Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


Nokia เปิดตัว Nokia 6700 Classic โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ราคาไม่ไกลเกินฝัน โดยทาง Nokia ระบุว่า Nokia 6700 Classic คือภาคต่อความสำเร็จของ Nokia 6300 โทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นแชมป์ในตลาดโทรศัพท์ราคากลางแบรนด์ Nokia ที่ขายดีที่สุด และด้วยความที่มีดีเอ็นเอเดียวกัน Nokia มั่นใจว่า Nokia 6700 classic น้องชายของ Nokia 6300 จะเป็นโทรศัพท์มือถือที่ขายดีอีกรุ่นหนึ่งของ Nokia ในปี 2009 นี้









รูปทรงของ Nokia 6700 Classic ยังคงยึดพื้นฐานเดิมจาก Nokia 6300 ที่เป็นโทรศัพท์ทรงแท่ง ด้วยการดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ให้มีรูปลักษณ์งดงามกว่าเดิม และมีขนาดที่บางลง ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากสแตนเลสสตีลมันวาวและโค้งมนอย่างมีสไตล์ มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ Silver metallic, Matte metallic และ Black metallic หน้าจอแสดงผลเป็นจอสีความละเอียดสูงขนาด 2.2 นิ้ว พร้อม User Interface แบบ Nokia Series 40

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลอยู่บริเวณตรงกลางด้านบนพร้อมไฟแฟลชแบบ LED อยู่ด้านซ้ายมือ ส่วนด้านขวามือมีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงขนาดเล็ก นอกจากนี้ด้านขวาข้างเครื่องยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับเสียบชาร์จไฟแบตเตอรี่ ชุดหูฟัง และสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB รวมอยู่ในช่องเดียวกัน และช่องเสียบสายชาร์จไฟขนาดเล็ก


Sim1….ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อคแล้วหยิบฝาออกจากเครื่อง
Sim2….งัดแบตเตอรี่จากช่องตรงกลางด้านล่างขึ้นมาแล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้านบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
ก่อนใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Nokia 6700 Classic ให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วโป้งของมือข้างซ้ายกดลงไปตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วงัดช่องตรงกลางด้านท้ายของแบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณด้านซ้ายบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ ไม่ได้อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่เหมือนเครื่องทั่วๆ ไป ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่เหนือช่องใส่ SIM Card แล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้นำฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนนี้

การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายใต้ปุ่ม Soft Key ด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้จนเครื่องสั่นแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมปรากฏโลโก้ Nokia ตามด้วยสัญลักษณ์มือประสานกัน และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายและเข้าสู่หน้าจอ Standby ภายในหน้าจอ Standby พร้อมใช้งานเป็นแบบ Active Standby ของ Nokia Series 40 ซึ่งเป็นหน้าจอหลักที่พร้อมจะใช้งานคำสั่งได้อย่างสะดวกรวดเร็วตลอดเวลา มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนเมนูที่ต้องการจะเรียกใช้บ่อยๆ แสดงว่าตอนนี้เครื่องกำลังทำอะไรบ้าง เช่น ดูบันทึกในปฏิทิน มีการแจ้งเตือนข้อความเข้า เป็นต้น คล้ายกับหน้าจอในเครื่อง PDA Phone แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นหน้าจอปกติแบบปกติได้โดยเข้าไปที่เมนู Settings>Display>Home screen>Home screen mode>Off
Open+open page….กดที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงกลางด้านบนเครื่องค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนเป็นส่วนของปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ประกอบด้วยปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง, ปุ่ม Soft Key ซ้าย/ขวา, ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง อีกส่วนเป็นส่วนของแผงปุ่มกดตัวเลข ซึ่งออกแบบแบนเรียบติดกับตัวเครื่อง 4 แถวๆ ละ 3 ปุ่ม นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านขวาข้างเครื่องอีก 2 ปุ่มคือ ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ส่วนความเหมาะมือนั้น เท่าที่ลองใช้งานดูก็มีความเหมาะมือเป็นอย่างดี เพราะตัวเครื่องออกแบบมาได้ค่อนข้างดี มีความบางและโค้งมน ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างกระชับมือ ส่วนปุ่มกดใช้งานต่างๆ ก็ไม่นิ่มหรือแข็งเกินไป ทำให้ใช้งานได้ง่ายอีกด้วย

เมนูการใช้งาน
การเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้ให้กดที่ตรงกลางของปุ่ม Navigator Key ซึ่งหน้าตาเมนูใช้งานนั้นแสดงผลเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนู โดยสามารถเลือกแสดงผลได้ 4 แบบคือ List, Grid, Grid with labels และ Tab สำหรับเมนูหลักมีทั้งหมด 10 เมนูด้วยกันดังนี้

  • Messaging เมนูสำหรับใช้ในการรับ-ส่งข้อความรองรับ Message, E-mail message, Flash message, Audio message และ Templates หรือข้อความสำเร็จรูปพร้อมส่ง
  • Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ ประกอบด้วย รายชื่อในโทรศัพท์ ซิงโครไนซ์ทั้งหมด การตั้งค่า ตั้งกลุ่มการโทร โทรด่วน เบอร์ส่วนตัว ลบรายชื่อทั้งหมด ย้ายรายชื่อ และคัดลอกรายชื่อ
  • Log เมนูสำหรับเช็คดูรายการการใช้งานโทรต่างๆ ได้แก่ บันทึกการโทร เบอร์ที่ไม่ได้รับ เบอร์ที่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก ผู้รับข้อความ ลบรายการบันทึก เวลาการโทร ตัวนับข้อมูล ตัวจับแพ็คเกจ บันทึกข้อความและถ่ายดอนข้อมูล
  • Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานของเครื่องประกอบด้วย รูปแบบ ลักษณะ แบบเสียง แสงสว่าง จอแสดงผล วันและเวลา ทางลัดส่วนตัว ซิงค์และสำรอง การเชื่อมต่อ โทรออก โทรศัพท์ อุปกรณ์เพิ่มพิเศษ การตั้งกำหนดค่า ความปลอดภัย และเรียกคืนตั้งค่าดั้งเดิม
  • Gallery เป็นเมนูที่เก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้แก่ รูปถ่าย วิดีโอคลิป ไฟล์เพลง ธีม ภาพต่างๆ โทนเสียง เสียงที่บันทึก และไฟล์ต่างๆ ที่ได้รับ
  • Media เมนูใช้งานมัลติมีเดียประกอบด้วย กล้องดิจิทัล เครื่องเล่นวิดีโอ เครื่องเล่นเพลง วิทยุ เครื่องบันทึกเสียง และปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์
  • Maps เมนูโปรแกรมแผนที่ Nokia Maps สำหรับใช้งานควบคู่กับระบบค้นหาตำแหน่งและนำทางด้วยดาวเทียม GPS
  • Organiser เมนูออร์แกไนเซอร์ ได้แก่ นาฬิกาปลุก ปฏิทิน สิ่งที่ต้องทำ บันทึก เครื่องคิดเลข ตัวนับถอยหลัง และนาฬิกาจับเวลา
  • Apps เป็นเมนูที่เก็บรวบรวมเกม และแอบพลิเคชันสำหรับใช้งานต่างๆ และมีโปรแกรม Download สำหรับเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตเข้าสู่แคตตาล็อกของ Nokia เพื่อดาวน์โหลดคอนเทนต์ต่างๆ มาใช้งานได้
  • Web เป็นเมนูที่ใช้สำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser


ด้านการโทร
เริ่มที่ Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหารายชื่อ โดยกดเลือกที่ Options>Search แล้วพิมพ์ชื่อที่ต้องการค้นหา พร้อมทั้งเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ลงในเครื่องได้ โดยใส่รายละเอียดต่างๆ ได้ตั้งแต่ชื่อ นามสกุล เบอร์มือถือ เบอร์บ้าน ที่อยู่อีเมล์ และภาพสำหรับแสดงเวลามีสายเรียกเข้า นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งตั้งกลุ่มการโทร ตั้งเบอร์โทรด่วน ตั้งเบอร์ส่วนตัว ลบรายชื่อทั้งหมด ย้ายรายชื่อ และคัดลอกรายชื่อต่างๆ ได้

ส่วนการเช็คดูข้อมูลบันทึกการใช้งานโทรต่างๆ อยู่ในเมนู Log ซึ่งเครื่องจะทำการเก็บบันทึกข้อมูลการโทรทั้งหมด ทั้งเบอร์ที่ไม่ได้รับ เบอร์ที่ได้รับสาย และเบอร์ที่โทรออก รวมทั้งสามารถเช็คข้อความที่มีคนส่งเข้ามา เช็คดูเวลาที่ใช้งานล่าสุด เวลาที่โทรเข้า เวลาที่โทรออก และเวลาโทรรวม นอกจากนี้ยังมีตัวนับจำนวนข้อความที่รับและส่ง พร้อมกับตัวนับจำนวนข้อมูลและเวลาที่ใช้งาน GPRS และเช็คดูการถ่ายโอนข้อมูล นอกจากนี้ยังระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างขณะที่กำลังสนทนา และสามารถคุยผ่านลำโพงโทรศัพท์ได้

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความรองรับทั้ง Message, E-mail message, Flash message หรือข้อความด่วน และ Audio message หรือข้อความคลิปเสียง ในส่วนของ Message รองรับการตัดแบ่งข้อความ และแนบไฟล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความสำเร็จรูป คลิปวิดีโอ ไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง เป็นต้น โดยรองรับได้สูงสุดในขนาดไม่เกิน 300 KB ส่วน E-mail message นั้นรองรับอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ในรูปแบบ SMTP, POP3 และ IMAP4

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลชแบบ LED ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกขนาดของภาพได้สูงสุด 2592 x 1944 พิกเซล ซูมดิจิทัล ระบบ Auto Focus ตั้งค่าเลือกคุณภาพในการถ่าย มี Night Mode มีโหมดถ่ายภาพแนวนอนแบบเต็มหน้าจอ ถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง ปรับความสว่าง ใส่เอฟเฟกต์ ปรับสมดุลแสงสีขาว และตั้งเวลาในการถ่ายได้ โดยระยะในการใช้แฟลช 1 เมตร และเมื่อถ่ายเสร็จสามารถขยายภาพ ตั้งความคมชัด แก้ไขภาพ และพิมพ์ภาพถ่ายสู่เครื่องพิมพ์ที่รองรับได้โดยตรง

ส่วนวิดีโอนั้นบันทึกพร้อมเสียงที่ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล (VGA) ที่อัตรา 15 เฟรม/วินาที หรือ 352 x 288 พิกเซล ที่อัตรา 30 เฟรม/วินาที ซูมดิจิทัล 4 เท่า เลือกความยาวคลิปในการบันทึกได้ 2 แบบคือ สำหรับ MMS กับแบบไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม โดยบันทึกวิดีโอในรูปแบบไฟล์ MP4, .3GP; codecs: H.263, MPEG-4 พร้อมตั้งค่าเลือกคุณภาพ ปรับความสว่าง ใส่เอฟเฟกต์ และปรับสมดุลแสงสีขาว

ด้านคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่ โปรแกรม Media Player ที่รองรับการเล่นไฟล์เพลงประเภท AMR, MID, MP3, MP4, M4A, AAC และ WMA ด้วยระบบจัดการรายการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม พร้อมระบบปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ 7 แบบ และฟังก์ชัน Media player theme สำหรับเปลี่ยนธีมเครื่องเล่นมีเดีย นอกจากนี้ยังรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอคลิปในรูปแบบ MP4, .3GP; codecs: H.263, H.264 และวิดีโอสตรีมมิ่งในรูปแบบ .3GP และ .RM พร้อมฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo รองรับระบบ RDS ที่มีระบบจัดเก็บสถานี ค้นหาสถานีอัตโนมัติ ตั้งความถี่เอง โดยต้องเสียบชุดหูฟังก่อนจึงจะรับฟังได้ และใช้ได้กับชุดหูฟังแบบ micro USB ของ Nokia เท่านั้น และเครื่องบันทึกเสียง ที่บันทึกได้นานถึง 1 ชั่วโมง

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย Nokia Web Browser 2.0 และ Opera Mini Browser ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 32 และ HSDPA ที่ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 10 Mbps พร้อมทั้งมีโปรแกรมที่ใช้อินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อได้แก่ โปรแกรม Facebook, โปรแกรม MySpace, โปรแกรม YouTube, โปรแกรม Flickr สำหรับอัปโหลดรูปภาพ, โปรแกรม Nokia Mobile Search สำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆ, โปรแกรม Share On Ovi และโปรแกรม Download ! สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ

ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ ทำได้ทั้งผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB รองรับการเชื่อมต่อกับ PC Suite, เครื่องพิมพ์ และใช้เป็นที่เก็บข้อมูลได้ กับผ่านทางไร้สาย Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 รองรับการเชื่อมต่อใช้งานกับหูฟัง Stereo Bluetooth สำหรับหน่วยความจำในเครื่องมีมาให้ 170 MB สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Nokia 6700 Classic ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่ง เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2592 x 1944 พิกเซล โดยเลือกถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาดที่ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล (VGA) ที่อัตรา 15 เฟรม/วินาที ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมาก และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 500 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นานสูงสุด 3 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อชาร์จเต็มแล้ว เปิดใช้งานตั้งแต่เช้า คุยโทรศัพท์ ฟังเพลง เล่นเกม เล่นเครื่องในเมนูอื่นๆ บ้างเช่น ถ่ายรูป ตกกลางคืนปรากฏว่าแบตเตอรี่เหลืออยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของไอคอนแสดงระดับของแบตเตอรี่ ถือว่าเครื่องกับแบตเตอรี่ก้อนนี้ทำงานกันได้ลงตัวดี ทั้งในเรื่องการใช้งานต่อเนื่อง และความทนในการใช้งาน

อุปกรณ์เสริม
ชุดจัดจำหน่ายของเครื่อง Nokia 6700 Classic ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 960 mAh (BL-6Q), อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง (AC-8), ชุดหูฟัง micro USB (WH-203), สายเชื่อมต่อชนิด USB (CA-101), การ์ดหน่วยความจำชนิด microSD ขนาด 1 GB, ซองใส่โทรศัพท์ และคู่มือการใช้งานแบบรวบรัด

Nokia 6700 Classic ถือเป็นโทรศัพท์มือถือที่มาแทนที่รุ่นพี่อย่าง Nokia 6300 โดยเน้นที่วัสดุของตัวเครื่องที่เป็นระดับพรีเมี่ยม พร้อมด้วยฟีเจอร์ที่อัปเกรดขึ้นมาอีกเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิทัลระดับ 5.0 ล้านพิกเซล รวมทั้งรองรับการใช้งาน 3G สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงผ่านเครือข่าย HSDPA และติดตั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียม GPS นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยฟังก์ชันมัลติมีเดียอย่างครบครันอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 89 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.