|

หลังจากที่ Asus ได้จับมือกับ Garmin ผสานความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมด้านการสื่อสารพร้อมระบบแผนที่นำทางรูปแบบใหม่ เนวิเกเตอร์โฟน โดยส่ง Garmin-Asus Nuvifone รุ่น M20 ลงตลาดพีดีเอโฟนไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุด Garmin-Asus ก็ได้ส่งเนวิเกเตอร์โฟนรุ่นใหม่ Garmin-Asus Nuvifone M10 ออกมา ซึ่งดูจากเลขรหัสก็พอจะเดาได้ว่ามันคือเครื่องรุ่นเล็กสำหรับตลาด Entry Level แต่อัดแน่นด้วยสเปกที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว


รูปทรงของ Garmin-Asus n?vifone M10 เป็นแบบแท่ง ด้วยดีไซน์เรียบหรู โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 3.5 นิ้ว และเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile เวอร์ชันใหม่ล่าสุด 6.5.3 รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่บนลงมามีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผล และใต้หน้าจอเป็นส่วนของปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ 3 ปุ่มแบบสัมผัสได้แก่ ปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเข้าเมนูหลัก และปุ่มวางสาย
พลิกมาด้านหลังจะเห็นเลนส์ของกล้องดิจิทัล กับช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงอยู่บริเวณตรงกลางด้านบน ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้าน เริ่มที่ด้านซ้ายมีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ สายดาต้าลิงค์ และชุดหูฟังแบบ microUSB รวมอยู่ในช่องเดียวกัน กับช่องสำหรับเสียบ Car Charger กับฐานติด Car Holder เมื่อใช้งาน GPS ในรถยนต์ ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง กับช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และด้านท้ายเครื่องมีช่องใส่สายคล้องคอ ช่องไมโครโฟน และมุมขวามีช่องสำหรับเสียบปากกาไสตัส

Sim1…ใช้นิ้วกดตรงกลางของฝาหลังดันเลื่อนขึ้นด้านบนเพื่อปลดล็คอ และหยิบฝาออกจากเครื่อง
Sim2…ใช้นิ้วงัดแบตเตอรี่จากช่องที่อยู่ด้ายซ้ายล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim3…เปิดบานพับออกมา แล้วนำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่อง และปิดบานพับกลับลงไป

การใส่ SIM CARD
วิธีใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่องให้ทำเปิดฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่องก่อน โดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วพลิกมาด้านหลังในแนวนอน จากนั้นใช้นิ้วกดลงตรงกลางของฝาครอบแบตเตอรี่ดันเลื่อนขึ้นเพื่อปลดล็อค และหยิบฝาครอบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง หลังจากนั้นถอดแบตเตอรี่โดยใช้นิ้วงัดตรงช่องที่อยู่ด้านซ้ายล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา และหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่แบตเตอรี่ของเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาบนของช่องใส่แบตเตอรี่ซึ่งเป็นแบบบานพับ ให้เปิดบานพับขึ้นมาแล้วนำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่อง พร้อมกับปิดบานพับโดยดันเลื่อนเพื่อล็อคตัว SIM Card หลังจากที่ใส่เสร็จเรียบร้อยให้นำแบตเตอรี่ และฝาครอบแบตเตอรี่กลับเช้าไป
การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านซ้านบนของเครื่อง ให้กดค้างจนเครื่องสั่นแล้วปล่อยมือ เครื่องจะแสดงภาพโลโก้ garmin asus หลังจากนั้นเครื่องจะเข้าสู่หน้าจอการใช้งานของ Windows Mobile จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งานซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Garmin-Asus UI หรือหน้าจอ Today Screen ของเครื่องจะถูกครอบไว้ด้วยอินเทอร์เฟสในรูปแบบ Touch ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งในหน้าจอหลักนี้จะพบตอนเปิดเครื่องครั้งแรก ไอคอนต่างๆ สามารถปรับต่างเคลื่อนย้ายได้ แต่ไอคอนหลัก 3 ตัวด้านล่างจะเป็นการใช้งานหลักของเครื่อง โดยเมื่อเราแตะที่ไอคอน Call จะเป็นการใช้งานโทรศัพท์ ส่วนไออคน Search จะเป็นการค้นหา POI และเมนูต่างๆ ของการใช้งาน GPS ในเครื่องรุ่นนี้ ส่วน View Map เป็นการดูแผนที่ตามปกติ
ปุ่มกดและความเหมาะมือ
ตัวเครื่อง Garmin-Asus n?vifone M10 ออกแบบมาในแนว Touch Phone ดังนั้นปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้จึงมีเฉพาะปุ่มกดควบคุมการใช้งาน 3 ปุ่มที่อยู่ใต้หน้าจอแสดงผลเท่านั้น ซึ่ง 3 ปุ่มกดที่ว่านี้ก็ออกแบบใช้งานแบบสัมผัสด้วยเช่นเดียวกันได้แก่ ปุ่มโทรออก/รับสาย ปุ่มเข้าเมนูหลัก และปุ่มวางสาย ส่วนแผงปุมกดตัวเลขและตัวอักษรจะอยู่ในหน้าจอโดยเป็นแผงปุ่มกดแบบ Virtual Keyboard ใช้นิ้วหรือปากกาสไตลัสแตะสัมผัสในการใช้งาน นอกจากนี้ที่ด้านขวาข้างยังมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านบนเครื่องมีปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่อง ด้านความเหมาะมือนั้นถือเป็นเครื่องที่มีขนาดใหญ่กว่ารุ่น Garmin-Asus n?vifone M20 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ รวมถึงน้ำหนักที่มากกว่าด้วย แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่ ทำให้ขนาดหน้าจอใหญ่ตามไปด้วย จึงช่วยการให้การใช้งานแตะสัมผัสบนหน้าจอแบบ Touch Screen เป็นไปได้ง่าย และสะดวกขึ้น
เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่องรุ่นนี้ทำได้โดยใช้นิ้วแตะไปที่ปุ่มสัญลักษณ์รูป Windows ที่อยู่ใต้หน้าจอตรงกลางระหว่างปุ่มโทรออก/รับสาย และปุ่มวางสาย ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานจะต่างกับหน้าตาที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.5 Professional ไม่มากนักแต่ที่เพิ่มขึ้นมาคือ สามารถลากไอคอนเมนูไปวางจัดตำแหน่งด้วยตนเองได้ โดยเมนูหลักของเครื่องมีมากกว่า 40 เมนูด้วยกัน จึงขอแนะนำเฉพาะเมนูเด่นๆ ที่น่าสนใจดังนี้
- Phone เมนูใช้งานโหมดโทรศัพท์
- Text เมนูสำหรับรับส่งข้อความ SMS, MMS และ Outlook E-mail
- Contacts เมนูสมุดโทรศัพท์สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
- Internet Explorer เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บบราวเซอร์
- Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
- Windows Media เมนูเครื่องเล่นวีดีโอ และเพลง พร้อมรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอสตรีมมิ่ง
- Marketplace เมนูศูนย์รวมสำหรับดาวน์โหลดแอบพลิเคชันออนไลน์
- Bing เมนูเข้าสู่เว็บค้นหาข้อมูล www.bing.com
- Microsoft My Phone เมนูบริการออนไลน์สำหรับสำรองข้อมูล หรือถ่ายโอนรูปภาพ เพลง รายชื่อ และข้อความ
- Windows Live เมนูโปรแกรมสนทนารูปแบบแชท รับ-ส่งอีเมล์ ค้นหาข้อมูลด้วย Live search และการซินโครไนซ์
- Games เมนูเกม โดยมาพร้อม 2 เกมมาตรฐาน Bubble Breaker กับ Solitaire
- Office Mobile เมนูใช้งานโปรแกรมใช้งานเอกสาร Excel Mobile, OneNote Mobile, PowerPoint Mobile และ Word Mobile
- Search Phone เมนูสำหรับค้นหาข้อมูลต่างๆ ในเครื่อง
- Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลถ่ายภาพนิ่ง
- Ciao! เมนูสำหรับเช็คหรือดูแสดงพิกัดของเพื่อนๆ หรือของเราเองได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
- Media Gallery เมนูแกลอรี่สำหรับดูไฟล์มีเดียต่างๆ
- Facebook เมนูเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ Facebook
- YouTube เมนูรับชมวิดีโอผ่าน YouTube


ด้านการโทร
เริ่มจากการใช้งานโทรศัพท์เพื่อโทรออกหรือรับสาย ให้แตะที่ปุ่มโทรออก/รับสายที่อยู่ใต้หน้าจอด้านซ้ายมือ หรือใช้นิ้วแตะบนไอคอนเมนู Call บนหน้าจอ ก็จะปรากฏแผงปุ่มกด Visual Keyboard ขึ้นมาให้ใช้งาน โดยเวลาที่โทรออกจะมีไอคอนเมนูต่างๆ ขึ้นมาเพื่อใช้งาน เช่น Speaker, Mute, Hold เป็นต้น และเมื่อวางสายสามารถเพิ่มรายชื่อใหม่, Send My Locations ส่งพิกัดตำแหน่ง GPS ผ่าน SMS หรือ E-mail และบันทึกข้อความของเบอร์โทรนั้นๆ ได้ ส่วนการเช็คดูข้อมูลการโทรสามารถเช็คดูเบอร์ที่ใช้งานโทรทั้งหมด เบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย พร้อมรายละเอียดครบ
ในส่วน Contacts หรือสมุดโทรศัพท์ สำหรับค้นหารายชื่อและเพิ่มชื่อผู้ติดต่อใหม่ โดยการค้นหารายชื่อนั้นทำได้ทั้งแบบพิมพ์ชื่อบนช่องสี่เหลี่ยมด้านบน แบบเลือกตัวอักษร และแบบใช้นิ้วเลื่อนขึ้นลงบนรายชื่อเพื่อค้นหารายชื่อที่ต้องการ ส่วนการเพิ่มรายชื่อสามารถเลือกบันทึกข้อมูลในรูปแบบ Outlook Contact (ลงในเครื่อง) ซึ่งใส่รายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งสามารถเลือกแถบ Notes สำหรับระบุรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมลงไปได้อีกด้วย กับแบบ SIM Contact ซึ่งบันทึกได้เฉพาะชื่อและเบอร์โทรเท่านั้น และสามารถตั้งกลุ่มสำหรับส่ง E-mail และข้อความ SMS/MMS ได้
ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Text แบ่งการรับส่งข้อความเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS/MMS ส่วนที่สองสำหรับรับส่งอีเมล์ ซึ่งรูปแบบทั้ง 2 ส่วนนี้เหมือนกับการใช้งาน Outlook Express โดยแยกโฟลเดอร์ใช้งาน Inbox, Outbox, Draft, Sent Items, Deleted Items ไว้ให้ดูง่าย ส่วนการตั้งค่ารับส่ง Email ทำได้ไม่ยากเพียงแค่ 3 ขั้นตอนก็สามารถใช้งานได้แล้ว รองรับอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ในรูปแบบ POP3/IMAP4/SMTP และ Push Email นอกจากนี้ใน OS เวอร์ชันใหม่นี้ระบบการจัดการ Email ยังมีการ Preview และจัดกลุ่มการสนทนาในรูปแบบ Conversation ช่วยเพิ่มความสะดวกในการอ่านได้เป็นอย่างดี
ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เลือกโหมดการถ่ายได้ 4 โหมดคือ Picture, Video, MMS Video และ GPS โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2592x1552 พิกเซล ซูมดิจิทัล ตั้งค่าปรับความสว่าง ปรับสมดุลแสงสีขาว ถ่ายภาพแบบต่อเนื่องสูงสุด 3 ภาพ ตั้งเวลาในการถ่ายอัตโนมัติสูงสุด 10 วินาที ถ่ายแบบ Wide Screen ส่วนวิดีโอ บันทึกพร้อมเสียงโดยเลือกความละเอียดได้สูงสุด 800x480 พิกเซล (24 fps) ในรูปแบบไฟล์ .3GP, MP4, H.264 โดยบันทึกได้นานไม่จำกัดเวลาจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม โดยภาพนิ่งที่ถ่ายเสร็จแล้วสามารถตั้งเป็นภาพประกอบรายชื่อในสมุดโทรศัพท์, ส่งต่อผ่าน MMS, ส่งต่อผ่านอีเมล์, อัปโหลดเข้าเว็บล็อก และดูแบบสไลด์โชว์ได้
ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Windows Media Player 10 Mobile สำหรับเปิดดูหนังหรือไฟล์วิดีโอที่ดาวน์โหลดมา โดยรองรับไฟล์ในรูปแบบ MPEG4, Motion JPEG, H.263 และ WMV และไฟล์วิดีโอแบบสตรีมมิ่ง หรือฟังเพลง ซึ่งรองรับการเล่นไฟล์ในรูปแบบ AAC, AAC+, eAAC+, MP3, WMA, WAV, MPEG4, AMR-NB พร้อมด้วย โปรแกรม Media Gallery สำหรับดูไฟล์ภาพ สามารถใช้นิ้วเลื่อนดูภาพถัดไปหรือภาพก่อนหน้านี้ รวมทั้งขยายภาพได้, โปรแกรม Pictures & Video สำหรับดูไฟล์ภาพและวิดีโอ, โปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลง MP3 ที่มีระบบจัดการรายชื่อเพลง เล่นเพลงซ้ำ เพลงสุ่ม และแสดงปกอัลบั้มศิลปิน (ถ้ามี) และโปรแกรม Streaming Player สำหรับดูไฟล์วิดีโอแบบสตรีมมิ่งเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีให้เลือกใช้งานทั้งโปรแกรม Internet Explorer Mobile 6.0 เข้าได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi 802.11 b/g และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (7.2 Mbps) โดยโปรแกรม Internet Explorer Mobile ถือเป็นเวอร์ชันใหม่นี้มีการปรับปุ่มใหม่เล็กน้อยเพื่อความสะดวกในการใช้นิ้วควบคุม นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Wireless Manager ที่ช่วยในการควบคุมการเชื่อมต่อต่างๆ และโปรแกรม Wi-Fi Sharing สำหรับทำให้ตัวเครื่องเป็น Wi-Fi Hot Spot แชร์อินเทอร์เน็ตในการใช้งาน พร้อมด้วยฟังก์ชัน Windows Market Place หรือร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์ และแอบพลิเคชัน YouTube เพื่อรองรับการชมคลิปวิดีโอจากเว็บไซต์ YouTube.com
ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 + EDR กับ Wi-Fi 801.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม ActiveSync พร้อมด้วย Internet Sharing โปรแกรมสำหรับทำให้เครื่องเป็น Wireless Modem ผ่านทาง Bluetooth หรือสาย USB และสำหรับหน่วยประมวลผลใช้ CPU ของ Qualcomm 7227 ความเร็วในการประมวลผล 600 MHz และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 4 GB storage, 512MB SD RAM และ 512MB Flash ROM และยังเพิ่มได้ด้วยการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card โดยรองรับได้สูงสุด 32 GB


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Garmin-Asus nuvifone M10 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 5.0 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Picture โดยเลือกขนาดของภาพสูงสุดในขนาด 2592 x 1552 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดกับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด 800 x 480 พิกเซล และเลือกบันทึกในรูปแบบไฟล์ MP4 ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีเช่นกัน ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
สำหรับแบตเตอรี่ของเครื่องรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาดความจุ 1,500 mAh ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมง และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุด 600 ชั่วโมง หลังจากที่ได้ทดสอบใช้งานทั่วๆ ไป ทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง ใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง และมีการใช้งานโทรศัพท์สนทนาพูดคุยในระหว่างวันค่อนข้างมาก ผลปรากฎว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้ามีการเปิด Bluetooth, Wi-Fi และ GPS ทิ้งไว้ รวมถึงถ้าใช้กับเครือข่าย 3G แบตเตอรี่ก็จะหมดไวขึ้น โดยรวมแล้วในเรื่องของแบตเตอรี่กับการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้ถือว่าสอบผ่าน
อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง Garmin-Asus n?vifone M10, ปากกา Stylus 2 ด้าม,
แบตเตอรี่ แบบ Li-ion 1,500 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายชาร์จแบตเตอรี่ AC Adapter พร้อมหัวปลั๊กเสียบชาร์จไฟ, ชุดหูฟังสเตอริโอขนาด 3.5 มม., สายดาต้าลิงค์ USB Cable, ชุดอุปกรณ์สำหรับติดตั้งในรถยนต์ (Car Kit) ประกอบด้วย Car Holder, ฐานติด Car Holder, แผ่นรองฐาน และ Car Charger, แผ่น n?vifone M20 Bonus CD, แผ่น n?vifone Gettings Started CD, ใบรับประกัน และคู่มือเริ่มต้นใช้งาน n?vifone M10
Garmin-Asus nuvifone M10 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.5.3 เวอร์ชันใหม่ ที่ปรับปรุงจากเวอร์ชันเก่าให้สามารถใช้นิ้วแตะสัมผัสบนหน้าจอเพื่อใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงพัฒนาเว็บบราวเซอร์ การจัดการทรัพยากร และการแสดงผลกราฟิกให้เหมาะสมกับเครื่องได้ดีกว่าเดิม และแม้ว่าจะเป็นเครื่องรุ่นเล็กที่เน้นเรื่องราคาเป็นหลักเจาะตลาด Entry Level ก็ตาม แต่ก็ครบเครื่องเรื่องฟังก์ชันใช้งานต่างๆ รวมไปถึง GPS ที่ขาดไม่ได้
อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 98 ... |