|

แอลจี ย้ำจุดยืนด้าน Customer Insight เผยโฉมนวัตกรรมใหม่เทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส S-Class User Interface ที่ได้นำมาใช้เป็นครั้งแรกบนโทรศัพท์มือถือแบบหน้าจอสัมผัสรุ่นใหม่ LG KM900 ARENA ซึ่งถือเป็นรุ่นไฮไลท์ของปี 2552 เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ของการใช้งานด้านมัลติมีเดียบนโทรศัพท์มือถือที่มีสีสันและลูกเล่นที่ล้ำสมัยมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการใช้งานที่ง่ายและตอบความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ


LG KM900 Arena มาพร้อมกับรูปทรงแบบ Card Type ที่มีความสวยหรู ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากสแตนเลสสตีลบวกกับพลาสติก กับงานประกอบที่ดูแน่นหนาและแข็งแรง โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 3 นิ้ว รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าตั้งแต่ด้านบนลงมีตรงกลางมีช่องลำโพง ส่วนด้านขวามีเลนส์กล้องดิจิทัลใช้งานสนทนาแบบเห็นหน้า ถัดลงมาเหนือหน้าจอด้านซ้ายมีเซนเซอร์จับแสง ใต้หน้าจอมีปุ่มใช้งาน 3 ปุ่มแบบสัมผัส และตรงกลางด้านล่างมีช่องไมโครโฟน
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED อยู่ด้านซ้ายบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จ และสายดาต้าลิงค์ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิดกันฝุ่นเข้า ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านบนตรงกลางมีปุ่มสำหรับเปิดฝาหลัง ด้านซ้ายมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม. และด้านขวามีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง

Sim1….ใช้นิ้วกดปุ่มสีเทาที่อยู่ตรงกลางด้านบนเพื่อปลดล็อคและหยิบออกจากเครื่อง
Sim2….ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดช่องตรงกลางด้านล่างขึ้นมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง ให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องในแนวตั้ง จากนั้นใช้นิ้วกดปุ่มสีเทาที่อยู่ตรงกลางด้านบนของเครื่องลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านข้างของช่องใส่ SIM Card แล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนนี้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง LG KM900 Arena อยู่บริเวณด้านขวาบนของเครื่อง โดยมีสัญลักษณ์วงกลมขีดกลางแสดงให้เห็นอยู่ ให้กดค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที หน้าจอก็จะติดขึ้นมาพร้อมตัวอักษรโลโก้ LG ตามด้วย S-Class User Interface และเสียงดนตรีโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอการตั้งค่าสำหรับใช้งานครั้งแรกได้แก่ ภาษา วันที่และเวลาและการใช้งานเบื้องต้น ก่อนเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน
ภายในหน้าจอพร้อมใช้งานเป็นแบบ S-Class User Interface (S : Superior) ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้โครงสร้างแบบ 3 มิติและการตอบสนองที่รวดเร็วต่อการสัมผัส โดยมีความโดดเด่นด้วยการออกแบบเมนูทรงลูกบาศก์ (Cube) และสามารถใช้ปลายนิ้วสัมผัสเพื่อหมุนเลือกใช้งานและจัดการเมนูต่างๆ ได้อย่างอิสระจากทั้ง 4 ด้าน โดยแบ่งเป็น Shortcut, Widget, Contacts และ Multimedia และการทำงานของทุกฟังก์ชันถูกออกแบบให้มีสีสันและการตอบสนองที่รวดเร็ว รวมถึงการรองรับระบบสัมผัสแบบ Multi-touch ซึ่งจะให้รูปแบบการควบคุมด้วยปลายนิ้วแตกต่างไปจากระบบสัมผัสทั่วๆ ไปอย่างสิ้นเชิง
Open+open page….กดที่ปุ่มรูปหูโทรศัพท์ด้านขวามือค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
LG KM900 Arena ใช้เทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส S-Class User Interface จึงตัดส่วนที่เป็น Key Pad หรือส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขออกไป มีเฉพาะปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มใช้งานเมนูทรงลูกบาศก์ (Cube) และปุ่มวางสายใต้หน้าจอซึ่งออกแบบเป็นปุ่มระบบสัมผัส ส่วนหน้าจอแสดงผลนั้นรองรับระบบสัมผัสแบบ Multi-touch ซึ่งนอกจากใช้นิ้วในการแตะสัมผัสใช้งานบนปุ่มกดแบบ Visual Keyboard แล้ว ระบบนี้ยังควบคุมผ่านการสัมผัสแบบ 2 จุดเพื่อสั่งงานในอีกรูปแบบหนึ่งได้ง่ายดายมากขึ้น อาทิ การใช้ 2 นิ้วในการขยายหรือย่อรูปภาพควบคุมการเลื่อนหน้าจอแทน Scroll bar หรือใช้ขยายและย่อรูป
ส่วนปุ่มที่อยู่ด้านขวาบนเครื่องเป็นปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง กับปุ่มที่อยู่ด้านขวาข้างเครื่องอีก 2 ปุ่มคือ ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล/ชัตเตอร์ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็น Touch Phone ที่มีขนาดพอดีมือ ตัวเครื่องมีขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป และมีน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างสบายๆ ทั้งเวลาใช้งานปกติ และเวลาใช้ปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอ Touch Screen
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าสู่หน้าเมนูหลักนั้นทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่แถบไอคอนด้านล่างไอคอนสุดท้ายด้านขวามือ สำหรับเมนูหลักแบ่งเป็น 4 โหมด โดยแสดงผลเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนูประกอบใต้รูป ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้นิ้วสไลด์ไปมาในแต่ละโหมดเพื่อเลื่อนดูเมนูต่างๆ ทั้งหมดได้ แต่ถ้าพลิกเครื่องไปทางแนวนอน หน้าจอก็จะแสดงเมนูทั้งหมด ซึ่งเมนูใช้งานใน 4 โหมดมื 32 เมนูด้วยกันดังนี้
- Communication โหมดใช้งานด้านการโทรและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ประกอบด้วยเมนู Contacts สำหรับดูรายชื่อ เพิ่มรายชื่อใหม่ ค้นหา โทรด่วน ตั้งกลุ่มการโทร ตั้งค่า และดูข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้, Recent history สำหรับดูข้อมูลการโทรต่างๆ, Browser เบราเซอร์ใช้งานอินเทอร์เน็ต, Messaging สำหรับรับส่งข้อความ SMS, Email สำหรับรับส่งอีเมล์, Dialling สำหรับโทรออก, Video call ใช้งานวิดีโอคอลล์ และ Google สำหรับใช้งานเว็บและแอบพลิเคชันของ Google
- Multimedia โหมดใช้งานด้านมัลติมีเดีย ประกอบด้วยเมนู Music เครื่องเล่นเพลงดิจิทัล, Camera กล้องดิจิทัล, Video camera กล้องวิดีโอ, Gallery คลังภาพสำหรับดูไฟล์มีเดียทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ, My Stuff แฟ้มข้อมูลด้านมีเดียต่างๆ ได้แก่ ภาพ เสียงส่วนตัว วิดีโอ เกมและแอพลิเคขัน เอกสาร ไฟล์อื่นๆ และไฟล์ในการ์ดหน่วยความจำภายนอก, Game& Apps เกมและแอบพลิเคชัน, FM radio วิทยุ FM และ Movie Maker โปรแกรมสร้างไฟล์ภาพยนตร์
- Utilities โหมดใช้งานด้านเครื่องมือต่างๆ ประกอบด้วยเมนู, Alarms ตั้งปลุก, Organiser สมุดบันทึกสำหรับใช้งานปฏิทิน สิ่งที่ต้องทำ บันทึก ตัวค้นหาวันที่ และตั้งค่าWorld time เทียบเวลาเมืองต่างๆ, Memo บันทึกย่อ, Stopwatch นาฬิกาจับเวลา, Voice recorder บันทึกเสียง, Calculator เครื่องคิดเลข, World clock นาฬิกาเทียบเวลาทั่วโลก และ Tools รวมเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการทำงานต่างๆ ได้แก่ FM transmitter และตัวแปลงหน่วย
- Settings โหมดสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง ประกอบด้วยเมนู Profiles โปรไฟล์สำหรับใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ และปรับตั้งค่ารูปแบบเสียงใช้งาน, Display settings ตั้งค่าหน้าจอแสดงผล, Phone setting ตั้งค่าโทรศัพท์, Bluetooth เปิดปิดการใช้งานบลูทูธ, Wi-Fi เปิด/ปิดการใช้งาน Wi-Fi, Call settings ตั้งค่าการโทร, Connectivity ตั้งค่าการเชื่อมต่อ และ Message settings ตั้งค่าข้อความต่างๆ


ด้านการโทร
เริ่มที่ Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหารายชื่อ โดยสามารถใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อหารายชื่อที่ต้องการ หรือใช้นิ้วแตะที่รูปแว่นขยายแล้วพิมพ์ตัวอักษรขึ้นต้นชื่อของผู้ติดต่อลงในช่องสี่เหลี่ยมรายชื่อก็จะปรากฏขึ้นมาให้เลือก ส่วนการเพื่อรายชื่อผู้ติดต่อใหม่นั้น สามารถเลือกบันทึกเก็บไว้ในเครื่องหรือใน USIM (SIM Card) ถ้าเลือก SIM Card จะบันทึกได้เฉพาะชื่อและเบอร์โทรเท่านั้น แต่ถ้าเลือก Handset หรือในเครื่อง บันทึกได้ 1,000 ตำแหน่ง พร้อมทั้งใส่รายละเอียดต่างๆ ได้ครบ นอกจากนี้ยังตั้งเบอร์โทรด่วน ตั้งเบอร์คนโปรด คัดลอก ย้าย และส่งรายชื่อผ่านทาง MMS , อีเมล์ และบลูทูธได้
สำหรับการโทรออกนั้นให้ใช้นิ้วแตะที่ไอคอนแรกซ้ายมือด้านล่างของหน้าจอหลักก็จะปรากฏหน้าจอพร้อมแป้นตัวเลขขึ้นมาให้ใช้งาน ส่วนการดูข้อมูลการโทรต่างๆ นั้น (Call logs) ซึ่งแสดงรายการโทรทุกสาย สายที่ไม่ได้รับ เฉพาะการโทร และเฉพาะข้อความ โดยแสดงรายละเอียดข้อมูลการโทรตั้งแต่ชื่อผู้ติดต่อ เบอร์โทร วันที่ เวลาที่โทร และเวลาที่ใช้งาน ในส่วนของการตั้งค่าการโทรนั้นสามารถตั้งค่าการโอนสาย ป้องกันการโทร สายเรียกซ้อน กำหนดเบอร์โทรออก ข้อความขอโทษ ค่าโทร เวลาโทร ดูจำนวนข้อมูลที่รับและส่งออกจากการใช้งาน GPRS รวมทั้งการตั้งค่าทั่วไป และตั้งค่าสนทนาทางวิดีโอ
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความ เข้าไปใช้งานได้ในเมนู Messaging รับ-ส่งได้ทั้งข้อความแบบ SMS, MMS และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3 และ SMTP ส่วนการพิมพ์ข้อความนั้นสามารถพิมพ์และรับข้อความได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 ทั้ง 2 ภาษา ซึ่งการส่งข้อความ MMS นั้นสามารถเพิ่มรูปภาพ วิดีโอ เสียง สัญลักษณ์ รูปแบบอัตโนมัติ อีโมติคอน ชื่อและเบอร์และอื่นๆ ได้
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED โดยใช้เลนส์กล้องคุณภาพสูงจาก Schneider-Kreuznach Optics ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกขนาดภาพได้สูงสุดขนาด 2560 x 1920 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า พร้อมระบบ Auto Focus, Macro Mode เลือกโหมดการถ่ายได้ 2 แบบ คือ ปกติ และแบบต่อเนื่อง ตั้งค่าปรับค่ารับแสง เลือกเอฟเฟกต์ ปรับสมดุลแสงสีขาว ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ ปรับค่า ISO ปรับความสว่าง เลือกคุณภาพในการถ่าย ระบบป้องกันมือสั่น และระบบ Geo-tagging สามารถแนบตำแหน่งบนแผนที่ไปกับภาพถ่ายได้ และภาพที่ถ่ายเสร็จแล้วสามารถส่งต่อ แก้ไข และตั้งเป็นภาพพื้นหลังได้ทันที
ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้ โดยเลือกขนาดบันทึกได้สูงสุดในขนาด 720 x 480 พิกเซล (15 fps) บันทึกในรูปแบบไฟล์ .3GP เลือกโหมดการถ่ายได้ 2 แบบคือแบบ Normal ไม่จำกัดเวลา กับแบบสำหรับส่ง MMS พร้อมทั้งตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว ปรับโทนสี โหมดกลางคืน และเลือกความเร็วในการบันทึกได้ทั้งแบบกปกติ ช้า และเร็ว โดยบันทึกได้ไม่จำกัดเวลาขึ้นอยู่กับหน่วยความจำของเครื่องที่เหลืออยู่ นอกจากนี้ยังมีกล้องดิจิทัลอีกตัวหนึ่งอยู่บริเวณมุมขวาเหนือหน้าจอด้านหน้าเครื่องเป็นกล้องดิจิทัลระดับ VGA สำหรับใช้งาน Video Call ในเครือข่าย 3G และถ่ายภาพและวิดีโอได้
ด้านคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีเครื่องเล่นเพลง MP3 ซึ่งรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบไฟล์ MP3, AAC, AAC+, RA, WMA ด้วยระบบจัดรายการเพลง (Playlist) ตั้งค่าเล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้มากถึง 22 แบบรวม Bobcat Mobile และ Dolby Mobile และมีโหมด FM transmitter สำหรับส่งเพลงไปยังผ่านคลื่นวิทยุ FM ไปยังเครื่องรับวิทยุ FM พร้อมทั้งวิทยุ FM Stereo โดยบันทึกสถานีโปรดได้ 30 สถานี ด้วยระบบค้นหาอัตโนมัติ และฟังผ่านลำโพงเครื่องได้ โดยต้องเสียบชุดหูฟังก่อนจึงจะรับฟังได้, เครื่องเล่นไฟล์วิดีโอ ที่รองรับการเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .3GP, MP4 และ DivX/Xvid, โปรแกรม Movie Maker สำหรับสร้างภาพยนตร์ส่วนตัว และ Gallery สำหรับดูไฟล์ภาพและวิดีโอ โดยไฟล์ภาพแสดงได้ในรูปแบบปกติ ภาพสไลด์ และแบบ 3 มิติ และสามารถขยายภาพได้โดยใช้ระบบ Multi-Touch หรือ 2 นิ้วเลื่อนขยายภาพได้
ด้านการเชื่อมต่อ
การเชื่อมต่อ เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำได้ด้วย WAP Browser เวอร์ชัน 2.0 และ Internet Full Browsing เข้าเว็บไซต์ได้เต็มรูปแบบ ผ่านเครือข่าย GPRS Class 12/EDGE Class 10 รวมทั้งเครือข่าย 3.5G ผ่านเทคโนโลยีความเร็วสูง HSDPA ที่ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 7.2 Mbps และเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi 802.11 b/g โดยใช้ระบบ Multi-Touch ในการย่อขยายหน้าเว็บไซต์ สำหรับหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลนั้นมีหน่วยความจำภายในขนาด 8 GB และเพิ่มได้ด้วยหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 16 GB
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบไร้สายอย่าง Bluetooth 2.0 รองรับการเชื่อมต่อใช้งานกับหูฟัง Bluetooth แบบ Stereo (A2DP) นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB 2.0 สำหรับโอนถ่ายข้อมูลเช่น ไฟล์รูปภาพ ไฟล์เพลง ฯลฯ รองรับการเชื่อมต่อแสดงผลผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ (TV Out) และที่พิเศษคือ ติดตั้งระบบค้นหาตำแหน่งและนำทางด้วยดาวเทียม A-GPS โดยใช้งานควบคู่ไปกับแผนที่ Google Maps ที่มีมาให้ในตัวเครื่องผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง HTC Touch Diamond2 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super Fine และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2592 x 1944 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด 640 x 480 พิกเซล และเลือกบันทึกในรูปแบบไฟล์ MP4 ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมากเช่นกัน และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
จากสเปกที่ให้มาระบุไว้ว่าเครื่องรุ่นนี้สามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 3 ชั่วโมง 50 นาที และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 300 ชั่วโมง เท่าที่ได้ลองใช้งานดูด้วยแบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1,000 mAh ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องชาร์จจนเต็ม แล้วทดสอบใช้งานพูดคุยประมาณวันละ 30-40 นาที ฟังเพลง เล่นเกม ใช้งานอินเทอร์เน็ต ถ่ายรูป เป็นต้น ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วัน ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้โหมด Power save ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ต่อไปได้อีก
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ที่อยู่ในกล่องนั้นประกอบด้วยตัวเครื่อง LG KM900 Arena, แบตเตอรี่มาตรฐานแบบ Li-ion ขนาด 1,000 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จไฟ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB Cable พร้อมแผ่นซีดีรอมโปรแกรม, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card และคู่มือการใช้งาน
LG KM900 Arena ถือเป็น Touch Phone รุ่นล่าสุดของ LG ที่ได้นำเทคโนโลยีระบบ S-Class UI ซึ่งเป็นระบบที่มีลูกเล่นทันสมัยมาใช้เป็นรุ่นแรก ที่สำคัญยังได้รับการพัฒนาระบบเสียง เทคโนโลยีหน้าจอ และฟังก์ชันการใช้งานมัลติมีเดียให้มีมาตรฐานใหม่ซึ่งถูกนำมาใช้ร่วมกับระบบ S-Class UI อย่างสมบูรณ์แบบ และจะกลายเป็นมาตรฐานการใช้งานสำหรับโทรศัพท์มือถือระดับไฮเอนด์ของ LG ในรุ่นต่อๆ ไปอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 88 ... |