|
|

ถ้าใครติดตามข่าวสารวงการโทรศัพท์มือถือจากต่างประเทศ นอกจากความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแย่งชิงตลาด Smart Phone แล้ว อีกเทรนด์ที่มากันแบบเงียบๆ คือ เทรนด์การทำโทรศัพท์แนวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และค่ายล่าสุดที่ทำเครื่องแนวนี้ออกมาก็คือ LG โดยส่งรุ่น LG GD510 Pop ออกมา ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุปลอดอันตราย มีสัญญาณเตือนเมื่อชาร์จแบตเตอร์รี่เต็ม บรรจุภัณฑ์จากกระดาษรีไซเคิล และหมึกพิมพ์ที่ผลิตจากถั่วเหลือง และสามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการชาร์จพลังงานได้ (อุปกรณ์เสริม)


LG GD510 Pop มาพร้อมกับรูปทรงแบบ Card Type ดีไซน์เรียบง่าย ขนาดกะทัดรัด ออกแบบหน้าจอแสดงผลให้มีพื้นที่กว้างพิเศษ จนชิดขอบตัวเครื่อง (เหลือช่องว่างระหว่างขอบตัวเครื่องกับขอบจอแสดงผลเพียง 4.8 มิลลิเมตร) กรอบหน้าจอออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อลดภาพสะท้อน เน้นควบคุมการทำงานผ่านหน้าจอเป็นหลัก จึงมีปุ่มกดใช้งานด้านหน้าเพียงปุ่มเดียว ตัวเครื่องดูงดงามด้วยสีของอลูมิเนียม นอกจากนี้ยังมีฝาหลังชนิดพิเศษติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ไว้รองรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจำหน่ายแยกต่างหาก
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัลอยู่ด้านซ้ายบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับเสียง ช่องสำหรับเสียบสายชาร์จ ชุดหูฟัง และสายดาต้าลิงค์ในช่องเดียวกันพร้อมฝาปิดกันฝุ่นเข้า ด้านขวามีปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และใช้เป็นปุ่มเปิดเมนูลัดหรือฟังก์ชันโปรด และด้านบนมุมซ้ายมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ และปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และใช้เป็นปุ่มล็อคหน้าจอได้ และด้านท้ายเครื่องมีรูไมโครโฟนสนทนา

Sim1….ใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2….ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง LG GD510 ให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านขวาบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณด้านล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ด้านข้างของช่องใส่ SIM Card แล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนนี้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาบนของเครื่อง โดยมีสัญลักษณ์วงกลมขีดกลางแสดงให้เห็นอยู่และสามารถใช้เป็นปุ่มล็อคหน้าจอได้เมื่อเปิดเครื่องใช้งานแล้ว ให้กดค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที หน้าจอก็จะติดขึ้นมาพร้อมตัวอักษรโลโก้ LG และเสียงดนตรีโพลีโฟนิกประกอบ จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอการตั้งค่าสำหรับใช้งานครั้งแรกได้แก่ ภาษา วันที่และเวลาและการใช้งานเบื้องต้น ก่อนเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน ภายในหน้าจอพร้อมใช้งานเป็นแบบ S-Class User Interface มาพร้อมแถมไอคอนทางลัดด้านล่าง 4 เมนู ประกอบไปด้วย เมนูโทรออก, เมนูรายชื่อ, เมนูข้อความ, เมนูหลักรูปแบบตาราง และด้านบนสุดของหน้าจอแสดงผล เมื่อกดลงไปจะแสดงแถบเครื่องมือที่ซ่อนอยู่เป็น เมนูสรุปสถานะของเครื่อง นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนหน้าจอหลักได้ 3 หน้า คือ Widget, โทรด่วน และ Livesquare หรือหน้าที่แสดงประวัติการโทร และการส่งข้อความในแต่ละวันเป็นรูปไอคอนตัวการ์ตูนน่ารักๆ ที่เป็นรูปสัตว์ต่างๆ หรือรูปคน โดยใช้ปลายนิ้วลากบนหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวา หน้าจอหลักก็จะเปลี่ยนไป
Open+open page….กดที่ปุ่มรูปหูโทรศัพท์ด้านขวามือค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
LG GD510 Pop ใช้เทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส S-Class UI จึงตัดส่วนที่เป็น Key Pad หรือส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขออกไป มีเฉพาะปุ่มกดหลักใช้งานเพียงปุ่มเดียวอยู่มุมขวาล่างถัดจากหน้าจอแสดงผล ใช้เป็นปุ่มรับสาย/วางสาย เปิดดูข้อมูลการโทร และยกเลิกการใช้งานกลับสู่หน้าจอหลัก ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรนั้นใช้งานบนหน้าจอแบบสัมผัส ซึ่งรูปแบบการพิมพ์มี 2 แบบ คือ แบบจำลองปุ่มกดตัวเลขปกติ 12 ปุ่ม กับแบบแป้นคีย์บอร์ดเสมือน QWERTY พร้อมปุ่มสัญลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และใช้เป็นปุ่มทางลัดเข้าสู่เมนูแอบพลิเคชันโปรดได้ และด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง/ล็อคหน้าจอ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็น Touch Phone ที่มีขนาดพอดีมือ ตัวเครื่องมีขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป และมีน้ำหนักเบา ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างสบายๆ ทั้งเวลาใช้งานปกติ และเวลาใช้ปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอ Touch Screen
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าสู่หน้าเมนูหลักนั้นทำได้โดยใช้นิ้วแตะที่แถบไอคอนลูกเต๋ามุมล่างขวามือ สำหรับเมนูหลักแบ่งเป็น 4 หมวด ปรับเปลี่ยนลักษณะได้ 2 แบบ คือ แบบคดเคี้ยว ในหน้าจอแนวตั้งสามารถใช้นิ้วเลื่อนจากด้านข้างเข้ามาเพื่อนเลื่อนดูเมนูส่วนที่เหลือ กับแบบเลื่อนหา กดที่แถบเมนูด้านข้างเพื่อเลื่อนเปลี่ยนหมวดเมนู เมื่อหมุนเครื่องในแนวนอนเมนูหลักก็จะเปลี่ยนมุมมองเป็นแบบเต็มจอในแนวนอนโดยอัตโนมัติ ในแต่ละหมวดจะมีเมนูหมวดละ 8 รายการรวมทั้งสิ้น 32 เมนูดังนี้
- Communication หมวดใช้งานด้านการโทรและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ประกอบด้วยเมนู Contacts สำหรับดูรายชื่อ เพิ่มรายชื่อใหม่ ค้นหา โทรด่วน ตั้งกลุ่มการโทร ตั้งค่า และดูข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้, Recent history สำหรับดูข้อมูลการโทรต่างๆ, Messaging สำหรับรับส่งข้อความ SMS, Email สำหรับรับส่งอีเมล์, Dialling สำหรับโทรออก, Contact search สำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ, Speed dials สำหรับใช้เบอร์โทรด่วน และ New message สำหรับเขียนข้อความส่ง SMS
- Multimedia หมวดใช้งานด้านมัลติมีเดีย ประกอบด้วยเมนู Camera กล้องดิจิทัล, Gallery คลังภาพสำหรับดูไฟล์มีเดียทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ, My Stuff แฟ้มข้อมูลด้านมีเดียต่างๆ ได้แก่ ภาพ เสียงส่วนตัว วิดีโอ เกมและแอพลิเคขัน เอกสาร ไฟล์อื่นๆ และไฟล์ในการ์ดหน่วยความจำภายนอก, Music เครื่องเล่นเพลงดิจิทัล, Game& Apps เกมและแอบพลิเคชัน, FM radio วิทยุ FM, Video camera กล้องวิดีโอ และ Movee studio โปรแกรมสร้างไฟล์ภาพยนตร์
- Utilities หมวดใช้งานด้านอินเทอร์เน็ต และเครื่องมือต่างๆ ประกอบด้วยเมนู Browser เบราเซอร์ใช้งานอินเทอร์เน็ต, Alarms ตั้งปลุก, Google search ค้นหาข้อมูลผ่านเว็บ Google, Organiser สมุดบันทึกสำหรับใช้งานปฏิทิน สิ่งที่ต้องทำ บันทึก ตัวค้นหาวันที่ และตั้งค่า, Memo บันทึกย่อ, Voice recorder บันทึกเสียง, Tools รวมเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการทำงานต่างๆ ได้แก่ เครื่องคิดเลข ตัวแปลงหน่วย นาฬิกาโลก และนาฬิกาจับเวลา และ Drawing panel โปรแกรมวาดภาพ
- Settings หมวดสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง ประกอบด้วยเมนู Profiles โปรไฟล์สำหรับใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ และปรับตั้งค่ารูปแบบเสียงใช้งาน, Screen settings ตั้งค่าหน้าจอแสดงผล, Phone setting ตั้งค่าโทรศัพท์, Call settings ตั้งค่าการโทร, Bluetooth เปิดปิดการใช้งานบลูทูธ, Touch settings ตั้งต่าใช้นิ้วสัมผัส, Connectivity ตั้งค่าการเชื่อมต่อ, และ Message settings ตั้งค่าข้อความต่างๆ


ด้านการโทร
เริ่มที่ Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหารายชื่อ โดยสามารถใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเพื่อหารายชื่อที่ต้องการ หรือใช้นิ้วแตะที่ช่องสี่เหลี่ยมด้านบนแล้วพิมพ์ตัวอักษรขึ้นต้นชื่อของผู้ติดต่อลงไปรายชื่อก็จะปรากฏขึ้นมาให้เลือกด้วยโปรแกรม Smart Dialing ส่วนการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่นั้น สามารถเลือกบันทึกเก็บไว้ในเครื่อง โดยบันทึกได้ 1,000 รายการ พร้อมทั้งใส่รายละเอียดต่างๆ ได้ครบ รวมถึง Livecon หรือภาพการ์ตูนประกอบรายชื่อ นอกจากนี้ยังตั้งเบอร์โทรด่วน กลุ่มการโทร ตั้งค่าคัดลอก ย้าย และส่งรายชื่อผ่านทาง MMS, อีเมล์ และบลูทูธได้
สำหรับการโทรออกนั้นให้ใช้นิ้วแตะที่ไอคอนแรกซ้ายมือด้านล่างของหน้าจอหลักหรือเมนู Dialling ก็จะปรากฏหน้าแป้นตัวเลขเสมือนขึ้นมาให้ใช้งาน ส่วนการดูข้อมูลการโทรต่างๆ นั้น (Recent history) ซึ่งแสดงรายการโทรทุกสาย สายที่โทรออก สายที่รับ และสายที่ไม่ได้รับ โดยแสดงรายละเอียดข้อมูลการโทรตั้งแต่ชื่อผู้ติดต่อ เบอร์โทร วันที่ เวลาที่โทร และเวลาที่ใช้งาน ในส่วนของการตั้งค่าการโทรนั้นสามารถตั้งค่าการโอนสาย สายเรียกซ้อน ป้องกันการโทร กำหนดเบอร์โทรออก ข้อความขอโทษ ค่าโทร เวลาโทร ดูจำนวนข้อมูลที่รับและส่งออกจากการใช้งาน GPRS และตั้งค่าทั่วไปเช่น ปฏิเสธการรับสาย โทรซ้ำอัตโนมัติ เป็นต้น
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความ เข้าไปใช้งานได้ในเมนู Messaging รับ-ส่งได้ทั้งข้อความแบบ SMS, MMS และ Email โดยรองรับอีเมล์ในรูปแบบ POP3 และ SMTP ส่วนการพิมพ์ข้อความนั้นสามารถพิมพ์ และรับข้อความได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยมีระบบช่วยสะกดคำแบบ T9 ทั้ง 2 ภาษา ซึ่งการส่งข้อความ MMS นั้นสามารถเพิ่มรูปภาพ วิดีโอ เสียง สัญลักษณ์ รูปแบบอัตโนมัติ อีโมติคอน ชื่อและเบอร์และอื่นๆ ได้
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่กล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกขนาดภาพได้สูงสุดขนาด 2048 x 1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล 2 เท่า ตั้งค่าปรับค่าชดเชยแสง (EV) โหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง 3, 6 และ 9 ภาพ เลือกเอฟเฟกต์ได้ 4 แบบคือ ปกติ ขาวดำ เนกาทีฟ และซีเปีย ปรับสมดุลแสงสีขาว โหมดถ่ายภาพกลางคืน ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ เลือกคุณภาพในการถ่ายโดยปรับได้ 3 ระดับคือ ละเอียดมาก ละเอียด และปกติ และภาพที่ถ่ายเสร็จแล้วสามารถส่งต่อ แก้ไข และตั้งเป็นภาพพื้นหลังได้ทันที ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้ โดยเลือกขนาดบันทึกได้สูงสุดในขนาด 320 x 240 พิกเซล (15 fps) บันทึกในรูปแบบไฟล์ .3GP เลือกโหมดการถ่ายได้ 2 แบบคือแบบ Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม กับแบบสำหรับส่ง MMS พร้อมทั้งตั้งค่าปรับค่าชดเชยแสง เลือกเอฟเฟกต์ ปรับสมดุลแสงสีขาว และเลือกคุณภาพในการบันทึกได้ เมื่อบันทึกวิดีโอเสร็จเรียบร้อยสามารถเปิดดู ส่งต่อ อัปโหลดเข้า YouTube และตัดต่อด้วยโปรแกรมได้
ด้านคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีเครื่องเล่นเพลง MP3 ซึ่งรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบไฟล์ MP3, AAC, AAC+, RA, WMA ด้วยระบบจัดรายการเพลง (Playlist) ตั้งค่าเล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้มากถึง 6 แบบคือ No style, Classic, Jazz, Pop, Rock และ Concert hall นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันวิทยุ FM Stereo ที่มีระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ บันทึกสถานีโปรดได้ 50 สถานี และฟังผ่านลำโพงเครื่องได้ โดยต้องเสียบชุดหูฟังก่อนจึงจะรับฟังได้, เครื่องเล่นไฟล์วิดีโอ ที่รองรับการเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .3GP, MP4, โปรแกรม Movee Studio สำหรับสร้างภาพยนตร์ส่วนตัว และ Gallery สำหรับดูไฟล์ภาพและวิดีโอ โดยไฟล์ภาพสามารถแสดงภาพขนาดเล็กในแนวนอน หรือเลือกเปลี่ยนมุมมองภาพใหญ่ขึ้นทีละรายการ และสามารถขยายภาพได้ ส่วนไฟล์วิดีโอจะมีปุ่ม Play แสดงอยู่ สามารถกดเล่นวีดีโอได้ทันที
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำได้ด้วย WAP Browser เวอร์ชัน 2.0 ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 12 พร้อมด้วยโปรแกรม RSS reader สำหรับรับข่าวสารผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยการ Feed, โปรแกรม Google Search สำหรับค้นหาข้อมูลผ่านทางเว็บ Google.com และสามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์สังคมออนไลน์และเข้าใช้งานเว็บไซต์สังคมออนไลน์ได้โดยเข้าไปที่เมนูหมวดความบันเทิงแล้วเลือกที่เมนู Games& Apps>Applications>Social Networking โดยเชื่อมต่อผ่าน Facebook, myspace และ twitter
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบไร้สายอย่าง Bluetooth 2.1 รองรับการเชื่อมต่อใช้งานกับหูฟัง Bluetooth แบบ Stereo (A2DP) นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ USB 2.0 กับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ้คโดยเลือกโหมดการเชื่อมต่อได้ 4 แบบคือ PC Internet, ที่เก็บข้อมูล, PC suite และซิงค์เพลง และหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลนั้นมีหน่วยความจำภายในขนาด 42 MB และเพิ่มได้ด้วยหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card สูงสุด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง LG GD510 Pop ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมดปกติ เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super Fine และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.8 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกตั้งค่าขนาดของภาพสูงสุดคือ QVGA 320 x 240 พิกเซล และเลือกคุณภาพของภาพสูงสุดคือ Super Fine ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
จากสเปกที่ให้มาระบุไว้ว่าเครื่องรุ่นนี้สามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 3 ชั่วโมง 20 นาที และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 360 ชั่วโมง เท่าที่ได้ลองใช้งานดูด้วยแบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 900 mAh ที่มาพร้อมกับตัวเครื่องชาร์จจนเต็ม แล้วทดสอบใช้งานพูดคุยประมาณวันละ 30-40 นาที ฟังเพลง เล่นเกม ใช้งานอินเทอร์เน็ต ถ่ายรูป เป็นต้น ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วัน ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้โหมด Power save ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ต่อไปได้อีก
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ที่อยู่ในกล่องนั้นประกอบด้วยตัวเครื่อง LG GD510 Pop, แบตเตอรี่มาตรฐานแบบ Li-ion ขนาด 900 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จไฟ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB Cable พร้อมแผ่นซีดีรอมโปรแกรม, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card และคู่มือการใช้งาน
LG GD510 Pop ถือเป็นทัชโฟนที่โดดเด่นเรื่องของดีไซน์ที่เรียบง่าย ขนาดเล็กกระทัดรัด แต่คุณภาพกลับไม่เล็กตามเครื่อง และเป็นโทรศัพท์มือถือแนวรักษ์โลกเครื่องแรกของ LG นอกจากนี้ยังเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่ พร้อม S-Class UI ที่ช่วยให้ใช้งานสัมผัสบนหน้าจอได้ง่ายขึ้น รวมทั้งครบเครื่องเรื่องฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ทั้งฟังก์ชันมัลติมีเดีย และการเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ต่างๆ ในราคาสุดคุ้มอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 96 ... |
|
|
|