|
|

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่กับ Nokia X6 ทัชโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล X Series ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Symbian OS เวอร์ชัน 9.4 พร้อม User Interface แบบ Series 60 UI เวอร์ชัน 5 โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย และเป็นเครื่องรุ่นแรกของ Nokia ที่ใช้หน้าจอระบบสัมผัสแบบ Capacitive นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติการใช้งานต่างๆ ทั้งด้านมัลติมีเดีย และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่สมบูรณ์แบบ


รูปทรงของ Nokia X6 เป็นแบบ Card Bar ด้วยขนาดมาตรฐานถือจับใช้งานได้ถนัดมือ ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สีคือ ขาวตัดฟ้า และดำตัดแดง หน้าจอแสดงผลเป็นจอสีแบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16 ล้านสี ความละเอียด 640 x 360 พิกเซล (nHD) ขนาด 3.2 นิ้ว แบบ Wide Screen ในอัตราส่วน 16 : 9 ป้องกันรอยขีดข่วนได้ พร้อมทั้งใช้ระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ และระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อเอาเครื่องแนบกับหน้าขณะสนทนา
พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นเลนส์กล้องดิจิทัลพร้อมไฟแฟลช LED แบบคู่อยู่ด้านบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากด้านซ้ายมีช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงแบบคู่ และช่องสำหรับใส่ SIM Card พร้อมฝาปิด ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มเลื่อนล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนเครื่องมีช่องสำหรับเสียบสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB, ช่องสำหรับเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม., ช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟแบตเตอรี่ และปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน และช่องสำหรับเปิดฝาหลัง

Sim1….ใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางด้านท้ายเครื่องขึ้นมาแล้วหยิบออกจากเครื่อง
Sim2….งัดแบตเตอรี่จากช่องมุมขวาด้านบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่แล้วหยิบออกจากเครื่อง
Sim3 …นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายข้างเครื่องตามรูปสัญลักษณ์ด้านใน

การใส่ SIM CARD
ช่องใส่ SIM Card เครื่องรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่เหมือนเครื่องทั่วไป โดยอยู่บริเวณด้านซ้ายข้างเครื่อง ครั้งแรกของการใช้งานแนะนำให้ถอดฝาหลังออกจากเครื่องก่อนโดยใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างเครื่องขึ้นมาแล้วหยิบฝาหลังออก จากนั้นให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่มุมขวาด้านบนถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมาแล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้เปิดช่องใส่ SIM Card ออกมาแล้วนำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่ดันเข้าไปจนสุด และปิดช่องใส่ SIM Card หลังจากนั้นให้นำแบตเตอรี่และฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม ส่วนการถอด SIM Card นั้นให้ถอดฝาหลังและแบตเตอรี่ และใช้นิ้วดันเลื่อนแถบเหล็กที่ยื่นขึ้นมาในช่องใต้ช่องใส่แบตเตอรี่แล้วหยิบ SIM Card ออกมาจากเครื่อง
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านบนบนของเครื่อง ให้กดปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาทีจนเครื่องสั่นแล้วปล่อยมือ เครื่องก็จะทำการเปิดขึ้นมาพร้อมปรากฏโลโก้ Nokia ตามด้วยสัญลักษณ์มือประสานกัน และเสียงโพลีโฟนิกประกอบ หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่ายและเข้าสู่หน้าจอหลัก ภายในหน้าจอหลักพร้อมใช้งานเป็นแบบ User Interface แบบ Series 60 UI เวอร์ชัน 5 ที่สามารถเลือกเปลี่ยนการแสดงผลหน้าจอ Home screen theme ได้ 3 แบบคือ Shortcuts bar แบบแสดงเมนูไอคอนลัด 4 เมนูบนหน้าจอ, Basic แบบหน้าจอว่างๆ และ Contacts Bar แบบแสดงรูปผู้ติดต่อบนหน้าจอ ซึ่งรุ่นนี้รองรับได้ถึง 20 คน วิธีตั้งค่าหน้าจอแสดงผล Home Screen แบบต่างๆ ให้เข้าไปที่เมนู Settings> Personal>Home screen>Home screen theme
Open+open page….กดที่ปุ่มเปิด-ปิดตรงกลางด้านบนเครื่องค้างไว้ เครื่องก็จะเริ่มต้นทำงาน
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ปุ่มกดใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มกดสำหรับการเปิดแอบพลิเคชัน (ปุ่มเมนู), ปุ่มโทรออก/รับสาย, ปุ่มวางสาย และปุ่ม Media Bar ซึ่งเป็นปุ่มแบบสัมผัสสำหรับเข้าเมนู Music, Gallery, Share online, Video Centre และ Web browser ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรจะเป็นแบบ Visual Keyboard หรือแป้นพิมพ์เสมือนใช้งานบนหน้าจอแบบสัมผัส ซึ่งมีให้เลือก 2 แบบคือ Alphanumeric keypad แป้นพิมพ์ตัวเลข และแบบ Full screen QWERTY แป้นพิมพ์เต็มรูปแบบ นอกจากนี้ด้านขวาข้างเครื่องก็ยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มเลื่อนล็อคหน้าจอ และปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล และด้านขวาบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง ส่วนความเหมาะมือนั้น เท่าที่ลองใช้งานดูก็มีความเหมาะมือเป็นอย่างดี เพราะตัวเครื่องออกแบบมาได้มาตรฐาน และลงตัว ทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างถนัดมือ ทั้งเวลาที่ใช้นิ้วแตะสัมผัส และกดปุ่มใช้งาน
เมนูการใช้งาน
การเข้าสู่เมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้ให้ใช้ปุ่มที่อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย ซึ่งหน้าตาเมนูใช้งานนั้นเป็นรูปไอคอนพร้อมชื่อเมนู โดยสามารถเลือกแสดงผลได้ 2 แบบคือ แบบ Grid และแบบ List สำหรับเมนูหลักมีทั้งหมด 12 เมนูด้วยกันดังนี้
- Calendar เมนูปฏิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ ทั้งการประชุม บันทึก วันครบรอบ และบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
- Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับบันทึกรายละเอียดของผู้ติดต่อพร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ สามารถตั้งกลุ่มการโทร และแนบไฟล์รูปถ่ายได้
- Log เมนูเช็คข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ รวมถึงเวลาที่ใช้งานโทร และข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต
- Internet เมนูใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตประกอบด้วย Web, Share online, Search, MySpace, YouTube, Facebook, Friendster, Hi5, Amazon และ AccuWeather
- Messaging เมนูสำหรับรับ-ส่งข้อความทั้งแบบ SMS, MMS, Audio message และ E-mail
- Gallery เมนูสำหรับดูไฟล์มีเดียต่างๆ ได้แก่ ไฟล์ภาพและวิดีโอ, ไฟล์เพลง, ไฟล์เสียง และไฟล์มีเดียอื่นๆ
- Store เมนูสำหรับดาวน์ดหลดแอบพลิเคชันต่างๆ ทั้งโปรแกรม และเกม ผ่าน Ovi Store
- Music เมนูรวมเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลที่มีทั้ง Music Player, Radio, Music Store, Podcasting, Recorder และ Playlist Dj
- Maps เมนูโปรแกรมแผนที่ Ovi Maps 3.0 พร้อมระบบนำทางด้วยดาวเทียม GPS และฟังก์ชัน A-GPS
- Settings เมนูตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่องประกอบด้วย การตั้งค่าส่วนตัว การตั้งค่าโทรศัพท์ การจัดการแอบพลิเคชัน การตั้งค่าการโทร การตั้งค่าการเชื่อมต่อ และ Phone Switch สำหรับโอนถ่ายข้อมูลจากโทรศัพท์เครื่องเก่า
- Help เมนูสำหรับให้ความช่วยเหลือในการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของเครื่อง
- Applications เมนูรวมโปรแกรมต่างๆ ได้แก่ Install. Apps สำหรับติดตั้งโปรแกรม, นาฬิกา, กล้องดิจิทัล, เกม, โปรแกรมใช้งานเอกสาร, Video centre, อัปเดตซอฟต์แวร์, ตัวช่วยตั้งค่า, Location, Ovi Contacts, Ovi sync, โปรแกรม RealPlayer, Welcome ตัวช่วยสำหรับตั้งค่าใช้งานอินเทอร์เน็ต ตั้งค่าอีเมล์ และโปรแกรมสำหรับโอนถ่ายรายชื่อไปยังเครื่อง Nokia ด้วยกัน, โปรแกรม My Nokia, Access. Setup และ Switch


ด้านการโทร
เริ่มที่เมนู Contacts หรือรายชื่อ สำหรับค้นหารายชื่อและเพิ่มรายชื่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อผู้ติดต่อนั้นทำได้โดยใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลง พร้อมทั้งมีระบบ Search ที่ค้นหารายชื่อได้รวดเร็วเพียงแค่กดตัวอักษรตัวแรกในช่องสี่เหลี่ยมด้านล่างเท่านั้นรายชื่อก็จะแสดงขึ้นมา ส่วนการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อสามารถใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งสามารถจัดการรายชื่อผ่าน PC Suite หรือจะใช้ Ovi ในการ Sync ก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ในหน้าจอ Home screen เมื่อเลือกเป็น Contacts Bar สามารถเพิ่มรายชื่อ พร้อมรูปถ่าย และดูข้อมูลทั้ง SMS, ข้อมูลการโทร, IM, อีเมล์ และ Web Feeds ได้ โดยรองรับได้สูงสุด 20 รายชื่อ
ส่วนการใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออก ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Telephone ก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนขึ้นมาให้ใช้งาน โดยรองรับการสนทนาวิดีโอคอลล์ในเครือข่าย 3G และประชุมสายได้พร้อมกัน 6 สาย ในส่วนการเช็คดูข้อมูลการโทรต่างๆ ดูได้ในเมนู Log โดยแบ่งเป็น 3 รายการหลักคือ Recent Calls แสดงรายการเบอร์ที่ไม่ได้รับ เบอร์ที่รับสาย และเบอร์ที่โทรออก, Call Duration แสดงเวลาที่ใช้งานโทร ประกอบด้วยเวลาโทรครั้งล่าสุด เวลาที่โทรออก เวลาที่ได้รับสาย และเวลารวมในการใช้สายทั้งหมด และ Packet Data แสดงรายการจำนวนข้อมูลที่รับ และส่งออกจากการใช้งานด้านข้อมูล
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับ-ส่งข้อความทำได้ทั้ง SMS, MMS, Audio message และ E-Mail ที่ตั้งค่าได้ง่าย เพียงแค่ใส่ที่อยู่กับรหัสผ่าน ตัวระบบก็จะสร้างการตั้งค่าให้ได้ทันที แต่ถ้าเป็นเมล์เฉพาะที่นอกเหนือปกติ ก็ตั้งค่าด้วยตัวเองได้เช่นกัน รวมทั้งสามารถแนบไฟล์พร้อมเปิดดูไฟล์ที่แนบมาได้, รองรับการตรวจสอบอีเมล์ และรองรับ Mail for Exchange นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน Nokia Messaging ในการใช้งาน E-Mail แบบ Push และมีโปรแกรม OVI Contact สำหรับใช้สนทนาแบบ Chat ระหว่างผู้ใช้งาน Ovi Mail ด้วยกัน
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่ Music Player รองรับไฟล์เพลง MP3, SPMidi, AAC, AAC+, eAAC+, WMA ด้วยระบบจัดรายการเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม ปรับอีควอไลเซอร์ได้ 6 แบบ แสดงปกอัลบั้มศิลปิน (ถ้ามี) ตั้งค่าปรับสมดุลเสียงลำโพง ปรับเพิ่มความดัง และขยายเสียงสเตอริโอ พร้อมปุ่มเฉพาะสำหรับปรับระดับเสียง และสามารถเปิดเครื่องเล่นเพลงได้ทันทีจากแถบ Media Bar พร้อมทั้งรับฟังผ่านลำโพงสเตอริโอในตัวแบบ 3 มิติรอบทิศทาง รองรับ Nokia Podcasting หรือการฟังเพลงดิจิทัลหรือวิดีโอแบบออกอากาศที่ดาวน์โหลดและเล่นในเครื่องได้ และมีโปรแกรม Playlist Dj ช่วยเลือกเพลงตามอารมณ์ โดยโปรแกรมนี้สามารถเข้าจากหน้า Home Screen ได้เลย และปรับอารมณ์ได้จากการสไลด์ขึ้นลงตาม Equalizer 4 แถว 4 สี แล้วโปรแกรมจะช่วยเลือกเพลงมาให้ เมื่อใช้ Playlist Dj จะทำการเชื่อต่อ 3G หรือ Wi-Fi และดึงเพลงจากในเครื่อง
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Radio สำหรับรับฟังวิทยุ FM Stereo พร้อมรองรับการใช้งานระบบRDS ด้วยระบบค้นหาสถานีอัตโนมัติ ค้นหาด้วยตนเอง จัดเก็บสถานีได้ 20 สถานี และรับฟังผ่านลำโพงได้โดยใช้ชุดหูฟังเป็นเสาอากาศรับสัญญาณ, โปรแกรม RealPlayer สำหรับฟังเพลงหรือดูวิดีโอคลิป ที่สามารถเล่นแบบเต็มจอในแนวนอนได้ รวมถึงวิดีโอสตรีมมิ่งที่รองรับไฟล์วิดีโอ 3GPP และ CIF และรองรับบริการวิดีโอเซ็นเตอร์สำหรับดาวน์โหลดและสตรีมข้อมูลวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ต และโปรแกรม Music Store สำหรับสั่งซื้อเพลงออนไลน์ โดยทดลองฟังได้ 30 วินาทีก่อนซื้อ
ด้านการถ่ายภาพ มีกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้าน โดยใช้เลนส์คุณภาพสูง Carl Zeiss Optics, Tessar พร้อมไฟแฟลช LED แบบคู่ ภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2592 x 1944 พิกเซล ซูมดิจิทัล 4 เท่า ด้วยระบบ Auto Focus เลือกโหมดการใช้แฟลชเปิด/ปิด อัตโนมัติ และลดจุดตาแดง ตั้งค่าเลือกโหมดฉาก 8 แบบรวม Night Mode แสดงช่องเล็ง ตั้งเวลาในการถ่ายอัตโนมัติ ปรับโทนสี ปรับสมดุลแสงสีขาว ตั้งค่าเปิดรับแสง ปรับความไวแสง ปรับความเข้มแสง ปรับความคมชัด ถ่ายแบบต่อเนื่อง และแนบพิกัดตำแหน่งดาวเทียมได้ (Geotagging) ส่วนโหมดวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงได้นานสูงสุด 1 ชั่วโมง 30 นาที เลือกบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 640 x 480 พิกเซล ที่อัตรา 30 fps ในรูปแบบไฟล์วิดีโอ .3GP และ MP4 พร้อมด้วยโปรแกรมตกแต่งแก้ไขรูปภาพและตัดต่อวิดีโอ และสามารถแชร์ภาพหรือวิดีโอเข้าสู่สังคมออนไลน์ อย่าง Share on Ovi, Flickr, Vox เป็นต้นได้ทันที นอกจากนี้ยังมีกล้องด้านหน้าเครื่องสำหรับใช้งานวิดีโอคอลล์ในเครือข่าย 3G
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ทำได้ด้วย WAP Browser 2.0 รองรับการเปิดหน้าเว็บแบบ HTML, xHTML และ WML, รองรับโปรโตคอล HTTP, WAP และ JavaScript และรองรับ TCP/IP ผ่าน OSS Browser โดยใช้งานผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 32 , HSDPA (ดาวน์โหลดสูงสุด 3,6 Mbps) และ Wi-Fi 802.11 b/g พร้อมโปรแกรม Nokia Mobile Search สำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ดังๆ อย่าง hi5, YouTube, Facebook, MySpace และ Friendster
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นรองรับทั้งแบบผ่านสาย microUSB 2.0 และผ่านช่องหัวต่อ AV ขนาด 3.5 มม.เพื่อเชื่อมต่อกับชุดหูฟังสเตอริโอ และเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ได้ (TV Out) กับแบบไร้สายผ่านทาง Wireless LAN


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
การทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Nokia X6 ได้ทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่ง เลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2592 x 1944 พิกเซล เลือกโหมดฉากแบบ Automatic โดยเลือกถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ผลปรากฏว่าภาพที่ถ่ายมามีความชัดเจนดีมาก ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดีมากด้วยเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทดสอบโดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาดที่ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล (TV high quality) ที่อัตรา 30 เฟรมต่อวินาที ผลการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีมาก และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
ดูจากสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 401 ชั่วโมง สนทนาต่อเนื่องได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง 30 นาที เล่นวิดีโอที่ระดับ H51nHD 25 fps ได้นานต่อเนื่องสูงสุด 3 ชั่วโมง 36 นาที บันทึกวิดีโอได้นานสูงสุด 3 ชั่วโมง 30 นาที และเล่นเพลงได้นานต่อเนื่องสูงสุด 35 ชั่วโมง จากการทดลองใช้งานทั่วๆ ไปใน 1 วัน ตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่องมีการใช้สายโทรเข้าออกประมาณ 2-3 ชั่วโมง ใช้ฟังเพลง ฟังวิทยุ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เล่นเกมอีกประมาณ 3 ชั่วโมง ปรากฏว่าตอนดึกของวันเดียวกันแบตเตอรี่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ถ้ามีการเปิดใช้งาน Bluetooth และ Wi-Fi ทิ้งไว้ก็อาจจะหมดไวกว่านี้ได้ โดยรวมแล้วก็พอสำหรับการใช้งานหนักๆ ได้ใน 1 วัน
อุปกรณ์เสริม
ชุดจัดจำหน่ายของเครื่อง Nokia X6 ประกอบด้วยตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ Li-ion 1,320 mAh (BL-5J) จำนวน 1 ก้อน, อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่คุณภาพสูง (AC-8), ชุดหูฟังแบบ Stereo 1 เส้น (WH-500), สาย USB Cable (CA-101), Mini DVD Software PC. Suite 1 แผ่น และคู่มือการใช้งาน (Thai/English)
Nokia X6 ถือเป็นทัชโฟนรุ่นแรกของ Nokia ที่ใช้หน้าจอแบบ Capacitive Touch Screen ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้นิ้วสั่งงานได้สมบูรณ์มากขึ้น ด้วยขนาดมาตรฐาน และดีไซน์ทันสมัย นอกจากนี้ยังเป็นมิวสิคโฟนทัชสกรีนที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Symbian ครบเครื่องเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งมัลติมีเดีย การเชื่อมต่อต่างๆ เข้าถึงโลกสังคมออนไลน์ และหน่วยความจำที่มากถึง 32 GB เรียกว่าครบครัน และคุ้มค่าจริงๆ
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 97 ... |
|
|
|