|

หลังจากปลุกกระแส “BlackBerry” ฟีเวอร์ไปทั่วทุกวงการ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับ BlackBerry ที่เปิดตัวและวางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น BlackBerry Curve 8900 หรือ BlackBerry Storm มาวันนี้บริษัท Research In Motion (RIM) ได้เปิดตัว BlackBerry หรือที่เรียกกันติดปากในหมู่ผู้ใช้งานชาวไทยว่า “BB” รุ่นใหม่ในตระกูล Curve ในชื่อรุ่น BlackBerry Curve 8520 ออกมาจับตลาดผู้ใช้กลุ่มวัยรุ่นในราคาที่ไม่สูงเกินไป ด้วยคุณสมบัติพิเศษด้านการรับส่งข้อความ การใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Networking) และมัลติมีเดียอันทรงประสิทธิภาพ


รูปทรงของ BlackBerry Curve 8520 จะคล้ายกับรุ่น BlackBerry Curve 8900 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ จะต่างกันก็ตรงที่วัสดุที่ใช้ โดยรุ่นใหม่นี้ใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกและยาง และเปลี่ยนปุ่มควบคุมทิศทางจาก TrackBall เป็น Trackpad สำหรับหน้าจอแสดงผลเป็นจอสีแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 2.46 นิ้ว ใต้หน้าจอเป็นแผงปุ่มกดควบคุมการใช้งานต่างๆ พร้อมด้วยแผงปุ่มกดคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพิมพ์ข้อความได้อย่างรวดเร็ว
พลิกมาด้านหลังเครื่องตรงมุมซ้ายด้านบนจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัล ถัดมาตรงกลางมีตัวอักษร Curve แบบปั้มนูนลงไป ถัดลงไปตรงกลางด้านบนของฝาหลังมีรูปโลโก้ BlackBerry และตรงกลางด้านล่างของฝาหลังมีช่องสำหรับเปิดฝาหลังออกมา ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม ช่องสำหรับเสียบชาร์จ และสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ในช่องเดียวกัน และปุ่มใช้งานคำสั่งเสียง ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านบนเครื่องมีปุ่ม Media Key และใช้เป็นปุ่มปิดเสียงเวลามีสายเรียกเข้า และมีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงอยู่หลังปุ่มกด

Sim1….ใช้นิ้วดันเลื่อนฝาหลังลงมาเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง
Sim2….ใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านขวาล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3 …ดึงถาดใส่ SIM Card ออกมาแล้วนำ SIM card วางลงในถาดและปิดกลับเข้าไป

การใส่ SIM CARD
วิธีการใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง BlackBerry Curve 8520 ให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องคว่ำลงในแนวตั้งแล้วใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านท้ายของฝาหลังออกมาเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ตรงกลางด้านบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณด้านขวาล่างของช่องห้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร้จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายด้านขวามือติดกับปุ่มย้อนกลับ ให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมไอคอนแอนิเมชันรูปนาฬิกาหมุมเพื่อโหลดข้อมูลต่างๆ โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที จากนั้นหน้าจอจะขึ้นโลโก้ BlackBerry ตามด้วยระบบรักษาความปลอดภัย และหน้าจอ Welcome สำหรับตั้งค่าใช้งานต่างๆ ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน ภายในหน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้ประกอบด้วยภาพวอลเปเปอร์ พร้อมสัญลักษณ์บอกระดับแบตเตอรี่กับโพรไฟล์ด้านซ้ายบน ถัดมาตรงกลางเป็นชื่อเครือข่ายที่ใช้งาน พร้อมด้วยเวลาและวันที่ และด้านขวามือเป็นสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่าย และเครือข่ายที่ใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ส่วนด้านล่างของหน้าจอ เป็นไอคอนเมนูที่ใช้งานบ่อยๆ ได้แก่ Messages, Contacts, Calendar, Browser, Media และ Maps
open+open page…กดที่ปุ่มด้านซ้ายบนข้างเครื่องเพื่อเปิดและปิดเครื่อง
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นส่วนควบคุมการใช้งานต่างๆ ได้แก่ ปุ่ม Trackpad Navigation หรือแป้นควบคุมด้วยปลายนิ้วสัมผัสซึ่งตอบสนองการพิมพ์ข้อมูล และการควบคุมฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างแม่นยำ, ปุ่มเข้าเมนูหลัก, ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโทรออกและรับสาย และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง อีกส่วนเป็นส่วนของแผงปุ่มกดแบบ QWERTY 4 แถว แม้ว่าปุ่มในส่วนนี้จะมีขนาดเล็ก แต่เมื่อลองกดใช้งานดูก็พบว่าทำได้ง่ายไม่เหมือนที่คิดไว้ นอกจากนี้ที่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มใช้งานคำสั่งเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านบนเครื่องมีปุ่ม Media Keys หรือปุ่มพิเศษสำหรับเล่นมีเดีย 3 ปุ่มโดยที่ปุ่มตรงกลางหรือปุ่ม Play สามารถใช้เป็นปุ่มสำหรับปิดเสียงเวลาที่มีสายเรียกเข้าได้ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นเครื่อง BlackBerry ที่ใช้วัสดุที่ต่างจากตระกูล Curve รุ่นก่อนๆ ทำให้มีน้ำหนักที่เบาลง และถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือมากขึ้น
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง BlackBerry Curve 8520 ทำได้โดยกดที่ปุ่มเข้าเมนูหลักรูปสัญลักษณ์โลโก้ BlackBerry ที่อยู่ระหว่างปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่ม Trackpad ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานแสดงผลเป็นรูปไอคอนเรียงกันแถวละ 6 เมนูรวม 22 เมนูด้วยกันดังนี้
- Messages เมนูสำหรับเช็คข้อความที่ได้รับทั้ง SMS, MMS และ E-Mail
- Contacts เมนูสำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ รวมทั้งเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
- Calendar เมนูปกิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ
- Browser เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ต
- Media เมนูรวมเครื่องเล่นมีเดียต่างๆ ได้แก่ เครื่องเล่นเพลง เครื่องเล่นวิดีโอ เสียงเรียกเข้า ไฟล์ภาพ และบันทึกเสียง
- Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ BlackBerry Maps
- Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งปลุกเตือน
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
- SMS And MMS เมนูสำหรับรับส่งข้อความ SMS และ MMS
- Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือและอธิบายการใช้งานเมนูต่างๆ ของเครื่อง
- Search เมนูสำหรับค้นหาไฟล์ต่างๆ ในเครื่อง
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- Instant Messaging เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชทโดยมีให้เลือกทั้ง MSN และ BlackBerry Messenger
- Applications เมนูรวมโปรแกรมต่างๆ ได้แก่ MemoPad, Tasks, Calculator, Word To Go, Sheet To Go, Slideshow To Go, Video Camera, Voice Notes Recorder, Voice Dialing Password Keeper และ Saved Messages
- Games เมนูเกม ได้แก่ BrickBreaker, Word Mole, Sudoku และ Klondike
- Downloads เมนูเก็บโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมา
- Setup เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงอีเมล์ และบลูทูธ
- Profiles เมนูสำหรับเลือกโพรไฟล์ใช้งานตามสถานการณ์ต่างๆ
- Manage Connections เมนูสำหรับจัดการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆ
- Options เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- Keyboard Lock เมนูสำหรับล็อคแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด
- Turn Power Off เมนูสำหรับตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติ


ด้านการโทร
เริ่มการใช้งานโทรศัพท์ สำหรับแผงปุ่มกดตัวเลขจะอยู่บริเวณด้านซ้ายของแถบปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY โดยสังเกตที่ปุ่มจะมีแถบสีเทาคั่นระหว่างตัวเลขและตัวอักษรอยู่ ซึ่งวิธีการโทรออกนั้นให้กดลงบนตัวเลขที่ต้องการแล้วกดปุ่มโทรออกได้ทันที ส่วน Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับดูรายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งเพิ่มข้อมูลต่างๆ ได้เช่น รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ ส่วนการค้นหารายชื่อผู้ติดต่อนั้นทำได้โดยพิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของชื่อผู้ติดต่อลงในช่องด้านบนสุดของหน้าจอตรงคำสั่ง Find หรือใช้ปุ่ม Trackpad เลื่อนขึ้นลงดูรายชื่อที่ต้องการก็ได้
ในส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ นั้น ทำได้โดยกดที่ปุ่มโทรออกรายการที่ใช้งานโทรต่างๆ ทั้งเบอร์ที่โทรออก เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่ไม่ได้รับสายจะแสดงขึ้นมาทั้งหมด และแสดงได้ย้อนหลังนานถึง 30 วัน สามารถใช้เบอร์ที่อยู่ในรายการโทรออก หรือส่ง SMS และ MMS ได้ทันที ส่วนการดูรายละเอียดของแต่ละสายที่ใช้งานไปนั้นทำได้โดยกดที่ปุ่มเมนูหลักแล้วเลือกที่ View History และถ้าต้องการเช็คเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ ก็สามารถทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Status โดยแสดงเวลาที่ใช้งานล่าสุด และเวลาโทรรวมทั้งหมด
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
รองรับการรับส่งข้อความทั้ง SMS, MMS และ Email โดยรับส่งอีเมล์จาก Mail server ถึงเครื่อง BlackBerry อัตโนมัติ โดยไม่ต้องเปิดโปรแกรมด้วยเทคโนโลยี Push mail พร้อมทั้งดูไฟล์ที่แนบมากับเมล์ได้หลากหลาย เช่น ไฟล์ JPEG, Adobe PDF, Microsoft Word, Microsoft Excel และ Microsoft PowerPoint นอกจากนี้ด้วย BlackBerry Internet Service ยังรองรับการเข้าใช้งานบัญชีอีเมล์ได้สูงสุดถึง 10 บัญชีอีเมล์ซึ่งรวมไปถึงบัญชีอีเมล์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ยอดนิยม อย่างเช่น AOL Mail, Yahoo! Mail, Windows Live Hotmail และ Gmail และ BlackBerry Enterprise Server support ซึ่งมอบความปลอดภัยระดับสูง พร้อมการบริหารด้านไอทีอันโดดเด่น เพื่อรองรับการใช้งานสำหรับองค์กร
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 2.0 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 1600 x 1200 พิกเซล ซูมดิจิทัล 5 เท่า นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว เลือกคุณภาพได้ 3 ระดับคือ Superfine, Fine และ Normal และเปลี่ยนสีเอฟเฟกต์ได้ 3 แบบคือ Normal, Black & White และ Sepia ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้ 2 แบบแบบแรก Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต้มในขนาด 320 x 240 พิกเซล กับ MMS Mode สำหรับแนบส่งข้อความ MMS ในขนาด 176 x 144 พิกเซล และบันทึกไฟล์ในรูปแบบ .3GP ทั้ง 2 แบบ รวมทั้งเปลี่ยนสีเอฟเฟกต์ได้ 3 แบบ และซูมดิจิทัล 5 เท่าเหมือนกับการถ่ายภาพนิ่ง
ด้านคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่รองรับการเล่นไฟล์เพลง AAC-LC, AAC+, eAAC+, AMR-NB, WMA9 (.wma/.asf), WMA9 PRO/WMA 10, AAC-LC ด้วยระบบจัดการรายชื่อเล่น เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 10 แบบ มีระบบเพิ่มพลังเสียงให้กับลำโพง รับฟังผ่านชุดหูฟังสเตอริโอบลูทูธ ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้ และแสดงภาพปกอัลบั้ม (ถ้ามี) พร้อมด้วยโปรแกรม Video สำหรับเล่นไฟล์วิดีโอ MPEG4, H.263, H.264, WMV3, โปรแกรม Ring Tones สำหรับเลือกเพลงเป็นสายเรียกเข้า, โปรแกรม Pictures สำหรับดูไฟล์ภาพ โดยรองรับไฟล์ภาพ bmp, jpg, png, tif, wbmp และโปรแกรม Voice Notes สำหรับบันทึกเสียง นอกจากนี้ยังออกแบบปุ่ม Media Key หรือปุ่มควบคุมการใช้งานด้านมีเดียโดยเฉพาะ พร้อมช่องเสียบหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 ม.ม. รวมทั้งมีเทคโนโลยี BlackBerry Media Sync ที่ช่วยให้สามารถซิงโครไนซ์เพลงจากโปรแกรม iTunes หรือ Windows Media Player กับตัวเครื่องได้ง่าย และรวดเร็ว
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใช้งานด้วยโปรแกรม Internet Browser เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10 และเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง Wi-Fi 802.11 b/g และด้วยโปรแกรมเข้าอินเตอร์เน็ตแบบ Built-in ในเครื่องนี้ ทำให้การเข้าสู่อินเทอร์เน็ตหรืออินทราเน็ตเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องกดโทรศัพท์เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลาอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตกับโปรแกรม Instant Messaging สนทนาแบบแชทออนไลน์ผ่านโปรแกรม Windows Live Messenger หรือ MSN กับโปรแกรม BlackBerry Messenger และสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมแอบพลิเคชันต่างๆ ผ่าน BlackBerry App World
ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 + EDR พร้อมด้วยเทคโนโลยี A2DP และ AVRCP ฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth Stereo ได้ กับ Wi-Fi 802.11 b/g กับแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม BlackBerry Desktop Manager ส่วนหน่วยประมวลผลการทำงานด้วย Processor ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 512 MHz และในส่วนหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 256 MB สามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD card ได้สูงสุด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง BlackBerry Curve 8520 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 2.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super Fine และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 1600 x 1200 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกโหมดการบันทึกแบบ Normal ในขนาดของภาพ 320 x 240 พิกเซล ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีด้วยเช่นเดียวกัน
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 4.5 ชั่วโมง และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 17 วัน สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบบ Li-ion ความจุ 1,150 mAh ได้ทำการทดสอบทั้งใช้งานพูดคุย สนทนาด้วยโปรแกรม BlackBerry Messenger ใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง และมีการใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต GPRS/EDGE ตลอดทั้งวัน ปรากฏว่าใช้งานได้เพียง 1 วันกว่าๆ เท่านั้น ซึ่งถ้าหากมีการเปิดใช้งาน Wi-Fi ควบคู่กันไปแล้วอาจจะทำให้หมดเร็วกว่านี้ได้ โดยรวมแล้วถือว่าความจุแบตเตอรี่น้อยไปหน่อยแต่ก็ยังพอรับได้ และถ้าหากแบตเตอรี่ใกล้หมด ระบบก็จะตัดสัญญาณโทรศัพท์ทันที
อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง BlackBerry Curve 8520, แบตเตอรี่แบบ Li-ion 1,150
mAh จำนวน 1 ก้อน, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบ Travel Chager, สายดาต้าลิงค์ micro USB Data Cable, ชุดชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำ microSD Card ขนาด 2 GB, ซองหนังอย่างดี, แผ่น CD โปรแกรม BlackBerry Curve 8520, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน
Blackberry Curve 8520 ถือเป็นน้องเล็กรุ่นใหม่ในตระกูล Curve ที่จับกลุ่มตลาดผู้ใช้วัยรุ่น ด้วยราคาพอที่จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่ก็ได้ตัดฟังก์ชันบางอย่างออกไป เช่น GPS ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ใช้ แต่ก็ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ยังอัดแน่นด้วยคุณสมบัติพิเศษด้านการรับส่งข้อความ การใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ และด้านมัลติมีเดีย และเป็น BlackBerry รุ่นแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแป้นควบคุมด้วยปลายนิ้วสัมผัสแบบ Trackpad และปุ่มควบคุมการใช้งานด้านมีเดียโดยเฉพาะ
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 94 ... |