Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


ในแต่ละปี Samsung จะเปิดตัวโทรศัพท์มือถือในตระกูล Ultra Editon ออกมา ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีจุดเด่นคือ การผสมผสานความพิเศษที่ลงตัวทั้งภายนอกและภายใน ด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย และประสิทธิภาพทรงพลังที่ครบครัน และปีนี้ก็เช่นเดียวกันได้ส่ง Samsung S8300 UltraTouch โทรศัพท์มือถือจากตระกูล Ultra Edition รุ่นล่าสุดเพื่อตอบรับกระแส Touch Phone ที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิตในปัจจุบัน









รูปทรงของ Samsung S8300 เป็นแบบ Slide-Up โดดเด่นสวยงามด้วยกรอบตัวเครื่องเมทัลลิคกันรอย พร้อมตกแต่งด้วยลายเส้นสะดุดตา หน้าจอแสดงผลเป็นจอสีแบบสัมผัส AMOLED ขนาด 2.8 นิ้ว กันรอยขีดข่วน และป้องกันแสงสะท้อนได้ พร้อมระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ และระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนาเพื่อประหยัดพลังงาน ใต้หน้าจอเป็นปุ่มใช้งาน 3 ปุ่ม และเมื่อสไลด์หน้าจอขึ้นจะเห็นแผงปุ่มกดตัวเลขซ่อนอยู่

ด้านหลังเครื่องเมื่อสไลด์ส่วนของหน้าจอขึ้นมาจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัล พร้อมด้วยตัวอักษร 8.0 MEGA บอกให้รู้ความละเอียดของกล้อง, ไฟแฟลช LED และกระจกเงาอยู่บริเวณด้านบน ส่วนด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านขวาข้างเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ ชุดหูฟัง และสายดาต้าลิงค์ในช่องเดียวกัน, ปุ่ม Hold สำหรับล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล


Sim1….ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อคและหยิบฝาออกจากเครื่อง
Sim2….ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่ตรงช่องด้านซ้ายเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านขวาบนแล้วดันเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Samsung S8300 UltraTouch ให้ถอดฝาหลังและแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องในแนวนอนแล้วพลิกมาด้านหลัง จากนั้นใช้นิ้วโป้งกดลงตรงกลางของฝาดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อคแล้วหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้มืองัดตรงช่องที่ด้านซ้ายบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ออกมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ในช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกับปุ่มวางสายด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น ตามด้วยโลโก้ Samsung FunClub และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนเข้าสู่หน้าจอหลัก สำหรับหน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้ได้รับการออกแบบ User Interface (UI) ที่เรียกว่า TouchWiz เวอร์ชัน 1.5 ซึ่งพัฒนามาจากเครื่อง Samsung F480 เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความเร็วในการตอบสนองที่ถือว่าเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมาพร้อมกับฟังก์ชัน Widget ที่สามารถนำไอคอนของเมนูต่างๆ พร้อมด้วยวันที่ เวลา และชื่อเครือข่ายที่ใช้งานมาแสดงอยู่บนหน้าจอหลักได้ ซึ่งวิธีทำงานก็คือใช้นิ้วลาก และสั่งงานได้ทันที ตามสไตล์ Drag and Drop สามารถตั้งค่าเลือกให้มีไอคอน Widget บนหน้าจอโดยเข้าไปที่เมนู Settings>Display and light>Widget และสามารถดาวน์โหลด Widget ใหม่ๆ แบบออนไลน์เช่น สภาพภูมิอากาศ ข่าว หุ้นมาลงในเครื่องได้อีกด้วย
Open+open page….กดที่ปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์ค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
นอกจากตัวเครื่องจะออกแบบมาให้มีหน้าจอแบบ Touch Screen หรือหน้าจอแบบสัมผัส สำหรับใช้งานในเมนูต่างๆ แล้ว ยังได้เพิ่มในส่วนของปุ่มกดต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น โดยปุ่มกดใช้งานแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักด้วยกัน ส่วนแรกอยู่ใต้หน้าจอประกอบด้วยปุ่มย้อนกลับ ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง อีกส่วนอยู่ใต้ฝาสไลด์หน้าจอเป็นส่วนของแผงปุ่มกดตัวเลข

สำหรับด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านก็ยังมีปุ่มใช้งาน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่ม Hold สำหรับล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล/ชัตเตอร์ ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็น แฟชันสไลด์โฟนที่มีหน้าจอแบบ Touch Screen ขนาดใหญ่ แต่ด้วยความบางของตัวเครื่อง และมีน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับได้อย่างถนัดมือ และสามารถใช้งานได้ทั้งนิ้วแตะสัมผัสบนหน้าจอ และปุ่มกดได้ง่าย และสะดวก

เมนูการใช้งาน
วิธีการเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องให้ใช้นิ้วแตะสัมผัสที่ Menu บนหน้าจอ โดยเมนูหลักของเครื่องแสดงผลเป็นรูปไอคอนกราฟิกพร้อมชื่อประกอบใต้รูป ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 12 เมนูดังนี้

  • Call Log เมนูบันทึกข้อมูลการใช้งานการโทรต่างๆ รวมถึงเช็คเวลาที่ใช้งานไป และค่าโทรได้
  • Google เมนูใช้งานเชื่อมต่อเว็บไซต์ Google.com สำหรับใช้บริการค้นหาข้อมูล เช็คเมล์ และแผนที่ Google Maps ที่มาพร้อมกับระบบ Geo-Tagging
  • Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล พร้อมโปรแกรมค้นหาข้อมูลเพลงอัตโนมัติ (Find Music)
  • Browser เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser
  • Messages เมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความทั้งแบบ SMS, MMS และ Email รวมทั้งมี Template หรือข้อความสำเร็จรูปพร้อมส่งมาให้ใช้งานอีกด้วย
  • My Files เมนูสำหรับจัดการไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ รูปภาพ ไฟล์วิดีโอคลิป ไฟล์เสียง ไฟล์อื่นๆ และเช็คดูหน่วยความจำที่ใช้และเหลืออยู่ได้
  • Organiser เมนูออร์แกไนเซอร์หรือผู้ช่วยเลขาส่วนตัว ประกอบด้วย ปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมาย บันทึกย่อ เตือนสิ่งที่ต้องทำ นาฬืกาเทียบเวลาเมืองต่างๆ เครื่องคิดเลข และตัวแปลงหน่วย
  • Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
  • Photo browser เมนูสำหรับดูไฟล์ภาพ ซูมขยาย และภาพแบบสไลด์
  • Applications เมนูรวมแอบพลิเคชันสำหรับใช้งานต่างๆ ได้แก่ Share pix, FM radio, Video editor, Games and more, Voice recorder, Bluetooth, Synchronize, Timer, Stopwatch และ RSS reader
  • Alarms เมนูสำหรับใช้งานนาฬิกาปลุกตั้งปลุกเตือนต่างๆ
  • Settings เป็นเมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานของเครื่องประกอบด้วย การตั้งค่าโปรไฟล์ การตั้งค่าหน้าจอและแสงสว่าง เวลาและวันที่ การตั้งค่าโทรศัพท์ การตั้งค่าแอบพลิเคชัน ระบบป้องกัน การตั้งค่าเครือข่าย การตั้งค่าหน่วยความจำ และการตั้งค่าใหม่


ด้านการโทร
เริ่มที่ Phonebook สำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ โดยใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อเลือกรายชื่อที่ต้องการ หรือใช้นิ้วแตะที่ไอคอนลูกศรชี้ขึ้นลงด้านซ้ายของหน้าจอเลื่อนขึ้นลงเพื่อเลือกตัวอักษรขึ้นต้นชื่อผู้ติดต่อ และยังสามารถพิมพ์ตัวอักษรขึ้นต้นชื่อผู้ติดต่อลงในช่องสี่เหลี่ยมด้านบนก็ได้ ส่วนการเพิ่มรายชื่อนั้นเลือกบันทึกลงในเครื่องหรือ SIM Card ได้ ถ้าเลือกบันทึกลงในเครื่องก็สามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าสำหรับคนที่ถนัดมือซ้ายหรือถนัดมือในการถือเครื่องใช้งานมือเดียวได้

สำหรับการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ (Call Log) จะรวมทุกเบอร์เอาไว้เป็นรายการ ซึ่งเมื่อเข้าไปดูในแต่ละเบอร์แล้วจะแยกให้ว่า แต่ละเบอร์มีเหตุการณ์โทรเข้า โทรออก ไม่ได้รับสาย วันและเวลาไหนบ้าง และยังสามารถดูรายละเอียดการใช้งาน GPRS พร้อมด้วยเครื่องนับข้อความทั้งข้อความที่ได้รับความที่ส่งออกไปไม่ว่าจะเป็น SMS, MMS และ E-Mail รวมทั้งค่าโทร และเช็คเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ จากเมนูนี้ได้เช่นกัน

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความต่างๆ รองรับการใช้งานทั้งแบบ SMS, MMS และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3, IMAP4 และ SMTP สำหรับการรับ-ส่งข้อความนั้นมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 พร้อมทั้งสามารถเพิ่มไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง และไฟล์วิดีโอ โดยนำไฟล์ที่มีอยู่ในเครื่องหรือเลือกบันทึกใหม่มาใส่ในข้อความที่จะส่งก็ได้ในขนาดไม่เกิน 300 KB และหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อความแบบ SMS นั้นเก็บได้ 500 ข้อความ

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพ โดยมีกล้องดิจิทัลมาให้ 2 ตัว ด้านหน้าเป็นกล้องดิจิทัล สำหรับใช้งาน Video Call ส่วนด้านหลังเป็นกล้องดิจิทัลความละเอียด 8.0 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Power LED และกระจกสะท้อนภาพขนาดเล็ก สำหรับถ่ายภาพตนเอง โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 3264 x 2448 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า พร้อมระบบ Auto Focus/Macro Mode/Pan Focus และลูกเล่นทั้งโหมดการถ่ายภาพ 6 แบบรวมโหมดพาโนรามา และโหมดถ่ายภาพอัตโนมัติเมื่อผู้ถูกถ่ายยิ้ม (Smile shot) และเลือกฉากในการถ่ายได้ 14 แบบ นอกจากนี้ยังมีระบบ Face Detection ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการโฟกัสไปที่ใบหน้าของผู้ถูกถ่าย, ปรับสมดุลแสงสีขาว, ปรับเอฟเฟกต์, ปรับค่า ISO, ปรับค่ารับแสง, ระบบป้องกันภาพสั่น (Anti-Shake), ระบบปรับค่าช่วงรับแสง (WDR : Wide Dynamic Range Optimizer), ระบบ Blink Detection ช่วยตรวจจับการกระพริบตาของผู้ถูกถ่าย และระบบ Geo-tagging หรือการใส่ข้อมูล GPS ลงในรูปถ่าย

ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้นานตามหน่วยความจำที่มีในเครื่อง เลือกโหมดการบันทึกได้ 3 แบบคือ Normal, Limit for MMS, Slow motion (1/8, 1/4) และ Fast motion ในรูปแบบไฟล์ .3GP และ MP4 พร้อมเลือกขนาดความละเอียด 720 x 480 พิกเซล ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที และความละเอียด QVGA 640 x 480 พิกเซล ที่ความเร็ว 120 เฟรมต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Image editor สำหรับตกแต่งภาพ, โปรแกรม Share pix สำหรับอัปโหลดรูป, โปรแกรม Video Editor สำหรับตัดต่อวิดีโอ และโปรแกรม Photo browser สำหรับดูภาพถ่าย

ส่วนคุณสมบัติด้านมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player (เครื่องเล่นเพลงดิจิทัล) ที่รองรับไฟล์เพลง MP3, AAC, e-AAC+, e-AAC+, WMA ด้วยระบบจัดการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ และ Album Art ด้วยลำโพงสเตอริโอ ระบบเสียงรอบทิศทางแบบ SRS (Surround Sound System) Virtual 5.1 CH, เครื่องเล่นวิดีโอ ที่รองรับไฟล์วิดีโอ MP4, DivX, XviD, H.263, H.264 และ WMV9 นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Radio สำหรับรับฟังวิทยุ FM Stereo ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ, โปรแกรม Voice recorder สำหรับบันทึกเสียง และเกมที่ใช้ระบบ Motion Sensor หรือเขย่าเครื่องเล่น

ด้านการเชื่อมต่อ
ด้านการเชื่อมต่อ เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน WAP Browser ของ NetFront Browser เวอร์ชัน 3.5 กับเครือข่าย GRPS/EDGE Class 10 และเครือข่ายความเร็วสูงอย่าง HSDPA (3.5G) ด้วยความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 7.2 Mbps นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Google สำหรับเชื่อมต่อบริการจากเว็บไซต์ Google.com เพื่อค้นหาข้อมูล เช็คเมล์ และโปรแกรมแผนที่ Google Maps พร้อมฟังก์ชัน Geo-tagging รองรับการแนบข้อมูลพิกัดตำแหน่งบนพื้นโลกไปกับรูปถ่าย และโปรแกรม RSS reader สำหรับดึงข่าวจากอินเทอร์เน็ตมาอ่าน

ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB เวอร์ชัน 2.0 กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP สำหรับเชื่อมต่อกับชุดหูฟังสเตอริโอ Bluetooth ในส่วนของหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในเครื่องมาให้ขนาด 75 MB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 16 GB

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung S8300 UltraTouch ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 8.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Single เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 3264 x 2448 พิกเซล และคุณภาพของภาพแบบ Super Fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.8 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกโหมด Normal ตั้งคุณภาพของภาพสูงสุดแบบ Fine และเลือกขนาดสูงสุด 720 x 480 พิกเซล ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมาก ไม่มีการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
Samsung S8300 UltraTouch ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 880 mAh ตามสเปกแล้วสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 350 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นาน 4 ชั่วโมง จากการทดลองใช้งานจริง หลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม โดยเปิดเครื่องและบลูทูธทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ถ่ายภาพ ฟังวิทยุ ฟังเพลง ใช้งานอินเทอร์เน็ต ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1 วันเศษๆ เท่านั้นเนื่องจากหน้าจอแสดงผลมีขนาดใหญ่ และไม่มีโหมดประหยัดพลังงานมาให้ ทำให้แบตเตอรี่หมดค่อนข้างไว

อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง Samsung S8300 UltraTouch ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 880 mAh จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่แบบพกพา, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card, CD Rom โปรแกรมใช้งานพร้อม User Guide CD และคู่มือการใช้งาน

Samsung S8300 UltraTouch ถือเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ในตระกูล Ultra Editon ที่มาพร้อมกับดีไซน์แบบสไลด์โฟนที่หรูหราและสวยงาม โดดเด่นด้วยความบางเฉียบ และใช้จอทัชสกรีนแบบ AMOLED ที่มีความคมชัดสูง นอกจากนี้ฟีเจอร์ของ Samsung UltraTouch ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย และยังเป็น Camera Phone ที่มาพร้อมกับกล้องดิจิทัลความละเอียดสูง 8.0 ล้านพิกเซลรุ่นล่าสุด รวมทั้งฟังก์ชันมัลติมีเดียที่มีมาให้ครบครันอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 87 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.