Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


ย้อนกลับไปช่วงที่ Omnia รุ่นแรกออกมาถือว่าเป็นอีกรุ่นที่ประสบความสําเร็จมาก เพราะฟังก์ชันที่มีในตัวเครื่องค่อนข้างจะแตกต่างจาก PDA Phone เเบรนด์อื่นๆ ทําให้ได้รับกระแสตอบรับอย่างรวดเร็ว รวมถึงในบ้านเราด้วย ล่าสุด Samsung ได้ตอกยํ้ากระเเส Omnia ให้เเรงยิ่งกว่าเดิม ด้วยการส่ง Samsung i8000 Omnia II สุดยอด PDA Phone ลงตลาด ด้วยคุณสมบัติในตัวที่ปรับปรุงจาก Omnia รุ่นแรกอย่างเห็นได้ชัด









รูปทรงของ Samsung i8000 Omnia II เป็นแบบ Bar Type จุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์แบบ Cubic และมีน้ำหนักที่เบากว่า Omnia รุ่นแรก ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติก สวยหรู โดยแด่นด้วยหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส AMOLED ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในเวลานี้ โดยมีขนาดหน้าจอถึง 3.7 นิ้ว ใต้หน้าจอมีเฉพาะปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มรูปทรงลูกบาศก์หรือ Cube สำหรับเข้าเมนูหลัก และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง

พลิกมาดูด้านหลังเครื่องตรงส่วนของฝาหลังใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกเคลือบเงา มีเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลชคู่ LED อยู่บริเวณมุมซ้ายด้านบน ถัดลงมาด้านล่างมีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง สำหรับด้านซ้ายข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่มล็อคเครื่อง, ปุ่ม Cube และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. กับช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ ชุดหูฟัง และสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB ในช่องเดียวกัน และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน


Sim1….ใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านท้ายเครื่องขึ้นมา แล้วหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง
Sim2….ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่ตรงมุมด้านล่างทั้ง 2 ด้านของแบตเตอรี่ขึ้นมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายบนแล้วดันเข้าไปจนสุด





การใส่ SIM CARD
เริ่มต้นด้วยการถอดฝาหลัง และแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วคว่ำลงในแนวตั้ว จากนั้นใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านท้ายขึ้นมาเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้มือจับตรงมุมด้านท้ายของแบตเตอรี่ทั้ง 2 ด้านขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณด้านซ้ายบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูสัญลักษณ์ที่อยู่ในช่องใส่ SIM Card แล้วดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายด้านขวามือ โดยสังเกตที่ปุ่มจะมีรูปสัญลักษณ์วงกลมขีดกลางอยู่ในปุ่ม ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาทีจนเครื่องสั่นแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมภาพโลโก้ Samsung และ Windows Mobile Version 6.1 พร้อมเสียงโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนเข้าสู่หน้าจอหลัก

สำหรับหน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้ใช้ User Interface 2 แบบ แบบแรกเป็นแบบเรียกว่า TouchWiz UI เวอร์ชัน 2.0 โดยใช้นิ้วแทนปากกาสไตลัสแตะบนหน้าจอเพื่อใช้งานต่างๆ ได้ โดยมาพร้อมกับฟังก์ชัน Widget ซึ่งเป็นโปรแกรมเล็กๆ ที่สามารถเรียกมาใช้งานได้ วิธีจะเรียกใช้ Widget ก็เพียงใช้นิ้วลากโปรแกรมที่ต้องการออกมาวางบนหน้าจอนั่นเอง เมื่อใดที่ไม่ต้องการใช้ Widget ใดก็ให้ลากกลับไปยังแถบด้านซ้ายมือ ตามสไตล์ Drag and Drop ส่วนอีกแบบเรียกว่า Motion UI พร้อม Effects ภาพแบบ 3 มิติ พร้อมเมนูใช้งานแบบลูกบาศก์ 3 มิติ (3D Media Gate) สำหรับการเข้าใช้งานอัลบั้มรูปภาพ เครื่องเล่นเพลง เครื่องเล่นวิดีโอ วิทยุ เกม และอินเทอร์เน็ต วิธีเข้าไปที่หน้าจอนี้ทำได้โดยกดเข้าเมนูหลักแล้วใช้นิ้วแตะเลือกที่เมนู Cube
Open+open page….กดที่ปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์ค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มรูปทรงกล่องลูกบาศก์หรือ Cube สำหรับเข้าเมนูหลัก และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง รวม 3 ปุ่มเท่านั้น เพราะตัวเครื่องออกแบบมาให้มีหน้าจอแบบ Touch Screen หรือหน้าจอแบบสัมผัส การใช้งานส่วนใหญ่จึงใช้ระบบสัมผัสแทนปุ่มกดเป็นหลัก พร้อมมีฟังก์ชัน Touch Alert เวลากดเมนูต่างๆ หรือปุ่มต่างๆ เครื่องจะสั่นได้นิดๆ ให้ความรู้สึกที่ดีมาก นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่มล็อคเครื่อง, ปุ่มเข้า Cube UI แบบ 6 หน้า/Motion UI และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล/ชัตเตอร์ ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็นเครื่องที่มีรูปทรงที่บาง และมีน้ำหนักเบา พกพาได้อย่างสะดวก ส่วนการใช้นิ้วสัมผัสกับหน้าจอเพื่อใช้งานต่างๆ ก็ทำได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร

เมนูการใช้งาน
วิธีการเข้าสู่เมนูหลักของเครื่อง Samsung i8000 Omnia II นั้นทำได้ 2 วิธี วิธีแรกทำได้โดยใช้นิ้วแตะไปที่สัญลักษณ์รูป Windows มีตัวอักษร Start อยู่มุมซ้ายบนสุดของหน้าจอ ส่วนอีกวิธีคือ กดที่ปุ่มรูปทรงลูกบาศก์หรือ Cube ซึ่งหน้าตาของเมนูใช้งานหลักแบ่งเป็น 4 หมวดหมู่ ซึ่งวิธีเข้าดูแต่ละหมดเมนูทำได้โดยใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอไปทางด้านซ้ายเพื่อดูเมนูในหมวดต่างๆ พร้อมทั้งสามารถแก้ไข ลบหรือเพิ่มเมนูในหมวดต่างๆ นี้โดยเลือกที่เมนู Edit และเพิ่มได้ไม่เกิน 12 เมนูในแต่ละหมวด โดยส่วนที่เกินจะอยู่ในเมนู Others สำหรับหมวดเมนูทั้ง 4 หมวดมีดังนี้

  • Productivity หมวดที่รวมเมนูเกี่ยวกับการใช้งานโทรศัพท์ได้แก่ เมนู Phonebook, Touch Calendar, Clock, Tasks, Audio Note, Smart Search, Smart Memo, Calculator, File Manager, Smart Converter, Notes และ Settings
  • Multimedia หมวดที่รวมเมนูเกียวกับด้านมัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ เมนู Touch Player, Photo Album, Camera, FM Radio, Digital Frame, Midomi, Video Editor, Streaming Player, Connected Home, Qik, Dice และ Solitaire
  • Internet หมวดที่รวมเมนูเกี่ยวกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ ได้แก่ เมนู Opera Browser, SMS-MMS, E-Mail, Messenger, RSS Reader, Podcast, Communities, Windows Live, Java และ Internet Explorer
  • Office หมวดที่รวมเมนูเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมด้านเอกสารต่างๆ ได้แก่ เมนู Word Mobile, Excel Mobile, PowerPoint Mobile, OneNote Mobile, Adobe Reader LE, Smart Reader, ActiveSync และ Internet Sharing
    นอกจากดูเมนูในหมวดเมนูหลักแบบ TouchWiz UI แล้ว ยังสามารถเข้าเมนูแบบ Cube ในรูปแบบลูกบาศก์ 3 มิติเพื่อใช้งานเมนูด้านมัลติมีเดียต่างๆ และอินเทอร์เน็ตได้ และมี Task Switcher สำหรับสลับการทำงานระหว่างโปรแกรมได้


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ให้กดที่ปุ่มโทรออกด้านซ้ายมือ หรือใช้นิ้วแตะเลือกไปที่เมนู Phone ก็ได้ ซึ่งก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขแบบสัมผัสขึ้นมาให้ใช้งาน ส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ นั้น (Call Log) แบ่งเป็นเบอร์โทรรวมทั้งหมด เบอร์ที่รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย โดยเลือกที่แถบสี่เหลี่ยมด้านบนของหน้าจอ พร้อมรายละเอียดชื่อผู้ติดต่อ เบอร์โทร วันที่ เวลาที่โทร จำนวนเวลาที่ใช้งาน และไอคอนแสดงสถานะการใช้งาน

สำหรับ Phone Book หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับดูรายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่นั้น สามารถค้นหารายชื่อที่มีบันทึกไว้ในเครื่องได้โดยแค่พิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของชื่อเท่านั้น รายชื่อก็จะปรากฏขึ้นมาให้เลือก หรือใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อค้นหารายชื่อ และใช้นิ้วแตะเลือกที่แถบตัวอักษรที่อยู่ด้านขวาของหน้าจอก็ได้ ส่วนการบันทึกรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ลงในเครื่อง สามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งตั้งกลุ่มการโทร ตั้งเบอร์โทรด่วน และตั้งเบอร์ปฎิเสธรับสาย

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging แบ่งการรับส่งข้อความเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS/MMS รูปแบบเหมือนกับการใช้งาน Outlook Express โดยแยกโฟลเดอร์ใช้งาน Inbox, Outbox, Draft, Sent Items, Deleted Items ไว้ให้ดูง่าย ส่วนที่สองคือ Outlook E-mail สำหรับรับส่งข้อความแบบ Email ซึ่งรองรับ Email ที่เป็นรูปแบบ HTML

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียดระดับ 5.0 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชคู่ LED ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2560 x 1920 พิกเซล ซูมดิจิทัล 3 เท่า พร้อมระบบ Auto Focus, Macro Mode เลือกโหมดในการถ่ายภาพได้ทั้งแบบ Single, Continuous, Smile, Mosaic, Panorama และ Action สามารถปรับรูปแบบการถ่ายได้ตามสภาวะแวดล้อม 13 แบบ พร้อมระบบโฟกัสเฉพาะหน้า (Face detection) ปรับความสว่าง ปรับสมดุลแสงสีขาว ปรับเอฟเฟกต์ ปรับค่า ISO ปรับความคมชัด ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ มีระบบป้องกันมือสั่น เลือกคุณภาพในการถ่าย มีฟังก์ชัน WDR (Wide Dynamic Range) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของช่วงรับแสง และฟังก์ชัน Geo-tagging สำหรับแนบพิกัดตำแหน่งไปกับรูปถ่าย

ส่วนวิดีโอบันทึกพร้อมเสียง โดยเลือกความละเอียดได้สูงสุดในระดับ WVGA 720 x 480 พิกเซล พร้อมทั้งเลือกบันทึกได้ 3 โหมดคือ Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็มในรูปแบบไฟล์ MP4, แบบ MMS โดยเลือกบันทึกได้ในรูปแบบไฟล์ .3GP และแบบ Slow ในรูปแบบไฟล์ MP4 พร้อมมีระบบ Auto Focus และ Macro Mode นอกจากนี้ยังมีกล้องดิจิทัลอีกตัวหนึ่งอยู่ด้านหน้าเครื่องความละเอียดระดับ VGA สำหรับใช้งานวิดีโอคอลล์ในเครือข่าย 3G

ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Windows Media Player 10 Mobile สำหรับเปิดดูหนังหรือไฟล์วิดีโอที่ดาวน์โหลดมา โดยรองรับไฟล์ในรูปแบบ DivX, XviD, H.263, H.264, WMV, MP4 และไฟล์วิดีโอแบบสตรีมมิ่ง หรือฟังเพลง ซึ่งรองรับการเล่นไฟล์ในรูปแบบ MP3, AAC, AAC+, WMA)/WMDRM, OMA DRM 2.1 พร้อมด้วยฟังก์ชัน FM Radio สำหรับรับฟังวิทยุ FM, โปรแกรม Touch Player สำหรับเล่นไฟล์มีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เพลงหรือไฟล์วิดีโอ โดยใช้นิ้วควบคุม, โปรแกรม Digital Frame กรอบรูปดิจิทัลตั้งโต๊ะพร้อมโชว์เวลา, โปรแกรม Photo Album สำหรับดูภาพถ่าย, โปรแกรม Video Editor สำหรับตัดต่อวิดีโอ, โปรแกรม Midomi สำหรับค้นหาชื่อเพลงจากอินเทอร์เน็ต และโปรแกรม Streaming Player สำหรับเล่นไฟล์วิดีโอสตรีมมิ่ง

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีให้เลือกใช้งานทั้งโปรแกรม Internet Explorer Mobile กับโปรแกรม Opera Browser เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (7.2 Mbps) ในเครือข่าย 3.5G ได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับบริการ Google สำหรับค้นหาข้อมูล, ใช้งาน Gmail และ Google Maps รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์หรือ Community ดังๆ เช่น FaceBook, Picasa, My Space เป็นต้น และรับชมวิดีโอคลิปจาก YouTube ได้

ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 with A2DP และ Wi-Fi 801.11 b/g กับแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม ActiveSync พร้อมด้วย TV Out สำหรับเชื่อมต่อกับทีวีผ่านสาย TV Out และมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. ในส่วนหน่วยประมวลผลใช้ CPU ของ ARM 1176 ความเร็วในการประมวลผล 800 MHz และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 512 MB Flash Rom และ 256 MB SD RAM พร้อมด้วยพื้นที่เก็บข้อมูลบนตัวเครื่องที่มีให้เลือกทั้งขนาด 2GB, 8 GB และ 16 GB

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung i8000 Omnia II ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Single เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2560 x 1920 พิกเซล และคุณภาพของภาพแบบ High โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.10 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกโหมด Normal ตั้งคุณภาพของภาพสูงสุดแบบ High และเลือกขนาดสูงสุด WVGA 720 x 480 พิกเซล ด้วยอัตราความเร็ว 30 fps ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมาก ไม่มีการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
Samsung i8000 Omnia II ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 1,500 mAh ตามสเปกแล้วสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 430 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นาน 10 ชั่วโมง จากการทดลองใช้งานจริง หลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม โดยเปิดเครื่องและบลูทูธทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ถ่ายภาพ ฟังวิทยุ ดูหนัง ฟังเพลง ใช้งานอินเทอร์เน็ต ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณเกือบๆ 2 วัน ถือว่าใช้ได้สำหรับเครื่องที่มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบนี้

อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง Samsung i8000 Omnia II ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1,500 mAh จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่แบบพกพา, ชุดหูฟังสเตอริโอ, ซองหนัง, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, CD Rom โปรแกรมใช้งานพร้อม User Guide CD และคู่มือการใช้งาน

นอกจากดีไซน์ที่สะดุดตาแล้ว สิ่งที่เป็นจุดเด่นของเครื่องรุ่นนี้คือ หน้าจอ WVGA แบบ AMOLED ซึ่งมีความคมชัด สว่างชัดเจนเทียบเท่ากับจอ LCD TV เลยทีเดียว พร้อมด้วยหน้าจอสัมผัสแบบ Resistive Touch ที่สามารถใช้นิ้วควบคุมได้แม่นยำมากขึ้น และยังอัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ อย่างครบครัน สมกับชื่อที่ว่า Omnia เพราะคำว่า Omnia ก็แปลว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 91 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.