Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


G-Net เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน TV Mobile และ 2 SIM Phone ที่นำเข้าโทรศัพท์มือถือที่รองรับความสามารถดังกล่าวเข้ามาแล้วหลายรุ่นด้วยกัน และได้รับการตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ มีสไตล์เฉพาะ และเจาะทุกกลุ่มผู้ใช้ ล่าสุดได้ส่ง TV Mobile บวก 2 SIM Phone รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์และครบทุกฟังก์ชันมัลติมีเดียในชื่อรุ่น G-Net G533









รูปทรงของ G-Net G533 เป็นแบบ Bar Type ขนาดมาตรฐาน เพียวบาง ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติก ผสมกับสแตนเลสสตีลในส่วนของฝาหลังเพิ่มความสวยหรู พร้อมดีไซน์ที่โค้งมน หน้าจอแสดงผลเป็นจอสีขนาด 2.2 นิ้ว รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าไล่ตั้งแต่ด้านบนลงมาจะเห็นช่องลำโพงสำหรับสนทนา มุมขวาเป็นเลนส์ของกล้องดิจิทัล ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล และใต้หน้าจอเป็นแผงปุ่มกดใช้งานต่างๆ

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ถัดลงมาในกรอบสี่เหลี่ยมมีเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมกระจกเงาสำหรับถ่ายภาพตนเอง โดยรอบๆ กรอบสี่เหลี่ยมที่ว่านี้จะมีแถบเหล็กสำหรับเปิดออกมาเพื่อใช้เป็นขาตั้งดูทีวีได้ ส่วนด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีสำหรับเสียบสายดาต้าลิงค์ สายชาร์จแบตเตอรี่ และชุดหูฟังแบบ mini USB ในช่องเดียวกัน ช่องเสียบสายชาร์จไฟขนาดเล็ก และช่องเสียบเสาอากาศทีวี/วิทยุ


Sim1….ใช้นิ้วกดตรงกลางของฝาหลังแล้วดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อคและหยิบออกจากเครื่อง
Sim2….ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่ตรงช่องด้านซ้ายบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาและหยิบออกจากเครื่อง
Sim3….ใส่ SIM card เข้าไปในช่อง SIM1 และ SIM2แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
ขั้นตอนในการใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง ลำดับแรกให้ทำการถอดฝาหลังออกมาก่อน โดยพลิกเครื่องมาทางด้านหลัง แล้วใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังเบาๆ และดันเลื่อนฝาครอบลงมาทางด้านล่างเพื่อปลดล็อคแล้วหยิบออกจากเครื่อง ลำดับต่อมาให้ถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่ใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกด้านซ้ายบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาและหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้จะมี 2 ช่องเพราะเครื่องรุ่นนี้รองรับการใช้งาน 2 SIM ให้นำ SIM Card ที่ต้องการให้เป็น SIM2 ใส่เข้าไปก่อน เนื่องจากช่อง SIM2 อยู่ด้านล่างของช่อง SIM1 ในการใส่ SIM Card ให้คว่ำขั้วสัมผัสสีทองไว้ด้านล่าง เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม

การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิดปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาบนของเครื่อง โดยเป็นปุ่มสี่เหลี่ยมพร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลาง ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมโลโก้ G•Net ตามด้วยภาพกราฟิกแอนิเมชันและเสียง Polyphonic ประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนที่เข้าสู่หน้าจอพร้อมใช้งาน ภายในหน้าจอหลักประกอบไปด้วยสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่ายของ SIM1 และ SIM2 อยู่มุมซ้ายบนสุดของหน้าจอ ส่วนสัญลักษณ์แสดงระดับแบตเตอรี่อยู่ตรงมุมขวา ถัดลงมาด้านซ้ายเป็นชื่อเครือข่ายที่ใช้งาน ด้านขวาเป็นเวลา ตรงกลางเป็นวันที่ และที่ด้านล่างสุดของหน้าจอก็จะเป็นชื่อของ Soft Key โดยด้านซ้ายจะเป็น Menu ส่วนด้านขวาจะเป็น Name หรือสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหาเบอร์โทรศัพท์และเพิ่มเบอร์ใหม่
Open+open page….กดที่ปุ่มวางสายค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก เริ่มจากส่วนแรกเป็นส่วนของปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ของเครื่องประกอบด้วยปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง, ปุ่ม Soft Key ซ้าย-ขวา, ปุ่มใช้งาน SIM1, ปุ่มใช้งาน SIM2, ปุ่มเข้าโหมดทีวี และปุ่มวางสาย/เปิด-ปิดเครื่อง อีกส่วนคือส่วนของปุ่มกดตัวเลขหรือ Key Pad ที่โดดเด่นด้วยตัวเลขที่มีขนาดใหญ่พร้อมตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มองเห็นได้ชัดเจน โดยในส่วนของแผงปุ่มกดใช้งานทั้งหมดนี้ออกแบบเรียงชิดติดกัน แต่ก็กดใช้งานได้ไม่ยาก ด้านความเหมาะมือนั้นตัวเครื่องมีขนาดมาตรฐาน และมีน้ำหนักที่สมส่วน ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือ ทั้งมือของคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิง รวมทั้งปุ่มกดที่ไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป ช่วยให้กดใช้งานได้ง่ายและสะดวก

เมนูการใช้งาน
วิธีการเข้าเมนูของเครื่อง G-Net G533 ให้กดที่ปุ่ม Soft Key ด้านซ้าย หรือกดที่ปุ่มตรงกลางของปุ่ม Navigator Key ส่วนหน้าตาเมนูการใช้งานของเครื่องนี้แสดงผลเป็นภาพไอคอนกราฟิกแอนิเมชัน สำหรับเมนูใช้งานหลักมีทั้งหมด 9 เมนูด้วยกันดังนี้

  • Call history เมนูสำหรับเช็คดูข้อมูลการโทรต่างๆ โดยแยกเป็นข้อมูลการโทรของ SIM1 และข้อมูลการโทรของ SIM2 รวมทั้งเช็คดูสถานการณ์รับส่ง SMS และสถานการณ์รับส่งข้อมูล GPRS ของ SIM1 และ SIM2
  • Muitimedia เมนูรวมเครื่องเล่นมัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ TV เมนูสำหรับเข้าสู่โหมดใช้งานทีวีแบบแอนะล็อก, Camera เมนูสำหรับใช้งานกล้องดิจิทัลถ่ายภาพนิ่ง, Photos สำหรับดูไฟล์ภาพ, Photo Album สำหรับดูไฟล์ภาพที่ถ่ายจากกล้องดิจิทัล, Video Recorder เมนูสำหรับใช้งานกล้องดิจิทัลบันทึกวิดีโอ, Video Player เมนูเครื่องเล่นวิดีโอ, Audio Player เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล, Sound Recorder เมนูสำหรับบันทึกเสียง และ FM Radio เมนูสำหรับรับฟังวิทยุ FM Radio, Schedule FM record ตั้งเวลาบันทึกรายการวิทยุ และ File Manager สำหรับจัดการไฟล์ต่างๆ
  • Phone Book เมนูสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหาและเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ สามารถตั้งกลุ่มการโทรและตั้งค่าในการใช้งานได้
  • User Profiles เมนูสำหรับตั้งค่าโปรไฟล์และเสียงเรียกเข้าสำหรับใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ ได้
  • Messages เป็นเมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความแบบ SMS และ MMS รวมทั้งตั้งค่าข้อความเสียงและข้อความข้อมูล
  • Organizer เมนูออร์แกไนเซอร์ ประกอบด้วยนาฬิกาปลุก ปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ บลูทูธ โปรแกรมอ่านไฟล์เอกสารอีบุ้ค เครื่องคิดเลข สิ่งที่ต้องทำ ตัวแปลงอัตราแลกเปลี่ยน และดูเวลาโลก
  • Settings เมนูตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง ได้แก่ ตั้งค่าซิม ตั้งค่าเครื่อง ตั้งค่าหน้าจอ ตั้งค่าการโทร ตั้งค่าเครือข่าย ตั้งค่าป้องกัน ตั้งเสียงเอฟเฟกต์ และตั้งค่าเดิม
  • Fun space เป็นเมนูเกม โดยมีเกมให้เลือกเล่น 2 แบบแบบแรกเป็น Motion Game เกมที่ใช้การเขย่าเครื่องเล่น กับแบบทั่วไปที่มี 3 เกมคือ F1 Race, Mahjong และ Puzzle
  • Services เป็นเมนูสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser


ด้านการโทร
เริ่มจาก Phonebook หรือ สมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อ และเก็บบันทึกข้อมูลผู้ติดต่อลงในเครื่องได้ 500 ตำแหน่ง โดยใน 1 ชื่อใส่รายละเอียดต่างๆ ได้แก่ ชื่อ เบอร์มือถือ เบอร์บ้าน ชื่อบริษัท อีเมล์ เบอร์ที่ทำงาน เบอร์แฟกซ์ วันเกิด รวมทั้งสามารถใส่รูปเวลามีสายเข้า วิดีโอเรียกเข้า เสียงเรียกเข้าเฉพาะ และตั้งกลุ่มการโทรได้ 5 กลุ่ม พร้อมทั้งตั้งค่าเก็บข้อมูลให้เก็บในเครื่องหรือใน SIM Card ได้ โดยแยกเป็น SIM1 และ SIM2 นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเบอร์โทรพิเศษได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2

ส่วนการดูข้อมูลการโทร (Call History) แยกเป็นข้อมูลการโทรของ SIM1 และ SIM2 โดยแบ่งเป็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย ซึ่งรายละเอียดที่เก็บในกลุ่มนี้จะมีวันที่ เวลาที่โทร เบอร์โทร และจำนวนครั้ง ในส่วนของข้อมูลเวลาโทรนั้นแบ่งเป็นเวลาโทรล่าสุด เวลาที่โทรออกทั้งหมด และเวลาที่รับสายทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถเช็คสถานะ SMS และ GPRS ทั้งการรับและส่งได้ทั้ง SIM1 และ SIM2

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความ รองรับทั้ง SMS และ MMS โดยพิมพ์ข้อความได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งมีระบบช่วยสะกดคำแบบ Smart ABC, MultiTap ABC, Smart Thai และ Multitap Thai ในส่วนของ SMS มี Template หรือข้อความสำเร็จรูปพร้อมส่งทันที และเก็บข้อความในเครื่องได้สูงสุด 200 ข้อความ ส่วน MMS นั้นสามารถแนบไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง และไฟล์เพลงไปพร้อมกับข้อความ และสามารถตั้งค่าการรายงานผลการส่ง และอื่นๆ ได้ และสามารถรับ-ส่งข้อความ SMS และ MMS ได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่ฟังก์ชัน TV โดยมีเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ในตัว (TV Tuner) สำหรับรับชมฟรีทีวีในระบบแอนะล็อก ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ พร้อมระบบบันทึกช่องรายการ ตั้งช่องรายการส่วนตัว ตั้งค่าปรับความสว่าง โชว์สัญญาณ แสดงสัญญาณอ่อน และแสดงผลได้แบบเต็มจอ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้งานได้ 32 ประเทศ ที่พิเศษคือ มีระบบ Motion Sensor สำหรับเขย่าเครื่องเพื่อเปลี่ยนช่องรายการ โดยตั้งค่าเปิดปิดการใช้งานนี้ได้ที่ TV Motion Setting ส่วนความชัดเจนในการรับชมนั้นขึ้นอยู่กับสถานที่รับชมด้วย ถ้าอยู่ในพื้นที่โล่งก็รับสัญญาณได้ชัดเจน แนะนำว่าทุกครั้งที่เปลี่ยนสถานที่รับชมควรใช้ฟังก์ชัน Auto Search ค้นหาสถานีอัตโนมัติใหม่อีกครั้งเพื่อให้รับชมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ด้านการถ่ายภาพเครื่องรุ่นนี้มีกล้องดิจิทัล 2 ตัวด้านหน้าและด้านหลังเครื่องในระดับเดียวกันคือระดับ VGA ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งสามารถตั้งค่าเลือกคุณภาพในการถ่ายได้ 3 ระดับคือ Low, Normal และ High พร้อมทั้งตั้งค่าปรับแสงสมดุลสีขาว เลือกโหมดถ่ายกลางคืน ตั้งค่าเอฟเฟกต์ ใส่กรอบรูป ถ่ายภาพแบบ Multishot ได้ต่อเนื่องสูงสุด 5 ภาพ และตั้งเวลาในการถ่ายได้ ส่วนวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียงได้ในรูปแบบไฟล์ .AVI ในขนาดสูงสุดแบบไม่จำกัด และบันทึกได้นานสูงสุดจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Audio Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล รองรับการเล่นไฟล์ MP3, MIDI, WAV, AMR ตั้งค่าเล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม รวมทั้งปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ ด้วยระบบเสียงสเตอริโอ โดยรับฟังผ่านลำโพงด้านหลังเครื่องหรือหูฟังแบบ Stereo Bluetooth ได้, ฟังก์ชัน Video Player สำหรับเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ .3GP, AVI และ MP4 ที่แสดงผลได้แบบเต็มจอ และฟังก์ชัน FM Radio สำหรับฟังวิทยุ FM ที่บันทึกสถานีได้สูงสุด 20 สถานี ด้วยระบบค้นหาสถานีแบบอัตโนมัติ สามารถรับฟังได้โดยไม่ต้องเสียบชุดหูฟังเป็นเสาอากาศเหมือนเครื่องรุ่นอื่นๆ เพราะใช้เสารับสัญญาณเดียวกันกับภาครับทีวี และบันทึกรายการวิทยุไว้ฟังอีกครั้งได้ในรูปแบบไฟล์ AMR, AWB และ WAV โดยตั้งเวลาบันทึกล่วงหน้าได้ พร้อมทั้งมีโปรแกรม Photo Album สำหรับดูไฟล์ภาพที่ถ่ายได้จากกล้องดิจิทัล และโปรแกรม Sound Recorder สำหรับบันทึกเสียง

ด้านการเชื่อมต่อ
สำหรับการเชื่อมต่อเริ่มที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย WAP Browser เวอร์ชัน 2.0 ผ่านเครือข่าย GPRS Class 12 ซึ่งอยู่ในเมนู Services สามารถใช้งานได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2 โดยเข้าไปตั้งค่าเลือก SIM ในการใช้งานได้ ในส่วนของหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในเฉพาะสำหรับเก็บข้อความในส่วนของการใช้งานโทรเท่านั้น ไม่สามารถเก็บบันทึกไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ได้ แต่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 8 GB

ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นทำได้ทั้งผ่านทางสายดาต้าลิงค์ USB ซึ่งเชื่อมต่อได้แบบอัตโนมัติไม่ต้องลงโปรแกรม Driver กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ที่สามารถฟังเพลงผ่านชุดหูฟังไร้สายแบบ Stereo Bluetooth นอกจากนี้ยังใช้เป็นกล้อง Webcam และ Com Port หรือโมเด็มในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางสายดาต้าลิงค์ได้อีกด้วย

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง G-Net G533 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลระดับ 2.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Normal เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 1600 x 1200 พิกเซล และคุณภาพของภาพสูงสุดในระดับ High โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน ส่วนโหมดวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกคุณภาพของภาพสูงสุดในระดับ High ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุไว้ว่าเครื่อง G•Net G533 สามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 150-200 ชั่วโมง และสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 6-8 ชั่วโมง ตลอด 1 สัปดาห์ในการทดสอบ ได้ทดลองใช้งานดูด้วยแบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 800 mAh ที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง โดยใช้งานพูดคุย ถ่ายรูป และฟังเพลง ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2-3 วัน แต่ถ้าเปิดใช้งานรับชมทีวีอย่างเดียวก็จะรับชมได้นานต่อเนื่องประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยรวมถือเป็นที่น่าพอใจ

อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง G-Net G533 ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 800 mAh จำนวน 1 ก้อน, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกันสินค้า

G-Net G533 ถือว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีดีไซน์สวยหรู พร้อมฟังก์ชันมัลติมีเดียครบ ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิทัล หรือเครื่องเล่นเพลง MP3 รวมทั้งยังรองรับการใช้งาน 2 SIM Real Time ในแบบ E Class และมีฟังก์ชัน TV สำหรับรับชมฟรีทีวี ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการเขย่าเพื่อเปลี่ยนช่องได้ ด้วยภาพที่คมชัด พร้อมทั้งฟังก์ชันวิทยุ FM ที่สามารถบันทึกเสียงขณะรับฟังได้ ในราคาสุดคุ้ม

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 88 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.