางเพียง 12 มิลลิเมตร จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่รองรับการเชื่อมต่อครบครัน และได้นำ Widget แบบเดียวกับ Nokia 5800 XpressMusic มาใส่ไว้ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก


Widget ที่นำมาใส่ไว้ในรุ่นนี้ คือ Contacts Bar ที่สามารถแสดงหมายเลขโทรศัพท์และข้อมูลของคนพิเศษผ่านทางหน้าแรกได้เลย ทำให้สะดวกในการเรียกใช้งาน ซึ่งสอดคล้องกับคำบอกของ Nokia ก่อนหน้านี้ที่ว่า ต้องการให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้งานอย่างแท้จริง หรือเป็นรูปแบบการใช้งานที่ทาง Nokia เรียกว่า Human Interface ด้วยรูปทรงแบบ Bar Type กับความบางที่ลงตัว
นอกจากจะเป็นมิวสิคโฟนแล้ว Nokia 5630 XpressMusic ยังเป็น Smart Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian OS Version 9.3 S60 3rd Edition, Feature Pack 2 หน้าจอแสดงผลเป็นจอสีขนาด 2.2 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะอยู่บริเวณด้านซ้ายข้างเครื่อง ส่วนด้านหลังมีเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED แบบคู่ และด้านบนเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสายดาต้าลิงค์ Micro USB สำหรับชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูล กับช่องสำหรับเสียบชุดหุฟังขนาด 3.5 มม.,

Sim1….ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อคแล้วหยิบฝาออกจากเครื่อง
Sim2….งัดแบตเตอรี่จากช่องด้านขวาบนขึ้นมาแล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านล่างถักจากช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card ของเครื่อง Nokia 5630 XpressMusic ให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วโป้งของมือข้างซ้ายกดลงไปตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง จากนั้นจะเห็นช่องใส่ SIM Card ซึ่งอยู่บริเวณด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ ไม่ได้อยู่ใต้ช่องใสแบตเตอรี่เหมือนเครื่องทั่วๆ ไป ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่บนแถบเหล็กของช่องใส่ SIM Card แล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้นำฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนนี้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายด้านขวามือใต้ปุ่ม C ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้จนเครื่องสั่นแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมปรากฏโลโก้ Nokia ตามด้วยสัญลักษณ์มือประสานกัน และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายและเข้าสู่หน้าจอ Standby
ภายในหน้าจอ Standby พร้อมใช้งาน สามารถเปลี่ยนธีมหน้าจอ Standby นี้ได้ 4 รูปแบบให้ผู้ใช้ได้เลือกเปลี่ยนตามการใช้งานต่างๆ คือ Horizontal icon bar, Basic, Vertical icon bar และ Contacts bar โดยเข้าไปตั้งค่าที่เมนู Settings >General>Personalisation>Standby Mode>Standby theme ส่วนรายละเอียดอื่นทีแสดงบนหน้าจอยังคงไว้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณ ตามด้วยเวลา ชื่อเครือข่ายที่ใช้งาน วันที่ สัญลักษณ์แสดงระดับของแบตเตอรี่ และด้านล่างสุดของหน้าจอเป็นไอคอนเมนู 3 เมนู ด้านซ้ายเป็นเมนูใช้งานโทรศัพท์ ตรงกลางเป็น Open ส่วนด้านขวาเป็นเมนูสมุดโทรศัพท์
Open+open page….กดที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงกลางด้านบนเครื่องค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนเป็นส่วนของปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ประกอบด้วยปุ่ม Navigator Key, ปุ่ม Soft Key ซ้าย/ขวา, ปุ่มเข้าเมนูหลัก, ปุ่ม C, ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง อีกส่วนเป็นส่วนของแผงปุ่มกดตัวเลข ซึ่งออกเป็นแถบปุ่มแบบนูนขึ้นมา 4 แถวๆ ละ 3 ปุ่ม นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่ม Music Key 3 ปุ่มสำหรับควบคุมเครื่องเล่นเพลง ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ส่วนความเหมาะมือนั้น เท่าที่ลองใช้งานดูก็มีความเหมาะมือเป็นอย่างดี เพราะตัวเครื่องออกแบบมาได้ค่อนข้างดี มีความบางและเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างกระชับมือ ส่วนปุ่มกดใช้งานต่างๆ ก็ไม่นิ่มหรือแข็งเกินไป ทำให้ใช้งานได้ง่าย
เมนูการใช้งาน
การเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้ให้ใช้ปุ่ม Soft Key ด้านซ้ายมือ หรือปุ่มที่อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่ม Soft Key ด้านซ้ายกับปุ่มโทรออก/รับสาย ซึ่งหน้าตาเมนูใช้งานนั้นเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนู โดยสามารถเลือกแสดงผลได้ 4 แบบคือ Grid, List, Horseshoe และ V-shaped สำหรับเมนูหลักมีทั้งหมด 12
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ ทั้งการประชุม บันทึก วันครบรอบ และบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
- Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับบันทึกรายละเอียดของผู้ติดต่อพร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ สามารถตั้งกลุ่มการโทร และแนบไฟล์รูปถ่ายได้
- Log เมนูเช็คข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ รวมถึงเวลาที่ใช้งานโทร และข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต
- Internet เมนูใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตประกอบด้วย Web, Share online, Search และ MySpace
- Messaging เมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความทั้งแบบ SMS, MMS, Audio message และ E-mail
- Gallery เมนูสำหรับดูไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เพลง ไฟล์เสียง ลิงค์สตรีมมิ่ง และไฟล์ Presentations
- Download! เมนูสำหรับดาวน์ดหลดแอบพลิเคชันต่างๆ ทั้งโปรแกรม และเกม ผ่านแคตตาล็อคของ Nokia
- Music เมนูรวมเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่มีทั้ง Music Player, Radio, Music Store, Podcasting, Music search และ Recorder
- Home media เมนูใช้ในเครือข่ายที่บ้านเพื่อแชร์ภาพ คลิปวิดีโอ หรือไฟล์เพลงต่างๆ
- Settings เป็นเมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานของเครื่องประกอบด้วย ตัวช่วยตั้งค่า คำสั่งเสียง เสียงพูด การตั้งค่า รูปแบบ ลักษณะ โทรด่วน เชื่อมต่อ ตัวจัดการ โทรศูนย์ และเสียง 3D
- Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือในการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของเครื่อง
- Applications เมนูรวมโปรแกรมใช้งานต่างๆ ได้แก่ กล้องดิจิทัล, ออร์แกไนเซอร์, แพลตฟอร์ม N-Gage, E-mail, นาฬิกา, โปรแกรม WE:offset, โปรแกรม WE: Environment, My Nokia, Installations, Location และโปรแกรม RealPlayer


ด้านการโทร
เริ่มที่เมนู Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหารายชื่อและเพิ่มรายชื่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อผู้ติดต่อนั้นมีระบบ Search ที่ค้นหารายชื่อได้รวดเร็วเพียงแค่กดตัวอักษรตัวแรกในช่องสี่เหลี่ยมด้านล่างเท่านั้นรายชื่อก็จะแสดงขึ้นมา ส่วนการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ในโหมดหน้าจอ Home Screen แบบ Contacts Bar สามารถแสดงเบอร์โทรศัพท์และข้อมูลของคนพิเศษสูงสุด 20 คนบนหน้าจอ ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูข้อมูลเก่าๆ เช่น ข้อความ อีเมล์ ข้อมูลการโทรเข้า-ออก รูปภาพ และอัปเดตบล็อกได้ง่าย
ส่วนการเช็คดูข้อมูลการโทร ดูได้ในเมนู Log โดยแบ่งเป็น 3 รายการหลักคือ Recent Calls แสดงรายการเบอร์ที่ไม่ได้รับ เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่โทรออก, Call Duration แสดงเวลาที่ใช้งานโทร ประกอบด้วยเวลาโทรครั้งล่าสุด เวลาที่โทรออก เวลาที่ได้รับสาย และเวลารวมในการใช้สายทั้งหมด และ Packet Data แสดงรายการจำนวนข้อมูลที่รับ และส่งออกจากการใช้งานด้านข้อมูล นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าเวลาที่เก็บบันทึกได้นานถึง 30 วัน และเลือกให้แสดงหรือไม่แสดงเวลาการโทรได้
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความนั้น ทำได้ทั้ง SMS, MMS, Audio message และ E-mail ซึ่งรองรับเมล์เซิร์ฟเวอร์แบบ POP3, IMAP4 และ SMTP โดย SMS รองรับการเก็บข้อความได้ไม่จำกัดจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม มีระบบตัดแบ่งข้อความอัตโนมัติ ลบข้อความ SMS ได้หลายข้อความพร้อมกัน พร้อมทั้งมีฟังก์ชันอ่านข้อความเป็นเสียงพูด Text – to – speech ส่วน MMS นั้นมีระบบย่อขนาดรูปภาพให้โดยอัตโนมัติ และ E-mail สามารถแนบไฟล์พร้อมเปิดดูไฟล์ที่แนบมาได้ และรองรับการตรวจสอบอีเมล์
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่ฟังก์ชัน Music Player หรือเครื่องเล่นเพลง รองรับการเล่นไฟล์เพลง MP3, WMA, AAC, eAAC, eAAC+, MIDI และ WAV ด้วยระบบจัดการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับอีควอไลเซอร์ได้ 6 แบบ เลือกเพลงจากชื่อศิลปิน ผู้แต่ง อัลบั้ม และประเภท แสดงรูปอัลบั้มและเสียงในรูปแบบภาพ เพิ่มเสียงเบส ขยายเสียงสเตอริโอ เพิ่มความดัง พร้อมทั้งมีฟังก์ชัน Music Search สำหรับค้นหาเพลงด้วยโปรแกรม Nokia Say and Play โดยพูดชื่อศิลปิน ชื่อเพลง หรือชื่ออัลบั้ม ระบบก็จะค้นหาและเล่นเพลงให้โดยอัตโนมัติ กับโปรแกรม Music Store สำหรับสั่งซื้อเพลงออนไลน์ โดยให้ทดลองฟังได้ 30 วินาทีก่อนตัดสินใจซื้อ
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Radio สำหรับรับฟังวิทยุมีให้เลือก 2 แบบแบบแรกเป็นวิทยุ FM Stereo ในรูปแบบ Visual Radio พร้อม RDS ส่วนอีกแบบเป็น Internet Radio สำหรับรับฟังวิทยุผ่านทางอินเทอร์เน็ต ที่มีสถานีให้ฟังทั่วโลก แนะนำว่าให้เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi จะได้คุณภาพเสียงที่ดีไม่มีสะดุด, โปรแกรม RealPlayer สำหรับฟังเพลงหรือดูวิดีโอคลิปรวมทั้งรายการสดผ่านทางระบบสตรีมมิ่ง ที่รองรับไฟล์ในรูปแบบ MP4, .3GP, RealVideo 8/9/10; codecs: H.263, H.264 และมีฟังก์ชัน Nokia Podcasting หรือการฟังเพลงดิจิทัลหรือวิดีโอแบบออกอากาศที่ดาวน์โหลดและเล่นในเครื่องได้
ด้านการถ่ายภาพ มีกล้องดิจิทัลมาให้ 2 ตัว ด้านหน้าเป็นกล้องดิจิทัลขนาดเล็กความละเอียดระดับ QVGA (320x240 พิกเซล) สำหรับใช้งานวิดีโอคอลล์ ส่วนด้านหลังเป็นกล้องดิจิทัลโดยใช้เลนส์ CMOS พร้อมไฟแฟลชคู่แบบ LED ความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า ด้วยระบบ Auto Focus ตั้งค่าเลือกคุณภาพของภาพ เลือกโหมดฉาก ถ่ายภาพแบบพาโนราม่าที่พิเศษคือ เพียงเล็งช่องให้ตรงกรอบระบบจะถ่ายภาพถัดไปให้อัตโนมัติ ถ่ายแบบต่อเนื่อง ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ ปรับสมดุลแสงสีขาว ปรับโทนสี และเมื่อถ่ายเสร็จสามารถพิมพ์ภาพถ่ายสู่เครื่องพิมพ์ที่รองรับได้โดยตรง
ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้นานตามหน่วยความจำที่มีในเครื่อง ซูมดิจิทัล 2 เท่า เลือกบันทึกวิดีโอที่ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล (VGA) ที่อัตรา 15 เฟรม/วินาที (High), ความละเอียด 320 x 240 พิกเซล ที่อัตรา 15 เฟรม/วินาที (Normal) และความละเอียด 176 x 144 พิกเซล ที่อัตรา 15 เฟรม/วินาที (Sharing) ในรูปแบบไฟล์วิดีโอ .3GP และ MP4 นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมตกแต่งแก้ไขรูปภาพและตัดต่อวิดีโอ และสามารถเลือกอัปโหลดแชร์ภาพหรือวิดีโอเข้าสู่สังคมออนไลน์ อย่าง Share on Ovi, Flickr, Vox เป็นต้นได้ทันที
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ทำได้ด้วย WAP Browser 2.0 รองรับการเปิดหน้าเว็บแบบ HTML, xHTML และ WML, รองรับโปรโตคอล HTTP, WAP และ JavaScript และรองรับ TCP/IP ผ่าน Nokia Web Browser โดยใช้งานผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 32, เครือข่าย Wi-Fi และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (สูงสุดถึง 10.2 mbps) พร้อมโปรแกรม Nokia Mobile Search สำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆ
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบผ่านสาย micro USB 2.0 และผ่านช่องหัวต่อ AV ขนาด 3.5 มม.เพื่อเชื่อมต่อกับชุดหูฟังสเตอริโอ กับแบบไร้สายผ่านทาง Wireless LAN (802.11b/g) ตามจุด Hot spot ต่างได้ทันที หรือจะใช้ในเครือข่ายที่บ้านเพื่อแชร์ภาพ คลิปวิดีโอ หรือไฟล์เพลงต่างๆ ได้ด้วยฟังก์ชั่น Home media ซึ่งจะมี Setup wizard เพื่อการตั้งค่าใช้งานที่ง่ายดาย เพียงทำตามขั้นตอนที่เครื่องแนะนำ และ Bluetooth 2.0 ที่รองรับเทคโนโลยี A2DP & AVRCP สำหรับหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในขนาด 150 MB สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Nokia 5630 XpressMusic ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่ง เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2048 x 1536 พิกเซล โดยเลือกถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.10 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาดที่ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล (VGA) ที่อัตรา 15 เฟรม/วินาที ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมาก และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 400 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นานสูงสุด 7 ชั่วโมง เล่นวิดีโอได้นานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง 30 นาที บันทึกวิดีโอได้นานสูงสุด 1 ชั่วโมง 30 นาที เล่นเพลงได้นานต่อเนื่องสูงสุด 25 ชั่วโมง และเล่นเกมได้นานต่อเนื่องสูงสุด 5 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งเมื่อชาร์จเต็มแล้ว เปิดใช้งานตั้งแต่เช้า คุยโทรศัพท์ ฟังเพลง ฟังวิทยุสอง เล่นเกม ใช้งาน Wi-Fi เล่นเครื่องในเมนูอื่นๆ บ้างเช่น ถ่ายรูป ตกกลางคืนปรากฏว่าแบตเตอรี่เหลืออยู่สองขีด ซึ่งถือว่าเครื่องกับแบตเตอรี่ก้อนนี้ทำงานกันได้ลงตัว ทั้งในเรื่องการใช้งานต่อเนื่อง และความทนในการใช้
อุปกรณ์เสริม
ชุดจัดจำหน่ายของเครื่อง Nokia 5630 XpressMusic ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 860 mAh (BL-4CT), อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่คุณภาพสูง (AC-10), ชุดหูฟังสำหรับฟังเพลงพร้อมรีโมทคอนโทรล (HS-45, AD-54), สายเชื่อมต่อ (CA-101D), การ์ดหน่วยความจำชนิด microSD ขนาด 4 GB (MU-41), ซองใส่โทรศัพท์ และคู่มือการใช้งาน
Nokia 5630 XpressMusic ถือเป็นมิวสิคโฟนที่ส่งออกมาต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น Nokia 5800 XpressMuisc ที่นอกจากเด่นเรื่องฟังเพลงแล้ว ก็ยังมีความครบเครื่องเรื่องฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ รวมทั้งการเชื่อมต่อมีมาให้ใช้ครบครันแบบเดียวกับ Nokia 5800 XpressMusic แตกต่างก็เพียงรุ่นนี้ไม่ใช่หน้าจอแบบสัมผัส และที่เด่นเห็นแล้วสะดุดตาทันทีก็คือ ความบางเพียง 12 มิลลิเมตรเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 87 ... |