|

Samsung รุกหนักตอกย้ำผู้นำโทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัส พร้อมสร้างปรากฏการณ์ “พรีเมี่ยมแมสทัชโฟน” อีกระลอก โดยเน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่น ด้วยสุดยอดทัชโฟนหลากสี ดีไซน์สวย “ซัมซุง แคนดี้ (Samsung Candy)” พร้อมบ่งบอกสไตส์ที่แตกต่าง ด้วยสีสันที่หลายหลาก และฟังก์ชันออนไลน์คอมมูนิตี้ครบครัน เอาใจวัยรุ่นอย่างแท้จริง ในราคาไม่ถึง 6 พันบาท


Samsung Candy เป็นทัชโฟนที่ถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย แต่โดดเด่นที่การใช้สีสันที่หลากหลายไม่ซ้ำใครกว่า 3 สี ได้แก่ เหลืองสดใส ส้มจี๊ดจ๊าด และชมพูโรแมนติค พร้อมดีไซน์ใหม่โค้งมนที่แตกต่างให้ความรู้สึกอยากครอบครองทันทีที่เห็น รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องมีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 2.8 นิ้ว และใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับใช้งานเพียง 3 ปุ่มเท่านั้น
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลอยู่ตรงกลางด้านบน ถัดลงมามีตัวอักษร Samsung แบบปั้มนูนลงไป และด้านล่างมีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ลักษณะพื้นผิวของฝาหลังโดดเด่นด้วยลวดลวยวงกลมซ้อนกัน ช่วยให้ไม่ลื่นมือเวลาถือจับใช้งาน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มดระดับเสียง กับช่องเสียบสายชาร์จไฟ ชุดหูฟัง และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิด ด้านขวามี ปุ่ม Hold สำหรับล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับเปิดฝาหลัง

Sim1….ใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านท้ายเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง
Sim2 …ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ตรงกลางด้านท้ายขึ้นมา และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านขวาบนแล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
ก่อนนำ SIM Card ใส่เข้าไปในเครื่อง Samsung Candy ให้ทำการถอดฝาหลัง และแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องคว่ำลงในแนวตั้งแล้วใช้นิ้วงัดฝาหลังตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านท้ายเครื่องออกมา และหยิบออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับตำแหน่งของช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาบนใต้ช่องใส่แบตเตอรี่ และเป็นช่องแบบแนวตั้ง ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ในช่อง และดันเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม
การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิด-ปิดเครื่องใช้ปุ่มเดียวกับปุ่มวางสายที่อยู่ข้างปุมย้อนกลับด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น ตามด้วยโลโก้ Samsung และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้ใช้อินเตอร์เฟสแบบ Touch Wiz เวอร์ชัน 2.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุด โดยยังคงมาพร้อมกับฟังก์ชัน Mobile Widgets อยู่ในแถบ Side bar ทางด้านข้าง สามารถลากไอคอนต่างๆ ออกมาวางไว้ทางหน้าจอหลักได้อย่างอิสระเหมือนเช่นเคย ตามสไตล์ Drag and Drop และสามารถตั้งค่าเลือกให้มีไอคอน Widget บนหน้าจอโดยเข้าไปที่เมนู Settings>Display and light>Widget นอกจากนี้ยังมีหน้าจอหลักมาให้ใช้งานอยู่ทั้งหมด 3 หน้าด้วยกัน จึงทำให้มีพื้นที่วางไอคอนเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า
Open+open page….กดที่ปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์ค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเมนู (กดค้างเข้า Multi-Task) และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง รวม 3 ปุ่มเท่านั้น เพราะตัวเครื่องออกแบบมาให้มีหน้าจอแบบ Touch Screen หรือหน้าจอแบบสัมผัส การใช้งานส่วนใหญ่จึงใช้ระบบสัมผัสแทนปุ่มกดเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่ม Hold สำหรับล็อคหน้าจอ ปุ่มเข้าใช้งานฟังก์ชัน Motion กับ Media Gate 3D และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล/ชัตเตอร์ ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็นเครื่องที่มีรูปทรงขนาดที่กระทัดรัด และมีน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือทั้งเวลาใช้งานปกติ และเวลาใช้ปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอสัมผัสแบบ Touch Screen
เมนูการใช้งาน
วิธีการเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องทำได้โดยใช้นิ้วแตะสัมผัสที่ Menu บนหน้าจอ เมนูหลักจัดวางในรูปแบบของตารางสามารถเลื่อนเพื่อเปลี่ยนเมนูได้ 3 หน้า แต่ละเมนูจะแสดงผลเป็นรูปไอคอน รวม 26 เมนูด้วยกันดังนี้
- Call Log เมนูบันทึกข้อมูลการใช้งานการโทรต่างๆ รวมถึงเช็คเวลาที่ใช้งานไป และค่าโทรได้
- Photo contacts เมนูรายชื่อรูปถ่าย
- Music player เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- Internet เป็นเมนูสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser และตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ต
- Messages เมนูสำหรับรับส่งข้อความ SMS, MMS และ E-mail
- My files เมนูสำหรับจัดการไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ รูปภาพ ไฟล์วิดีโอคลิป ไฟล์เสียง ไฟล์อื่นๆ และเช็คดูหน่วยความจำที่ใช้และเหลืออยู่ได้
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับตั้งนัดหมายต่างๆ
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
- Communities เมนูรวมการเชื่อมต่อเข้าสู่สังคมออนไลน์ ได้แก่ Facebook, Picasa, Flickr, Photobucket, Friendster และ MySpace
- Bluetooth เมนูใช้งานเชื่อมต่อไร้สายผ่านทางบลูทูธ
- Alarms เมนูนาฬิการปลุกสำหรับตั้งปลุกเตือนต่างๆ
- Settings เป็นเมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานของเครื่องประกอบด้วย การตั้งค่าโปรไฟล์ การตั้งค่าหน้าจอและแสงสว่าง เวลาและวันที่ การตั้งค่าโทรศัพท์ การตั้งค่าโมชั่น สมาร์ทอันล็อค การตั้งค่าแอบพลิเคชัน ระบบป้องกัน การตั้งค่าเครือข่าย การตั้งค่าความจำ การตั้งค่าโอเปอร์เรเตอร์ และการตั้งค่าใหม่
- Find music เมนูค้นหาเพลง
- Google เมนูใช้บริการจากเว็บไซต์ Google.com ทั้งค้นหา เมล์ และแผนที่
- FM radio เมนูวิทยุ FM
- Games and more เมนูเกมและอื่นๆ ประกอบด้วย Rollercoaster3D, Tumbling dice, Motion tutorial, Tetris, PyramidBloxx, BrickBreaker, BrainChllenge2 และ Google Maps
- Voice recorder เมนูเครื่องบันทึกเสียง
- Dictionary เมนูโปรแกรมดิกชันนารีสำหรับแปลคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
- World clock เมนูเวลาโลก สำหรับเทียบเวลาเมืองต่างๆ ทั่วโลก
- Memo เมนูสมุดบันทึก
- Task เมนูสำหรับบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
- Downloads เมนูสำหรับดาวน์โหลดคอนเทนต์ต่างๆ จากเว็บไซต์ Samsung Fun Club
- Calculator เมนูเครื่องคิดเลข
- Converter เมนูการเปลี่ยนหน่วย
- Timer เมนูการตั้งเวลา
- Stopwatch เมนูการจับเวลา


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออก ทำได้โดยใช้นิ้วแตะไปที่เมนู Key Pad หรือปุ่มกด ก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาให้ใช้งาน พร้อมทั้งมีฟังก์ชันทำนายตัวเลขตามสมุดรายชื่อโทรศัพท์ ส่วน Phonebook สำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ ทำได้โดยใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อเลือกรายชื่อที่ต้องการ หรือพิมพ์ชื่อที่ต้องการค้นหาลงในช่องสี่เหลี่ยมด้านบน และใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปลูกศรชี้ขึ้นลงเพื่อเลือกตัวอักษรของชื่อที่ต้องการค้นหา และการสร้างรายชื่อผู้ติดต่อใหม่นั้นสามารถเลือกบันทึกลงในเครื่อง โดยใส่ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของผู้ติดต่อได้อย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ที่เพิ่มมาในเครื่อง Samsung Candy ก็คือ Photo contacts ที่ผู้ใช้สามารถค้นหารายชื่อด้วยรูปของผู้ติดต่อได้โดยใช้นิ้วหมุนหารูปที่ต้องการแล้วโทรออกได้ทันที ในส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ (Call Log) ดูได้ทั้งเบอร์โทรที่ใช้งานทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และบอร์ที่ได้รับสาย นอกจากนี้ยังสามารถดูเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ โดยเลือกที่เมนู Call Manager รวมทั้งตั้งค่าเบอร์ปฏิเสธรับสายได้ และการตั้งค่าการโทรนั้นไม่ได้อยู่รวมในเมนู Call Log แต่อยู่ในเมนู Settings> Application settings>Call
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความต่างๆ รองรับการใช้งานทั้งแบบ SMS, MMS และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3, IMAP4 และ SMTP สำหรับการพิมพ์ข้อความนั้นสามารถเลือกทั้งได้พิมพ์บนแผงปุ่มกดเสมือนหรือเขียนด้วยลายมือก็ได้ พร้อมทั้งมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 พร้อมทั้งสามารถเพิ่มไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง และไฟล์วิดีโอ โดยนำไฟล์ที่มีอยู่ในเครื่องหรือเลือกบันทึกใหม่มาใส่ในข้อความที่จะส่งก็ได้ในขนาดไม่เกิน 300 KB พร้อมทั้งมีระบบย่อภาพอัตโนมัติ และหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อความแบบ SMS นั้นเก็บได้สูงสุด 500 ข้อความ
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียด 2.0 ล้าน ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1600 x 1200 พิกเซล ซูมดิจิทัล 2 เท่า เลือกโหมดในการถ่ายภาพได้ทั้งแบบ Single, Smile shot, Continuous และ Panorama ตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว ใส่เอฟเฟกต์ ปรับค่าเครื่องวัดแสง เลือกคุณภาพในการถ่าย โหมดถ่ายกลางคืน ตั้งเวลาในการถ่ายอัตโนมัติ และปรับความสว่าง ส่วนวิดีโอบันทึกพร้อมเสียงได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 320 x 240 พิกเซล โดยบันทึกได้ 2 โหมดคือ Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม ในรูปแบบไฟล์ MP4 กับแบบ Limit for MMS ในรูปแบบไฟล์ .3GP สามารถซูมภาพขณะบันทึกในโหมดนี้ได้
ในส่วนของฟังก์ชันมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล ด้วยระบบจัดการเพลง (Playlists) เล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม) และตั้งค่าปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 9 แบบ สามารถตั้งเป็นเสียงเรียกเข้า เสียงปลุกเตือน และส่งต่อผ่านทาง MMS, E-Mail และ Bluetooth ได้ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Find Music สำหรับค้นหาข้อมูลเพลงจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต, วิทยุ FM Radio ที่มีะบบค้นหาและจัดเก็บสถานีอัตโนมัติ และรับสัญญาณวิทยุผ่านชุดหูฟัง รวมทั้งมีโปรแกรมสำหรับเล่นไฟล์วิดีโอ ซึ่งรองรับไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .3GP, MP4 และโปรแกรมบันทึกเสียง (Voice recorder) ที่บันทึกได้นานครั้งละ 5 นาที
ด้านการเชื่อมต่อ
ด้านการเชื่อมต่อ ประกอบด้วยการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย WAP Browser ของ Samsung Mobile Browser เวอร์ชัน 1.0 ผ่านเครือข่าย GRPS/EDGE Class 10 รวมทั้งเชื่อมต่อเข้าสู่ Web Communities หรือสังคมออนไลน์ได้ง่ายดายและสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออนไลน์ให้เข้าสู่เว็บล็อกหรืออัปโหลดรูปภาพ พร้อมส่งให้เพื่อนได้ทันที ทั้งบน MySpace, Facebook, Picasa, Flickr, Photobucket และ Friendster
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB เวอร์ชัน 2.0 กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.1 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP สำหรับเชื่อมต่อกับชุดหูฟังสเตอริโอ Bluetooth ในส่วนของหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในเครื่องมาให้ขนาด 90 GB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 8 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung Candy ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 2.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Single เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 1600 x 1200 พิกเซล และคุณภาพของภาพแบบ Super fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.5 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกโหมด Normal ตั้งคุณภาพของภาพสูงสุดแบบ Fine และเลือกขนาดสูงสุด 320 x 240 พิกเซล ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี ไม่มีการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
Samsung Candy ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 960 mAh ตามสเปกแล้วสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 250 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นาน 5 ชั่วโมง จากการทดลองใช้งานจริง หลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม โดยเปิดเครื่องและบลูทูธทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ถ่ายภาพ ฟังวิทยุ ฟังเพลง ใช้งานอินเทอร์เน็ต ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วันเศษเลยทีเดียว ถือว่าใช้ได้สำหรับเครื่องที่มีหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสที่ต้องใช้พลังงานมากกว่าหน้าจอแบบปกติ
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง Samsung Candy ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 960 mAh จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่, การ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card ขนาด 2 GB, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, CD Rom โปรแกรมใช้งานพร้อม User Guide CD และคู่มือใช้งาน
Samsung Candy ถือเป็นทัชโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Samsung ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ และสีสันของตัวเครื่องที่สะดุดตาเมื่อแรกเห็น อีกทั้งยังมีฟังก์ชันการทำงานที่รองรับการใช้ชีวิตออนไลน์กับคอมมูนิตี้ต่างๆไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter และ YouTube ซึ่งตอบโจทย์กระแสความต้องการของผู้ใช้วัยรุ่นได้อย่างดี และด้วยราคาที่ไม่ถึง 6 พันบาทก็ยังตอบสนองความต้องการของกลุ่มวัยรุ่นที่มีรายได้ไม่มากนักอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 93 ... |