|

หลังจากเปิดตัวในต่างประเทศมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว มาวันนี้ HTC Thailand ได้จับมือ AIS เปิดตัว HTC Magic มือถือแอนดรอยด์แพลตฟอร์มรายแรกในประเทศไทย ซึ่ง Android (แอนดรอยด์) คือ ระบบปฏิบัติการ (OS) หรือแพลตฟอร์มน้องใหม่ล่าสุด ที่จะใช้ควบคุมการทำงานบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดย Android เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Open Source ที่สามารถนำไปพัฒนาโปรแกรมหรือต่อยอดแอบพลิเคชันได้อย่างอิสระ และไม่มีขีดจำกัด


HTC Magic มาพร้อมกับรูปทรงสไตล์แท็บเล็ต ด้วยดีไซน์ที่สวยงามดูโค้งมน ใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกเคลือบเงามีให้เลือก 2 สีคือสีขาว และสีดำขอบแดง รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมามีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลซึ่งเป็นจอสีแบบสัมผัสขนาด 3.2 นิ้ว ใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง โดยไม่มีแผงปุ่มกดตัวเลขมาให้ แต่สามารถใช้งานได้บนคีย์บอร์ดเสมือนบนหน้าจอ
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะทำเป็นผิวเรียบ ไม่มีลวดลายอะไร และเป็นพลาสติกมันเงา ซึ่งเวลาจับแล้วจะเป็นรอยนิ้วมือได้ค่อนข้างง่าย ส่วนตรงกลางด้านบนจะเป็นส่วนกล้องดิจิทัล ซึ่งมีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงขนาดเล็กซ่อนอยู่เหนือส่วนนี้ นอกจากนี้ด้านซ้ายข้างเครื่องยังมีปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับเสียบชาร์จ สายดาต้าลิงค์ และช่องเสียบชุดหูฟังในช่องเดียวกันแบบ mini USB และช่องไมโครโฟน

Sim1…ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อคและหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วจับด้านข้างบนทั้ง 2 ด้านของแบตเตอรี่ขึ้นมาและหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องแล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง HTC Magic เริ่มจากถอดฝาหลังออกมาจากเครื่องก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องในแนวนอนแล้วพลิกมาด้านหลัง จากนั้นใช้นิ้วโป้งของมือข้างขวากดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วจับบริเวณด้านข้างบนของแบตเตอรี่ทั้ง 2 ด้านขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณด้านซ้ายล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ในช่องใส่ SIM Card แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับขั้นตอนนี้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์สีแดง พร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลางด้านขวามือ ให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะสั่น 1 ครั้งและเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น HTC MAGIC ตามด้วยภาพโลโก้ HTC และเสียงประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน ภายในหน้าจอหลักหรือ Home Screen มาพร้อมกับความสามารถพิเศษ คล้ายหน้าจอบนเครื่องคอมพิวเตอร์ การวาง Widgets ต่างๆ นั้น สามารถเลือกวางได้ตามตำแหน่งที่ต้องการ ให้ความรู้สึกเหมือนใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาที่ถูกย่อส่วนลงมา โดยมีพื้นที่หน้าจอ 3 หน้าจอด้วยกัน เพียงใช้นิ้วแตะแล้วรูดหน้าจอไปทางซ้าย หรือขวา หน้าจอด้านถัดไปก็จะปรากฏขึ้นมา หากเข้าโปรแกรมใหนอยู่แล้วอยากกลับมายังหน้าจอหลักก็สามารถกดปุ่ม HOME เพื่อเรียกหน้าจอหลักออกมาแสดงได้ทันที
open+open page…กดที่ปุ่มด้านซ้ายบนข้างเครื่องเพื่อเปิดและปิดเครื่อง
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ซึ่งอยู่ใต้หน้าจอแสดงผลทั้งหมด 7 ปุ่ม ประกอบด้วย ปุ่มด้านซ้าย 3 ปุ่ม คือ ปุ่ม Home (รูปบ้าน), ปุ่ม Menu และปุ่มโทรออก ตรงกลางเป็นปุ่มวงล้อควบคุมแบบ TrackBall ทำหน้าที่คล้ายเมาส์ช่วยให้ง่ายต่อการการควบคุมทิศทางของ Curser ปุ่มด้านขวา 3 ปุม คือ ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มค้นหา และปุ่ม วางสาย/ปุ่มเปิดปิดเครื่อง) นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านซ้ายข้างเครื่องคือ ปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็น PDA Phone ที่มีรูปทรงสไตล์แท็บเล็ต ด้วยขนาดเหมาะมือพอดี ใช้งานได้สะดวกทุกปลายนิ้วสัมผัส โดยไม่ต้องใช้ปากกาสไตลัส
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง HTC Magic ทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปลูกศรชี้ขึ้นตรงกลางด้านล่างของหน้าจอหรือลากไอคอนนี้ขึ้นมาก็ได้ รวมทั้งสามารถใช้ปุ่ม Trackball เลื่อนมาที่ไอคอนแล้วกดลงไป 1 ครั้ง หน้าจอเมนูหลักก็จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แสดงผลเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนูประกอบด้านล่าง โดยสามารถใช้นิ้วแตะบนหน้าจอเมนูนี้เลื่อนขึ้นลงเพื่อใช้งานเมนูต่างๆ ได้ สำหรับเมนูใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีดังนี้
- Alarm Clock เมนูนาฬิกาปลุกสำหรับตั้งเวลาปลุกเตือน และสามารถสามารถปลุกได้แม้ตอนปิดเครื่องอยู่ โดยมีให้กำหนดเวลาปลุกได้ 3 รายการ
- Browser เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยเว็บบราวเซอร์
- Calculator เมนูใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับสร้างกำหนดการนัดหมายต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ
- Call log เมนูสำหรับเช็คข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ ทั้งเบอร์ที่โทรออก เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย
- Camcoder เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายวิดีโอ
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่ง
- Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ รวมทั้งเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
- Dialer เมนูใช้งานโทรศัพท์สำหรับโทรออก
- Gallery เมนูแกลอรี่รวมไฟล์มีเดียต่างๆ ไว้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง เป็นต้น ทุก Format ที่ ระบบปฏิบัติการ Android รองรับ ทั้งในตัวเครื่อง และในการ์ดหน่วยความจำภายนอกออกมาแสดงทั้งหมด
- Mail เมนูสำหรับรับส่งอีเมล์ผ่าน Microsoft Exhange ActiveSync และ POP3/IMAP ได้ สามารถใช้งานได้ทั้งหมด 5 บัญชี
- Messaging เมนูสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- PDF viewer เมนูสำหรับดูและอ่านไฟล์เอกสารตระกูล PDF
- Quickoffice เมนูอ่านและดูไฟล์เอกสารประเภท Word
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่องได้แก่ Wireless controls ใช้เปิด/ปิดระบบ Wi-Fi, Bluetooth รวมไปถึงการตั้งค่าการเชื่อมต่อเครือข่ายสัญญาณ และเปิดใช้งานในโหมด Airplane, Call settings ตั้งค่าการโทรออก, Sound & Display ใช้กำหนดเสียงเรียกเข้า, การแจ้งเตือน และความสว่างของหน้าจอ เป็นต้น, Data synchronization ศูนย์รวมโปรแกรม Sync, Location ใช้เปิดสัญญาณค้นหา Wi-Fi และใช้งานดาวเทียม GPS, Security ล๊อคหน้าจอและล๊อคซิม, Date & time กำหนดเวลาและวันที่ของตัวเครื่อง , Local & text ใช้กำหนดภาษาท้องถิ่นของตัวเครื่อง และ About phone บอกคุณลักษณะต่างๆ ของตัวเครื่อง


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ให้กดที่ปุ่มโทรออกด้านซ้ายมือ หรือใช้นิ้วแตะบนหน้าจอแล้วเข้าไปที่เมนู Dialer ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นอย่าง Smart Dialer และคีย์บอร์ดเสมือนเอนกประสงค์สำหรับพิมพ์เลขแล้วกดโทรออกได้เลย ส่วนการค้นหาเบอร์โทรนั้นมีวิธีค้นหาเบอร์โทรที่บันทึกไว้ในเครื่องอยู่ 2 วิธีคือ วิธีแรก พิมพ์เบอร์ที่จำได้แค่ไม่กี่หลัก ระบบจะทำการค้นหาเบอร์โทร และรายชื่อที่เกี่ยวข้องออกมาให้เลือก ส่วนอีกวิธีคือ พิมพ์ตัวเลขลงไป โดยดูตัวอักษรที่อยู่ในตัวเลขนั้นๆ เป็นหลัก ระบบจะทำการค้นชื่อที่มี ตัวอักษรนั้นขึ้นมา ตัวอย่างเช่น ต้องการโทรหา Bie ก็ให้กด 243 จะเห็นเบอร์ปรากฏขึ้นมาให้เลือกโทรออกทันที
ส่วน Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับดูรายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อนั้นทำได้โดยกดที่ปุ่มเมนู แล้วแตะเลือกที่เมนู Search แล้วพิมพ์ชื่อบนช่องสี่เหลี่ยมด้านบน หรือใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อค้นหารายชื่อที่ต้องการ ส่วนการเพิ่มรายชื่อนั้นให้แตะเลือกที่เมนู New Contact ซึ่งใส่รายละเอียดต่างๆ ของผู้ติดต่อได้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าดูรายชื่อผู้ติดต่อได้ในแบบต่างๆ โดยเลือกที่เมนู View และสามารถดูรายชื่อผุ้ติดที่บันทึกใน SIM Card ได้ในเมนู Import contacts ในส่วนของการเช็คดูประวัติการใช้งานโทรต่างๆ นั้น (Call log) ทั้งเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย พร้อมรายละเอียดชื่อผู้ติดต่อ เบอร์โทร เวลาที่ใช้ และจำนวนเวลาที่ใช้งาน
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging สำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS โดยสามารถแนบไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง เป็นต้นไป รวมถึงแทรกอิโมติคอนพร้อมกับข้อความได้ ส่วนการรับอีเมล์นั้นสามารถรับส่ง Email ผ่านทาง Microsoft Exchange ActiveSync และ POP3/IMAP ได้ โดยรองรับการใช้งานบัญชีอีเมล์ได้ทั้งหมด 5 บัญชีด้วยกัน ซึ่งการตั้งค่าเพื่อใช้งานอีเมล์นั้น ทำได้ง่ายเพียงแค่พิมพ์ชื่ออีเมล์ และใส่พาร์ดเวิร์ด แล้วทำการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพียงแค่นี้ก็ใช้งานได้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถสร้างอีเมล์เพื่อส่งไปให้ผู้อื่นได้อีกด้วย
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลระดับ 3.2 ล้านพิกเซล เลือกโหมดการถ่ายได้ 3 โหมดคือ Photo, Video และ Capture Picture โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2016 x 1344 พิกเซล ซูมดิจิทัล พร้อมทั้งมีระบบ Auto Focus, ตั้งค่าปรับสมดุลสีขาว, ปรับความสว่าง, ตั้งเวลาถ่ายได้โดยจะมีให้เลือก 2 วินาที และ 10 วินาที, เลือกคุณภาพได้ 4 แบบ High, Fine, Normal และ Basic, เปิด Time stamp ลงวันที่และเวลาในรูปถ่าย, สามารถเลือกถ่ายออกมาเป็นแบบภาพปกติ (4:3) หรือแบบ Widescreen (3:2) ได้, กำหนดเพิ่มค่า Contrast, Satuation และ Sharpness ได้, เปลี่ยนสีเอฟเฟกต์ได้ 4 แบบ และเปิดระบบป้องกันการสั่นได้
ส่วนโหมด Contact Picture หรือรูปถ่ายของผู้ติดต่อ (สำหรับรายชื่อในเครื่อง) สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 320 x 320 พิกเซล ส่วนลูกเล่นอื่นๆ เหมือนกับการถ่ายรูปปกติ ซึ่งเมิ่อถ่ายเสร็จแล้วจะมีหน้าให้เลือกต่อไปอีกว่ารูปจะถูกตั้งเป็นรูปของผู้ติดต่อคนใหน ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้สูงสุดระดับ Large 352 x 288 พิกเซล โดยเลือกบันทึกไฟล์ในรูปแบบ MP4 และ .3GP สามารถตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว ปรับความสว่าง เปลี่ยนสีเอฟเฟกต์ และกำหนดความยาวของวีดีโอได้ 10 วิ, 30 วิ, 1 นาที, 3 นาที หรือ No Limit
ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล โดยรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ AAC, AAC+, AMR-NB, MP3, WMA, WAV, AAC-LC, MIDI และ OGG สามารถค้นหาเพลงที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำได้จากการเลือกประเภทศิลปิน อัลบั้ม ชื่อเพลง และ Playlists ด้วยระบบเล่นเพลงซ้ำ และเพลงแบบสุ่ม พร้อมด้วยภาพอัลบั้มปกของศิลปินแสงขึ้นมา (ถ้ามี) และสามารถเลือกเพลงเพื่อตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้ โดยกดที่ปุ่มเมนู แล้วแตะเลือกที่เมนู Use as ringtone รวมทั้งสามารถดูไฟล์วิดีโอได้ในเมนู Gallery โดยรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอ MP4 และ .3GP และสามารถดูไฟล์ภาพ โดยใช้นิ้วเลื่อนแตะที่รูปลูกศรเพื่อดูภาพถัดไปหรือย้อนกลับไปภาพก่อนหน้านี้ได้
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้งานผ่าน Web Browser ที่ท่องอินเทอร์เน็ตได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (7.2 Mbps) ในเครือข่าย 3.5G ได้ พร้อมทั้งรองรับ JavaScript และมีจุดเด่นคือ รองรับการทำงานเรียกวินโดวส์ใช้งานหลายวินโดวส์พร้อมกัน ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายขึ้น ในขณะที่รอโหลดอีกหน้าหนึ่งอยู่ก็สามารถอ่านเนื้อหาในหน้าที่โหลดเสร็จแล้วรอไปก่อนได้ และพิเศษมากบนบราวเซอร์ตัวนี้จะมีส่วนเสริมที่เรียกว่า Gears ติดตั้งมาให้ด้วย สามารถเปิดใช้งานเพื่อความรวดเร็วในการเข้าเว็บไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะเว็บที่ใช้ API ของ Google และสามารถเปิดดูวิดีโอผ่านเว็บได้โดยตรงเช่น เว็บ YouTube.com
ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth Stereo ได้ กับ Wi-Fi 801.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม HTC Sync แต่สามารถ Sync ได้แค่เพียง Contact เท่านั้น ถ้าหากต้องการ Sync ข้อมูลอื่นที่เป็น Calendar, Mail ด้วย ต้องผ่าน Exchange Server เท่านั้น และสำหรับหน่วยประมวลผลใช้ CPU ของ Qualcomm MSM7200A ความเร็วในการประมวลผล 528 MHz และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 512 MB Flash Rom และ 288 MB SD RAM สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD Card


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง HTC Magic ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ High และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2016 x 1344 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.8 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด 352 x 288 พิกเซล และเลือกบันทึกในรูปแบบไฟล์ MP4 ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมากเช่นกัน และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าเครื่องรุ่นนี้สนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 450 นาที และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 420 ชั่วโมง สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบบ Li-ion ความจุ 1,340 mAh หลังทดสอบทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง อินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง ถ่ายภาพ และใช้งานสนทนา ปรากฏว่าใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน และระบบปฏิบัติการ Android นั้น ออกแบบสำหรับการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ดังนั้นระบบปฏิบัติการนี้จะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลาไม่มีปุ่ม Disconnect การเชื่อมต่อ GPRS ใดๆ ทั้งสิ้น และถ้าหากมีการเปิดใช้งาน Wi-Fi ควบคู่กันไปด้วยแล้วอาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วได้
อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง HTC Magic, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 1,340 mAh จำนวน 1 ก้อน, ซองหนัง, สายดาต้าลิงค์ Mini USB Cable, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่ AC Adapter, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ขนาด 8 GB และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น
HTC Magic นับเป็นมือถือแอนดรอยด์แพลตฟอร์มเครื่องแรกที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นระบบปฏิบัติการที่ทำงานได้เร็ว และค่อนข้างเสถียร ที่เห็นได้เด่นชัดก็คือ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รวมทั้งออกแบบเมนูมาให้ใช้งานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก และถึงแม้ว่าในไทยจะไม่ได้ License ตัว GMS (Google Mobile Service) แต่ทาง HTC ก็ได้พัฒนาโปรแกรมขึ้นมาทดแทน รวมทั้งได้ AIS พัฒนา AIS Market Place ทดแทน Android Market เพื่อให้ผู้ใช้เข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ ได้
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 90 ... |