Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


หลังจากเปิดตัวให้ชื่นชมกันไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มาวันนี้ก็วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Nokia 5530 XpressMusic ที่พัฒนาต่อจากรุ่นยอดนิยม Nokia 5800 XpressMusic โดยหัวใจของ Nokia 5530 XpressMusic คือ ประสบการณ์ทางดนตรีและความบันเทิง นับเป็นมือถือในฝันสำหรับผู้ที่ต้องการความง่ายและรวดเร็วเพื่อเข้าถึง แบ่งปัน และผสมผสานมีเดียหลากรูปแบบ









Nokia 5530 XpressMusic มาพร้อมกับรูปทรงแบบ Bar Type ที่ออกแบบมาให้ถือจับใช้งานได้ถนัดมือ ดีไซน์ทันสมัย และทนทานขึ้นด้วยขอบสแตนเลสสตีล ตัวเครื่องมีให้เลือกใช้งาน 3 สี โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 2.9 นิ้ว ที่มีระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ, ระบบประมวลผลภาพแบบ 3 มิติ และระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อเอาเครื่องแนบกับหน้าขณะสนทนา

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED อยู่ตรงกลางด้านบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก และช่องสำหรับใส่ SIM Card ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มเลื่อนล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB, ช่องสำหรับเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟแบตเตอรี่


Sim1….ใช้นิ้วงัดช่องตรงกลางด้านท้ายเครื่องขึ้นมาแล้วหยิบฝาออกจากเครื่อง
Sim2….งัดแบตเตอรี่จากช่องตรงกลางด้านท้ายขึ้นมาแล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายข้างเครื่องตามรูปสัญลักษณ์ด้านใน





การใส่ SIM CARD
ช่องใส่ SIM Card เครื่องรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่เหมือนเครื่องทั่วไป โดยอยู่บริเวณด้านซ้ายข้างเครื่องเหมือนกับเครื่องรุ่น Nokia 5800 XpressMusic ซึ่งจะมี 2 ช่องช่องแรกสำหรับใส่ microSD Card ส่วนอีกช่องสำหรับใส่ SIM Card การใส่ SIM Card ครั้งแรกแนะนำให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อนโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านบนของฝาหลังขึ้นมาแล้วหยิบฝาหลังออก จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องตรงกลางด้านท้ายขึ้นมาแล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้เปิดช่องใส่ SIM Card ออกมาแล้วนำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่ดันเข้าไปจนสุด และปิดช่องใส่ SIM Card หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม ส่วนการถอด SIM Card นั้นให้ถอดฝาหลังและแบตเตอรี่ และใช้ปากกา Stylus จิ้มลงไปในช่องใต้ช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเลื่อน SIM Card ออกมา

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณตรงกลางด้านบนเครื่อง ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาทีจนเครื่องสั่นแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมปรากฏโลโก้ Nokia ตามด้วยสัญลักษณ์มือประสานกัน และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายและเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักพร้อมใช้งานเป็นแบบ XpressMusic 2009 ที่สามารถเลือกเปลี่ยนการแสดงผลหน้าจอ Home screen theme ได้ 3 แบบคือ Shortcuts bar แบบแสดงเมนูไอคอนลัด 4 เมนูบนหน้าจอ, Basic แบบหน้าจอว่างๆ และ Contacts Bar แบบแสดงรูปผู้ติดต่อบนหน้าจอ ซึ่งรุ่นนี้รองรับได้ถึง 20 คนมากกว่ารุ่น Nokia 5800 XpressMusic ที่รองรับเพียง 4 คนเท่านั้น วิธีตั้งค่าแสดงผลให้เข้าไปที่เมนู Settings> Personal>Home screen>Home screen theme
Open+open page….กดที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงกลางด้านบนเครื่องค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มสำหรับการเปิดแอบพลิเคชัน (ปุ่มเมนู), ปุ่มโทรออก/รับสาย, ปุ่มวางสาย และปุ่ม XpressMusic ซึ่งทั้งหมดเป็นปุ่มแบบสัมผัส ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรจะเป็นแบบแป้นพิมพ์เสมือนใช้งานบนหน้าจอแบบสัมผัส ซึ่งมีให้เลือก 3 แบบคือ Handwriting เขียนด้วยลายมือ, Alphanumeric keypad แป้นพิมพ์ตัวเลข และแบบ Full screen QWERTY แป้นพิมพ์เต็มรูปแบบ นอกจากนี้ด้านขวาข้างเครื่องก็ยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มเลื่อนล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และตรงกลางด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง ส่วนความเหมาะมือนั้น เท่าที่ลองใช้งานดูก็มีความเหมาะมือเป็นอย่างดี เพราะตัวเครื่องออกแบบมาได้อย่างลงตัว โดยมีขนาดเล็กและบางกว่ารุ่น Nokia 5800 XpressMusic ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือ

เมนูการใช้งาน
การเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้ให้ใช้ปุ่มที่อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย ซึ่งหน้าตาเมนูใช้งานนั้นเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนู โดยสามารถเลือกแสดงผลได้ 2 แบบคือ แบบ Grid และแบบ List สำหรับเมนูหลักมีทั้งหมด 12 เมนูด้วยกันดังนี้

  • Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ ทั้งการประชุม บันทึก วันครบรอบ และบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
  • Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับบันทึกรายละเอียดของผู้ติดต่อพร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ สามารถตั้งกลุ่มการโทร และแนบไฟล์รูปถ่ายได้
  • Log เมนูเช็คข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ รวมถึงเวลาที่ใช้งานโทร และข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต
  • Internet เมนูใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตประกอบด้วย Web, Share online, Search และ MySpace
  • Messaging เมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความทั้งแบบ SMS, MMS, Audio message และ E-mail
  • Gallery เมนูสำหรับดูไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ ไฟล์ภาพและวิดีโอ, ไฟล์เพลง, ไฟล์เสียง และไฟล์มีเดียอื่นๆ
  • Download! เมนูสำหรับดาวน์ดหลดแอบพลิเคชันต่างๆ ทั้งโปรแกรม และเกม ผ่านแคตตาล็อคของ Nokia
  • Music เมนูรวมเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่มีทั้ง Music Player, Radio, Music Store, Podcasting และ Recorder
  • Share online เมนูสำหรับเเชร์อัปโหลดรูปภาพ วิดิโอให้ผู้อื่นโดยตรงจากเครื่องผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • Settings เป็นเมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานของเครื่องประกอบด้วย การตั้งค่าส่วนตัว การตั้งค่าโทรศัพท์ การจัดการแอบพลิเคชัน การตั้งค่าการโทร และการตั้งค่าการเชื่อมต่อ
  • Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือในการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของเครื่อง
  • Applications เมนูรวมโปรแกรมต่างๆ ได้แก่ Welcome ตัวช่วยสำหรับตั้งค่าใช้งานอินเทอร์เน็ต ตั้งค่าอีเมล์ และโปรแกรมสำหรับโอนถ่ายรายชื่อไปยังเครื่อง Nokia ด้วยกัน, นาฬิกา, กล้องดิจิทัล, Switch, เครื่องคิดเลข, โปรแกรมจัดการไฟล์, ตัวช่วยตั้งค่า, ศูนย์วิดีโอ, โปรแกรม RealPlayer, My Nokia, เกม Bounce, เกม Racing Thunder, ตัวตั้งอุปกรณ์เสริม, สมุดบันทึก, ตัวแปลงค่า, สถานที่, อัปเดตซอฟต์แวร์ และพจนานุกรม


ด้านการโทร
เริ่มที่เมนู Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหารายชื่อและเพิ่มรายชื่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อผู้ติดต่อนั้นมีระบบ Search ที่ค้นหารายชื่อได้รวดเร็วเพียงแค่กดตัวอักษรตัวแรกในช่องสี่เหลี่ยมด้านล่างเท่านั้นรายชื่อก็จะแสดงขึ้นมา ส่วนการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อสามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังสามารถสามารถเพิ่มเสียงเรียกเข้า ใส่รูปประจำบุคคล ตั้งกลุ่มรายชื่อ ตั้งเสียงประจำกลุ่ม สำรอง และจัดการรายชื่อผ่าน PC Suite หรือจะใช้ Ovi ในการ Sync ก็ได้เช่นกัน

ส่วนการเช็คดูประวัติการโทร ดูได้ในเมนู Log โดยแบ่งเป็น 3 รายการหลักคือ Recent Calls แสดงรายการเบอร์ที่ไม่ได้รับ เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่โทรออก, Call Duration แสดงเวลาที่ใช้งานโทร ประกอบด้วยเวลาโทรครั้งล่าสุด เวลาที่โทรออก เวลาที่ได้รับสาย และเวลารวมในการใช้สายทั้งหมด และ Packet Data แสดงรายการจำนวนข้อมูลที่รับ และส่งออกจากการใช้งานด้านข้อมูล นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าเวลาที่เก็บบันทึกได้นานถึง 30 วัน และเลือกให้แสดงหรือไม่แสดงเวลาการโทรได้

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความนั้น ทำได้ทั้ง SMS, MMS, Audio message และ E-mail ซึ่งรองรับเมล์เซิร์ฟเวอร์แบบ POP3, IMAP4 และ SMTP การพิมพ์ข้อความนั้นสามารถพิมพ์ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเลือกรูปแบบการพิมพ์ได้ 3 แบบคือ เขียนข้อความด้วยลายมือ แป้นพิมพ์ QWERTY เต็มจอ และแป้นพิมพ์ตัวอักษรและตัวเลข พร้อมระบบช่วยสะกดคำอัตโนมัติแบบ T9 สำหรับ E-mail สามารถแนบไฟล์พร้อมเปิดดูไฟล์ที่แนบมาได้ รองรับการตรวจสอบอีเมล์ และรองรับ IMAP IDLE

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่ Music Player รองรับไฟล์เพลง MP3, SpMidi, AAC AAC+, eAAC+, WMA รองรับ MTP ด้วยระบบจัดรายการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับอีควอไลเซอร์ได้ 6 แบบ แสดงปกอัลบั้มศิลปิน (ถ้ามี) ตั้งค่าปรับสมดุลเสียงลำโพง ปรับเพิ่มความดัง และขยายเสียงสเตอริโอ พร้อมปุ่มเฉพาะสำหรับปรับระดับเสียง และสามารถเปิดเครื่องเล่นเพลงได้ทันทีจากแถบเครื่องมือมีเดีย โดยใช้นิ้วแตะที่ไอคอนหลังตัวอักษร XpressMusic ที่อยู่มุมขวาเหนือหน้าจอ พร้อมทั้งรับฟังผ่านลำโพงสเตอริโอในตัวแบบ 3 มิติรอบทิศทาง และรองรับ Nokia Podcasting หรือการฟังเพลงดิจิทัลหรือวิดีโอแบบออกอากาศที่ดาวน์โหลดและเล่นในเครื่องได้

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Radio สำหรับรับฟังวิทยุ FM Stereo พร้อมรองรับการใช้งานระบบRDS ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ ค้นหาด้วยตนเอง จัดเก็บสถานีได้ 20 สถานี และรับฟังผ่านลำโพงได้โดยใช้ชุดหูฟังเป็นเสาอากาศรับสัญญาณ, โปรแกรม RealPlayer สำหรับฟังเพลงหรือดูวิดีโอคลิป ที่สามารถเล่นแบบเต็มจอในแนวนอนได้ รวมถึงวิดีโอสตรีมมิ่งที่รองรับไฟล์วิดีโอ .3GP และ .RM และรองรับบริการวิดีโอเซ็นเตอร์สำหรับดาวน์โหลดและสตรีมข้อมูลวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ต และโปรแกรม Music Store สำหรับสั่งซื้อเพลงออนไลน์ โดยทดลองฟังได้ 30 วินาทีก่อนซื้อ

ด้านการถ่ายภาพ มีกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า ด้วยระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Auto Focus) เลือกโหมดการใช้แฟลชแบบเปิด ปิด อัตโนมัติ และลดจุดตาแดง ตั้งค่าเลือกโหมดฉาก 8 แบบรวม Macro Mode และ Night Mode แสดงช่องเล็ง ตั้งเวลาในการถ่ายอัตโนมัติ ปรับโทนสี ปรับสมดุลแสงสีขาว ตั้งค่าเปิดรับแสง ปรับความไวแสง ปรับความเข้มแสง และปรับความคมชัด และถ่ายแบบต่อเนื่องลดจุดตาแดง ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้นาน 1 ชั่วโมง 30 นาที เลือกบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 176 x 220 พิกเซล (QCIF) ที่อัตรา 15 เฟรม/วินาที ในรูปแบบไฟล์วิดีโอ .3GP และ MP4 นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมตกแต่งแก้ไขรูปภาพและตัดต่อวิดีโอ และสามารถแชร์ภาพหรือวิดีโอเข้าสู่สังคมออนไลน์ อย่าง Share on Ovi, Flickr, Vox เป็นต้นได้ทันที

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ทำได้ด้วย WAP Browser 2.0 รองรับการเปิดหน้าเว็บแบบ HTML, xHTML และ WML, รองรับโปรโตคอล HTTP, WAP และ JavaScript และรองรับ TCP/IP ผ่าน OSS Browser โดยใช้งานผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 32 และเครือข่าย Wi-Fi 802.11 b/g พร้อมโปรแกรม Nokia Mobile Search สำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ดังๆ อย่าง hi5, YouTube, Facebook, MySpace, Amazon และ Friendster

ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบผ่านสาย microUSB 2.0 และผ่านช่องหัวต่อ AV ขนาด 3.5 มม.เพื่อเชื่อมต่อกับชุดหูฟังสเตอริโอ และเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ได้ (TV Out) กับแบบไร้สายผ่านทาง Wireless LAN (802.11b/g) รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบ UPnP (Universal Plug and Play) และ Bluetooth 2.0 ที่รองรับเทคโนโลยี A2DP & AVRCP สำหรับหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในขนาด 70 MB สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 16 GB

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Nokia 5530 XpressMusic ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่ง เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2048 x 1536 พิกเซล โดยเลือกถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.10 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาดที่ความละเอียด 176 x 220 พิกเซล (QCIF) ที่อัตรา 15 เฟรม/วินาที ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีพอใช้ และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 351 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นานสูงสุด 4 ชั่วโมง 54 นาที เล่นวิดีโอที่ระดับ QCIF, 15 fps ได้นานต่อเนื่องสูงสุด 3 ชั่วโมง 45 นาที และเล่นเพลงได้นานต่อเนื่องสูงสุด 27 ชั่วโมง จากการทดลองใช้งานทั่วๆ ไปใน 1 วัน ตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่องมีการใช้สายโทรเข้าออกประมาณ 2-3 ชั่วโมง ใช้ฟังเพลง ฟังวิทยุ ต่ออินเทอร์เน็ต เล่นเกมอีกประมาณ 3 ชั่วโมง ปรากฏว่าตอนดึกของวันเดียวกันแบตเตอรี่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ถ้ามีการเปิดใช้งาน Bluetooth และ Wi-Fi ทิ้งไว้ก็อาจจะหมดไวกว่านี้ได้ โดยรวมแล้วก็พอสำหรับการใช้งานหนักๆ ได้ใน 1 วัน
อุปกรณ์เสริม
ชุดจัดจำหน่ายของเครื่อง Nokia 5530 XpressMusic ประกอบด้วยตัวเครื่องพร้อมปากกาสไตลัส, แบตเตอรี่ Li-ion 1,000 mAh (BL-4U) จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่คุณภาพสูง (AC-8U), ชุดหูฟังแบบ Stereo 1 เส้น (WH-205), Mini DVD Software PC. Suite 1 แผ่น, สาย USB Cable (CA-101D) microSD Card ขนาด 4 GB และคู่มือการใช้งาน (Thai/English)

Nokia 5530 XpressMusic ถือเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดในตระกูล XpressMusic ที่ต่อยอดความสำเร็จต่อจากรุ่น Nokia 5800 XpressMusic โดยดีไซน์ให้มีขนาดกะทัดรัดพกพาได้สะดวก และดูทันสมัยขึ้น แถมยังอัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ โดยเฉพาะฟังก์ชันด้านมัลติมีเดียที่มีมาให้ครบถ้วน ขาดก็เพียงการรองรับเครือข่าย 3G และตัดฟังก์ชัน GPS ออกไป แต่ด้วยราคาไม่ถึงหมื่นก็ถือว่าคุ้มครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 93 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.