|

หลังจากที่แอลจีส่ง Camera Phone หรือกล้องมือถือรุ่นแรกออกมาในชื่อรุ่น LG KU990 Viewty ไปเมื่อปลายปี 2007 ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับรางวัลการันตีด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จาก iF ประจำปี 2008 พร้อมฟังก์ชันการทำงานของกล้องระดับมืออาชีพเครื่องแรกของโลก มาปีนี้แอลจีได้พัฒนากล้องมือถือรุ่นใหม่ออกในชื่อรุ่น LG GC900 Viewty Smart ที่มาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส 3D S-Class User Interface เหมือนกับรุ่น LG KM900 ARENA ที่ออกมาก่อนหน้านี้


รูปทรงของ LG GC900 Viewty Smart เป็นแบบ Card Type ดีไซน์เรียบหรู ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติก ทำให้มีน้ำหนักเบา บวกกับงานประกอบที่ดูแน่นหนาและแข็งแรง รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าตั้งแต่ด้านบนลงมีตรงกลางมีช่องลำโพง ส่วนด้านขวามีเซนเซอร์จับแสง และเลนส์กล้องดิจิทัลสำหรับใช้งานสนทนาแบบเห็นหน้า ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 3 นิ้ว และใต้หน้าจอมีเพียงปุ่ม Home Screen ปุ่มเดียว
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED อยู่ด้านซ้ายบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกพร้อมฝาปิด และปุ่ม 3D Cube ด้านขวามีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จ ชุดหูฟัง และสายดาต้าลิงค์ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิดกันฝุ่นเข้า ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านบนเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ ด้านขวามีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายมีช่องไมโครโฟน

Sim1….ใช้นิ้วกดปุ่มสีเทาที่อยู่ตรงกลางด้านบนเพื่อปลดล็อคและหยิบออกจากเครื่อง
Sim2….ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดช่องตรงกลางด้านล่างขึ้นมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง ให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านซ้ายล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณตรงกลางด้านบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านข้างของช่องใส่ SIM Card แล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนนี้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง LG GC900 Viewty Smart อยู่บริเวณด้านขวาบนของเครื่อง โดยเป็นปุ่มเดียวกันกับปุ่มล็อคหน้าจอ วิธีเปิดให้กดค้างไว้ โดยกดค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที หน้าจอก็จะติดขึ้นมาพร้อมตัวอักษรโลโก้ LG ตามด้วย S-Class User Interface และเสียงดนตรีโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอยินดีต้อนรับสู่ GC900! ตั้งค่าสำหรับใช้งานครั้งแรกได้แก่ ภาษา วันที่และเวลา ตั้งค่าอีเมล์แอคเคาท์ ตั้งค่าหน้าจอหลักและการใช้งานเบื้องต้น ก่อนเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน
ภายในหน้าจอพร้อมใช้งานเป็นแบบ 3D S-Class User Interface ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้โครงสร้างแบบ 3 มิติและการตอบสนองที่รวดเร็วต่อการสัมผัส โดยมีความโดดเด่นด้วยการออกแบบเมนูทรงลูกบาศก์ (Cube) และสามารถใช้ปลายนิ้วสัมผัสเพื่อหมุนเลือกใช้งานและจัดการเมนูต่างๆ ได้อย่างอิสระจากทั้ง 4 ด้าน โดยแบ่งเป็น Shortcut, Widget, Contacts และ Multimedia และการทำงานของทุกฟังก์ชันถูกออกแบบให้มีสีสันและการตอบสนองที่รวดเร็ว รวมถึงการรองรับระบบสัมผัสแบบ Multi-touch ซึ่งจะให้รูปแบบการควบคุมด้วยปลายนิ้วแตกต่างไปจากระบบสัมผัสทั่วๆ ไปอย่างสิ้นเชิง
Open+open page….กดที่ปุ่มรูปหูโทรศัพท์ด้านขวามือค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
LG GC900 Viewty Smart ใช้เทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส 3D S-Class User Interface จึงตัดส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขออกไป มีเฉพาะปุ่ม Home screen ปุ่มเดียวซึ่งเป็นปุ่มแถบยาวอยู่ใต้หน้าจอ โดยเมื่อกดปุ่มนี้ไม่ว่าจะอยู่ในเมนูไหนก็จะกลับสู่หน้าจอ Home screen ทันที นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่ม 3D Cube ที่จะแสดงผลหน้าจอเป็นกล่องสี่เหลี่ยมเมนูทั้ง 4 ด้าน ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล/ชัตเตอร์ และด้านขวาบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง/ปุ่มล็อคหน้าจอ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็น Touch Phone ที่มีขนาดพอดีมือ ตัวเครื่องมีขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป และมีน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างสบายๆ ทั้งเวลาใช้งานปกติ และเวลาใช้ปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอ
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าสู่หน้าเมนูหลักนั้นทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่แถบไอคอนด้านล่างไอคอนสุดท้ายด้านขวามือ สำหรับเมนูหลักแบ่งเป็น 4 โหมด โดยแสดงผลเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนูประกอบใต้รูป ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้นิ้วสไลด์ไปมาในแต่ละโหมดเพื่อเลื่อนดูเมนูต่างๆ ทั้งหมดได้ แต่ถ้าพลิกเครื่องไปทางแนวนอน หน้าจอก็จะแสดงเมนูทั้งหมด ซึ่งเมนูใช้งานใน 4 โหมดมื 32 เมนูด้วยกันดังนี้
- Communication โหมดใช้งานด้านการโทรและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ประกอบด้วยเมนู Contacts สำหรับดูรายชื่อ เพิ่มรายชื่อใหม่ ค้นหา โทรด่วน ตั้งกลุ่มการโทร ตั้งค่า และดูข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้, Recent history สำหรับดูข้อมูลการโทรต่างๆ, Browser เบราเซอร์ใช้งานอินเทอร์เน็ต, Messaging สำหรับรับส่งข้อความ SMS, Email สำหรับรับส่งอีเมล์, Dialling สำหรับโทรออก, Video call ใช้งานวิดีโอคอลล์ และ Google สำหรับใช้งานเว็บและแอบพลิเคชันของ Google
- Multimedia โหมดใช้งานด้านมัลติมีเดีย ประกอบด้วยเมนู Music เครื่องเล่นเพลงดิจิทัล, Camera กล้องดิจิทัล, Video camera กล้องวิดีโอ, Gallery คลังภาพสำหรับดูไฟล์มีเดียทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ, My Stuff แฟ้มข้อมูลด้านมีเดียต่างๆ ได้แก่ ภาพ เสียงส่วนตัว วิดีโอ เกมและแอพลิเคขัน เอกสาร ไฟล์อื่นๆ และไฟล์ในการ์ดหน่วยความจำภายนอก, Game& Apps เกมและแอบพลิเคชัน, FM radio วิทยุ FM และ Movie Maker โปรแกรมสร้างไฟล์ภาพยนตร์
- Utilities โหมดใช้งานด้านเครื่องมือต่างๆ ประกอบด้วยเมนู, Alarms ตั้งปลุก, Organiser สมุดบันทึกสำหรับใช้งานปฏิทิน สิ่งที่ต้องทำ บันทึก ตัวค้นหาวันที่ และตั้งค่าWorld time เทียบเวลาเมืองต่างๆ, Memo บันทึกย่อ, Stopwatch นาฬิกาจับเวลา, Voice recorder บันทึกเสียง, Calculator เครื่องคิดเลข, World clock นาฬิกาเทียบเวลาทั่วโลก และ Tools รวมเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการทำงานต่างๆ ได้แก่ Tag-it และตัวแปลงหน่วย
- Settings โหมดสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง ประกอบด้วยเมนู Profiles โปรไฟล์สำหรับใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ และปรับตั้งค่ารูปแบบเสียงใช้งาน, Screen settings ตั้งค่าหน้าจอแสดงผล, Phone setting ตั้งค่าโทรศัพท์, Bluetooth เปิดปิดการใช้งานบลูทูธ, Wi-Fi เปิด/ปิดการใช้งาน Wi-Fi, Call settings ตั้งค่าการโทร, Connectivity ตั้งค่าการเชื่อมต่อ และ Message settings ตั้งค่าข้อความต่างๆ


ด้านการโทร
เริ่มที่ Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหารายชื่อ โดยสามารถใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อหารายชื่อที่ต้องการ หรือใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปแว่นขยายแล้วพิมพ์ตัวอักษรขึ้นต้นชื่อของผู้ติดต่อลงในช่องสี่เหลี่ยมรายชื่อก็จะปรากฏขึ้นมาให้เลือก ส่วนการเพื่อรายชื่อผู้ติดต่อใหม่นั้น สามารถเลือกบันทึกเก็บไว้ในเครื่องหรือใน USIM (SIM Card) ถ้าเลือก SIM Card จะบันทึกได้เฉพาะชื่อและเบอร์โทรเท่านั้น แต่ถ้าเลือก Handset หรือในเครื่อง บันทึกได้ 1,000 ตำแหน่ง พร้อมทั้งใส่รายละเอียดต่างๆ ได้ครบ นอกจากนี้ยังตั้งเบอร์โทรด่วน ตั้งเบอร์คนโปรด คัดลอก ย้าย และส่งรายชื่อผ่านทาง MMS, อีเมล์ และบลูทูธได้
สำหรับการโทรออกนั้นให้ใช้นิ้วแตะที่ไอคอนแรกซ้ายมือด้านล่างของหน้าจอหลักก็จะปรากฏหน้าจอพร้อมแป้นตัวเลขเสมือนขึ้นมาให้ใช้งาน ส่วนการดูข้อมูลการโทรต่างๆ นั้น (Recent history) ซึ่งแสดงรายการโทรทุกสาย สายที่ไม่ได้รับ เฉพาะการโทร และเฉพาะข้อความ ซึ่งหากมีการทำรายการซ้ำกับเบอร์เดิม ชื่อเดิม เช่น โทรซ้ำสองครั้ง ไม่ได้รับสายจากสายเดิมมากกว่าหนึ่งครั้ง ที่หน้าชื่อหรือเบอร์นั้นๆ ก็จะมีตัวเลขตามด้วย X เป็นการบอกจำนวนครั้งที่ใช้งาน ในส่วนของการตั้งค่าการโทรนั้นสามารถตั้งค่าการโอนสาย ป้องกันการโทร สายเรียกซ้อน กำหนดเบอร์โทรออก ข้อความขอโทษ การตั้งค่าทั่วไป ตั้งค่าสนทนาทางวิดีโอ ค่าโทร เวลาในการโทร และดูจำนวนข้อมูลที่รับและส่งออกจากการใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความ เข้าไปใช้งานได้ในเมนู Messaging รับ-ส่งได้ทั้งข้อความแบบ SMS, MMS และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3 และ SMTP ส่วนการพิมพ์ข้อความนั้นสามารถพิมพ์และรับข้อความได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 ทั้ง 2 ภาษา ซึ่งการส่งข้อความ MMS นั้นสามารถเพิ่มรูปภาพ วิดีโอ เสียง สัญลักษณ์ รูปแบบอัตโนมัติ อีโมติคอน ชื่อและเบอร์และอื่นๆ ได้
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียด 8.0 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED โดยใช้เลนส์กล้องคุณภาพสูงจาก Schneider-Kreuznach Optics ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกขนาดภาพได้สูงสุดขนาด 3264 x 2448 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า พร้อมระบบ Auto Focus, Macro Mode เลือกโหมดฉากได้ 6 แบบ ตั้งค่าปรับค่ารับแสง เปิด/ปิดใช้งานแฟลช ป้องกันตาแดง เลือกเอฟเฟกต์ ปรับสมดุลแสงสีขาว ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ เลือกโหมดถ่ายได้ 5 แบบคือ Normal, Continuous shot, Smile shot, Beauty shot และ Art shot ปรับค่า ISO เลือกคุณภาพในการถ่าย ระบบป้องกันภาพสั่นไหว ระบบโฟกัสใบหน้าอัตโนมัติหรือ Face tracking และระบบ Geo-tagging สำหรับบันทึกพิกัดลงบนข้อมูลภาพถ่าย จึงช่วยให้ทราบทันทีว่าภาพนี้ถ่ายจากมุมใดของโลก และภาพที่ถ่ายเสร็จแล้วสามารถส่งต่อ แก้ไข และตั้งเป็นภาพพื้นหลังได้ทันที
ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้ โดยมีความละเอียดสูงถึง 640 x 480 พิกเซล (30 fps) และยังถ่ายในแบบ Wide screen ความละเอียด 720 x 480 พิกเซล (30 fpsเช่นกัน) ในรูปแบบไฟล์ .3GP เลือกโหมดการถ่ายได้ 2 แบบคือแบบ Normal ไม่จำกัดเวลา กับแบบสำหรับส่ง MMS พร้อมทั้งตั้งค่าเลือกเอฟเฟกต์ ปรับสมดุลแสงสีขาว เลืกคุณภาพ ปรับค่ารับแสง โหมดถ่ายกลางคืน และเลือกความเร็วในการบันทึกได้ทั้งแบบกปกติ ช้า และเร็ว โดยบันทึกได้ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม นอกจากนี้ยังมีกล้องดิจิทัลอีกตัวหนึ่งด้านหน้าเครื่องเป็นกล้องดิจิทัลระดับ VGA สำหรับใช้งาน Video Call ในเครือข่าย 3G และถ่ายภาพและวิดีโอได้
ด้านคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีเครื่องเล่นเพลง MP3 ซึ่งรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบไฟล์ MP3, AAC, AAC+, RA, WMA ด้วยระบบจัดรายการเพลง (Playlist) ตั้งค่าเล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้มากถึง 22 แบบรวม Bobcat Mobile และ Dolby Mobile ในขณะเล่นเพลงก็จะแสดงภาพปกอัลบั้มศิลปิน (ถ้ามี) พร้อมทั้ง Visualizer หรือภาพกราฟิกเคลื่อนไหว ซึ่งมีให้เลือก 5 แบบ และมีโหมด Tag-it Song ซึ่งเป็นบริการฟรีสำหรับระบุชื่อศิลปินและอัลบั้มของเพลงที่จะบันทึก แต่อาจมีค่าบริการรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต
นอกจากนี้ยังมีวิทยุ FM Stereo โดยบันทึกสถานีโปรดได้ 30 สถานี ด้วยระบบค้นหาอัตโนมัติ และฟังผ่านลำโพงเครื่องได้ โดยต้องเสียบชุดหูฟังก่อนจึงจะรับฟังได้, เครื่องเล่นไฟล์วิดีโอ ที่รองรับการเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .3GP, MP4 และ DivX/Xvid, โปรแกรม Movie Maker สำหรับสร้างภาพยนตร์ส่วนตัว และ Gallery สำหรับดูไฟล์ภาพและวิดีโอ โดยไฟล์ภาพแสดงได้ในรูปแบบปกติ ภาพสไลด์ และแบบ 3 มิติ และสามารถขยายภาพได้โดยใช้ระบบ Multi-Touch หรือ 2 นิ้วเลื่อนขยายภาพได้
ด้านการเชื่อมต่อ
การเชื่อมต่อ เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำได้ด้วย WAP Browser เวอร์ชัน 2.0 และ Internet Full Browsing เข้าเว็บไซต์ได้เต็มรูปแบบผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 12 รวมทั้งเครือข่ายเทคโนโลยีความเร็วสูง HSDPA ที่ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 7.2 Mbps และเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi 802.11 b/g โดยใช้ระบบ Multi-Touch ในการย่อขยายหน้าเว็บไซต์ สำหรับหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลนั้นมีหน่วยความจำภายในขนาด 1.5 GB และเพิ่มได้ด้วยหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 32 GB
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบไร้สายอย่าง Bluetooth 2.0 รองรับการเชื่อมต่อใช้งานกับหูฟัง Bluetooth แบบ Stereo (A2DP) นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB 2.0 สำหรับโอนถ่ายข้อมูลเช่น ไฟล์รูปภาพ ไฟล์เพลง ฯลฯ รองรับการเชื่อมต่อแสดงผลผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ (TV Out) และที่พิเศษคือ ติดตั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียม GPS พร้อมฟังก์ชันเสริม A-GPS โดยใช้งานควบคู่ไปกับแผนที่ Google Maps ที่มีมาให้ในตัวเครื่องผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง LG GC900 Viewty Smart ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 8.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Normal เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super Fine และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 3264 x 2448 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.10 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นเดียวกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกตั้งค่าขนาดของภาพสูงสุดคือ 720 x 480 พิกเซล และเลือกคุณภาพของภาพสูงสุดคือ Super Fine ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุไว้ว่าเครื่องรุ่นนี้สนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 5 ชั่วโมง 30 นาที และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 3-0 ชั่วโมง เท่าที่ได้ลองใช้งานดูด้วยแบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1,000 mAh ที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง โดยชาร์จจนเต็ม แล้วทดสอบใช้งานพูดคุยประมาณวันละ 30-40 นาที ฟังเพลง เล่นเกม ใช้งานอินเทอร์เน็ต ถ่ายรูป เป็นต้น ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วัน ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้โหมด Power save ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่าการใช้งานปกติ
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ที่อยู่ในกล่องนั้นประกอบด้วยตัวเครื่อง LG GC900 Viewty Smart, แบตเตอรี่มาตรฐานแบบ Li-ion ขนาด 1,000 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จไฟ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB Cable พร้อมแผ่นซีดีรอมโปรแกรม, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card และคู่มือการใช้งาน
LG GC900 Viewty Smart เป็นกล้องมือถือที่พัฒนาต่อจากรุ่น LG KU990 Viewety ด้วยจุดเด่นกล้องดิจิทัลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และ Intelligent Shot Mode ที่ทำให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์องค์ประกอบของภาพ และปรับการทำงานของกล้องโดยอัตโนมัติ โดยเทคโนโลยีที่มีความพิเศษนี้ ยังไม่มีการนำมาใช้มากนักแม้แต่ในกล้องถ่ายรูประดับมืออาชีพ นอกจากนี้ยังติดตั้ง 3D S-Class User Interface ที่ทำให้การใช้งานง่าย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 93 ... |