|

เข้าสู่ศักราชใหม่ G-Net ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน TV Mobile และ 2 SIM Phone หลังจากที่ส่ง โทรศัพท์มือถือที่รองรับความสามารถดังกล่าวออกมาแล้วหลายรุ่นหลายสไตล์ด้วยกัน ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ มีสไตล์เฉพาะ และเจาะทุกกลุ่มผู้ใช้ ล่าสุดได้ส่งทัชโฟนรุ่นใหม่ที่มีฟังก์ชัน TV Mobile บวก 2 SIM ด้วยดีไซน์ที่โดนใจ ครบทุกฟังก์ชันมัลติมีเดีย และรองรับการเชื่อมต่อ ผ่าน Wi-Fi ในชื่อรุ่น G-Net G11


รูปทรงของ G-Net G11 เป็นแบบ Card Bar ดีไซน์โค้งมน ขนาดมาตรฐาน และเพียวบาง ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติก เป็นหลัก ในส่วนของกรอบฝาหลังสามารถถอดเปลี่ยนสีได้ถึง 7 สีคือแดง เหลือง ชมพู เขียว ส้ม ฟ้า และม่วง เรียกว่าเปลี่ยนได้ครบทั้ง 7 วันเลยที เดียว ส่วนหน้าจอแสดงผลเป็นจอสีแบบสัมผัสขนาด 2.8 นิ้ว รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าไล่ตั้งแต่ด้านบนลงมาจะเห็นช่องลำโพงสำหรับสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล และใต้หน้าจอเป็นแผงปุ่มกดควบคุมใช้งานต่างๆ 3 ปุ่มหลักด้วยกัน
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นช่องลำโพงสำหรับฟังเพลง ถัดลงมาตรงกลางมีเลนส์ของกล้องดิจิทัล และตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกในส่วน ของกรอบฝาหลังซึ่งทุกสีจะมีลวดลายนี้ ส่วนด้านบนเครื่องมีช่องสำหรับใส่สายคล้องคอ ปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และมุมด้านขวามีช่องเสียบเสาอากาศ ทีวี/วิทยุ ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับเสียบชุดหูฟัง กับช่องสำหรับเสียบสายดาต้าลิงค์ และสายชาร์จแบตเตอรี่รวมอยู่ในช่องเดียวกัน พร้อมด้วย ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับเปิดฝาหลัง

Sim1….ใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางด้านล่างออกมาเพื่อปลดล็อคและหยิบออกจากเครื่อง
Sim2….ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่ตรงช่องด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาและหยิบออกจากเครื่อง
Sim3….ใส่ SIM card เข้าไปในช่อง SIM1 และ SIM2แล้วดันเลื่อนเข้าไปจนสุด

การใส่ SIM CARD
ขั้นตอนในการใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง ลำดับแรกให้ทำการถอดฝาหลังออกมาก่อน โดยพลิกมาด้านหลังแล้วคว่ำเครื่องลง แล้วใช้ นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางด้านล่างออกมาเบาๆ แล้วหยิบออกจากเครื่อง ลำดับต่อมาให้ถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่ใส่ การ์ดหน่วยความจำภายนอกด้านขวาบนเหนือช่องใส่แบตเตอรี่ออกมาและหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่อง รุ่นนี้จะมี 2 ช่องเพราะเครื่องรุ่นนี้รองรับการใช้งาน 2 SIM ให้นำ SIM Card ที่ต้องการใส่เข้าไปช่องใดช่องหนึ่ง หรือทั้ง 2 ช่องก็ได้ ซึ่งในช่องจะระบุว่าเป็นช่องของ SIM1 และ SIM2 ในการใส่ SIM Card ให้คว่ำขั้วสัมผัสสีทองไว้ด้านล่าง เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม
การเปิด-ปิดเครื่อง
ตำแหน่งปุ่มเปิดปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้ายบนของเครื่อง โดยเป็นปุ่มสี่เหลี่ยมพร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลาง ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1 -2 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมโลโก้ G-Net ตามด้วยภาพกราฟิกแอนิเมชันและเสียง Polyphonic ประกอบ จากนั้นเครื่อง จะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายก่อนที่เข้าสู่หน้าจอพร้อมใช้งาน ภายในหน้าจอหลักประกอบไปด้วยสัญลักษณ์แสดงระดับสัญญาณเครือข่ายของ SIM1 และ SIM2 อยู่มุมซ้ายบนสุดของหน้าจอ ส่วนสัญลักษณ์แสดงระดับแบตเตอรี่อยู่ตรงมุมขวา ถัดลงมาตรงกลางเป็นชื่อเครือข่ายที่ใช้ งานทั้ง SIM1 และ SIM2 ส่วนด้านซ้ายของหน้าจอเป็นแถบเมนู Widgets ที่เก็บไอคอนเมนูต่างๆ สำหรับลากและวางบนหน้าจอใน สไตล์ Drag & Drop ได้ และด้านล่างเป็นแถบไอคอนเมนูที่ใช้งานโดยเลื่อนไปมาซ้ายขวาและกดเพื่อเข้าสู่เมนู โดยสามารถตั้งค่าเพิ่ม หรือลดไอคอนเมนูได้ Open+open page….กดที่ปุ่มวางสายค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการใช้งานเพียง 3 ปุ่มประกอบด้วยปุ่ม Track Ball สำหรับควบ คุมการใช้งานต่างๆ ทั้งเลื่อนขึ้นลงซ้ายและขวาเพื่อเข้าเมนูลัด หรือเมื่อเข้าสู่เมนูหลักสามารถเลื่อนไปมาซ้ายขวาขึ้น และลงเพื่อเลือกเมนูที่ต้องการ และกดลงไปเพื่อเข้าสู่เมนูนั้นได้, ปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านซ้ายข้างเครื่องคือปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และ ปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านซ้ายบนเครื่องยังมีปุ่มใช้งานอีก 1 ปุ่มคือ ปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นทัชโฟนที่มีขนาด มาตรฐาน และมีน้ำหนักที่สมส่วน ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือ ทั้งมือของคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิง รวมทั้งปุ่มกดที่ไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป และ สามารถใช้งนิ้วแตะสัมผัสเพื่อใช้งานได้ง่ายและสะดวก แนะนำว่าถ้าใช้เครื่องครั้งแรกให้เข้าไปตั้งค่าปากกาในเมนู Setting จะช่วยให้ใช้งาน แตะสัมผัสได้ดีขึ้น
เมนูการใช้งาน
วิธีการเข้าเมนูของเครื่อง G-Net G11 ให้เลือกที่ไอคอนเมนูรูปวงกลม 4 วงเมนูแรกที่อยู่ในแถบเมนูด้านล่างของหน้าจอ โดยใช้นิ้วแตะสัมผัสก็จะเข้าสู่หน้าจอเมนูหลักซึ่งมีอยู่ 4 หน้าด้วยกัน บวกกับเมนูที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอก็จะมีทั้งหมด 42 เมนูด้วยกัน จึงขอยก ตัวอย่างเมนูที่เด่นๆ ประจำเครื่องซึ่งมีดังนี้
- Dial เมนูสำหรับใช้งานโหมดโทรศัพท์ด้วยแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือน
- Message เมนูสำหรับรับส่งข้อความทั้ง SMS และ MMS
- Phonebook เมนูรายชื่อสำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- TV เมนูสำหรับเข้าสู่โหมดใช้งานทีวีแบบแอนะล็อก
- Email เมนูสำหรับรับส่งอีเมล์
- Wifi เมนูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงผ่านเครือข่าย Wi-Fi
- Wap เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย WAP Browser
- Filemanager เมนูโปรแกรมจัดการไฟล์ต่างๆ ทั้งที่อยู่ในเครื่อง และการ์ดหน่วยความจำภายนอก
- Bluetooth เมนูเชื่อมต่อไร้สายกับอุปกรณ์ผ่านทางบลูทูธ
- FM Radio เมนูวิทยุ FM
- JAVA เมนูสำหรับดาวน์โหลดจาวาแอบพลิชันมาติดตั้งเพื่อใช้งานในเครื่อง
- Fun&Game เมนูเกม
- Multimedia เมนูที่รวมเครื่องเล่นมัลติมีเดียต่างๆ
- Record เมนูเครื่องบันทึกเสียง
- Extra เมนูที่รวมเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการใช้งานต่างๆ ได้แก่ เครื่องคิดเลข ตัวแปลงหน่วย นาฬิกาจับเวลา และโปรแกรมอ่าน
E-Book
- Camera เมนูกล้องดิจิทัล
- Audio Player เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล


ด้านการโทร
เริ่มจาก Phonebook หรือ สมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อ และเก็บบันทึกข้อมูลผู้ติดต่อลงในเครื่องได้ 600 ตำแหน่ง โดยใน 1 ชื่อใส่รายละเอียดต่างๆ ได้แก่ ชื่อ เบอร์มือถือ เบอร์บ้าน ชื่อบริษัท อีเมล์ เบอร์ที่ทำงาน เบอร์แฟกซ์ วันเกิด รวมทั้งสามารถใส่รูปเวลามี สายเข้า วิดีโอเรียกเข้า เสียงเรียกเข้าเฉพาะ และตั้งกลุ่มการโทรได้ 5 กลุ่ม พร้อมทั้งตั้งค่าเก็บข้อมูลให้เก็บในเครื่องหรือใน SIM Card ได้ โดยแยกเป็น SIM1 และ SIM2 นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเบอร์โทรพิเศษได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2 ส่วนการดูข้อมูลการโทร (Call History) แยกเป็นข้อมูลการโทรของ SIM1 และ SIM2 โดยแบ่งเป็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย ซึ่งรายละเอียดที่เก็บในกลุ่มนี้จะมีวันที่ เวลาที่โทร เบอร์โทร และจำนวนครั้ง ในส่วนของข้อมูลเวลาโทรนั้นแบ่งเป็น เวลาโทรล่าสุด เวลาที่โทรออกทั้งหมด และเวลาที่รับสายทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถเช็คสถานะ SMS และ GPRS ทั้งการรับและส่งได้ทั้ง SIM1 และ SIM2
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความ รองรับทั้ง SMS และ MMS โดยพิมพ์ข้อความได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งมีระบบช่วย สะกดคำแบบ Smart ABC และ Smart Thai ในส่วนของ SMS มี Template หรือข้อความสำเร็จรูปพร้อมส่งทันที ส่วน MMS นั้นสามารถแนบไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง และไฟล์เพลงไปพร้อมกับข้อความ และสามารถรับ-ส่งข้อความ SMS และ MMS ได้ทั้ง เบอร์ของ SIM1 และ SIM2 นอกจากนี้ยังรองรับการรับส่งอีเมล์ โดยรองรับอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ POP3 และ IMAP4
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่ฟังก์ชัน TV โดยมีเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ในตัว (TV Tuner) สำหรับรับชมฟรีทีวีในระบบแอนะล็อก ด้วยระบบค้นหาสถานี อัตโนมัติ พร้อมระบบบันทึกช่องรายการ ตั้งช่องรายการส่วนตัว ตั้งค่าปรับความสว่าง โชว์สัญญาณ แสดงสัญญาณอ่อน และแสดงผลได้แบบเต็มจอ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้งานได้ 39 ประเทศ ที่พิเศษคือ มีระบบ Motion Sensor สำหรับเขย่าเครื่องเพื่อแสดงภาพแบบเต็มจอ โดยตั้งค่าเปิดปิดการใช้งานนี้ได้ที่ Motion Sensor Setting และสามารถบันทึกรายการทีวีได้ในรูปแบบไฟล์วิดีโอ .3GP ส่วนความชัดเจนในการรับชมนั้นขึ้นอยู่กับสถานที่รับชมด้วย ถ้าอยู่ในพื้นที่โล่งก็รับสัญญาณได้ชัดเจน แนะนำว่าทุกครั้งที่เปลี่ยนสถานที่รับชมควรใช้ ฟังก์ชัน Auto Search ค้นหาสถานีอัตโนมัติใหม่อีกครั้งเพื่อให้รับชมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้านการถ่ายภาพเครื่องรุ่นนี้มีกล้องดิจิทัลความละเอียดระดับ 1.3 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยภาพนิ่งสามารถตั้งค่าเลือก คุณภาพในการถ่ายได้ 3 ระดับคือ Good, Normal และ Low พร้อมทั้งตั้งค่าปรับแสงสมดุลสีขาว เลือกโหมดถ่ายกลางคืน ตั้งค่าเอ ฟเฟกต์ ถ่ายภาพแบบ Multishot ได้ต่อเนื่องสูงสุด 5 ภาพ และตั้งเวลาในการถ่ายได้ ส่วนวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียงได้ในรูปแบบไฟล์ .3GP ในขนาดสูงสุดแบบไม่จำกัด และบันทึกได้นานสูงสุดจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Audio Player หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล รองรับการเล่นไฟล์ MP3, MIDI, WAV, AMR ตั้งค่าเล่นเพลงซ้ำ เพลงแบบสุ่ม รวมทั้งปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 8 แบบ ด้วยระบบเสียงสเตอริโอ โดยรับฟังผ่านลำโพงด้านหลังเครื่องหรือหูฟัง แบบ Stereo Bluetooth ได้, ฟังก์ชัน Video Player สำหรับเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ .3GP, AVI และ MP4 ที่แสดงผลได้แบบเต็มจอ และฟังก์ชัน FM Radio สำหรับฟังวิทยุ FM ที่บันทึกสถานีได้สูงสุด 20 สถานี ด้วยระบบค้นหา สถานีแบบอัตโนมัติ สามารถรับฟังได้โดยไม่ต้องเสียบชุดหูฟังเป็นเสาอากาศเหมือนเครื่องรุ่นอื่นๆ เพราะใช้เสารับสัญญาณเดียวกันกับภาครับทีวี และ บันทึกรายการวิทยุไว้ฟังอีกครั้งได้ในรูปแบบไฟล์ AMR, AWB และ WAV โดยตั้งเวลาบันทึกล่วงหน้าได้ พร้อมทั้งมีโปรแกรม Image Viewer สำหรับดูไฟล์ภาพที่ถ่ายได้จากกล้องดิจิทัล และโปรแกรม Sound Recorder สำหรับบันทึกเสียง
ด้านการเชื่อมต่อ
สำหรับการเชื่อมต่อเริ่มที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตทำได้ด้วย WAP Browser เวอร์ชัน 2.0 หรือโปรแกรม Opera mini ผ่านเครือข่าย GPRS Class 12 สามารถใช้งานได้ทั้งเบอร์ของ SIM1 และ SIM2 โดยเข้าไปตั้งค่าเลือก SIM ในการใช้งาน ได้ และที่พิเศษคือ สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงอย่าง Wi-Fi ได้ ในส่วนของหน่วยความจำเครื่องนั้นมีขนาด 15.9 MB และเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 8 GB ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อรับส่งข้อมูลและไฟล์ต่างๆ นั้นทำได้ทั้งผ่านทางสายดาต้าลิงค์ USB ซึ่งเชื่อมต่อได้แบบอัตโนมัติไม่ต้องลง โปรแกรม Driver กับแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ที่สามารถฟังเพลงผ่าน ชุดหูฟังไร้สายแบบ Stereo Bluetooth นอกจากนี้ยังใช้เป็นกล้อง Webcam และ Com Port หรือโมเด็มในการเชื่อม ต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางสายดาต้าลิงค์ได้อีกด้วย


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง G-Net G11 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลระดับ 1.3 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่าย ภาพนิ่งในโหมด Normal เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 1280 x 960 พิกเซล และคุณภาพของภาพสูงสุดในระดับ Good โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพ ทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน ส่วนโหมดวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกคุณภาพของภาพสูงสุดในระดับ Good ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดี
ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ตามสเปกที่ให้มาระบุไว้ว่าเครื่อง G-Net G11 สามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 40 ชั่วโมง และสนทนาได้นานต่อ เนื่องสูงสุด 90-120 นาที ตลอด 1 สัปดาห์ในการทดสอบ ได้ทดลองใช้งานดูด้วยแบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 800 mAh ที่มา พร้อมกับตัวเครื่อง โดยใช้งานพูดคุย ถ่ายรูป และฟังเพลง ปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 2-3 วัน แต่ถ้าเปิดใช้งานรับชมทีวีอย่างเดียวก็จะ รับชมได้นานต่อเนื่องประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยรวมถือเป็นที่น่าพอใจ
อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ในกล่องของเครื่อง G-Net G11 ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion ขนาด 1,100 mAh จำนวน 1 ก้อน, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่, ชุดหูฟังสเตอริโอ, สายดาต้าลิงค์แบบ USB, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกันสินค้า
G-Net G11 ถือว่าเป็น Fashion Touch Phone ที่มีดีไซน์สวยหรู สามารถถอดเปลี่ยนกรอบฝาหลังได้ถึง 7 สี พร้อมฟังก์ชันมัลติมีเดียครบครัน ทั้งกล้องดิจิทัล เครื่องเล่นเพลง MP3 ฟังก์ชัน TV และฟังก์ชันวิทยุ FM นอกจากยังรองรับการใช้งาน 2 SIM Real Time และมีฟังก์ชันที่อินเทรนด์ในขณะนี้คือรองรับการเชื่อมต่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook หรือจะเลือกสนทนา แบบแชทด้วยโปรแกรม eBuddy ก็ได้ และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ได้อีกด้วย ในราคาที่กล้าบอกได้ว่าคุ้มเกินคุ้ม
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 97 ...
|