|

หลังจากประสบความสำเร็จด้วยยอดขาย Samsung Star ที่ทะลุกว่า 5 ล้านเครื่องทั่วโลก และกว่า 1 แสนเครื่องในประเทศไทย ภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนหลังจากที่มีการเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคม มาวันนี้ Samsung ได้ต่อยอดความสำเร็จโดยส่งทัชโฟนในตระกูล Star Family อีกหลายรุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการอย่างครบถ้วนของผู้บริโภค อาทิ Samsung Star Wi-Fi และล่าสุด Samsung Star TV


Samsung Star TV มาพร้อมรูปทรงแบบ Bar Type ดีไซน์เรียบหรูเหมือนกับ Samsung Star รุ่นแรก ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมแท่งตัดขอบโค้งมน กับการประกอบเครื่องที่ถือว่าทำได้อย่างประณีตดูแน่นหนาซึ่งทำจากพลาสติกทั้งหมด โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลซึ่งเป็นจอสีแบบสัมผัสขนาด 3 นิ้ว พร้อมระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหน้าจออัตโนมัติตามการถือจับใช้งาน และใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับใช้งานเพียง 3 ปุ่มเท่านั้น
พลิกดูด้านหลังเครื่อง บริเวณฝาหลังดีไซน์ด้วยลวดลายจุด ซึ่งช่วยลดการลื่นไหลหลุดออกจากมือได้ดีส่วนมุมซ้ายด้านบนจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัลพร้อมกระจกเงาสำหรับถ่ายภาพตนเอง ถัดลงมาด้านเดียวกันมีตัวอักษร Samsung ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ ชุดหูฟัง และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกัน ด้านขวามีช่องเสียบเสาอากาศรับสัญญาณทีวี ปุ่ม Hold สำหรับล็อคหน้าจอ ปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ

Sim1….ใช้นิ้วกดตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อคและหยิบออกจากเครื่อง
Sim2 …ถอดแบตเตอรี่ด้วยการใช้นิ้วจับมุมด้านล่างทั้ง 2 ด้านแล้วหยิกออกมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องแล้วดันเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีการใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Samsung Star TV นั้นให้ถอดฝาหลัง และแบตเตอรี่ออกมาก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วโป้งกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่ โดยอยู่เหนือช่องใส่แบตเตอรี่ และเป็นช่องแบบแนวนอน ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านข้าง และดันเข้าไปจนสุด ส่วนการถอดแบตเตอรี่นั้นให้ใช้นิ้วจับบริเวณด้านล่างข้างของแบตเตอรี่ทั้ง 2 ด้านขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power ของเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกับปุ่มวางสายที่อยู่ข้างปุ่มย้อนกลับด้านขวามือ ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น ตามด้วยโลโก้ Samsung และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักใช้อินเตอร์เฟสที่เรียกว่า Touch Wiz อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ใช้กับทัชโฟนของซัมซุงในหลายๆ รุ่นก่อนหน้านี้ โดยรุ่นนี้ใช้อินเตอร์เฟสเวอร์ชัน 1.0 ที่มาพร้อมกับฟังก์ชัน Widget อยู่ในแถบ Side bar ทางด้านข้าง ซึ่งสามารถลากไอคอนต่างๆ ออกมาวางไว้ทางหน้าจอหลักได้อย่างอิสระ ตอบสนองทั้งปลายนิ้วมือ และปากกาสไตลัสที่ให้มากับตัวเครื่อง อีกทั้งรุ่นนี้ยังมีหน้าจอหลักมาให้ใช้งานอยู่ทั้งหมด 3 หน้าด้วยกัน จึงทำให้มีพื้นที่วางไอคอนเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า และลูกเล่นอีกอย่างหนึ่งคือ Gesture Lock หรือการปลดล็อคโดยใช้การวาดนิ้วตัวอักษร A-Z ซึ่งการตั้งค่าส่วนนี้ให้เข้าไปที่เมนู Setting>Smart unlock โดยใช้งานได้ตั้งแต่ปลดล็อคหน้าจอปกติ ๆ ไปจนถึงการปลดล็อคพร้อมโทรด่วนภายในทันทีถึง 18 เบอร์ และเปิดใช้งานเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนู Messages, Music player, Browser และ Java ก็สามารถทำได้ด้วยเช่นเดียวกัน
Open+open page….กดที่ปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์ค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะ 3 ปุ่มหลักได้แก่ ปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มย้อนกลับ และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง เพราะตัวเครื่องออกแบบมาให้มีหน้าจอแบบ Touch Screen หรือหน้าจอแบบสัมผัส ดังนั้นการใช้งานส่วนใหญ่จึงใช้ระบบสัมผัสแทนปุ่มกดเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่ม Hold สำหรับเลื่อนล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็นเครื่องที่มีรูปทรงขนาดที่กะทัดรัด และมีน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือทั้งเวลาใช้งานปกติ และเวลาใช้ปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอสัมผัสแบบ Touch Screen
เมนูการใช้งาน
วิธีการเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องทำได้ง่าย โดยใช้นิ้วแตะสัมผัสที่ Menu บนหน้าจอ โดยเมนูหลักของเครื่องแสดงผลเป็นรูปไอคอนกราฟิกพร้อมชื่อประกอบใต้รูป ซึ่งมีทั้งหมด 12 เมนูหลักด้วยกันดังนี้
- Call Log เมนูบันทึกข้อมูลการใช้งานการโทรต่างๆ รวมถึงเช็คเวลาที่ใช้งานไป และค่าโทรได้
- Phonebook หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อที่บันทึกใน SIM Card และในเครื่อง รวมทั้งบันทึกรายชื่อและเบอร์ของผู้ติดต่อใหม่
- Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
- Browser เป็นเมนูสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser และตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ต
- Messages เมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความทั้งแบบ SMS, MMS และ Email รวมทั้งมี Template หรือข้อความสำเร็จรูปพร้อมส่งมาให้ใช้งานอีกด้วย
- My Files เมนูสำหรับจัดการไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ได้แก่ รูปภาพ ไฟล์วิดีโอคลิป ไฟล์เสียง ไฟล์อื่นๆ และเช็คดูหน่วยความจำที่ใช้และเหลืออยู่ได้
- Organiser เมนูออร์แกไนเซอร์หรือผู้ช่วยเลขาส่วนตัว ประกอบด้วย ปฏิทินสำหรับตั้งนัดหมายต่างๆ บันทึก สิ่งที่ต้องทำ นาฬิกาดูเวลาทั่วโลก เครื่องคิดเลข และตัวแปลงหน่วย
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
- Mobile TV เมนูรับชม TV ในระบบ Analog
- Applications เมนูรวมแอบพลิเคชันสำหรับใช้งานต่างๆ ได้แก่ Communities, FM radio, Games and more, Voice recorder, Bluetooth, Timer, Stopwatch และ RSS reader
- Alarms เมนูสำหรับใช้งานนาฬิกาปลุกตั้งปลุกเตือนต่างๆ
- Settings เป็นเมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานของเครื่องประกอบด้วย การตั้งค่าโปรไฟล์ การตั้งค่าหน้าจอและแสงสว่าง เวลาและวันที่ การตั้งค่าโทรศัพท์ สมาร์ทอันล็อค การตั้งค่าแอบพลิเคชัน ระบบป้องกัน การตั้งค่าเครือข่าย การตั้งค่าความจำ การตั้งค่าโอเปอร์เรเตอร์ และการตั้งค่าใหม่


ด้านการโทร
เริ่มจาก Phonebook สำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ ทำได้ 3 วิธี วิธีแรกใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อเลือกรายชื่อที่ต้องการโทรออก วิธีที่สองพิมพ์ตัวอักษรแรกของชื่อที่ต้องการค้นหาลงไปในช่องสี่เหลี่ยมด้านบน และวิธีสุดท้ายใช้นิ้วแตะสัมผัสที่ไอคอนรูปลูกศรชี้ขึ้นลงเพื่อเลือกตัวอักษรของชื่อที่ต้องการค้นหา ส่วนการสร้างรายชื่อผู้ติดต่อใหม่นั้นสามารถเลือกบันทึกลงในเครื่องหรือ SIM Card ได้ ซึ่งถ้าเลือก SIM Card จะบันทึกได้เฉพาะชื่อและเบอร์โทรเท่านั้น แต่ถ้าบันทึกลงในเครื่องสามารถใส่รายละเอียดต่างๆได้อย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ยังได้เพิ่มฟังก์ชัน Photo Contacts หรือรายชื่อรูปถ่ายมาให้ใช้งานกันด้วย ซึ่งสามารถค้นหาหมายเลขที่อยู่ในเครื่อง พร้อมกับโชว์ภาพถ่าย โดยข้อมูลรายละเอียดการใช้งานมีบอกไว้ทางหน้าจอว่า รายชื่อที่ใช้บ่อยจะถูกลงทะเบียนโดยอัตโนมัติ สามารถใช้งานโดยการสไลด์ขึ้นลง ส่วนการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ ได้ครบ รวมถึงเช็คข้อมูลการใช้งาน GPRS และข้อมูลจำนวนการรับส่งข้อความต่างๆ และสามารถบล็อคเบอร์ที่ไม่ต้องการรับสายได้ โดยเลือกที่ add to reject list หรือเพิ่มรายการปฏิเสธ
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความต่างๆ รองรับการใช้งานทั้งแบบ SMS, MMS และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3, IMAP4 และ SMTP สำหรับการรับ-ส่งข้อความนั้นมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 พร้อมทั้งสามารถเพิ่มไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง และไฟล์วิดีโอ โดยนำไฟล์ที่มีอยู่ในเครื่องหรือเลือกบันทึกใหม่มาใส่ในข้อความที่จะส่งก็ได้ในขนาดไม่เกิน 300 KB พร้อมทั้งมีระบบย่อภาพอัตโนมัติ และหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อความแบบ SMS นั้นเก็บได้สูงสุด 500 ข้อความ
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า เลือกโหมดในการถ่ายภาพได้ทั้งแบบ Single shot, Smile shot, Continuous, Panorama, Mosaic และ Frame เลือกฉากในถ่ายได้ 6 แบบทั้ง Portrait, Landscape, Night, Sports, Sunset และ Text ตั้งค่าใส่เอฟเฟกต์ เลือกคุณภาพในการถ่าย เลือกโชว์ตารางไกด์ไลน์ ปรับสมดุลแสงสีขาว ตั้งเวลาในการถ่ายอัตโนมัติ และปรับความสว่าง ส่วนวิดีโอบันทึกพร้อมเสียงได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 320 x 240 พิกเซล โดยบันทึกได้ 2 โหมดคือ Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม ในรูปแบบไฟล์ MP4 กับแบบ Limit for MMS ในรูปแบบไฟล์ .3GP
ในส่วนของฟังก์ชันมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มี Music Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล รองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3, AAC, eAAC+ และ WMA ด้วยระบบจัดการเพลง (Playlists) เล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม และตั้งค่าปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ พร้อมทั้งมีโปรแกรม Find Music สำหรับค้นหาเพลงจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นวิทยุ FM Radio รองรับระบบ RDS คุณภาพเสียงระดับสูงด้วยเทคโนโลยี DNSe (Digital Natural Sound Engine) ให้เสียงชัดใสสมจริงเต็มอารมณ์ รวมทั้งโปรแกรมสำหรับเล่นไฟล์วิดีโอ ซึ่งรองรับไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .3GP, MP4 และโปรแกรมบันทึกเสียง (Voice recorder)
ด้านการเชื่อมต่อ
ด้านการเชื่อมต่อ ประกอบด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้งานด้วย WAP Browser ของ Samsung Mobile Browser เวอร์ชัน 0.8 ผ่านเครือข่าย GRPS/EDGE Class 12 รวมทั้งเชื่อมต่อเข้าสู่ Web Communities หรือสังคมออนไลน์ได้ง่ายดายและสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออนไลน์ให้เข้าสู่เว็บล็อกหรืออัปโหลดรูปภาพ พร้อมส่งให้เพื่อนได้ทันที ทั้งบน MySpace, Facebook, Picasa, Flickr, Photobucket และ Friendster
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นรองรับการเชื่อมต่อแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB เวอร์ชัน 2.0 กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP สำหรับเชื่อมต่อกับชุดหูฟังสเตอริโอ Bluetooth ในส่วนของหน่วยความจำนั้นมีหน่วยความจำภายในเครื่องมาให้ขนาด 50 MB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุด 8 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung Star TV ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Single shot เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2048 x 1536 พิกเซล และคุณภาพของภาพแบบ Super fine โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดี ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกโหมด Normal ตั้งคุณภาพของภาพสูงสุดแบบ Fine และเลือกขนาดสูงสุด 320 x 240 พิกเซล ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี ไม่มีการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
Samsung Star TV ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 1,000 mAh ดูจากสเปกแล้วสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 300 ชั่วโมง และสนทนาได้นานต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง จากการทดลองใช้งานจริง หลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม โดยเปิดเครื่องและบลูทูธทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง สนทนาประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน ถ่ายภาพ ฟังวิทยุ ฟังเพลง และใช้งานอินเทอร์เน็ต ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน ส่วนการรับชมทีวีนั้นสามารถเปิดเครื่องรับชมได้นานต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมงเศษเท่านั้น
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง Samsung Star TV, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1,000 mAh จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่, การ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card ขนาด 4 GB, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, CD Rom โปรแกรมใช้งานพร้อม User Guide CD และคู่มือการใช้งาน
Samsung ถือเป็นค่ายมือถืออินเตอร์แบรนด์รายแรกที่ผลิตโทรศัพท์มือถือดูทีวีได้ในระบบ Analog โดยส่งรุ่น Samsung Star TV ออกมาเป็นรุ่นแรก และจำหน่ายในประเทศไทยเพียงที่เดียวในโลกเท่านั้น เพื่อหวังที่จะดึงแชร์จากตลาดทีวีโมบายเฮ้าส์แบรนด์ในบ้านเราที่โตอย่างรวดเร็ว ด้วยราคาที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับทีวีโมบายของเฮ้าส์แบรนด์ และยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ ฟังก์ชัน และคุณภาพที่เหนือกว่าอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 94 ... |