|
|

ก่อนที่จะมาใช้ชื่อ BlackBerry Bold 9700 นั้นเจ้าเครื่อง BlackBerry รุ่นนี้เคยใช้ชื่อรุ่นว่า BlackBerry Onyx แม้ว่าภายหลังมีข่าวว่าจะใช้ชื่อ BlackBerry Bold 2 ทำตลาด แต่สุดท้ายชื่ออย่างเป็นทางการคือ BlackBerry Bold 9700 (BlackBerry Bold ตัวแรกใช้เลขรุ่น 9000) โดย BlackBerry รุ่นใหม่นี้ยังคงยึดสูตรสำเร็จของตระกูล Bold แต่ได้พัฒนาสเปกต่างๆ ของเครื่องให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการเติมเต็มในสิ่งที่ BlackBerry Bold 9000 รุ่นแรกไม่มี


BlackBerry Bold 9700 มาพร้อมกับรูปทรงแบบแท่ง QWERTY Phone โดยมีขนาดที่เล็ก บาง และมีน้ำหนักที่เบา เมื่อเทียบกับ BlackBerry Bold 9000 รุ่นแรก ด้วยดีไซน์ที่คล้ายกับ BlackBerry Curve 8900 ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติก และวัสดุที่เป็นหนังในส่วนของฝาหลัง และได้เปลี่ยนปุ่มควบคุมทิศทางจาก TrackBall เป็น Trackpad สำหรับหน้าจอแสดงผลเป็นจอสีแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 2.44 นิ้ว ใต้หน้าจอเป็นแผงปุ่มกดควบคุมการใช้งานต่างๆ พร้อมด้วยแผงปุ่มกดคีย์บอร์ดแบบ Full QWERTY
พลิกมาด้านหลังเครื่องตรงมุมซ้ายด้านบนจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัล ถัดมาตรงกลางมีตัวอักษร Bold แบบปั้มนูนลงไป และด้านขวามีไฟแฟลชแบบ LED ถัดลงไปตรงกลางด้านบนของฝาหลังมีรูปโลโก้ BlackBerry ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม ช่องสำหรับเสียบชาร์จ และสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ในช่องเดียวกัน และปุ่มใช้งานคำสั่งเสียง ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านบนเครื่องมุมซ้ายมีปุ่มสำหรับล็อคหน้าจอ ส่วนมุมขวามีปุ่มสำหรับเข้าสู่ Standby

Sim1…ใช้นิ้วโป้งกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนลงเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วงัดบริเวณตรงกลางด้านท้ายของแบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายของช่องใส่แบตเตอรี่แล้วดันเเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง BlackBerry Bold 9700 ให้ทำการถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอนแล้วใช้นิ้วโป้งของมืออีกข้างหนึ่งกดลงตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนออกมาเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาหลังออกจากเครื่อง จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วงัดบริเวณตรงกลางด้านท้ายของแบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card นั้นอยู่บริเวณด้านซ้ายของช่องใส่แบตเตอรี่ ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำแบตเตอรี่ และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายด้านขวามือติดกับปุ่มย้อนกลับ ให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมทำการโหลดข้อมูลต่างๆ โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที จากนั้นหน้าจอจะขึ้นโลโก้ BlackBerry ตามด้วยระบบรักษาความปลอดภัย และหน้าจอ Welcome สำหรับตั้งค่าใช้งานต่างๆ ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน ภายในหน้าจอหลักของเครื่องรุ่นนี้ประกอบด้วยภาพวอลเปเปอร์ พร้อมสัญลักษณ์บอกระดับแบตเตอรี่กับโพรไฟล์ด้านซ้ายบน ถัดมาตรงกลางเป็นชื่อเครือข่ายที่ใช้งาน พร้อมด้วยเวลาและวันที่ และด้านขวามือเป็นสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่าย และเครือข่ายที่ใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ส่วนด้านล่างของหน้าจอ เป็นไอคอนเมนูที่ใช้งานบ่อยๆ ได้แก่ Messages, SMS And MMS, Contacts, Calendar, Browser และ Media
open+open page…กดที่ปุ่มด้านซ้ายบนข้างเครื่องเพื่อเปิดและปิดเครื่อง
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นส่วนควบคุมการใช้งานต่างๆ ได้แก่ ปุ่ม Trackpad Navigation หรือแป้นควบคุมด้วยปลายนิ้วสัมผัสซึ่งตอบสนองการพิมพ์ข้อมูล และการควบคุมฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างแม่นยำ, ปุ่มเข้าเมนูหลัก, ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโทรออกและรับสาย และปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง อีกส่วนเป็นส่วนของแผงปุ่มกดแบบ QWERTY 4 แถว ที่มีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป และดีไซน์ปุ่มกดเหมือนขั้นบันได ทำให้กดใช้งานได้ไม่ยาก นอกจากนี้ที่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มใช้งานคำสั่งเสียง ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านบนเครื่องด้านซ้ายมีปุ่มสำหรับล็อคหน้าจอ ส่วนด้านขวามีปุ่มสำหรับปิดเสียงเวลาที่มีสายเรียกเข้าได้ ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นเครื่อง BlackBerry ที่ใช้วัสดุที่ต่างจากตระกูล Bold รุ่นแรก โดยเฉพาะฝาหลังที่ใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกคล้ายหนัง บวกกับน้ำหนักที่เบาลง ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือมากขึ้น
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง BlackBerry Bold 9700 ทำได้โดยกดที่ปุ่มเข้าเมนูหลักรูปสัญลักษณ์โลโก้ BlackBerry ที่อยู่ระหว่างปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่ม Trackpad ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานแสดงผลเป็นรูปไอคอนเรียงกันแถวละ 6 เมนูรวม 21 เมนูด้วยกันดังนี้
- Messages เมนูสำหรับเช็คข้อความที่ได้รับทั้ง SMS, MMS และ E-Mail
- SMS And MMS เมนูสำหรับรับส่งข้อความ SMS และ MMS
- Contacts เมนูสำหรับค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ รวมทั้งเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
- Calendar เมนูปกิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ เพื่อเตือความจำ
- Browser เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย
- Media เมนูรวมเครื่องเล่นมีเดียต่างๆ ได้แก่ เครื่องเล่นเพลง เครื่องเล่นวิดีโอ ไฟล์ภาพ เสียงเรียกเข้า บันทึกเสียง กล้องถ่ายวิดีโอ และบันทึกเสียงแบบสั้น
- Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ BlackBerry Maps
- Clock เมนูนาฬิกาสำหรับตั้งปลุกเตือน
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัล
- Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือและอธิบายการใช้งานเมนูต่างๆ ของเครื่อง
- Search เมนูสำหรับค้นหาไฟล์ต่างๆ ในเครื่อง
- Instant Messaging เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชทโดยมีให้เลือกทั้ง MSN และ BlackBerry Messenger
- Applications เมนูรวมโปรแกรมแอบพลิเคชันต่างๆ ได้แก่ MemoPad, Tasks, Calculator, Word To Go, Sheet To Go, Slideshow To Go, Files, Voice Dialling Password Keeper, Saved Messages และ Certificate Serach
- Games เมนูเกม ได้แก่ BrickBreaker, Word Mole, Texas Hold’Em King 2,Sudoku และ Klondike
- Downloads เมนูเก็บโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมา
- Setup เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงอีเมล์, Wi-Fi และบลูทูธ
- Profiles เมนูสำหรับเลือกโพรไฟล์ใช้งานตามสถานการณ์ต่างๆ
- Manage Connections เมนูสำหรับจัดการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆ
- Options เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- Keyboard Lock เมนูสำหรับล็อคแผงปุ่มกดคีย์บอร์ด
- Turn Power Off เมนูสำหรับตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติ


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ สำหรับแผงปุ่มกดตัวเลขจะอยู่บริเวณด้านซ้ายของแถบปุ่มกดคีย์บอร์ด QWERTY โดยสังเกตได้ง่ายจะเห็นตัวเลขอยู่บนตัวอักษร ซึ่งวิธีการโทรออกนั้นทำได้เมื่ออยู่ที่หน้าจอหลักให้กดหมายเลขโทรศัพท์แล้วกดปุ่มโทรออกได้ทันที ส่วน Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับดูรายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อผู้ติดต่อนั้นทำได้โดยพิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของชื่อผู้ติดต่อลงในช่องด้านบนสุดของหน้าจอตรงคำสั่ง Find หรือใช้ปุ่ม Trackpad เลื่อนขึ้นลงดูรายชื่อที่ต้องการก็ได้ ส่วนการเพิ่มรายชื่อสามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน โดยกดที่ปุ่มเมนูแล้วเลือกที่ New Contact แต่ถ้าลือกที่ SIM Phone Book ก็จะเป็นการดูรายชื่อที่บันทึกในซิมการ์ด
ในส่วนของการเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ นั้น ทำได้โดยกดที่ปุ่มโทรออกรายการที่ใช้งานโทรต่างๆ ทั้งเบอร์ที่โทรออก เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่ไม่ได้รับสายจะแสดงขึ้นมาทั้งหมด และแสดงได้ย้อนหลังนานถึง 30 วัน สามารถใช้เบอร์ที่อยู่ในรายการโทรออก หรือส่ง SMS และ MMS ได้ทันที ส่วนการดูรายละเอียดของแต่ละสายที่ใช้งานไปนั้นทำได้โดยกดที่ปุ่มเมนูหลักแล้วเลือกที่ View History และถ้าต้องการเช็คเวลาที่ใช้งานโทรต่างๆ ก็สามารถทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Status โดยแสดงเวลาที่ใช้งานล่าสุด และเวลาโทรรวมทั้งหมด
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
รองรับการรับส่งข้อความทั้ง SMS, MMS และ Email โดยรับส่งอีเมล์จาก Mail server ถึงเครื่อง BlackBerry อัตโนมัติ โดยไม่ต้องเปิดโปรแกรมด้วยเทคโนโลยี Push mail พร้อมทั้งดูไฟล์ที่แนบมากับเมล์ได้หลากหลาย เช่น ไฟล์ JPEG, Adobe PDF, Microsoft Word, Microsoft Excel และ Microsoft PowerPoint นอกจากนี้ด้วย BlackBerry Internet Service ยังรองรับการเข้าใช้งานบัญชีอีเมล์ได้สูงสุดถึง 10 บัญชีอีเมล์ซึ่งรวมไปถึงบัญชีอีเมล์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ยอดนิยม อย่างเช่น AOL Mail, Yahoo! Mail, Windows Live Hotmail และ Gmail และ BlackBerry Enterprise Server support ซึ่งมอบความปลอดภัยระดับสูง พร้อมการบริหารด้านไอทีอันโดดเด่น เพื่อรองรับการใช้งานสำหรับองค์กร
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล ซูมดิจิทัล 2 เท่า ด้วยระบบ Auto Focus และระบบ Image Stabilization ลดการสั่นของภาพ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าปรับสมดุลแสงสีขาว เลือกคุณภาพได้ 3 ระดับคือ Superfine, Fine และ Normal เปลี่ยนสีเอฟเฟกต์ได้ 3 แบบคือ Normal, Black & White และ Sepia และมีระบบ Geotagging แนบพิกัดไปพร้อมกับภาพถ่ายได้ ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้ 2 แบบแบบแรก Normal ไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็มในขนาด 480 x 360 พิกเซล กับ MMS Mode สำหรับแนบส่งข้อความ MMS ในขนาด 176 x 144 พิกเซล และบันทึกไฟล์ในรูปแบบ .3GP ทั้ง 2 แบบ รวมทั้งเปลี่ยนสีเอฟเฟกต์ได้ 3 แบบ และซูมดิจิทัล 2 เท่าเหมือนกับการถ่ายภาพนิ่ง
ด้านคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่รองรับการเล่นไฟล์เพลง .3GP, MP3, WMA9 (.wma/.asf), WMA9 Pro / WMA 10, MIDI, AMR-NB, Professional AAC/AAC+/eAAC+ ด้วยระบบจัดการรายชื่อเล่น เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 10 แบบ มีระบบเพิ่มพลังเสียงให้กับลำโพง รับฟังผ่านชุดหูฟังสเตอริโอบลูทูธ ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้ และแสดงภาพปกอัลบั้ม (ถ้ามี) พร้อมโปรแกรม Video สำหรับเล่นไฟล์วิดีโอ XviD partially supported, H.263, H.264, WMV3, MPEG4, Sorenson Spark & On2 VP6 (Flash support), โปรแกรม Pictures สำหรับดูไฟล์ภาพ, โปรแกรม Ring Tones สำหรับเลือกเพลงเป็นสายเรียกเข้า, และโปรแกรม Voice Notes สำหรับบันทึกเสียง นอกจากนี้ยังมีช่องเสียบหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 ม.ม. เพื่อรับฟังเสียงได้เต็มอรรถรส
ด้านการเชื่อมต่อ
ในส่วนของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใช้งานด้วยโปรแกรม Internet Browser เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, เครือข่าย 3G HSDPA (สูงสุด 3.6 Mbps) และเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi 802.11 b/g โดยสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แบบ All-Time หรือตลอดเวลาอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตกับโปรแกรม Instant Messaging สนทนาแบบแชทออนไลน์ผ่านโปรแกรม Windows Live Messenger หรือ MSN กับโปรแกรม BlackBerry Messenger หรือที่เรียกกันว่าเล่น BBM ระหว่างเครื่อง BlackBerry ด้วยกัน นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับ Social Network หรือสังคมออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter เป็นต้น
ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP และ AVRCP ฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth Stereo ได้ กับ Wi-Fi 802.11 b/g กับแบบผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม BlackBerry Desktop Manager รวมทั้งมีฟังก์ชัน GPS หรือระบบค้นหาตำแหน่งและนำทางด้วยดาวเทียม โดยใช้ระบบแผนที่และระบบนำทางจาก BlackBerry Maps พร้อมฟังก์ชัน A-GPS ในตัว ส่วนหน่วยประมวลผลการทำงานด้วย Processor ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 624 MHz และในส่วนหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 256 MB Storage, 128 MB RAM เพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 16 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง BlackBerry Bold 9700 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ Super Fine และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.10 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกโหมดการบันทึกแบบ Normal ในขนาดของภาพ 480 x 360 พิกเซล ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีด้วยเช่นเดียวกัน
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 6 ชั่วโมง และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 21 วัน สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบบ Li-ion ความจุ 1,500 mAh ได้ทำการทดสอบทั้งใช้งานพูดคุย สนทนาด้วยโปรแกรม BlackBerry Messenger หรือ BB ใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง และมีการใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต GPRS/EDGE ตลอดทั้งวัน ปรากฏว่าใช้งานได้ประมาณ 2-3 วันเลยทีเดียว แต่ถ้าหากมีการเปิดใช้งาน Wi-Fi และใช้งานในเครือข่าย 3G ควบคู่กันไปแล้วอาจจะทำให้หมดเร็วกว่านี้ได้ โดยรวมแล้วถือว่าความจุแบตเตอรี่ให้มาเหมาะสำหรับใช้งานได้อย่างเพียงพอ และถ้าหากแบตเตอรี่ใกล้หมด ระบบก็จะตัดสัญญาณโทรศัพท์ทันที
อุปกรณ์เสริม
ชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง BlackBerry Bold 9700, แบตเตอรี่แบบ Li-ion 1,500 mAh จำนวน1 ก้อน, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบ Travel Chager, สายดาต้าลิงค์ micro USB Data Cable, ชุดชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำ microSD Card ขนาด 2 GB, ซองหนัง, แผ่น CD โปรแกรม BlackBerry Bold 9700, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน
Blackberry Bold 9700 ถือเป็นรุ่นอัปเดตต่อจากรุ่น BlackBerry Bold 9000 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งสเปกหลายๆอย่างอาจจะดูใกล้เคียงกัน แต่ก็ถือว่าพัฒนาขึ้นในทุกๆ มิติ ทั้งหน้าตา สเปก และขนาดของตัวเครื่อง แถมยังตอบสนองสิ่งที่หลายๆ คนถามหากันอีกด้วย นั่นก็คือรองรับ 3G, เชื่อมต่อ Wi-Fi, มีระบบดาวเทียมนำร่อง GPS, กล้องดิจิทัลระดับ 3.2 ล้านพิกเซล และเพิ่มความจุแบตเตอรี่ให้ใช้ได้ยาวนานขึ้น เรียกว่ามาครบในเครื่องเดียวเลยก็ว่าได้
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 97 ...
|
|
|
|