|

เมื่อต้นปีในงาน Mobile World Congress ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน Garmin และ ASUS ได้จับมือกันเปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่มีชื่อว่า Garmin-Asus nuvifone? ซีรี่ส์ โดยนำเทคโนโลยี GPS ที่น่าสนใจที่สุดในตลาดทั่วโลกมาไว้ในโทรศัพท์มือถือ และเปิดตัวในงานนี้ 2 รุ่นด้วยกันคือ Garmin-Asus nuvifone G60 กับ Garmin-Asus nuvifone M20 สำหรับรุ่นแรกที่นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราคือรุ่น Garmin-Asus nuvifone M20


รูปทรงของ Garmin-Asus nuvifone M20 เป็นแบบ Card Bar ด้วยดีไซน์เรียบหรู ขนาดเล็กกะทัดรัด และมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบามากเพียง 99 กรัมเท่านั้น ตัวเครื่องใช้ระบบปฎิบัติการ Windows mobile 6.1 Professional สามารถอัปเกรดเป็น Windows Mobile 6.5 ได้ รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่บนลงมามีช่องลำโพงสนทนา ข้างๆ ด้านขวามีเลนส์กล้องดิจิทัลสำหรับใช้งานวิดีโอคอลล์ ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลซึ่งเป็นจอสีแบบสัมผัสขนาด 2.8 นิ้ว และใต้หน้าจอเป็นส่วนของปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ
พลิกมาด้านหลังจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัล กับช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงอยู่บริเวณด้านขวาบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มที่ด้านซ้ายมีปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับเสียง ช่องสำหรับเสียบชาร์จไฟในรถยนต์ ด้านขวามีปุ่ม Hold สำหรับเลื่อนล็อคหน้าจอ และด้านท้ายเครื่องมีช่องใส่สายคล้องคอ ช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ สายดาต้าลิงค์ และชุดหูฟังแบบ microUSB รวมอยู่ในช่องเดียวกัน ช่องไมโครโฟน และมุมขวามีช่องสำหรับเสียบปากกาไสตัส

Sim1…ใช้นิ้วกดตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนไปด้านขวาเพื่อปลดล็คอ และหยิบฝาออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้ายซ้ายข้างแบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่องให้ทำเปิดฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวตั้ง จากนั้นใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาครอบแบตเตอรี่ดันเลื่อนออกเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง หลังจากนั้นถอดแบตเตอรี่โดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านซ้ายของช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา (สังเกตตัวอักษร Push and lift here บนแบตเตอรี่) และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่แบตเตอรี่ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้ายบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องโดยเอาด้านที่มีส่วนตัดเล็กๆ เข้าไปก่อนตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านบนแล้วดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยให้ใส่แบตเตอรี่กลับเช้าไป และทำการปิดฝาเครื่อง
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่องใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายข้างปุ่ม Navigator Key ด้านขวามือ ให้กดค้างจนเครื่องสั่นแล้วปล่อยมือ เครื่องจะแสดงภาพโลโก้ garmin asus หลังจากนั้นเครื่องจะเข้าสู่หน้าจอการใช้งานของ Windows Mobile Version 6.1 จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งานซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Garmin-Asus UI โดยที่รูปแบบจะใช้รูปจิ๊กซอร์ ในการลากบล็อกแทนเพิ่มลูกเล่นเข้ามา เช่น การปลดล็อคเครื่อง หรือการรับสาย ปฏิเสธรับสาย เมื่อปลดล็อคแล้วก็จะเข้าสู่หน้าจอหลัก โดยแถบด้านบนสุดจะมีโลโก้ Windows พร้อมตัวอักษร Start สำหรับเข้าสู่เมนูหลัก ถัดมาเป็นไอคอนที่แสดงสถานะการเชื่อมต่อ GPS ตามด้วยไอคอนแสดงสถานะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไอคอนแสดงสัญลักษณ์ของสัญญาณจากเครือข่าย สัญลักษณ์ลำโพง และสถานะของแบตเตอรี่ ในส่วนของหน้าจอ Home Screen ประกอบด้วยชื่อเครือข่ายที่ใช้งาน วันที่ และเวลา ตรงกลางหน้าจอจะแสดงรูปไอคอนเมนูลัดของแอบพลิเคชัน ซึ่งแบ่งเป็น 2 หน้าๆ ละ 6 เมนู และสามารถตั้งค่าเปลี่ยนแปลงเมนูได้ ส่วนแถบด้านล่างของจอด้านซ้ายเป็นเมนู Call ตรงกลางเป็นเมนู Search และด้านขวาเป็นเมนู View Map
open+open page…กดที่ปุ่มด้านซ้ายบนข้างเครื่องเพื่อเปิดและปิดเครื่อง
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ตัวเครื่อง Garmin-Asus n?vifone M20 ออกแบบมาในแนว Touch Phone ดังนั้นปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้จึงมีเฉพาะปุ่มกดควบคุมการใช้งาน 3 ปุ่มที่อยู่ใต้หน้าจอแสดงผลเท่านั้น ส่วนแผงปุมกดตัวเลขและตัวอักษรจะอยู่ในหน้าจอโดยเป็นแผงปุ่มกดแบบ Virtual Keyboard ใช้นิ้วหรือปากกาสไตลัสแตะสัมผัสในการใช้งาน ซึ่งปุ่มกดที่ว่านี้ประกอบด้วยปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง ซึ่งออกแบบแบนเรียบติดกับตัวเครื่อง และเมื่อกดลงไปจะมีไฟส่องสว่างเป็นสีขาวแสดงขึ้นมา นอกจากนี้ที่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านขวามีปุ่มเลื่อนล็อคหน้าจอ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็น PDA Phone ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา และด้านหลังตรงฝาหลังใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกแบบด้าน ทำให้ถือจับใช้งานได้ง่าย และไม่ลื่นมือ
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง Garmin-Asus n?vifone M20 ทำได้โดยใช้นิ้วหรือปากกา Stylus แตะไปที่สัญลักษณ์รูป Windows มีตัวอักษร Start อยู่มุมซ้ายบนสุดของหน้าจอ ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานก็จะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นเมนูที่เพิ่งใช้งานไป ส่วนที่สองเป็นเมนูหลัก และส่วนสุดท้ายเป็นเมนูสำหรับใช้งานโปรแกรม ตั้งค่าและช่วยเหลือ ซึ่งเมนูหลักๆ มีดังนี้ี้
- Today เป็นเมนูที่ใช้สำหรับดูการใช้งานเมนูในวันนี้
- Task Manager เมนูสำหรับจัดการหน่วยความจำต่างๆ ในเครื่อง
- Messenger เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชท MSN
- Getting Started เมนูตั้งค่าเริ่มต้นใช้งานโปรแกรมต่างๆ ในเครื่อง
- Office Mobile เมนูใช้งานโปรแกรมออฟฟิศ ประกอบด้วย Excel Mobile, OneNote Mobile, PowerPoint Mobile และ Word Mobile
- Programs เมนูที่รวบรวมโปรแกรมต่างๆ สำหรับใช้งานในเครื่อง อาทิ Games, ActiveSync, Adobe Reader LE, Backup, Calculator, Calendar, Camera, Ciao!, Connected Services เป็นต้น
- Settings เมนูนี้เปรียบเสมือนการควบคุมการทำงานทั้งหมดของตัวเครื่องใช้ในการตั้งค่าต่างๆ ประกอบด้วย Home Screen, Sound, Navigation, Advanced Settings, Applications และ About
- Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือและอธิบายการใช้งานเมนูต่างๆ ของเครื่อง


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออกหรือรับสาย ให้กดที่ปุ่มโทรออก/รับสายที่อยู่ใต้หน้าจอด้านซ้ายมือ หรือใช้นิ้วแตะบนเมนู Call บนหน้าจอ ก็จะปรากฏแผงปุ่มกดเสมือนหรือ Visual Keyboard ขึ้นมาให้ใช้งาน โดยเวลาที่โทรออกจะมีไอคอนเมนูต่างๆ ขึ้นมาเพื่อใช้งาน เช่น Speaker, Mute, Hold เป็นต้น และเมื่อวางสายสามารถเพิ่มรายชื่อใหม่, Send My Locations ส่งพิกัดตำแหน่ง GPS ผ่าน SMS หรือ E-mail และบันทึกข้อความของเบอร์โทรนั้นๆ ได้ ส่วนการเช็คดูข้อมูลการโทรสามารถเช็คดูเบอร์ที่ใช้งานโทรทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย พร้อมรายละเอียดครบ
ในส่วน Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับดูรายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยเลือกบันทึกข้อมูลในรูปแบบ Outlook Contact (ลงในเครื่อง) ซึ่งใส่รายละเอียดต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ รูปประกอบ ตำแหน่งงาน บริษัท ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ วันเกิด เป็นต้น รวมทั้งสามารถเลือกแถบ Notes สำหรับระบุรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมลงไปได้อีกด้วย กับแบบ SIM Contact ซึ่งบันทึกได้เฉพาะชื่อและเบอร์โทรเท่านั้น สำหรับการค้นหารายชื่อนั้นทำได้ทั้งแบบพิมพ์ชื่อบนช่องสี่เหลี่ยมด้านบน แบบเลือกตัวอักษร และแบบใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงตรงแถบตัวอักษรด้านขวามือเพื่อค้นหารายชื่อที่ต้องการ
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging แบ่งการรับส่งข้อความเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS/MMS รูปแบบเหมือนกับการใช้งาน Outlook Express โดยแยกโฟลเดอร์ใช้งาน Deleted Items, Draft, Inbox, Outbox และ Sent Items ไว้ให้ดูง่าย ส่วนที่สองสำหรับตั้งค่ารับส่ง Email ซึ่งการใช้งาน Email accounts สามารถสร้างได้หลาย accounts แต่โดยทั่วไปจะมีตามนี้ Outlook e-mail ที่ใช้ในการ sync กับ PC หรือผ่าน Exchange Server, Email account ที่ใช้กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วไป, Web-based e-mail account เช่น Windows Live, Yahoo, Gmail และ E-mail account จากที่ทำงานโดยใช้ผ่าน VPN Connection
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.0 ล้านพิกเซล เลือกโหมดการถ่ายได้ 5 โหมดคือ Photo, Video, POI Photo, Photo MMS, Video MMS และ Picture Frame โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048x1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า มีระบบ Auto Focus/Macro Mode ตั้งเวลาในการถ่ายอัตโนมัติ บันทึกไฟล์ในรูปแบบ JPEG ปรับสมดุลแสงสีขาว ตั้งค่าเลือกเอฟเฟกต์ ปรับความสว่าง ปรับความคมของภาพ และปรับความเข้มของสี ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้สูงสุด 352x288 พิกเซล ในรูปแบบไฟล์ .3GP, MP4 โดยบันทึกได้นานไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม นอกจากนี้ยังมีกล้องดิจิทัลอีกตัวหนึ่งด้านหน้าเครื่องระดับ VGA สำหรับใช้งานวิดีโอคอลล์ โดยภาพที่ถ่ายเสร็จแล้วสามารถตั้งเป็นภาพพื้นหลัง ส่งต่อ ดุแบบย่อ/ขยาย และดูแบบสไลด์โชว์พร้อมเพลงประกอบได้
ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Windows Media Player 10 Mobile สำหรับเปิดดูหนังหรือไฟล์วิดีโอที่ดาวน์โหลดมา โดยรองรับไฟล์ในรูปแบบ MPEG4, Motion JPEG, H.263 และ WMV และไฟล์วิดีโอแบบสตรีมมิ่ง หรือฟังเพลง ซึ่งรองรับการเล่นไฟล์ในรูปแบบ AAC, AAC+, eAAC+, MP3, WMA, WAV, MPEG4, AMR-NB พร้อมด้วย โปรแกรม Media Gallery สำหรับดูไฟล์ภาพ สามารถใช้นิ้วเลื่อนดูภาพถัดไปหรือภาพก่อนหน้านี้ รวมทั้งขยายภาพได้, โปรแกรม Pictures & Video สำหรับดูไฟล์ภาพและวิดีโอ, โปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลง MP3 ที่มีระบบจัดการรายชื่อเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม และแสดงปกอัลบั้มศิลปิน (ถ้ามี) และโปรแกรม Streaming Player สำหรับดูไฟล์วิดีโอแบบสตรีมมิ่งเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใช้งานผ่านโปรแกรม Internet Explorer Mobile 6 และ Opera Browser เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP โดยเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA 7.2 Mbps (3.5G) โดยมาพร้อมกับโปรแกรม Wireless Manager ที่ช่วยในการควบคุมการเชื่อมต่อต่างๆ และโปรแกรม Wi-Fi Sharing สำหรับค้นหา Wi-Fi Hotspot ในส่วนหน่วยประมวลผลนั้นใช้ CPU ของ Qualcomm MSM7200A processor ความเร็วในการประมวลผล 528 MHz และหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 4 GB ไม่สามารถเพิ่มได้ด้วยการ์ดหน่วยความจำภายนอกได้
ส่วนการเชื่อมต่อโอนถ่ายรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 with A2DP และ Wi-Fi 802.11b/g กับแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลไม่ว่าจะเป็นรายชื่อ ปฏิทิน สื่อ และเอกสาร Outlook กับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม Microsoft ActiveSync หรือตั้งค่าใช้เป็น Mass storage device (card reader) สำหรับเก็บข้อมูลต่างๆ ได้เหมือนกับ Thumb Drive


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Garmin-Asus nuvifone M20 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกคุณภาพในการถ่ายในระดับ Super Fine บันทึกในรูปแบบไฟล์ JPEG และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดใช้มาโครโหมดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด 352 x 288 พิกเซล และเลือกบันทึกในรูปแบบไฟล์ MP4 ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีเช่นกัน
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
สำหรับแบตเตอรี่ของเครื่องรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาดความจุ 920 mAh ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 2.8 ชั่วโมง และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 260 ชั่วโมง หลังจากที่ได้ทดสอบใช้งานทั่วๆ ไป ทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง ใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง และมีการใช้งานโทรศัพท์สนทนาพูดคุยในระหว่างวันค่อนข้างมาก ผลปรากฎว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1 วัน แต่ถ้ามีการเปิด Bluetooth, Wi-Fi และ GPS ทิ้งไว้ แบตเตอรี่ก็จะหมดไวขึ้น โดยรวมแล้วในเรื่องของแบตเตอรี่กับการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้ถือว่าสอบผ่าน
อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง Garmin-Asus n?vifone M20, แบตเตอรี่แบบ Li-ion
920 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จแบตเตอรี่ AC Adapter, ปากกา Stylus, ชุดหูฟังสเตอริโอ mini USB, สายดาต้าลิงค์ USB Cable, ชุดอุปกรณ์สำหรับติดตั้งในรถยนต์, แผ่น n?vifone M20 Bonus CD, แผ่น n?vifone Gettings Started CD, ใบรับประกัน และคู่มือเริ่มต้นใช้งาน n?vifone M20
โดยรวมแล้วเครื่อง Garmin-Asus nuvifone M20 ถือเป็นเครื่องที่ช่วยในการดำเนินชิวิตให้ง่ายขึ้น โดยเน้นจุดแข็งด้าน navigation and location based services (LBS) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Garmin-Asus nuvifone นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาข้อมูลโดยเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพื่อทำการอัปเดตสถานที่สำคัญ และจุดที่น่าสนใจได้ รวมทั้งมีโปรแกรม Ciao! ที่เชื่อมต่อสังคมเครือข่ายออนไลน์ต่างๆ เข้ามาไว้ในโทรศัพท์เครื่องเดียวเพื่อให้ติดต่อได้ง่ายอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 93 ... |