Home : News&Events : M-People : M-Focus : M-Preview : On Test : Accessories : Price : Webboard : Contact Us

 
 


ตลาดโทรศัพท์มือถือของปีนี้ยังคงความแรง และการแข่งขันที่สูงต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วโดยผู้นำตลาดต่างออกมาชี้ทิศทางของมือถือในปีนี้ซึ่งเทรนด์หลักเป็นของสมาร์ทโฟนที่ในปีนี้จะทวีความเข้มข้นและแข่งขันกันอย่างดุเดือดยิ่งขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่หลากหลายเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ คอสมาร์ทโฟน ตัวอย่างหนึ่งของระบบปฏิบัติการใหม่ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ได้แก่ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ซึ่งล่าสุดค่ายโทรศัพท์มือถืออย่าง Samsung ก็ได้ส่งแอนดรอยด์โฟนรุ่นแรกออกมาโดยใช้ชื่อรุ่นว่า Samsung Galaxy Spica









รูปทรงของ Samsung Galaxy Spica เป็นแบบ Bar Type หรือแบบแท่ง โดดเด่นด้วยด้วยการออกแบบที่สวยสะดุดตา และเป็นแอนดรอยด์โฟนที่บางที่สุดในตลาดเพียง 13.5 มิลลิเมตร รูปลักษณ์ทั่วไปเริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมามีช่องลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลซึ่งเป็นจอสีระบบสัมผัสแบบ Capacitive ขนาด 3.2 นิ้ว ใต้หน้าจอมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ ของเครื่องรวม 7 ปุ่มหลักด้วยกัน

พลิกมาด้านหลังเครื่องจะเห็นส่วนของเลนส์กล้องดิจิทัลอยู่มุมซ้ายด้านบน โดยมีรูปโลโก้ตุ๊กตาแอนดรอยด์อยู่ตรงกลาง และช่องลำโพงสำหรับฟังเพลงอยู่ตรงกลางด้านล่าง ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านนั้นเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ด้านขวามีปุ่มล็อค/ปลดล็อคหน้าจอ กับปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านบนเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิงค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันแบบ mcroUSB พร้อมฝาปิดกันฝุ่นเข้า และด้านท้ายเครื่องมีช่องไมโครโฟน


Sim1…ใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องตรงกลางด้านท้ายเครื่องออกมา และหยิบออกจากเครื่อง
Sim2…นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องด้านซ้ายข้างเครื่อง แล้วดันเข้าไปจนสุด
Sim3…ถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยใช้นิ้วงัดตรงช่องด้านขวาล่างออกมา





การใส่ SIM CARD
วิธีในการใส่ SIM Card เข้าไปในเครื่อง Samsung Galaxy Spica เริ่มจากถอดฝาหลังออกมาจากเครื่องก่อนโดยใช้มือจับตัวเครื่องแล้วคว่ำลงในแนวตั้ง จากนั้นใช้นิ้วงัดฝาหลังจากช่องที่อยู่ตรงกลางด้านล่างของเครื่องออกมาเพื่อปลดล็อค และหยิบออกจากเครื่อง สำหรับช่องใส่ SIM Card ของเครื่องรุ่นนี้ไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้ช่องใส่แบตเตอรี่เหมือนกับเครื่องทั่วๆ ไป โดยอยู่ตรงบริเวณด้านซ้ายข้างเครื่องเมื่อคว่ำเครื่องลง ให้นำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องโดยให้ด้านหัวตัดเข้าไปก่อนตามรูปสัญลักษณ์ที่อยู่ข้างๆ แล้วดันเข้าไปจนสุด ส่วนการถอดแบตเตอรี่นั้นให้ใช้นิ้วงัดช่องที่อยู่ตรงด้านขวาล่างถัดจากช่องใส่แบตเตอรี่ขึ้นมา แล้วหยิบแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง เมื่อใส่ SIM Card เสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำฝาหลังใส่กลับเข้าไปตามเดิม เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนนี้

การเปิด-ปิดเครื่อง
ปุ่ม Power หรือปุ่มเปิด-ปิดเครื่องรุ่นนี้ใช้ปุ่มเดียวกันกับปุ่มวางสายรูปหูโทรศัพท์ พร้อมสัญลักษณ์วงกลมขีดกลางด้านขวามือ ให้กดแล้วปล่อยมือ เครื่องจะเปิดขึ้นมาพร้อมภาพโลโก้ SAMSUNG และเสียงประกอบ จากนั้นเครื่องจะทำการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน เมื่อเปิดเครื่องมา หน้าจอ Home จะถูกล็อคไว้ ผู้ใช้สามารถปลดล็อคหน้าจอได้โดยการกดปุ่มปลดล็อคที่อยู่ด้านข้างของตัวเครื่องค้างไว้ก็จะปรากฏหน้าจอหลักของระบบปฏิบัติการ Android ขึ้นมา โดยด้านบนสุดจะเป็นแถบแสดงสถานะหรือ Notification Bar ถัดลงมาจะเป็นพื้นที่สำหรับวางไอคอนหรือ Widget โดยจะมีพื้นที่บนหน้าจอ Home Screen ไว้สำหรับวางไอคอนและ Widget ต่างๆ อยู่สามหน้าด้วยกัน โดยผู้ใช้สามารุแตะนิ้วบนหน้าจอแล้วลากไปด้านข้างก็จะปรากฏหน้าจอด้านถัดไปออกมา และด้านล่างสุดของหน้าจอจะมีปุ่มสำหรับเปิดดูไอคอนของโปรแกรมต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง สำหรับใช้เรียกเข้าโปรแกรมที่ต้องการ
open+open page…กดที่ปุ่มด้านซ้ายบนข้างเครื่องเพื่อเปิดและปิดเครื่อง

ปุ่มกดและความเหมาะมือ
สำหรับปุ่มกดใช้งานของเครื่องรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ซึ่งอยู่ใต้หน้าจอแสดงผลทั้งหมด 7 ปุ่ม ประกอบด้วยปุ่ม Navigator Key แบบ 5 ทิศทาง โดยตรงกลางของปุ่มเป็นปุ่ม OK, ปุ่มเมนูสำหรับกดเพื่อแสดงเมนูฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ของโปรแกรม, ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่ม Search สำหรับเข้าสู่ฟังก์ชัน Google Search ค้นหาข้อมูลต่างๆ, ปุ่มโทรออก/รับสาย, ปุ่มวางสาย/เปิดปิดเครื่อง และปุ่ม Home ถ้ากดครั้งเดียวเพื่อกลับไปยังหน้าจอหน้าจอหลัก (Home Screen) แต่ถ้ากดค้างไว้จะแสดง 6 โปรแกรมล่าสุดที่เปิดใช้งาน นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่อยู่ด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านขวามีปุ่มล็อค/ปลดล็อคหน้าจอ กับปุ่มใช้งานกล้องดิจิทัล ด้านความเหมาะมือนั้นถือว่าเป็นเครื่องที่มีรูปทรง และขนาดที่พอเหมาะ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป กับน้ำหนักที่พอดีมือ ทำให้ใช้งานได้สะดวกทุกปลายนิ้วสัมผัส โดยไม่ต้องใช้ปากกาสไตลัส

เมนูการใช้งาน
วิธีเข้าเมนูหลักของเครื่อง Samsung Galaxy Spica ทำได้ 2 วิธี วิธีแรกกดที่ปุ่ม Navigator Key แล้วเลือกมาที่ไอคอนตรงกลางด้านล่างหน้าจอ และกดที่ปุ่ม OK ส่วนอีกวิธีคือใช้นิ้วแตะที่ไอคอนรูปลูกศรชี้ขึ้นตรงกลางด้านล่างของหน้าจอ หน้าจอเมนูหลักก็จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งหน้าตาเมนูการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้แสดงผลเป็นรูปไอคอนเล็กๆ เรียงกันแถวละ 4 เมนูด้วยกัน โดยเมนูหลักๆ ของเครื่องจะอยู่รวมกับเมนูโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่อง จึงขอแนะนำเมนูใช้งานหลักของเครื่องรุ่นนี้ซึ่งมีดังนี้

  • Alarm Clock เมนูโปรแกรมสำหรับตั้งเวลาปลุก
  • Browser เมนูใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยเว็บบราวเซอร์
  • Calculator เมนูใช้งานโปรแกรมเครื่องคิดเลข
  • Calendar เมนูปฏิทินสำหรับสร้างกำหนดการนัดหมายต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ
  • Camcoder เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายวิดีโอ
  • Camera เมนูใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพนิ่ง
  • Contacts เมนูรายชื่อ สำหรับค้นหา และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่
  • Dialer เมนูใช้งานโทรศัพท์ซึ่งจะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขแบบสัมผัสขึ้นมาให้ใช้งานโทรออก
  • Email เมนูสำหรับรับส่งข้อความอีเมล์ และใช้อ่านอีเมล์จาก Hotmail หรือ Yahoo ที่ผู้ใช้มีบัญชีอยู่
  • Facebook เมนูเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ Facebook
  • Gallery เมนูแกลอรี่สำหรับดูไฟล์ภาพ และไฟล์วิดีโอ
  • Gmail เมนูใช้งานเชื่อมต่อกับ Google Mail เพื่อสมัครใช้งาน รับ และเช็คเมล์ที่ส่งมาได้
  • Google Maps เมนูใช้งานโปรแกรมแผนที่ Google Maps
  • Google Talk เมนูใช้งานโปรแกรมสนทนาแบบแชท Google Talk
  • Java ME Apps เมนูสำหรับใช้งานโปแกรมจาวาแอบพลิเคชัน
  • Market เมนูสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ จากร้านค้าแอบพลิเคชันออนไลน์ Android Market มาใช้งานบนเครื่อง
  • Messaging เมนูสำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS
  • Music เมนูเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล
  • Settings เมนูสำหรับตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ของเครื่อง
  • Youtube เมนูสำหรับดูคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ YouTube.com


ด้านการโทร
เริ่มที่การใช้งานโทรศัพท์ให้กดที่ปุ่มโทรออก หรือใช้นิ้วแตะบนหน้าจอเลือกที่เมนู Dialer ซึ่งมาพร้อมกับแผงปุ่มกดตัวเลขเสมือนสำหรับกดโทรออกได้เลย นอกจากนี้ในเมนู Dialer ยังมีแถบเมนู Call log สำหรับเช็คดูข้อมูลการใช้งานโทรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย เบอร์ที่โทรออก และเบอร์ที่รับสาย พร้อมรายละเอียดชื่อผู้ติดต่อ เบอร์โทร เวลาที่ใช้ และจำนวนเวลาที่ใช้งาน, แถบเมนู Contacts สำหรับค้นหารายชื่อ และเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ และแถบ Favorites ใช้กำหนดรายชื่อโปรดที่ผู้ใช้ต้องการ และแสดงรายชื่อของผู้ที่โทรบ่อยมากที่สุด

ส่วนการตั้งค่าที่เกี่ยวกับการโทรนั้น ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Settings>Call Settings สามารถตั้งค่าจำกัดการโทร ตั้งเบอร์โทรข้อความเสียง ตั้งการโอนสาย จำกัดการใช้งาน เช่น ห้ามโทรออกทั้งหมด ห้ามโทรออกไปต่างประเทศ ห้ามโทรออกไปต่างประเทศยกเว้นโทรกลับบ้าน เป็นต้น ตั้งค่าการโทรเพิ่มเติม เช่น แสดงเบอร์โทรเข้า ให้มีสายเรียกซ้อนได้ และรับสายอัตโนมัติ และตั้งค่าใช้งานเครือข่าย โดยรองรับการใช้งานเครือข่าย HSDPA 900/2100, GSM 850/900/1800/1900 MHz ด้วยระบบการค้นหาเครือข่ายอัตโนมัติ

ด้านการรับ-ส่งข้อความ
การรับส่งข้อความในเมนู Messaging สำหรับรับส่งข้อความแบบ SMS และ MMS โดยสามารถแนบไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง เป็นต้นไป รวมถึงแทรกอิโมติคอนพร้อมกับข้อความได้ ส่วนการรับอีเมล์นั้นสามารถรับส่ง Email ผ่านทาง Microsoft Exchange ActiveSync และ POP3/IMAP ได้ ซึ่งวิธีตั้งค่าเพื่อใช้งานอีเมล์นั้น ทำได้ง่ายเพียงแค่พิมพ์ชื่ออีเมล์แอดเดรส และใส่พาร์ดเวิร์ด แล้วทำการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพียงแค่นี้ก็ใช้งานได้แล้ว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Google Mail สำหรับเช็คเมล์จาก www.gmail.com

ด้านมัลติมีเดีย
เริ่มที่การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลระดับ 3.2 ล้านพิกเซล เลือกโหมดถ่ายได้ทั้ง Photo และ Video โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล พร้อมทั้งมีระบบ Auto Focus เลือกบันทึกตำแหน่งของสถานที่ลงบนข้อมูลรูปภาพได้ ตั้งค่าปรับแสงอัตโนมัติ เลือกคุณภาพการถ่ายได้ 2 ระดับคือ Low และ High มี Night Mode สำหรับถ่ายเวลากลางคืน และตั้งค่า ISO ปรับอัตโนมัติ สูงสุดที่ ISO-1600 ส่วนโหมดวิดีโอนั้น บันทึกพร้อมเสียง เลือกความละเอียดสูงสุด 352 x 288 พิกเซล ในรูปแบบ MP4 และ .3GP และเมื่อถ่ายภาพหรือบันทึกวีดีโอเสร็จจะมีให้เลือกทั้งเข้าชมห้องภาพ ตั้งเป็นภาพพื้นหลังหรือเล่นไฟล์วีดีโอนั้น แชร์ไฟล์ไปยัง Facebook, Google Mail, MMS, Youtube เป็นต้น หรือลบไฟล์นั้นๆ

ส่วนคุณสมบัติมัลติมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music หรือเครื่องเล่นเพลงดิจิทัล โดยรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ AAC, AAC+, AMR-NB, MP3, WMA, WAV, AAC-LC, MIDI และ OGG สามารถค้นหาเพลงที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำได้จากการเลือกประเภทศิลปิน อัลบั้ม ชื่อเพลง และ Playlists ด้วยระบบเล่นเพลงซ้ำ และเพลงแบบสุ่ม พร้อมด้วยภาพอัลบั้มปกของศิลปินแสดงขึ้นมา (ถ้ามี) และสามารถเลือกเพลงเพื่อตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้ โดยกดที่ปุ่มเมนู แล้วแตะเลือกที่เมนู Use as ringtone รวมทั้งสามารถดูไฟล์วิดีโอได้ในเมนู Gallery โดยรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ MP4 และ .3GP และสามารถดูไฟล์วิดีโออื่นๆ ที่มีอยู่ได้ทั้งในหน่วยความจำเครื่อง และการ์ดหน่วยความจำภายนอก โดยใช้นิ้วเลื่อนแตะที่รูปลูกศรเพื่อดูไฟล์วิดีโอถัดไปหรือย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ได้

ด้านการเชื่อมต่อ
เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้งานผ่าน Web Browser ที่ท่องอินเทอร์เน็ตได้ทั้ง WWW และ WAP ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 10, Wi-Fi และเครือข่ายความเร็วสูง HSDPA (7.2 Mbps) ในเครือข่าย 3.5G ได้ พร้อมจัดเก็บ Bookmark เว็บที่น่าสนใจ สามารถเปิดเว็บได้ 8 หน้าต่างพร้อมกันโดยสามารถสลับไปมาระหว่างหน้าเว็บที่เปิดอยู่ได้ รวมทั้งค้นหาข้อความที่อยู่ในหน้าเพจได้ เลือกคัดลอกข้อความบนหน้าเพจเพื่อนำไปใช้กับโปรแกรมอื่นก็ได้ ตัวโปรแกรมยังสามารถปรับแต่งขนาดตัวหนังสือ ตั้งค่าการถอดรหัสภาษา เปิดใช้งานจาวาสคริป เป็นต้น และสามารถเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ดังอย่าง Facebook, MySpace, Twitter และดูคลิปวิดีโอผ่าน YouTube ได้

ส่วนการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์อื่นนั้นก็ทำได้ทั้งแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี A2DP ฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth Stereo ได้ กับ Wi-Fi 802.11 b/g และผ่านทางสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ซึ่งสามารถ Sync ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม Auto Sync หลังจากที่มีการ Sign in ด้วย account ของ Google ระบบจะทำการ Sync ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่บน Gmail ทันที ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ และตารางนัดหมาย และสำหรับหน่วยประมวลผลใช้ CPU ที่มีความเร็วในการประมวลผล 800 MHz และในส่วนของหน่วยความจำเครื่องมีขนาด 180 MB สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD Card ซึ่งรองรับได้สูงสุด 32 GB

 


การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง
ในส่วนของการทดสอบฟังก์ชันพิเศษในเครื่อง Samsung Galaxy Spica ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Photo เลือกคุณภาพของภาพที่ระดับ High และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2560 x 1712 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.6 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ได้ทำการทดสอบโดยเลือกโหมด Video เลือกขนาดของภาพสูงสุด 352 x 288 พิกเซล และเลือกคุณภาพในการบันทึกวิดีโอในระดับ High ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีเช่นเดียวกัน และไม่มีอาการกระตุกของภาพให้เห็น

ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง
เครื่องรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 1,500 mAh ตามสเปกที่ให้มาระบุว่าสามารถสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 560 นาที และเปิดรอรับสายได้นานสูงสุด 450 ชั่วโมง สำหรับ หลังทดสอบทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของเครื่อง อินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลง ถ่ายภาพ และใช้งานสนทนา ปรากฏว่าใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน และระบบปฏิบัติการ Android นั้นออกแบบสำหรับการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ดังนั้นระบบปฏิบัติการนี้จะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา และถ้าหากมีการเปิดใช้งานในเครือข่าย 3G พร้อมกับเปิด Wi-Fi ควบคู่กันไปด้วยแล้วอาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดอย่างรวดเร็วได้

อุปกรณ์เสริม
สำหรับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง Samsung Galaxy Spica, แบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 1,500 mAh จำนวน 1 ก้อน, สายดาต้าลิงค์เชื่อมต่อ microUSB (ขาว/ดำ ตามสีของตัวเครื่อง), ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่ AC Adapter, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ขนาด 8 GB และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

โดยรวมแล้ว Samsung Galaxy Spica ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ที่น่าประทับใจอีกรุ่นภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่าย บางและเบา แต่มีความเร็วที่น่าประทับใจ นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับ Google Apps ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Maps, Google Talk, Google Calendar และด้วยแบตเตอรี่ 1,500 mAh จะทำให้การใช้งานไม่สะดุดระหว่างวัน นับว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่สนใจระบบปฎิบัติการ Android

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร First Mobile Vol. 98 ...


 © Copyright 2007 First Mobile Magazine. All rights reserved.